มีนาคม 2564
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
17 มีนาคม 2564

:: การเติบโตครั้งสุดท้ายของเยาว์วัยแห่งความฝัน ::


:: การเติบโตครั้งสุดท้ายของเยาว์วัยแห่งความฝัน ::

ผลงาน : กะว่าก๋า

































 



Create Date : 17 มีนาคม 2564
Last Update : 17 มีนาคม 2564 5:02:21 น. 27 comments
Counter : 430 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณเริงฤดีนะ, คุณหอมกร, คุณblue_medsai, คุณkae+aoe, คุณทนายอ้วน, คุณSweet_pills, คุณtoor36, คุณThe Kop Civil, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณSleepless Sea, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณcomicclubs, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณความรู้นำชีวิต


 
ไม่ใช่ เฉพาะ พ่อแม่นะครับ ทีมี เครื่อง ดักความฝัน
ยังมี โรงเรียน ดักความฝัน +ครู ดักความฝัน อีกต่างหากครับ555

แต่ โรงเรียน กับครู นี่เราเลือกได้ มี รร.ทางเลือกแยะ ค่าเทอมแพงหูตูบกันเลยทีเดียวเชียว555

แต่เด็ก เลือกเปลี่ยน พ่อแม่ ไม่ได้ซะด้วยซี้ครับ

พ่อแม่ เลยเป็น ปัญหาใหญ่ ในเรื่องนี้นะครับ



โดย: multiple วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:5:24:04 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 

พุทธสวัสดีครับก๋า

ขอบคุณแง่คิดดีดี ในการเลี้ยงลูก แต่ไม่รู้ใกล้เที่ยงรึยัง ลูกจะจบ ม.๖ ละ


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:7:14:27 น.  

 
ช่วงนี้
เด็กเรียนon line ไม่ได้ไป รร
พ่อแม่ ลำบากใจหน่อย
ไม่รู้ลูกเรียนอะไร
หรือกดแต่เกมส์



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:7:55:07 น.  

 
ว่าแต่ช่วงนี้ หมิงหมิง
หนุ่มน้อยของคุณก๋ากำลังเรียนรู้อะไรอยู่นะ




โดย: หอมกร วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:8:00:01 น.  

 
ผมดูการสอบเข้าเรียน หรือสอบให้ผ่านเมื่อเข้าเรียนปัจจุบัน
แบ่งซอย ออกไปเยอะ

เหมือนส่งเสริมให้มีการเรียนพิเศษ ติว.. คนได้ประโยชน์คงเป็น อาจารย์
(บางกลุ่ม) ที่โอนอ่อนพร้อมใจกันทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

...
มองอีกในอีกแง่ เด็กต้องคอยสังเกตุครูอาจารย์เขาทำให้เห็น
ความสำคัญในการ ทำเงินได้นะ 555
ต่อไปเมื่อเอง (นักเรียนเติบโต) มาต้องทำงานให้มีขั้นตอน
แบ่งซอยให้เยอะ ถ้าไม่พอแบ่งเป็น "ตรอก" อีกก้ได้
คนจะได้เห็นความสำคัญ

เหมือนถนนในเมืองเดินโล่งดี แต่ขายของไม่ดีต้องนำกล่อง
แผงวางบนฟุตบาตมาบีบให้เล็กลง มีคนมาเมียงมองและ
ดูสินค้า ก็เหมือนมีคนสนใจสินค้า
ขายดีซิครับ... เขาเรียกว่า คนรอบข้างมีอารมณ์ร่วม คงจะ
เหมือนจ้าง คนเข้าคิวซื้ออาหาร(บางร้าน) ขายแฟรนไชร์
ได้หลายร้าน เหมือนแถวสีลมเมื่อก่อน ปัจจุบันร้านนั้นเงียบ
หรือยังมีหรือเปล่าไม่รู้

แหะ ๆ มองโลกในแง่ดี ผสมไม่ดีบ้างแต่บางทีก็เป็นความจริง
ไปละครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:8:01:04 น.  

 
นี่เป็นเรื่องที่คนเป็นแม่อย่างเราตะหนักมากๆ เลยค่ะ

เวลาคุณครูให้กรอกแบบสอบถามว่า...

