มกราคม 2569
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
18 มกราคม 2569

:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 393 ::


:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 393 ::

โจทย์ --- ภาพถ่ายที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ
ผู้คิดโจทย์ --- กะว่าก๋า





: ถ่ายภาพให้เป็นภาพถ่าย :






[ ภาพนี้หมิงหมิงเป็นคนถ่ายภาพผมเอาไว้ให้ครับ]



หมิงหมิงกำลังชอบถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์ม
พยายามชวนพ่อให้ลองเข้าสู่วงการหลายครั้งหลายหน
ซึ่งผมปฏิเสธลูกโดยตลอด เพราะเคยใช้กล้องฟิล์มมาแล้วสมัยเป็นวัยรุ่น
แต่พอโลกหมุนเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคกล้องดิจิตอล
ผมไม่เคยคิดอยากจะกลับไปใช้กล้องฟิล์มอีกเลย

ดิจิตอลสะดวก ทำงานง่าย ไม่ต้องกังวลในการเลือกกดชัตเตอร์
ถ่ายเกินแบบเผื่อเหลือเผื่อขาดได้เลย ทำงานเร็ว ฯลฯ


ผมจึงไม่เคยสอนลูกถ่ายภาพเลย
เพราะเด็กรุ่นใหม่นั้นหาข้อมูลความรู้เก่งมาก
ยิ่งใช้ภาษาอังกฤษคล่อง ๆ ยิ่งเข้าถึงข้อมูลมากมายในโลกออนไลน์

โจทย์ตะพาบครั้งนี้ ทำให้ผมนึกถึงบทสนทนาเมื่อไม่กี่วันก่อน
หมิงพูดขึ้นมาว่า

“รูปของป่ะป๊าแปลกดี ไม่ค่อยเหมือนคนอื่น
ไม่ค่อยมีเรื่องเล่าในภาพ และไม่ค่อยปรากฏกาลเวลา”


ใช่ --- ภาพส่วนใหญ่ของผม
จะเน้นวัตถุในภาพเพียงจุดเดียวเป็นส่วนใหญ่
ไม่ค่อยเลือกเล่าเรื่องหรือเหตุการณ์
แต่เลือกที่จะ ‘หยุดกาลเวลา’ ใน ‘ชั่วขณะหนึ่ง’
แล้วบันทึกภาพนั้นมา
ภาพเหล่านั้นจึงมักจะเล่าเรื่องอย่าง ‘น้อยที่สุด’ และ ‘เงียบที่สุด’

เลือก 5 ภาพที่ผมชอบมาลองให้ทุกคนได้พิจารณาครับ






[ 1 ]

ภาพนี้ผมใช้กล้องดิจิตอลพานาโซนิครุ่นแรก ๆ
ถ่ายภาพไว้ได้ทัน ขณะเดินถ่ายภาพท้องฟ้าและเมฆที่ร้านเก่า
หลายปีก่อนผมตั้งใจถ่ายภาพท้องฟ้าและเมฆทุกวัน
ภาพนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญเมื่อมีนกบินผ่านเข้ามา
โชคดีมากๆที่บันทึกภาพเอาไว้ได้ทัน








[ 2 ]

ภาพดอกนางพญาเสือโคร่งที่ดอยอินทนนท์
ถ้าลองสังเกตดูดีดี จะพบว่าในภาพของผม
มักปรากฏวัตถุอยู่ 3 สิ่งอยู่เสมอ เช่น ดอกไม้สามดอก แก้วน้ำสามใบ ฯลฯ
ไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษด้วยนะครับ เป็นแค่ความบังเอิญ







[ 3 ]

ภาพนี้ได้มาตอนไปออกทริปกับน้อง ๆ ในบล็อกแก๊งที่ดอยอินทนนท์
ผมชอบภาพนี้เพราะถังขยะดูเหมือนหุ่นยนต์
น้อง ๆ ถามว่า “พี่ก๋าไปถ่ายจากตรงไหน ทำไมพวกผมไม่เห็นเลย ?”
ผมบอกว่า “ถ่ายภาพนี้ได้ ตอนที่ทุกคนเดินไปถ่ายภาพวิว”








[ 4 ]

