: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - วันนี้คือของขวัญของชีวิตและความรักอยู่รอบตัวเรา :
: วันนี้คือของขวัญของชีวิตและความรักอยู่รอบตัวเรา :เขียน : ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์


หนังสือ ‘วันนี้คือของขวัญของชีวิต’ และ ‘ความรักอยู่รอบตัวเรา’ คือหนังสือที่เขียนและเรียบเรียงขึ้นจากประสบการณ์จริงของคุณอรทัย ชะฟู ผู้เคยผ่านการเป็นผู้ป่วยมะเร็งสองครั้ง จนกลายมาเป็นจิตอาสาผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย“มีเพียงผู้ผ่านศึกสงครามเท่านั้น จึงจะรับรู้ความสูญเสียเจ็บปวดได้อย่างแท้จริง”เฉกเช่นกัน ... ผู้เคยผ่านโรคภัยไข้เจ็บรุนแรง ย่อมมองเห็นและเข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วยอื่นได้ดีขึ้น เมื่อมองผ่านความเจ็บปวดของตัวเอง ผ่านประสบการณ์ตรง การเรียนรู้กระบวนการรักษาโรค ความหวัง ปาฏิหาริย์ ฯลฯ ใครไม่เคยพบเจอสิ่งเหล่านี้ ย่อมยากในการซึมซับรับรู้ความรู้สึกเดียวกันกับผู้ที่เคยสัมผัสมันมา
ความป่วยไข้ การเฉียดตาย ย่อมทิ้งร่องรอยความสงสัยไว้ในความคิด บางคนไม่อยากตาย แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ไปเพื่ออะไร ? บางคนอาจรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่อยากทำหรือยังมีความเป็นห่วงเป็นใย แต่กลับไม่เหลือเวลาในชีวิตมากพอให้จัดการสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นได้ ต้องจากไปพร้อมความห่วงกังวล ทุรนทุรายในใจ
แม้ความตายทำให้เราเห็นคุณค่าความหมายของการมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้และยอมรับความจริงในข้อนี้ได้ ในทุกขณะที่รู้ว่าเราใกล้จะตาย แต่ใจยังเต็มไปด้วย ‘ความกลัว’ นั่นย่อมสร้างความทุกข์ใจอย่างมากมายมหาศาล ไม่นับรวมกับความเจ็บปวดทางกาย ซึ่งในที่สุดก็จะส่งผลทางใจ จนทำให้คนไข้รู้สึก ‘อยากตาย’ มากกว่า ‘อยากหาย’ เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป
ทุกครั้งของการเยี่ยมเยียนผู้ป่วย เราจึงมักได้ยินคำพูดว่า
“สู้ ๆ นะ” “เดี๋ยวก็หาย” “ไม่เป็นไรหรอก”
ความหวังดีมาในรูปแบบยาสมุนไพรที่คนนั้นคนนี้กินแล้วหาย วิธีการรักษาที่ผิดแผกแตกต่างออกไป การชวนไปวัดไปทำบุญไปบวชไปสะเดาะเคราะห์ ฯลฯ ทั้งหมดมาพร้อมกับความหวังดีและความปรารถนาว่าผู้ป่วยจะหายจากโรคร้ายได้ แต่สิ่งที่ไม่ควรหลงลืม คือ คนที่ต้องเผชิญหน้ากับโรคร้าย คือ ตัวผู้ป่วยเองเท่านั้น
การเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดและโรคภัย จึงส่งผลทั้งต่อคุณค่าในตนเอง ความรู้สึกผิด ความกลัว ความห่วงใยคนที่อยู่ข้างหลัง เรื่องราวในอดีตที่ยังติดค้างคาใจ ความเหน็ดเหนื่อยล้า อ่อนแรง ฯลฯ ไม่ว่าอารมณ์ด้านบวกหรือลบ ล้วนถาโถมเข้ามา สร้างความรู้สึกทั้งเปี่ยมกำลังใจหรือทำให้หมดอาลัยตายอยากในชีวิตได้ แม้จากคำพูดเพียงประโยคเดียว
หนังสือทั้งสองเล่ม เรียบเรียงขึ้นจากประสบการณ์ตรงของผู้สูญเสียคนในครอบครัว ภาวะอารมณ์สุดท้ายของผู้ที่กำลังจะจากไป ทำอย่างไรจึงจะให้เขา ‘ตายดี’ เพื่อเป็นการ ‘ตายอย่างมีศักดิ์ศรี’ ของความเป็นมนุษย์
