กุมภาพันธ์ 2569
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
10 กุมภาพันธ์ 2569

: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ – วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร :


: วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร :
อรรถาธิบาย : หลี่ อี้ หยู
แปล : ลูกศิษย์โง่









‘วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร’ รู้จักกันในชื่อ ‘พระสูตรเพชร’ (Diamond Sutra)
เป็นอีกหนึ่งพระสูตรสำคัญในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน
ที่เน้นการบำเพ็ญ ปรัชญาปารมิตา (ความสมบูรณ์แห่งปัญญา)
ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การตรัสรู้

แก่นคำสอนสำคัญที่ถูกนำมาเน้นย้ำและสอนมากที่สุดในวัชรปรัชญาปารมิตาสูตร
คือ หลักการเกี่ยวกับ ศูนยตา (ความว่าง) และ อนัตตา (ไม่ใช่ตัวตน)

เพื่อชี้ให้เห็นว่า ทุกสิ่งเป็นเพียง ‘ปรากฏการณ์ชั่วคราว’ และ ‘ว่างเปล่าจากความเป็นแก่นแท้’
การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใด ๆ ก็ตาม จึงนำมาซึ่งความทุกข์
การเข้าใจและใช้ปัญญานี้ตัดผ่านความยึดติดเป็นหัวใจของการบรรลุธรรม



--------------------------------------



ผมอ่านหนังสือเล่มนี้จนจบ ; แต่ไม่จบ
แม้อ่านจนครบ แต่กลับไม่พบเนื้อหาที่เข้าใจ
นั่นอาจเป็นเพราะหนังสือเล่มนี้
พยายามที่จะ ‘อธิบาย’ เนื้อหาในพระสูตรมากเกินไป
จนกลายเป็นการอธิบายซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ
ด้วยศัพท์แสงที่เข้าใจยาก
ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกวกวน งุนงง สับสน

ผมเคยอ่าน ‘วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร’ มาแล้วหลายรอบ
หลายเล่ม หลายสำนวนแปล
แต่ละเล่มให้อรรถรสในการอ่านที่แตกต่างกันไป
แม้เล่มนี้อ่านแล้วยากที่จะเข้าใจ
แต่ ‘แก่นธรรมคำสอน’ ก็ไม่ได้หายไปไหน
การอ่านพบเจอ ‘คำ’ เพียงไม่กี่คำในเล่ม
ก็คล้ายมอบความกระจ่างแจ้งกลางใจให้อีกครา

อ่านจบ แต่เหมือนไม่จบ
บางที...
การอ่านโดยไม่อ่านนั่นแหละ
คือ การอ่านที่แท้จริง

ผมเขียนบทกวีนี้หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ









: เพชรตัดทำลายมายา :


ในความเงียบ
ถึงซึ่งความรู้แจ้งในความจริง

ทุกสิ่งที่เกิด
ที่เกิดทุกสิ่ง
ทั้งรูปและนาม
ล้วนแปรเปลี่ยนไป

และเธอรู้ไหม
สิ่งใดคือสิ่งที่คงอยู่ก่อนความคิดจะเกิด ?
สิ่งใดคือสิ่งที่คงอยู่หลังความคิดดับไป ?

อย่าเห็นเพียง
บุปผาในแววตา
จันทราในกระจก
สิ่งเหล่านั้น
เป็นเพียงสิ่งลวงตาลวงใจของเธอ

หนึ่งสติ
ทำลายความโง่เขลานับหมื่นชาติ

หมื่นรู้
มิสู้ปล่อยวาง




 



Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2569
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2569 4:26:26 น. 11 comments
Counter : 743 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณtanjira, คุณหอมกร, คุณกะริโตะคุง, คุณ**mp5**, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณThe Kop Civil, คุณtuk-tuk@korat, คุณSand Of Time, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณnewyorknurse, คุณChow Tu Tu, คุณmcayenne94, คุณทนายอ้วน, คุณปรศุราม, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณปัญญา Dh


 
หมื่นรู้
ก็มิสู้ปล่อยวาง

ทุกสิ่งที่อุตส่าห์เล่าเรียน ขวนขวายหาความรู้มา
ตั้งแต่เด็ก จนมา ป ตรี ป โท และอื่นๆอีกมากมาย
เพื่อจะใช้ในการดำรงชีวิต
ตอนนี้เริ่มจะปล่อยวาง ไม่ต้องใช้อีกแล้วนะครับ

หนังสือเล่มนี้ อ่านยากตั้งแต่ชื่อแล้วละครับ555

ฟังการใช้ชีวิตของคุณก๋าแล้ว
บางครั้งชีวิต คนเรา อะไรที่มันดีอยู่แล้ว
ก็ไม่จำเป็น จะต้องไปดิ้นรนเปลี่ยนมันนะครับ
เพราะบางที เปลี่ยนไปแล้ว แย่กว่าเดิมก็บ่อย
เพราะฉะนั้น อย่าหาเรื่องดีกว่านะครับ 555





โดย: multiple วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:6:06:01 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะก๋า

ขนาดก๋าอ่านยังไม่ค่อยเข้าใจ แล้วพี่จะเหลือเหรอคะ



(คิดถึงเมื่อหลายวันก่อน)
บางครั้งเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ต้องปล่อยไป
เหตุการณ์อาจดีขึ้นเอง โดยไม่ต้องดิ้นรนหาทางแก้นะคะ

ช่วงนี้อากาศเย็นอีกแล้วค่ะ ฝุ่นก็มีด้วย

อ.เต๊ะมาแล้วนะคะรอคุณหอมกรค่ะ



โดย: tanjira วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:6:29:44 น.  