ภาพวาดโดยศิลปินนิรนามปรากฏอยู่บนผนังของร้านอาหารตามสั่ง
ผมชอบภาพนี้เพราะปัจจุบันร้านถูกรื้อถอนไปแล้ว
ครั้งหนึ่งรอยยิ้มนี้ปรากฏอยู่ให้ทุกคนได้พบ
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสังเกตเห็นมัน






[ 5 ]

ภาพนี้เกิดขึ้นจากทริปมีตติ้งของบล็อกแก๊ง
เมื่อจบงานเราชวนกันไปถ่ายภาพที่บางปู
เป็นประสบการณ์การถ่ายภาพที่สนุกมาก
ผมได้ภาพที่ถูกใจมามากมาย
โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า
“ภาพเสีย” นั้นมีมากกว่า “ภาพที่ดี” เยอะเลย 555



 



Create Date : 18 มกราคม 2569
Last Update : 18 มกราคม 2569 18:36:44 น. 13 comments
Counter : 432 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtanjira, คุณmultiple, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณtoor36, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณปัญญา Dh, คุณmcayenne94, คุณกะริโตะคุง, คุณปรศุราม, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณสองแผ่นดิน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณChow Tu Tu


 
สวัสดียามเช้าค่ะก๋า

รูปแรกเปิดมาฝีมือหมิง ป๊าหล่อเลยค่ะ
ดูมีเรื่องราวของก๋าเลยนะคะ ...

พี่ว่ารูปที่ก๋าถ่ายบ่งบอกตัวตนของคนถ่ายได้เลยนะคะ
แต่มุมมองในการถ่ายรูปจะต่างกันออกไป

บางครั้งที่เดียวกัน คนถ่ายคนละคน
เรายังมองภาพนั้นมีความหมายต่างกันเลยค่ะ

เหมือนก๋าถ่ายรูป พี่คิดว่าทำไมก๋าถ่ายได้สวยจัง
แต่พอพี่ลองมาถ่ายดูบ้าง ทำไมเราถ่ายมาได้ห่วยจัง

เมื่อวานพี่พาน้าไปศิริราชมาค่ะ ตอนบ่ายสามฝนตกรถติดซะงั้น
กว่าจะกลับถึงบ้านก็สองทุ่มกว่าค่ะ



โดย: tanjira วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:6:26:02 น.  

 
555 นายทุนก๋า ต้องกระเป๋าเบาแน่ครับ
ถ้าหมิงๆเล่นกล้องฟิล์ม สมัยเรียนถาปัด อาจารย์เต๊ะ ก็ยังใช้กล้องฟิล์มถ่ายอยู่เลยนะครับ มันจะมีเรื่องตื่นเต้นเสมอ ตอนเอาฟิล์มไปล้าง
ว่าดีหรือเสียทั้งม้วน 555

เพราะถ้าหมุนโหลดฟิล์มไม่เข้าล็อค ถ่ายรูปเจ๋งๆได้ครั้งเดียว แต่ฟิล์มมืดดำทั้งม้วนเลย555

ค่าล้างฟิล์มก็แพงอีก จะถ่ายอะไรต้องคิดแล้วคิดอีก จะมาถ่ายเรื่อยเปื่อยไม่ได้เลยนะครับ

ส่วนเรื่องมุมมอง เวลาถ่ายนี่ อาจารย์เต๊ะ ว่า คนที่เรียนสายศิลปะมา
มุมมอง มันจะอยู่ในหัว จังหวะ composition มันจะเห็นอย่างอัตโนมัติ คือผ่านการฝึก องค์ประกอบศิลปมาจนเข้าหัวหมดแล้วนะครับ คนทั่วไปมองผ่าน แต่คนแบบคุณก๋า เห็นความงาม ความพิเศษ ของอย่างนี้ต้องผ่านการฝึกมาอย่างโชกโชนเลยนะครับ

แต่การถ่ายภาพ นกนี่ยากมาก ต้องมีโชค ยกเว้น นกในกรงนะครับ555

เรื่องการถ่ายทอดความรู้นี่ ถือเป็นการทำบุญทำกุศลอย่างนึงเลยนะครับ สมัยสอนมหาลัยนี่ อาจารย์เต๊ะ จะตั้งกลุ่มในเฟซ เอาไว้สอน นศ ด้วย เพราะ รู้ว่าในคลาส นศ ที่ตามไม่ทัน จะได้เข้ามาดู คลิปวีดีโอ การสอนทุกครั้ง นศ ของอาจารย์เต๊ะ มาเรียนตัวเปล่าได้เลย
ขอให้มีสติมาไม่เมาไม่หลับ ต้องได้อะไรกลับไปแน่ๆ555