"อยากให้ลูกโตขึ้นไปเป็นอะไร"

เราก็เขียน "-"

เพราะเราคิดว่า โตขึ้นเค้าอยากจะเป็นอะไร ก็ต้องแล้วแต่เค้าจะเลือก

เราไม่ควรไปคาดหวังให้เค้าต้องเป็นอะไรตามที่พ่อแม่ต้องการ

เราทำได้แค่เพียงส่งเสริมและสนับสนุนในสิ่งที่เค้าชอบ

แม้แต่เรื่องที่ลูกเล่นกอล์ฟนี่ เราก็จะคอยตามตลอดว่า

"ลูกชอบไม๊ ลูกอยากเล่นหรือเปล่า ลูกยังอยากไปลงแข่งไม๊"

ซึ่งเป็นตัวลูกเอง ที่มักจะถามเราว่า

"เมื่อไร คุณแม่จะพาไปแข่งอีก"

ซึ่งเราก็เจอหลายครอบครัวเลย ที่ลูกไม่ได้อยากเล่นกอล์ฟ แต่จับลูกมาลง แต่บางครอบครัว ลูกก็ชอบเล่นกอล์ฟจริงๆ








โดย: Love Memoirist (blue_medsai ) วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:8:59:11 น.  

 
อยากกลับไปเป็นเด็กอีกจริงๆครับ

คิดอะไร ทำอะไรก็มีจินตนาการกว้างไกลมาก

พอเป็นผู้ใหญ่พอคิดจะทำอะไรซักหน่อย เอ... มันติดอันนั้น อันนี้ จะดีมั๊นนะ คนอื่นเค้าจะคิดยังไงน๊า สารพัดสารพัน อิอิอิ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:9:37:31 น.  

 
เด็กที่เติบโตมาโดยได้เรียนรู้เรื่องสำคัญเหมือนในกรอบที่ 8
มีพื้นฐานของความสุขโดยไม่ถูกกดดันให้สานฝันของพ่อแม่
นับว่าโชคดีมากค่ะคุณก๋า
น่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพด้วยนะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:10:02:29 น.  

 
นักทำลายความฝัน

ถ้าเราติดตามข่าวจะเห็นว่า เมื่อไม่นานมานี้ มีเด็กบอกอยากเป็น ทหารอเมริกัน ครูบอกให้เขียนที่มันเป็นไปได้ คืออะไร? ครูนี่แหละตัวทำลายความฝันเด็กเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:10:36:41 น.  

 
เรื่องที่เด็กอยากเป็นทหารอเมริกา แล้วครูให้เขียนความฝันใหม่
เป็นครูที่มีทัศนคติแย่มากเลยนะคะ

ลูกเราก็เจอแบบนี้ค่ะ
คุณครูบอกไม่ให้ลูกเราไปตีกอล์ฟ
ให้ตั้งใจเรียน เด่วจะเรียนไม่ทันเพื่อน
เนื่องจาก ร.ร. ประกาศเรียนชดเชยวันเสาร์
ซึ่งเวลาลูกเราไปแข่งกอล์ฟ ลูกเราก็ต้องลากิจ วันเสาร์ค่ะ

ลูกกลับบ้านมาบอกเราว่า
โดนคุณครูว่า ครูบอกไม่ให้ไปตีกอล์ฟ
ครูบอกให้รีบกลับบ้าน ไปทำการบ้านให้เรียบร้อยก่อน
ซึ่งครูพูดบ่อยมาก เพราะลูกกลับมาบอกเราหลายครั้งเลย

ซึ่งเลิกเรียน ก็ บ่าย 4 แล้ว ถ้ามัวไปทำการบ้านก่อน
ตะวันก็ตกดินพอดี คงไม่ได้เล่นหรอกค่ะ กอล์ฟอ่ะ
เพราะกว่าจะทำเสร็จ ก็คงจะมืด มองไม่เห็นลูกกอล์ฟแล้ว
กลับจากสนาม 18.30 เราก็ให้ลูกทำการบ้าน ส่งครูทุกวัน
ไม่มีขาดตกบกพร่อง ครูยังจะมาพูดแบบนี้กับเด็กอีก

ลูกบอกเราว่า...
คุณแม่อย่าบอกคุณครูนะ ว่าเราไปตีกอล์ฟกัน เราแอบไปตีกันนะ
มิใช่จะมาบอกว่า...
คุณแม่ ป๋มไม่ไปตีกอล์ฟแล้วนะ คุณครูไม่ให้ไป

กลายเป็นว่า เด็กต้องมาหัดโกหก เพราะกลัวคุณครูว่า
ทั้งๆ ที่เราสอนลูกตลอดเวลาว่า การโกหกเป็นสิ่งไม่ดี

คุณครู เห็นเด็กมีกิจกรรมทำ ไม่นั่งติดมือถืออยู่บ้าน
แทนที่ ครูจะส่งเสริม ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุน
กลับมาพูดจาทำลายความฝัน ความตั้งใจดีของเด็ก ซะงั้น




โดย: Love Memoirist (blue_medsai ) วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:11:06:12 น.  

