มกราคม 2569
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
10 มกราคม 2569

: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ – การเดินทางครั้งสุดท้ายของพ่อ :


: การเดินทางครั้งสุดท้ายของพ่อ :
เขียน : JIJA








ไม่มีใครหลีกหนีจากความพลัดพรากจากลาและความตายได้
แต่เราเลือกได้ว่าอยากให้ฉากสุดท้ายของชีวิตจบลงแบบใด
นี่อาจเป็นการ ‘ตัดสินใจเลือก’ ร่วมกันระหว่างผู้กำลังจากไปกับคนที่ยังอยู่


‘การเดินทางครั้งสุดท้ายของพ่อ’ หรือ ‘Last chapter of My dad’
เขียนโดย JIJA
เป็นบันทึกการเดินทางสู่ห้วงลมหายใจสุดท้ายของคุณพ่อของผู้เขียน
ซึ่งเลือกวิธีการดูแลรักษาแบบประคับประคอง

หนังสือมีความหนาเพียง 70 กว่าหน้า
แต่เต็มไปด้วยบันทึกความรู้สึกของลูก ๆ ภรรยา และคุณหมอ
ที่ได้ร่วมดูแล ‘ความรู้สึก’ ของคุณพ่อซึ่งป่วยระยะสุดท้าย
ให้ท่านได้อยู่อย่างมีความสุข ปล่อยวางความกังวลใจ
ได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ เช่น การร้องเพลง การเดินทางท่องเที่ยว
การได้กินอาหารอร่อย ๆ ที่เป็นของโปรด

‘ทางเลือก’ อาจไม่ใช่ ‘ทางรอด’
แต่การเลือกทางที่ดี ทำให้การใช้เวลาร่วมกันในช่วงท้ายของชีวิต
เป็นช่วงเวลาที่ ‘สงบและงดงาม’


ตัวหนังสือพาคนอ่านเดินทางไปเรื่อย ๆ
ฉายภาพและประวัติของคุณพ่อ
ให้เห็นตัวตนของลูกผู้ชายคนหนึ่งซึ่งยอมรับและเข้าใจ
เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง

ชอบประโยคนี้ที่คุณ JIJA เขียนไว้


“การที่คนหนึ่งจะออกจากความเศร้าโศกได้
ต้องอาศัยความรัก กำลังใจ และความใส่ใจ
จากคนรอบข้างเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าอย่างไร
การสร้างกำลังใจให้ตัวเอง การเข้าใจในสัจธรรมของโลกอย่างแท้จริง
และการยอมรับในความธรรมดาของธรรมชาตินั้น
จึงจะช่วยให้เราอยู่กับความสูญเสียได้อย่างมีสติ”



คนที่จากไปก็จากไปแล้ว
ส่วนคนที่ยังอยู่ก็ต้องอยู่ต่อไป
อยู่เพื่อ ‘ทำหน้าที่’ ของตนให้ดีที่สุด
และพร้อมจากไป...เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากลา
ผมเขียนบทกวีนี้เมื่ออ่านหนังสือจบลง


----------------------------------------------



: ตายเพื่อตื่น :

การจากลา
ไม่เคยเป็นเพียงแค่ “คำอำลา”
แต่คือครูผู้สอน
ว่าไม่มีสิ่งใดอยู่กับเราได้ตลอดไป

ความตาย
ไม่ใช่เงามืดซึ่งคุกคาม
หากคือแสงไฟ
ที่ทำให้เรามองเห็นคุณค่าของชีวิต

ทุกย่างก้าว
คือการเดินทางไปสู่ปลายทางเดียวกัน
แต่ละวัน
คือการเตรียมใจสำหรับชีวิต “ครั้งสุดท้าย”

ผู้ที่เข้าใจการจากลา
ย่อมเข้าใจการอยู่ร่วม
ผู้ที่มองเห็นความตาย
ย่อมรู้จักการมีชีวิตอย่างเต็มเปี่ยม

ในความว่างเปล่า
การพลัดพราก คือ เรื่องธรรมดา
ในความสงบ

ความตาย
คือ การกลับบ้านด้วยความเข้าใจความจริง

ความรัก ความห่วงใย ความคิดถึง
ทั้งหมดจะหลอมรวมอยู่ในทุกลมหายใจ
ของคนที่เธอรักและรักเธอ


 



Create Date : 10 มกราคม 2569
Last Update : 10 มกราคม 2569 6:06:34 น. 15 comments
Counter : 328 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณtanjira, คุณmultiple, คุณmcayenne94, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณกะริโตะคุง, คุณNENE77, คุณปรศุราม, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณSleepless Sea


 
ปีใหม่แล้วคุณก๋าก็ยังชวนมรณานุสติอยู่
วันนี้จะมีใครเข้ามาเจริญมรณานุสติบ้างนะ



โดย: หอมกร วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:6:08:54 น.  