อาจารย์ในสาขา ท่านอื่นมาเห็น วีดีโอ เสียงหล่อ ของ อาจารย์เต๊ะ นี่ ขอเข้ากลุ่มด้วยทันที บางทีก็ขอมานั่งเรียนด้วยก็แยะเลยครับ
แต่มีแต่อาจารยืหนุ่มๆ สาวๆไม่มีเลย เสียดายจัง 555





โดย: multiple วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:6:32:55 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ คุณเก๋า

ว้าววว ได้เห็นร่างทองแล้ว อาร์ตมาก
มีแต่รูปสวยๆ ทั้งนั้นเลย minimal มินิใจ

เราเคยถ่ายรูปใช้กล้องฟิล์มเหมือนกันนะคะ
เคยใส่ฟิล์มผิดล็อคเหมือนอาจารย์เต๊ะกล่าวไว้
ปรากฎว่าเสียทั้งม้วน......... เป็นท้อ

ผู้คนทางโคลอมเบีย อาหารประจำท้องถิ่นจะมีกล้วยเกือบทุกมื้ออาหารส่วนมากจะใส่ในซุป เสริฟพร้อมข้าว นะคะ จะไม่นิยมทำเป็นของหวานเหมือนบ้านเรา ตอนไปแรกๆ ก็ยังถามเลยกินข้าวกับกล้วยทอดเนี่ยนะ !!!


โดย: Chow Tu Tu วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:7:18:42 น.  

 
คุณก๋าดูเป็นเด็กสายศิลป์แบบ
คนข้างบนว่ามากๆ เลยจ้า
ลูกถ่ายให้ย่อมถ่ายที่ดูดีเสมอ
ภาพสวยดียกเว้นภาพถังขยะคุณก๋า



โดย: หอมกร วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:8:19:21 น.  

 
ฟิล์มมันแพงครับ เอาตรงๆ เลย

ภาพที่ 3 เห้นหยดน้ำเลย

ผมติดใจภาพที่ 3 ที่สุดละ จังหวะ แสงมันได้ด้วยมั้ง เลยเหมือนเป็นหุ่นยนต์

ภาพสุดท้ายเหมือนทุกอย่างในวันนี้กำลังจะจบแล้วเลยครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:10:37:03 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า


กล้องตัวแรกของบอลก็เป็นกล้องฟิล์มครับ Pantax ตอนนี้นอนอยู่ในตู้กันความชื้น ฮ่าๆๆ


ซื้อที่เมลเบิร์นครับ housemate ถ่ายรูปเก่ง ก็เลยให้ช่วยสอนให้ แล้วก็ไปลงเรียนกับมหาวิยาลัย


ฟิล์มที่ออสมีแต่ขนาด 24 รูป ถ่ายไม่สะใจครับ เลยให้ที่บ้านซื้อฟิล์ม 36 รูปจากเมืองไทยส่งไปให้เป็นแพคใหญ่ๆหลายๆแพคเลยครับ


พอถ่ายเสร็จก็ส่งกลับมาล้างที่เมืองไทย ให้ที่บ้านสแกนรูปส่งเป็นไฟล์ไปให้ที่เมืองนอก ดูวุ่นว่ยดีจัง ฮ่าๆๆๆๆ ค่าล้าง ค่าอัดรูปมันแพงครับ แล้วเค้าไม่ได้ปรับสีรูปให้เหมือนกับที่เมืองไทยด้วยครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:12:17:43 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า
ภาพสวยครับ


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:16:02:55 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

"ผมเคยคิดอยากจะกลับไปใช้กล้องฟิล์มอีกเลย"ประโยคนี้
น่าจะพิมพ์ตกคำว่า "ไม่" นะ อิอิ
ภาพที่ยกมาให้ชมทั้ง 5 ภาพ แสดงถึงตัวตนของก๋าได้
ชัดเลยว่า ชอบถ่ายรูป อิอิ และถ่ายแต่สิ่งของเป็นส่วนใหญ่ ภาพ
แสดงถึงฝีมือในการถ่ายรูปด้วยตัวเอง จ้ะ สวยทุกรูปเลย จ้ะ

โหวดหมวด ตะพาบ




โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:16:40:41 น.  