 
เห็นด้วยเลยครับให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข และเห็นคุณค่าในตัวเอง หลัง ๆ มานี่ข่าวครูที่โรงเรียนแพง ๆ มาทำร้ายเด็กนี่ พูดไม่ออก บอกไม่ถูกเลยครับ ยุคสมัยนี้การแข่งขันกันสูงจริง ๆ ครับ ใคร ๆ ก็อยากให้ลูกเรียนโรงเรียนดี ๆ มีเพื่อนที่ดี มีครูที่ดี


โดย: The Kop Civil วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:11:07:53 น.  

 
ใช่ค่ะ คุณก๋า
เรียนที่โรงเรียน วันละ 8 ชม.
ก็มากเกินไปสำหรับเด็กแล้วค่ะ
ไม่เคยคิดจะพาลูกไปเรียนพิเศษเพิ่มอีกเลย
(แต่ถ้าอนาคตลูกบอกอยากไปก็อีกเรื่องนึง)

เราสนับสนุนให้ลูกมีกิจกรรมทำค่ะ
เราพยายามหากิจกรรมที่ลูกชอบอยู่หลายอย่าง
จนมาพบว่า เออ ลูกเราชอบตีกอล์ฟนะ
เราก็สนับสนุนและส่งเสริมเค้าค่ะ

แต่อยู่ๆ คุณครูมาพูดแบบนี้

เปลี่ยนครูก็ไม่ได้อีก ต้องทนๆ กันไปค่ะ



โดย: Love Memoirist (blue_medsai ) วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:11:32:08 น.  

 
ผมว่าท้ายที่สุดอยู่ที่เด็กเลยละครับ เรียนที่ไหนก็ได้ถ้าเด็กเรียนอย่างมีความสุข แต่บ้านเราโรงเรียนก็มีผลเยอะเหมือนกันนะคับ โรงเรียนในเมืองกับต่างอำเภอ กระทรวงศึกษาฯ ยังแก้ไม่ได้ เรียนเพื่อสอบอย่างเดียว


โดย: The Kop Civil วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:11:32:14 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณก๋า..

พ่อ-แม่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการตัดสินใจของลูก

เด็กสมัยนี้..มีความคิดเป็นของตัวเอง..

พ่อ-แม่เป็นที่ปรึกษา เป็นเพื่อนฯลฯ

แค่นี้..ก็ดีแล้วคะ..



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:13:38:16 น.  

 
มีประเด็นอีกเยอะครับพี่ก๋า คุยกันไม่จบหรอก

เด็กเดี๋ยวนี้คุยกันจริงจังมาก และถกประเด็นที่สมัยก่อนเราเคยได้แต่สงสัยแต่ไม่กล้าถามออกมาเยอะมาก (คิดไปแล้วน่าอิจฉากว่าสมัยเราๆ มาก) ผมไปเห็นประเด็นนึงน่าสนใจ เรื่องพระคุณที่สาม ที่ว่าครูปลูกฝังความอกตัญญูให้นักเรียนโดยไม่รู้ตัวผ่านบทเพลงใช่หรือไม่? ดังจะเห็นได้จากเพลง พระคุณที่สาม ที่ร้องว่า "บุญเคยทำมาแต่ปางใดๆ เรายกให้ท่าน"

อันที่จริง บุญ-บาป มันยกให้กันไม่ได้หรอก แต่ต่อให้มันยกให้กันได้เป็นหน่วยๆ 1 หน่วย 2 หน่วย เรายกให้ครูหมดเลยหรือ? มีบุญตั้งแต่ชาติไหนๆ ยกให้หมด แล้วพ่อ-แม่ที่ทำงานแทบตาย ทำงานเลือดตาแทบกระเด็นเพื่อหาเงินให้เราไปเรียนหนังสือ แต่พอเรามีบุญ เรายกไม่มองที่พ่อ-แม่ แต่เรายกให้คนอื่น แบบนี้ไม่เรียกว่าอกตัญญู แล้วจะให้เรียกว่าอะไร มันมีประเด็นที่ผมลองพยายามคิดหาคำตอบแทนครู แต่หาข้อแก้ตัวแทนครูไม่ได้คือ ถ้าไม่มีเงินครูก็ไม่สอนเราหรอก ไม่ได้เข้าชั้นเรียนเลยด้วยซ้ำ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริง เพราะขนาดเด็กที่เรียนในชั้นยังแบ่งเกรดเป็น เด็กในชั้น กับเด็กในชั้นที่เรียนพิเศษกับครู

เราต้องทำเพื่อพรรค ผมนึกถึงประเทศจีนที่นับถือพรรค มากกว่าพ่อ-แม่นะ คล้ายกันหรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันสนุกสนานมาก ผมฟังแล้วก็ตะลึงเหมือนกันว่า สมัยก่อนเราก็เคยพูดคุยกับเพื่อนๆ แต่สมัยนี้มันมีการพูดคุยเป็นรูปธรรมมากขึ้น


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:14:13:24 น.  