 
คุณก๋ามีคนไปรำพึงรำพัน
ว่าวันนี้คุณก๋าอัพบล็อกช้าจ้า
มีความผิดนะเนี่ย


โดย: หอมกร วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:6:23:33 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะก๋า

ถึงตอนนี้สำหรับพี่ การจากลา เป็นสิ่งที่พี่เข้าใจที่สุดค่ะ
(แต่ไม่เข้าใจคนที่ยังอยู่มากกว่า 555)

ถึงเวลาหนึ่ง คนที่เรารักที่สุดก็ต้องหายไปจากชีวิต
ตอนมีชีวิตก็ทำให้ดีที่สุดก็พอนะคะ ....

แต่สำหรับใครบางคน ความเศร้าที่เกิดจากการจากลา
ไม่ได้ออกไปจากตัวเขาได้ง่ายๆเช่นกันค่ะ
พี่เห็นได้จากน้าผญที่พี่ดูแลอยู่นี่แหละค่ะ
น้าผช จากไป4ปีแล้ว น้าผญ บอกว่ายิ่งนานยิ่งคิดถึง
แรกๆนี่ไปไหนเรียกไปด้วยทุกที่ กินอะไรก็เรียกกินด้วย
พี่เข้าใจนะคะ แต่ว่ายิ่งทำมันก็ยิ่งฝังลึก บางครั้งเหมือนเข้าใจค่ะ
พอหลังๆไม่เรียก แต่จะคิดว่าเสียดายจังเวลาอยู่ไม่ได้ออกไปไหนด้วยกันบ่อยนัก
จะพูดทุกครั้งเวลาไปกินอะไรนอกบ้านค่ะ ถามว่าน้าเข้าใจการจากลาไหม
เขาเข้าใจนะคะ เพียงแต่ทำใจยังไม่ได้เท่าไหร่ค่ะ

ก๋าอาการดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ ถ้าไม่ดีพี่ว่าไปหาหมอน่าจะดีกว่านะคะ
ยิ่งอากาศแบบนี้ ต้องทำตัวให้อุ่นๆไว้ค่ะ (พี่บอกพ่อแบบนี้ทุกวัน
)

พี่เข้ามาบล็อกก๋ารอบนึงแล้วค่ะ แต่ก๋ายังไม่อัพบล็อกใหม่
พี่เลยไปคุยกับน้องจันทร์มาก่อนค่ะ ไปที่คุณหอมกรมาแล้วด้วยนะคะ



โดย: tanjira วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:6:32:35 น.  

 
555 สงสัยคุณก๋า มัวแต่ล้างจานเพลิน ลืมอัพบล็อกนะครับ 555

เรื่องการจากลานี่ เป็นเรื่องที่ต้องเจอทุกคน แต่ก็ยากจะทำใจ ถ้าไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนนะครับ

ที่บ้าน ช่วงหลังมานี่ สมาชิกในครอบครัวก็ทยอยป่วย เข้า รพ
แล้วสุดท้ายก็จากไป ครบหมดแล้วครับ เหลือแต่ อาจารย์เต๊ะ นี่แหละ
ที่ยังสู้ชีวิตอยู่ เพราะ สมบัติยังใช้ไม่หมดเลยครับ 555

วันนี้ อาจารย์เต๊ะ ลงรูปโต๊ะไม้สักที่ นั่งกินข้าวเล่นจานบิน สมัยเด็กๆให้ดูแล้วนะครับ 555



โดย: multiple วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:8:45:58 น.  

 
ที่บ้านอาจารย์เต๊ะ มีโต๊ะกินข้าว 6 ที่ อยู่ 3ชุดครับ
แต่อาจารยืเต๊ะ นั่งกินข้าว คนเดียวทุกวัน 555

โต๊ะกลมตัวนี้มีความหลังเพราะใช้มาแต่เด็ก
เลยขุดมาคืนชีพ รำลึกความหลังสมัยเด็กครับ 555



โดย: multiple วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:10:08:57 น.  

 
ตอนแรกคิดว่าเป็นหนังสือของสามีคุณพี่ซองซะอีกค่ะ
มีบันทึกเรื่องราว คุณพ่อไว้อย่างละเอียด ช่วง palliative treatment
ทุกคนต้องผ่านช่วงเวลานี้ เตรียมตัวเตรียมใจไว้
ทั้งคนเดินทาง และคนที่รอส่งเป็นสิ่งที่ดีค่ะ
แต่ท้ายที่สุด ไม่มีใครส่งเลยก็เป็นการดีอีกแบบ
เตรียมไว้ทุกขณะเหมือนจากกันได้ทุกเวลา ดีที่สุดค่ะ
นึกออกแล้วค่ะ เมื่อวานเช้ามาเขียนบ้านคุณก๋าแต่เช้า
เขียนยาวมาก แล้วไม่ได้กดส่ง ทำโน่นทำนี่ลืม หายไป
นึกได้ว่า บ้านคุณก๋า เหมือนสภากาแฟ สมัยเด็กจะมีร้านกาแฟ
ที่มีผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ทำงาน ไปนั่งดื่มกาแฟคุยกันแบบนี้ค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:10:33:25 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:11:28:02 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