 
สายเม้นท์ก่อนเจ็ดโมงมากันครบแล้ว
เสิร์ฟน้ำชาในร้านให้แขกได้คุณก๋า
หนังสืออ่านเข้าใจยากไม่ต้องแนะนำจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:6:37:24 น.  

 
ในทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นที่ยอมรับกันนะครับว่า จักรวาล เอกภพนั้นเริ่มต้นด้วยเศษเสี้ยวหนึ่งในความว่างเปล่าก่อนที่จะเกิด Big bang ครั้งใหญ่ (แต่จักรวาลจะเกิดจากความว่างเปล่าได้อย่างไรนั้น...คงต้องไปค้นคว้ากันอีกยาว )

ซึ่งสุดท้ายแล้วจักรวาลของเราก็มีโอกาสที่จะกลับคืนสู่ความว่างเปล่าอีกก็ได้นะครับ เป็นวัฏจักรอย่างที่ปรัชญาจากหลายๆที่ไว้เหมือนกันนะครับ ผมว่าวิทยาศาสตร์กับปรัชญาทางศาสนาก็มีบางส่วนเชื่อมกัน


โดย: กะริโตะคุง วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:8:33:55 น.  

 
สติกับปล่อยวางใช่มั๊ยครับ ถ้าทำได้ตลอดผมว่ามีความสุขมาก ๆ เลย


โดย: The Kop Civil วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:10:19:19 น.  

 
ยากแต๊เจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:13:16:08 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

" วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร" อย่างที่หลายคนในบล็อกบอกว่า
เห็นชื่อเรื่องแล้ว ครูก็คิดเหมือนกับพวกเพื่อนเหมือนกันนะ ว่า ชื่อ
เรื่องก็มีความรู้สึกว่า ยากแล้ว อิอิ ขนาดก๋ายังบอกว่า อ่านแล้ว
หลายรอบยังไม่เข้าใจนัก แต่ก็สามารถเขียนด้วยบทข้อคิดของตนเอง
ได้ นี่นา แสดงว่า ก็ต้องอ่านแล้วเข้าใจได้มากพอควรแหละ ไม่งั้น
คงเขียนออกมาไม่ได้หรอก เนาะ
"เพชรตัดทำลายมายา" ชอบการตั้งชื่อนี้ เพชรหมายถึงสิ่งที่
แข็ง มีค่ามาก จึงสามารถทำลายสิ่งต่าง ๆ ได้ มายา เป็นสิ่งที่ไม่
จริง หลอกลวง เพชร น่าจะเปรียบได้กับจิตที่แข็งแกร่ง สามารถตัด
สิ่งลวงตาต่าง ๆ ได้แน่นอน ดังนั้น ถ้าจิตเราแข็งแรง ย่อมหลีกพ้น
จากสิ่งหลอกตา หลอกใจได้แน่นอน เนาะ
โหวดหมวด แนะนำหนังสือ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:18:15:58 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ เช้าวันอังคารที่ 10 นะคะ

สถานีต่อไปวาเลนไทน์ เอ๊ยยย ไม่ใช่ วันมาฆบูชา....

คุณเก๋าเป็นักอ่านตัวยงจริงๆ มีหนังสือปรัชญา ข้อคิดเยอะแยะเลย



โดย: Chow Tu Tu วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:19:11:20 น.  

 
เล่มนี้ดีมากๆเลยค่ะ
กลับมาได้สองวัน
แว่บหนึ่งใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
ก็รู้ขึ้นว่า
สมัยพุทธกาล ยังไม่มีพระไตรปิฏก
ดังนั้น การรู้แจ้ง ไม่ได้อยู่ที่พระไตรปิฏก
ช่วงนี้ไม่ได้อ่านหรือฟังพระไตรปิฏก
ได้แต่ดูสภาวธรรมเท่านั้นเองค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:19:33:59 น.  

 
การเข้าใจและใช้ปัญญานี้ ตัดผ่านความยึดติด เป็นหัวใจของการบรรลุธรรม
พระอรหันต์บางองค์ ลูบผ้าแล้วบรรลุธรรม

ฝนตกหนักเมื่อวาน ไล่ฝุ่นpmไป น่าจะวิ่งได้หลายวัน




โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:23:22:36 น.  

 
บางครั้งเยอะเกินไปก็งง พอเข้าใจได้ครับ เดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยได้เข้าถึงหนังสือลักษณะนี้เท่าไหร่ อย่าว่าแต่หนังสือลักษณะนี้เลย การ์ตูนก็ไม่ค่อยได้อ่าน ฮือๆๆๆ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:21:19:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 395 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]