 
สวัสดีครับ

มาอ่านเรื่องราวประกอบรูปสวยๆครับ
รูปประกอบเด็กๆน่ารักดีครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:17:11:35 น.  

 
สวัสดีค่ะ พี่ก๋า

เหม่งมีนิสัยและพฤติกรรมตรงข้ามกับทุกคนในบ้านค่ะ
แต่จะไปเหมือนกับพ่อของแฟนเปี๊ยบ
ส่วนแฟนเหม่งก็กลับกัน ตรงกันข้ามกับบ้านเขาค่ะ
แต่ก็มาเหมือนกับพ่อเหม่งเปี๊ยบ 5555555
รู้สึกจะเรียนรู้ คิด และตัดสินใจเองทุกอย่างค่ะ
แหกทุกกฎของบ้าน แต่ก็ทำงาน รับผิดชอบทุกอย่างด้วยนะคะ 55

คุณยายแสบมากค่ะ ซ่อนเงินไม่พอ ซ่อนของกินจนเน่าด้วยค่ะ
แอบซื้อขนมกินจนเบาหวานขึ้นก็ทำเหมือนกันค่ะ 5555
แต่ยายเสียไปตั้งแต่เหม่งยังไม่จบ ป.ตรีเลยค่ะ
ยายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงของบ้านเหม่งค่ะ
ทั้งชอบเล่าเรื่องเครียดๆ ให้ตลกโปกฮา
ทั้งโก๊ะๆ ทั้งแสบซ่า รวมเป็นยายค่ะ 555555


โดย: Princezz Matcha Latte วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:18:39:57 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า

ขอบคุณมากครับ จะไปปรึกษานะครับ

จากบล้อกวันนี้
คหสต. สำหรับเด็กแล้ว
การเรียนรู้เรื่องหน้าที่ และความรับผิดชอบ
รวมทั้งมิตรภาพและคุณค่าในตนเอง ที่คุณก๋าเขียนไว้
เป็นจุดสตาร์ทที่ดีเลยนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:18:48:51 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

"การเติบโตครั้งสุดท้ายของเยาว์วัยแห่งความฝัน" บล็อกนี้
นอกจากเหมาะกับพ่อแม่ ครู ได้อ่านแล้ว คนทั่วไปก็ควรได้อ่าน
และนำไปเป็นข้อคิดในการสอนและให้อิสระทางความคิด ส่งเสริม
ความฝันของเด็ก ๆให้เรียนรู้และสานฝันของตน ให้บรรลุเป้าหมาย
ของตนเองได้

ความคิดที่จะให้เด็ก ๆ เรียนรู้ด้วยตนเอง อย่าดับฝันของ
เด็กด้วยการบังคับให้ตามใจ ตามความต้องการของพ่อแม่ หรือ
ผู้ใหญ่ ครูคิดว่า ปัจจุบันคงดีขึ้นกว่าเดิมนะ ครูจะต้องมีบทบาท
เหมือนเจอเหตุการณ์ที่พ่อแม่บังคับเด็กให้เรียนตามใจชอบของตน
ครูต้องมีบทบาทแนะนำพ่อแม่อีกแรงหนึ่ง ก็น่าจะแก้ปัญหาได้บ้าง

โหวดหมวด งานเขียน ฯ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:18:50:25 น.  

 
สวัสดีอีกครั้งตอนเย็นๆคราบ


รีบมาขอบคุณซะก่อนที่จะไม่มีเวลาครับ พฤหัส - เสาร์ ไปเขาใหญ่คราบ


จากที่บล็อก - ของที่ร้านปลาทูไม่สดหลายอย่าง ถึงได้เกริ่นเอาไว้ในร้านครัวลุงมัน ว่าพยายามหาร้านอาหารทะเลร้านใหม่ๆที่วัตถุดิบสด ใหม่ วันต่อวัน แต่มันหายากนะครับ


ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - ร้านปลาทู เรสตัวรองท์ ชะอำ ด้วยนะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:19:35:08 น.  

 
เราต้องแข่งขันกันตั้งแต่เด็ก เครียดกันตั้งแต่เด็ก ความจริงเรียนโรงเรียนไหนก็เหมือนๆ กัน

เราอาจเจอเพื่อน เจอครูที่ดีและไม่ดีได้ เราก็ได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์


โดย: comicclubs วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:19:54:22 น.  

