พฤศจิกายน 2568
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
21 พฤศจิกายน 2568

: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ – ภาพประวัติและคำสอนของเว่ยหล่าง :


: ภาพประวัติและคำสอนของเว่ยหล่าง :
แปลและเรียบเรียง : เย็นอิมภิกขุ








ครั้งหนึ่ง...ท่านเว่ยหล่าง พระสังฆปรินายก
ได้แสดงธรรมแก่มหาชนดังข้อความต่อไปนี้



“ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ธรรมคำสั่งสอนแห่งนิกายของเรานั้น
มีสมาธิและปัญญาเป็นหลักสำคัญ
สมาธินั้นแหละเป็นตัวจริงของปัญญา
ปัญญาเป็นอาการไหวตัวของสมาธิ
สมาธิและปัญญารวมอยู่ด้วยกันอย่างที่แยกกันไม่ได้
อย่าไปคิดว่าสมาธิทำให้เกิดปัญญา หรือปัญญาทำให้เกิดสมาธิ
เสมือนกับบุคคลพูดแต่กุศล แต่ใจของเขาไม่เป็นกุศล
สมาธิและปัญญาของเขาก็ไร้ประโยชน์
เพราะสมาธิและปัญญาของเขาไม่มีส่วนสัมพันธ์กันได้เลย
อนึ่ง...ถ้าบุคคลมีวาจาและใจตรงกันเป็นกุศล
มีกิริยาภายนอกและภายในประสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
สมาธิและปัญญาก็ยังเกิดความสัมพันธ์ด้วยความเสมอภาคเป็นอย่างดี
ฉะนั้น...สมาธิและปัญญาควรเปรียบเสมือนประทีป
มีดวงประทีปจึงมีแสง ถ้าไม่มีดวงประทีปก็ไร้แสง
ดวงประทีปคือตัวการแท้ของแสงสว่าง แสงสว่างก็คือตัวแสดงของดวงประทีป
โดยชื่อฟังแล้วเป็นสองอย่าง แต่โดยเนื้อแท้แล้วมันเป็นของอย่างเดียวกัน
กรณีสมาธิและปัญญาก็เป็นเช่นเดียวกันดังที่กล่าวมานี้”



หนังสือเล่มนี้แปลจาก “รัตนมหาบัลลังก์สูตร” ของพระอาจารย์เว่ยหล่าง
สังฆปรินายกองค์ที่ 6 แห่งประเทศจีน
ท่านเกิดในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองของพุทธศาสนา นิกายมหายาน

แม้เมล็ดพันธุ์แห่งพุทธะจะถือกำเนิดขึ้นในอินเดีย
แต่การหยั่งรากลึกลงไปในหมู่พุทธบริษัท
กลับลงหลักปักฐานในแผ่นดินจีนอย่างมั่นคงและแผ่ไพศาลไปทั่วทั้งทวีปเอเซีย
จากท่านโพธิธรรมล่วงสู่ท่านเว่ยหล่าง
จากมหายาน แตกหน่อแตกใบกลายเป็นเซ็น มหายาน และอื่น ๆ

แม้กาลผ่านเลยนานนับพันปี
คำสอนของท่านยังตรงต่อสัจธรรมเสมอ
ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นธรรม
ผู้ใดเห็นธรรม เป็นหนึ่งเดียวกับธรรม
ย่อมพ้นไปจากการเกิดตายชั่วนิรันดร์

ผมเขียนบทกวีนี้หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบลง


---------------------------------------



: วางเพื่อรู้ ; รู้เพื่อวาง :


ยิ่งหมกมุ่นในการแสวงบุญ สร้างกุศล
กลับยิ่งถูกตัณหาลูบคลำจิตจนหวั่นไหว
จงเปลื้องตนเองออกจากทะเลแห่งการเกิดตาย
เพื่อหลุดพ้นจากการเวียนว่ายในทะเลแห่งทุกข์ไปตลอดกาล

ผู้มีปัญญาและผู้ที่โง่เขลา
ล้วนแล้วแต่มี ‘พุทธภาวะ’ ในตน
ต่างกันเพียงผู้รู้แจ้งนั้นเห็นแจ้งในธรรม
ส่วนผู้ที่ยังหลง ย่อมงมงายในการเวียนว่าย

ดวงตาอ่านคำสอน ปากพร่ำภาวนา
อย่าลืมปฏิบัติที่จิต
จนกว่าจะเห็นผลแห่งการเปลี่ยนแปลง