 
มุมมองภาพถ่ายสวยทุกภาพค่ะ
บางคนก็มีพรสวรรค์ เวลาดูภาพจากกล้องเพื่อนๆแต่ละคนในเฟสบุค ก็แตกต่างกัน หรือเวลาไปเที่ยว ุภาพจากกล้องแต่ละคน ก็แตกต่างกัน แต่ละคนมีอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของตัวเองนะคะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:16:41:17 น.  

 
สวัสดีครับ
คุณก๋าเลือกรูปมาแต่ละรูปมีความหมายดีทั้งนั้นเลยครับ บ่งบอกถึงระดับความคิดความอ่านในทาง abstract art ได้ในระดับสูง(ไม่ได้เน้นเรื่องราวแต่เน้นความ art ในตัวของมันเอง) ในความรู้สึกผมนะ ...ซึ่งผมทำไม่ได้แบบนั้น

ผมเลือกที่จะแสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา(ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีและไม่ดี) เคยลองนำเสนอความคิดในทาง read between the line ให้ผู้ฟังเอาไปคิดต่อแล้ว...ไปไม่รอดทุกที (ทำไมเป็นยังงี้ก็ไม่รู้เนอะ)

ผมเองก็เคยลองกดกล้อง film อยู่เหมือนกันครับ(แบบเดียวกับลูกคุณก๋าเลย ที่พอรู้จักกล้อง digital แล้วก็อยากย้อนรอยกลับไปหากล้อง film ดู) จริงๆผมก็เคยใช้กล้องฟิล์ม auto ตัวเล็กๆของคุณพ่ออยู่สมัยประถม ตอนนั้นไม่รู้อะไรหรอกครับ กดถ่ายแบบมือถือนี่แหล่ะ กล้องมัน auto ของมัน lens ก็ 35mm ไม่ก็ 28mm นี่แหล่ะ เคยเอาไปถ่ายสุริปราคาเต็มดวงเมื่อปี 2538 ด้วย ล้างออกมามีแต่จุดเล็กๆ แล้วก็มาซื้อกล้อง mechanic SLR มือสองจาก ebay เมื่อประมาณ 7-8 ปีก่อนนี่เอง รุ่นที่เลือกคือ Pentax K-1000 เป็นกล้องกลไกล้วนๆที่มีวัดแสง(ใส่ถ่าน) ในตัว ลองฟิล์มมาหลายม้วนตั้งแต่ Kodak Ultramax400 Portra800 Fuji 400H Ilford Delta400 HP5-400 หรือ Kodak Tmax400 เป็นคนชอบถ่ายด้วย film ISO400 ครับเพราะมันยืดหยุ่นดีแล้ว เจ้านายเก่าที่เป็นที่ปรึกษาในเรื่องนี้ก็บอกว่ายิ่งถ่าย iso เดิมๆไปนานๆ ความรู้สึกเรามันจะชินไปเองว่า สภาพแสงนี้ต้องตั้งค่ายังไง จะใช้งานได้ดีก็ตอนที่ตัววัดแสงในกล้องถ่านหมดนี่แหล่ะ ผมถ่ายฟิล์มไปประมาณ 10 ม้วนก็...พอกับมันละ กล้องก็นอนตู้ครับ เอาออกมากดฟังเสียง shutter เป็นบางเวลาแค่นั้น ตอนนี้ยิ่งไม่น่าหยิบออกมาใช้เพราะฟิล์มแพงมากกกก