 
สวัสดีครับน้องแตง

ครูที่ดีและไม่ดี
ก็เป็นบทเรียนชนิดหนึ่งเหมือนกัน
พี่ก๋าก็สอนลูกชายตลอดนะ
ครูมีทั้งดีและไม่ดี
เหมือนตัวเราก็มีทั้งนิสัยที่ดีและไม่ดี
เรียนรู้ไป เป็นเรื่องดีครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:21:30:06 น.  

 

สวัสดีครับคุณก๋า

ระบบการศึกษาของบ้านเรา หลายอย่างควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงครับ
ผมเห็นด้วยที่สุด และเห็นด้วยมานานแล้ว

ที่คุณก๋ากล่าวมาทั้งหมดนั้น ถูกต้องที่สุดครับ

ข่าวดี คือ
ตอนนี้มีโรงเรียน King’s College International School Bangkok
มาเปิดการเรียนการสอนที่กรุงเทพแล้ว
เป็นโอกาสอันดีที่เด็กไทย จะได้เรียนหลักสูตรทัดเทียมกับต่างประเทศ

ข่าวร้าย คือ
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด เข้าเรียนตั้งแต่ อายุ 2-18 ปี
รวมแล้ว 15 ล้านบาท

นั่นคือธุรกิจการศึกษาอย่างแท้จริงครับคุณก๋า



โดย: สีเมจิก (สมาชิกหมายเลข 5106714 ) วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:22:20:45 น.  

 
สวัสดีอีกครั้งครับคุณก๋า

เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวาน เจอเพจๆ นึงนำบทความรีวิวการ์ตูนของผม
(ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี 59) ไปลง ตอนเจอคือมือไม้สั่นมาก โกรธ
เลยเอาลิงก์รีวิวพันทิปนี้ไปแปะในคอมเม้นท์
เค้าก็ขอโทษ และจะแก้ใส่เครดิตให้ เค้าว่าได้มาจากไลน์
ผมก็ถามไปว่าขอดูได้มั้ย แคปมาให้ก้ได้ เค้าก็เงียบไป
แต่สักแป๊บเค้าก็แก้ใส่เครดิตให้
และอีกแป๊บนึงเค้าตัดสินใจลบโพสต์ๆ นั้นไปจากเพจ
ผมเลยไม่ได้เอาความอะไรต่อ แต่ก็แคบไว้ทันนะครับ

ทีนี้นึกถึงในบล็อกว่า เอ๊ะ เคยเห็นบางบล็อกมีการจัดห้ามคลิกก๊อปคำได้ด้วย ผมไม่รู้ว่าต้องไปกำหนดที่ไหนน่ะครับ

แต่อีกใจก็มาคิดว่า ถ้าคนมันจะก๊อป
ต่อให้ต้องกดพิมพ์ใหม่ เค้าก็จะทำ จริงมั้ยครับ

เพิ่มเติมว่า ผมก็เคยไปรีวิวบทความเดียวกันไว้ในกลุ่มการ์ตูน
ใน FBด้วย
หรือเค้าอาจจะก๊อปๆ กันมาจากที่นั่น
ซึ่งก็ไปจัดการลบแล้วเมื่อวานครับ

ร่ายซะยาวเลย รบกวนปรึกษาครับ
ป.ล. เรื่องแต่งบล็อก ผมก้ไม่เป็นเช่นกันครับ ^^


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:23:27:55 น.  

 
เรียนหนัก + กวดวิชาอีก จบมาใช้ความรู้ในตำราน้อยมาก ทำงานไม่ตรงกับสาขาที่จบอีก
(ยกเว้นในบางสาขา)





โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 17 มีนาคม 2564 เวลา:23:59:23 น.  

 
คุณก๋าสอบได้ที่ 1 เป็นผลจากความเชื่อมั่นและตั้งใจจริงนะคะ
หากเด็กหันมาสร้างความเชื่อมั่นด้วยตัวเอง
หรือได้รับกำลังใจแทนคำบั่นทอนจิตใจได้
ความสำเร็จน้อยใหญ่ก็คงอยู่ไม่ไกลค่ะ

ฝันดีค่ะคุณก๋า



โดย: Sweet_pills วันที่: 18 มีนาคม 2564 เวลา:0:03:59 น.  

 
ให้แง่คิด ภาพสวย น่าอ่าน


โดย: ความรู้นำชีวิต วันที่: 18 มีนาคม 2564 เวลา:4:23:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 375 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]