‘หยุดค้นหา’ จึงได้ ‘ค้นพบ’
ธรรมที่แท้จริง อยู่ในตน อยู่ในจิต
อยู่ในการเห็นแจ้งจริงในจิตตน
พ้นทุกข์ได้ก็ด้วยตน
ด้วยการรู้ เห็น เป็น เปลี่ยน
เพื่อไปให้พ้นจากกิเลสและอวิชชา

‘กุศล’ คือ การเห็นแจ้งในจิตเดิมแท้ของตน
เมื่อพ้นไปจาก ‘ความเป็นตัวตน’
จึงพ้นไปจากทุกข์ทั้งปวง

แม้ทุกข์จะมีอยู่
แต่หามีผู้ที่ทุกข์อยู่ไม่
แม้จะมีการเกิด ดับ ลับ ล่วง
แต่หาได้มีผู้ที่เกิดตายว่ายเวียนไม่

การเดินทางไกลในวัฏสงสาร
นั้นใกล้ที่สุด
ใกล้เพียงพริบตาเดียว ที่เรามองเห็นความจริง
ใกล้เพียงพริบตาเดียวแห่งจิตซึ่งตื่นรู้ในธรรม

เดิมนั้น...จิตสะอาดกระจ่างใส
จึงไม่จำเป็นต้องล้างชำระด้วยสิ่งใด
สิ่งที่ขัดเกลาจึงไม่ใช่จิต
หากแต่เป็นการขจัดกิเลสและอวิชชาที่บดบังจิต
ให้เคลื่อนหายไป


นี่คือ การวางทุกสิ่งที่รู้
เพื่อรู้ในทุกสิ่งที่วาง























Create Date : 21 พฤศจิกายน 2568
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2568 5:34:32 น. 11 comments
Counter : 583 Pageviews.  

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtanjira, คุณหอมกร, คุณmariabamboo, คุณmultiple, คุณกะริโตะคุง, คุณ**mp5**, คุณThe Kop Civil, คุณปรศุราม, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณปัญญา Dh, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณnewyorknurse


 
สวัสดียามเช้าค่ะก๋า

เราก็แค่อยู่ในศีล ในธรรม ก็พอนะคะ
ไม่ต้องแสวงหาให้หมกมุ่นจนเกินไปนะคะ

บางคนบอกว่าพอแก่ตัวจะตื่นเช้านะคะ
ใช้ไม่ได้กับทุกคนค่ะ

เราจะเป็นแบบไหนน๊าาา เมื่อถึงวัยที่เรียกว่าแก่แล้ว


เช้านี้อากาศเย็นกว่าเมื่อวานแล้วนะคะ
น่าจะเข้าฤดูหนาวอย่างเป็นทางการนะคะเนี่ย

รอสมาชิกมาตั้งโต๊ะชากาแฟยามเช้านะคะ


โดย: tanjira วันที่: 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา:6:27:03 น.  

 
ชื่อนักบวชเคยได้ยินมานานแล้ว
แต่ไม่เคยหยิบมาอ่านเพราะรู้สึก
ว่ามันไม่ใช่ทางของเราคุณก๋า
พอแก่ตัวตื่นเช้าจริงๆ ใช้ไม่ได้กับใครนะ
กับคุณธัญที่เพลียจากการดูแลพ่อแม่แน่ๆ



โดย: หอมกร วันที่: 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา:6:56:56 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ก๋า เมื่อวานไข้พับเลยค่ะ
อากาศเปลียนรักษาสุขภาพค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา:7:01:59 น.  

 
ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นธรรม

เรื่องนี้จริงแท้แน่นอนที่สุดเลยเชียวครับ
พอเราผ่านชีวิตมามากเข้า เห็นคนรอบข้างเริ่มเจ็บป่วย
แล้วก็ตายในที่สุด ตัวเราก็ต้องนับถอยหลังแล้วละนะครับ

วันนี้ อาจารย์เต๊ะตื่น ตี 2 ไม่รู้เรียกตื่นเช้าหรือเปล่า 555
จัดเม้นท์ให้เพื่อนไปได้ 1คน เพื่อนน่าจะยังหลับกลิ้งอยู่เลย555