ผมผ่านมาหลายช่วงเลย แม้แต่กล้อง digital สมัยแรก Sony Mavica ที่บันทึกภาพ 640x480 ลงแผ่น 1.44" floppy disk จนถึงช่วงที่บันทึกลง Memory stick ตอนที่ไปฮ่องกงครั้งแรกก็เคยอยากได้ DSLR เหมือนกัน ตอนนั้นเล็ง Canon 350D ไว้ แต่ก็ไม่ได้ซื้อเพราะกลัวเลนส์งอก ไปซื้อกล้อง compact Panasonic DMC-FX100 แทน จนถึงตอนนี้มันยังใช้งานได้ดีครับ (ผมไปซื้อแบตเทียบมาใช้) สายโอนข้อมูลหายไปแล้ว แต่แท่นชาร์ตยังอยู่ แบตเดิมก็บวมอยู่ในกล้อง กว่าจะเอาออกมาได้ ยังดีที่มันไม่รั่ว... เพิ่งเอาออกมาปัดฝุ่นตอนกลับมาไทยช่วง Covid นี่เอง ตอนปั่นจักรยานก็มีพกออกไปถ่ายบ้างเป็นครั้งคราวตามที่เขียนลงใน blog นี่แหล่ะครับ


โดย: กะริโตะคุง วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:17:14:26 น.  

 
สวัสดีครับพี่ก๋า
ภาพแรกแทบจะแทนตัวตนของพี่ก๋าทั้งหมดเลยครับ
เพราะเป็นมุมมองที่น้องหมิงมองผ่านเลนส์มาที่คุณพ่อของเค้า
ผมเชื่อว่าตอนที่น้องถ่าย ความรู้สึก ความทรงจำมากกว่าถูกถ่ายทอดมาห้ภาพนี่แน่นอน
ขนาดเป็นภาพถ่าย ยังรู้สึกได้เลยครับ ว่ามันถูกถ่ายด้วยความชื่นชมครับ

ผมชอบคำว่า “หนุดกาบเวลา” มากครับ
เพราะผมรู้สึกว่านั่นแหละครับ ความหมายของภาพถ่าย คือการหยุดการเวลาและหยุดเรื่องราวไว้ที่ตรงนั้น
หลายครั้งที่ความจริงเปลี่ยน แต่รูปถ่ายใบนั้นไม่เคยเปลี่ยน ความทรงจำเดิมยังคงอยู่เสมอ
เคยฟังเพลงที่ชื่อว่า Photograph ครับ
Where our eyes are never closing
Hearts are never broken
And time's forever frozen still

ภาพที่ 1 ต้องกดไวมากเลยนะครับ ถึงจะได้นกที่บินผ่านพระอาทิตย์ได้พอดี
ภาพที่ 2 โห สวยมากครับ ซุปเปอร์มาโค แต่แหม่ คำใบ้เรื่องของ 3 อย่างทำให้ผมต้องสังเกตุเลย
ภาพที่ 3 อันนี้ชอบมากครับ ถ่ายเป็นตอนเด็กต้องจิตนการณ์ว่าถังขยะเป็นหุ่นยนต์ออกเดินตอนกลางคืนแน่นอนครับ 5555
ภาพที่ 4 อ่านแล้วแอบสงสารน้องยิ้มครับ ยิ้มให้ทุกคน แต่แค่บางคนจะเห็น
ภาพที่ 5 เออจริงครับ มีนก 3 ตัวจริงๆ ด้วย 5555555
ส่วนเรื่องภาพเสียมากกว่าภาพดีเรื่องจริงครับ ผมถ่ายให้แฟน กดเป็นร้อย แฟนบอกยังไม่ได้ซักภาพ 555555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:22:25:28 น.  

 
สวัสดีตอนห้าทุ่มนะคะ คุณเก๋า

ทุกเมืองของประเทศ โคลอมเบีย จะมีสีสัน ลวดลาย
ผู้คนทางนี้ชอบสีสันสดใส มีสถานที่น่าสนใจเยอะ
มีโอกาสพาครอบครัวมาเที่ยวนะคะ
เดินถ่ายรูปเพลินเป็นแน่


โดย: Chow Tu Tu วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:23:05:00 น.  

 
ภาพสวยครับ
คุณก๋าถ่ายภาพหลับตาอีกข้างหนึ่ง ผมถ่ายภาพลืมตาทั้งสองข้าง
ตั้งแต่โควิด ไม่ได้ถ่ายภาพ ผมก็ลืมการใช้กล้องdslrไปเกือบหมด
อากาศเริ่มร้อนแล้วครับ ค่าฝุ่นเกินมาหลายวันแล้วครับ เกินไม่มากจะวิ่งครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 18 มกราคม 2569 เวลา:23:16:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 395 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]