และแน่นอน...ขณะที่เรากำลังส่งผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้จากไปด้วยดี กระบวนการทั้งหมดที่ทำอย่างถูกต้อง ย่อมส่งผลให้ผู้ที่ยังอยู่ ไม่ต้องรู้สึกผิดติดค้างคาใจใดใดด้วยเช่นกัน เหมือนกับที่หนังสือเขียนไว้ว่า
“ให้การเดินทางช่วงสุดท้ายของชีวิต เป็นช่วงเวลาแห่งการให้ความหมายต่อชีวิต ให้ความหมายต่อมิตรภาพ ความสัมพันธ์ และร่องรอยบางประการที่ยังคงอยู่ เป็นสัญลักษณ์ว่าครั้งหนึ่งเราได้พบกับใครบางคน ได้อยู่ร่วมกับใคร เราเกิดมาเพื่ออะไร”
เพราะที่สุดแล้ว...’ความรัก’ ควรเป็นสิ่งที่เราทุกคนนำติดตัวไป ในห้วงเวลาของการลาจาก การจากลาด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกัน ย่อมทำให้วินาทีที่เราจากกันนั้น เปี่ยมคุณค่าดังหนึ่ง ‘ของขวัญแห่งชีวิต’ นั่นเอง













| Create Date : 12 มกราคม 2569 |
| Last Update : 12 มกราคม 2569 4:53:50 น. |
|
14 comments
|
| Counter : 384 Pageviews. |
|
 |
|
|
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณmultiple, คุณtanjira, คุณหอมกร, คุณkae+aoe, คุณtuk-tuk@korat, คุณInsignia_Museum, คุณThe Kop Civil, คุณmcayenne94, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณกะริโตะคุง, คุณปัญญา Dh, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณปรศุราม, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน |
โดย: multiple วันที่: 12 มกราคม 2569 เวลา:5:31:57 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 12 มกราคม 2569 เวลา:6:36:56 น. |
|
|
|
โดย: หอมกร วันที่: 12 มกราคม 2569 เวลา:7:03:56 น. |
|
|
|
โดย: mcayenne94 วันที่: 12 มกราคม 2569 เวลา:10:47:24 น. |
|
|
|
โดย: กะริโตะคุง วันที่: 12 มกราคม 2569 เวลา:12:08:53 น. |
|
|
|
โดย: ปัญญา Dh วันที่: 12 มกราคม 2569 เวลา:12:45:30 น. |
|
|
|
โดย: mcayenne94 วันที่: 12 มกราคม 2569 เวลา:19:20:14 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 12 มกราคม 2569 เวลา:22:04:00 น. |
|
|
|
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 12 มกราคม 2569 เวลา:23:14:19 น. |
|
|
|
| |
โรคมะเร็งนี่ เดี๋ยวนี้เป็นกันแยะมาก ญาติพี่น้อง อาจารย์เต๊ะ ก็ตายจากไปหลายคนด้วยโรคนี้ครับ
อาจารย์เต๊ะ ยังมีโอกาส ดูแลผู้ป่วยโรคนี้ด้วยนะครับ
คือ พ่อเป็น มะเร็งต่อมลูกหมาก โรคนี้เป็นโรคยอดฮิตของผู้ชายเลยนะครับ
แต่ก็พบระยะแรก ก็พยายามรักษาจนหาย
แต่ ความตายไม่เคยยอมแพ้ มาพ่อไปด้วยโรคตืดเชื้อในกระแสเลือดครับ
กำลังใจของผู้ป่วยและคนใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญมาก
ผู้ดูแลก็ต้องเข้มแข็งมากๆ เพราะถึงตอนที่ต้องตัดสินใจ
ว่าจะตายอย่างมีศักดิ์ศรี หรือ ยื้อกันสุดชีวิตนี่
มันจะมีเรื่องให้คิดให้เลือกให้ตัดสินใจ ไม่มาก
แต่ละทางก็จะบีบคั้นหัวใจของ ญาติพี่น้อง ลูกหลานกันสุดๆเลยนะครับ
เฟอร์นิเจอร์เก่า นอกจากมีความงามคลาสสิคแล้ว ก็มีเรื่องราว
และคุณค่าทางใจมากมายเลยนะครับ อาจารย์เต๊ะ เก็บทุกอย่างจนเต็มบ้านไปหมดแล้วครับ 555