เรื่องMRI นี่ ตั้งแต่ป่วยมานี่
อาจารย์เต๊ะ ทำ MRI ครั้งแรกตอนจะผ่าไส้เลื่อน
คือ MRI ลำไส้
ครั้งที่ 2 พอมีโรคเดินเซ เวียนหัว ก็ MRI สมอง
ครั้งที่ 3 ก็ MRI หัวใจ
ครั้งล่าสุด MRI กระดูกคอ+สันหลัง

ทุกครั้ง เจาะข้อมือฉีดสีหมด
หัวใจหนักสุด เพราะต้องเจาะข้อมือ ทั้ง 2ข้าง
ที่สบายที่สุดไม่ต้องเจาะก็ ตอนทำคอ+สันหลัง นี่แหละครับ

ตอนนี้ สีน่าจะเต็มตัวแล้วละครับ 5555



โดย: multiple วันที่: 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา:8:43:02 น.  

 
สวัสดีครับ
มีสมาธิกับปัญญาแต่ไม่มีศีล(กุศล)ก็เหมือนมีหลอดไฟ มีสวิชต์แต่ไม่มีกระแสไฟเนอะคุณก๋า



ผมลืมประหลาดใจที่คุณก๋าก็รู้จักการ์ตูนเรื่อง Vagabond เหมือนกันครับ ผมเองก็ได้อ่านตอนจบแล้ว จริงๆอาจารย์คนนี้แกจะประมาณนี้ล่ะ การ์ตูนเรื่องก่อนก็ตัดจบเพราะมีปัญหากับสำนักพิมพ์ แต่แกก็ยังมาวาดเพิ่มให้บนกระดานดำในโรงเรียนแห่งนึงนะ

ส่วนเรื่องถ่ายนกนี่ รูปดีมากกว่ารูปเสียจริงๆครับ กว่าจะได้รูปทั้ง blog นั้นผมกด shutter ไปหลายพันครั้งเลย เป็นเรื่องปกติครับ

ถ้าเป็นกล้องฟิล์มสมัยก่อนนี่ล่ะถึงจะเรียกได้ว่าฝีมือจริงๆ เพราะกด 1 ทีก็เสียฟิล์มไปหนึ่งปื้นแถมกล้องก็เป็น manual หมุนโฟกัสเอง เขาจะตั้งโฟกัสในระยะความชัดที่อยากได้แล้วรอให้นกบินมาเข้าระยะแล้วถึงกดครับ กว่าจะได้รูปนึงนอกจากฝีมือแล้วดวงก็สำคัญด้วยครับ


โดย: กะริโตะคุง วันที่: 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา:8:58:27 น.  

 
แก๊งค์ผมที่ไปเที่ยวด้วยกัน มีรุ่นพี่อยู่คนนึง ชอบเข้าวัดไปทำโรงทาน ทำบุญเกือบจะทุกอาทิตย์ แกเป็นคนอารมณ์ร้อน พูดคำหยาบ ในกลุ่มก็เลยชอบแซวแกเข้าวัดแล้วได้อะไรกลับมาบ้างมั๊ยเนี่ย


โดย: The Kop Civil วันที่: 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา:10:32:16 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

" ภาพประวัติและคำสอนของเว่ยหล่าง" เล่มนี้ รู้สึกเน้น 3
เรื่องใหญ่ นะ สติ ปัญญา และ จิต ครูว่า 3 ตัวนี้ ต้องสัมพันธ์
กัน ไปด้วยกัน จึงจะถึงเรื่องของ การปล่อยวาง นั่นเอง
วันนี้ เม้นท์ ได้นิดเดียวนะ เพราะจะต้องไปงานฟังสวดเพื่อน
ครูที่ถึงแก่กรรม จ้ะ

โหวดหมวด แนะนำหนังสือ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา:16:13:44 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา:17:58:36 น.  

 
สวัสดีครับคุณป๊อป



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา:20:55:16 น.  

 
หนังสือน่าอ่านครับ
ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นธรรม
อากาศเย็นสบายครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา:0:01:12 น.  

 
ผมคุ้นๆ ว่าพี่ก๋ามีหนังสือของท่านเว่ยหล่างหลายเล่มใช่มั้ยครับ

มันก็น่าสนใจนะ วางสิ่งที่เรารู้ เพราะเรารู้อยู่แล้ว มันอาจจะตอบสนองเวลาเราต้องการใช้ออกมาในรูปแบบของสัญชาตญาณก็ได้


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 23 พฤศจิกายน 2568 เวลา:0:45:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 395 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]