"การเดินทางครั้งสุดท้ายของพ่อ" เรื่อง การรักษาในวาระสุด
ท้ายของชีวิต แบบที่หนังสือเล่มนี้เขียนถึง ครูเคยอ่านเฟสบุ๊ค นะ
ครูว่า ดีนะ ถ้าเรารู้ว่า โรคที่เราเป็น ไม่มีโอกาสรักษาให้หายได้
เราก็สามารถเลือกวิธีที่จะอำลาจากโลกนี้ไปด้วยวิธีการของเราเอง
ลูกหลานเข้าใจและทำตามเราโดยมีหมอคอยดูแลรักษาตามอาการไป
เหมาะสำหรับครอบครัวที่เขามีความพร้อม และให้ความอบอุ่นแก่ผู้ที่
กำลังจะอำลาจากพวกเขาไป จ้ะ แต่สำหรับครู ถ้าเป็นไปได้ ขอให้ไปแบบเฉียบพลัน ไม่ต้องลำบากคนอื่น ซึ่งเราเองก็ไม่มีคนรอบข้าง
ที่จะเลือกวิธีที่เขียนมานี้ เนาะ อิอิ
เรื่องความตาย การพลัดพรากจากกัน ทุกคนรู้อยู่แล้ว ว่า
เราต้องเจอกันทุกคน เพียงแต่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่รู้นะ
แต่ถึงเวลาคนที่เรารักจากไป เราก็อดเสียใจ เศร้าโศกไม่ได้ เนาะ
เฮ้อ ! ชีวิตที่ยังอยู่ในวัฏสงสาร ก็ต้องเป็นเช่นนี้ เนาะ
โหวดหมวด แนะนำหนังสือ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:11:46:00 น.  

 
สวัสดีครับ

ผมก็เพิ่งไปงานศพญาติมาที่แปดริ้วครับ ชีวิตคนเราจะดำเนินไปดีแค่ไหนก็สิ้นสุดลงที่ความตายจริงๆครับ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อีกนัยหนึ่งผมกลับยินดีที่ญาติผมคนนี้จากไปอย่างสงบ ไม่ทรมานท่ามกลางครอบครัวของลูกๆและภรรยาของท่าน(ถึงแม้ว่าในวาระสุดท้ายจะมีโรคหลายโรคก็ตาม)



โดย: กะริโตะคุง วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:16:55:36 น.  

 
เป็นการจากลาที่ทุกคนต้องลาไปในวันหนึ่ง
ทุกวันนี้ยิ่งไม่แน่นอนกว่าเมื่อก่อนนะคการใช้ชีวิตแต่ละวัน
ภัยพิบัติจากธรรมชาติเกิดขึ้นในหลายประเทศ เกิดบ่อยและถี่ขี้น
บ้านเราเองปีที่แล้วแผ่นดินไหว ปีนี้ได้แค่ภาวนาว่าจะไม่เกิดอีก ไหนจะน้ำท่วมหนัก
ตอนนี้ก็หนาวมาก ไม่เคยรู้สึกหนาวเท่านี้ตั้งแต่มาใช้ชีวิตอยู่ปริมณฑลยี่สิบกว่าปี



โดย: NENE77 วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:20:19:47 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า

หนังสือเล่มเล็ก บางทีก็สร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนกันนะครับ
ตอนนี้บ้านคุณก๋าก็หนาวมากใช่ไหมครับ
ขนาด กทม. ยังหนาวเย็นเลย ยิ่งเช้ามืดหรือดึกๆ ยิ่งหนาวครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:21:03:36 น.  

 
การจากลามันเศร้าจริงๆ ครับ กว่าจะทำใจได้ ไม่ว่าจะเป็นการจากลาลักษณะไหนก็ตาม ยิ่งถ้าจากไปแบบกระทันหันยิ่งเศร้า เห้นของๆ คนที่จากไป นึกถึงบรรยากาศที่เขายังอยู่ มันคิดวนไปวนมาไม่หยุดเลยล่ะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:21:17:15 น.  

 
เป็นหนังสือที่ดีครับ
เตรียมตัวก่อนจากลา ทำสิ่งที่ชอบ หมดห่วง ปล่อยวาง ได้ไปอย่างสงบ

อากาศเย็นเหมือนเมื่อวานครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:23:17:58 น.  

 
ทักทายตอนดึกครับคุณก๋า

แวะมาอ่านรีวิวหนังสือกับบทกวีครับ
บล็อกของตัวเองยังไม่ได้เปิดเลยครับ
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังด้วยครับ


โดย: Sleepless Sea วันที่: 10 มกราคม 2569 เวลา:23:28:35 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ครับคุณ Sleepless Sea



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 มกราคม 2569 เวลา:6:15:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 395 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]