ธันวาคม 2568
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
7 ธันวาคม 2568

: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ – บทรำพึงก่อนนอนหลับฝัน เล่ม 1 :


: บทรำพึงก่อนนอนหลับฝัน เล่ม 1 :
บรรยาย : ภควัน ศรีรัชนี
แปล : พจนา จันทรสันติ










ผมอ่าน ‘บทรำพึงก่อนนอนหลับฝัน เล่ม 2’ จบไปก่อนนานนับปี
กว่าจะตามหา ‘บทรำพึงก่อนนอนหลับฝัน เล่ม 1’ ได้ ต้องรอนานพอสมควร
และเมื่อได้มา...ผมก็ลงมืออ่านจนจบในรวดเดียว

หนังสือชุด ‘บทรำพึงก่อนนอนหลับฝัน’ ของ ภควัน ศรีรัชนี หรือ ท่าน OSHO นั้น
คล้ายหนังสือรวมแนวคิดทางด้านศาสนธรรมของท่านโอโช
แม้ท่านจะอ้างอิงแนวคิดจากหลากหลายคำสอนในทุกศาสนา
แต่เมื่อผ่านการเล่าโดยตัวท่าน คำสอนยาก ๆ เหล่านั้นกลับฟังเข้าใจมากขึ้น
การใช้ภาษากวีที่งดงามในการอธิบายหลักธรรม
ทำให้คำสอนโบราณ...คล้ายบทกวีที่ผนึกความดี ความงามและความจริงเข้าไว้ด้วยกัน


การศึกษาหลักธรรม คือ การเรียนรู้ที่จะอยู่กับ ‘ความกลัว’ ของตัวเอง
ยิ่งกลัว เรายิ่งถอยห่างจากศาสนา และหันไปพึ่งพานับถือความเชื่อที่บิดเพี้ยนไปจากความจริง
ยิ่งกลัวและเข้ามาหาศาสนาแบบผิ ด ๆ เราจะพบว่าตนเองกลายเป็นเหยื่อ
กลายเป็นลูกค้าที่ต้องจ่ายเงินเพื่อทำลายความกลัว
ต้องซื้อเครื่องรางของขลัง ต้องกราบไหว้บูชาสิ่งต่าง ๆ
ต้องพึ่งพาคำทำนายมากมาย
เพื่อให้ตนเองหวาดกลัวอนาคตน้อยลง เจ็บปวดจากอดีตน้อยลง
โดยหารู้ไม่ว่า...เรากำลังถอยห่างจากปัญญาในตน
ถอยห่างจากพระเจ้าที่เราเฝ้าแสวงหาและศรัทธา


‘การภาวนา’ คือ การย้อนมองส่องตน
ย้อนกลับมายังต้นธารแห่งการตื่นรู้
และนั่นคือ ‘แก่นแท้ของศาสนธรรม’
ไม่ว่าจะเป็นศาสนธรรมของศาสนาใด

เราจะตื่นขึ้นมาจากความหลับใหลได้อย่างไร
หากไม่เคยรู้ว่าตนเองตื่นอยู่ในความมืด
และหลับอยู่ในความสว่าง

สิ่งเก่า-สิ่งใหม่ --- การหลับและการตื่น ฯลฯ
ดังเช่นคำสอนที่ท่านโอโชกล่าวไว้ :



“การเติบโต หมายถึง ความกล้าที่จะละทิ้งสิ่งเก่า และกล้าที่จะรักสิ่งใหม่
และนี่ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องกระทำเพียงครั้งเดียว หากจะต้องกระทำอยู่ทุกขณะ
เพราะทุกขณะนั้นเองที่บางสิ่งได้กลับกลายเป็นสิ่งเก่า
และสิ่งใหม่ ๆ กำลังมาเคาะอยู่ที่ประตู
เมื่อใดก็ตามที่สิ่งนี้เกิดขึ้น จงรับฟังสิ่งใหม่และอย่าใส่ใจในสิ่งเก่า

สิ่งเก่ากระทำหน้าที่ดุจพันธนาการ ขณะที่สิ่งใหม่นำเสรีภาพมาให้
สัจจะเป็นสิ่งใหม่เสมอ พระเจ้าคือสิ่งสดใหม่
สดใหม่ดุจดังหยาดน้ำค้างในแสงอาทิตย์ยามเช้า”



ผมเชื่อว่าเราทุกคนสามารถเข้าถึงสภาวะ ‘หยาดน้ำค้าง’ นี้ได้เสมอ
และ ‘แสงอาทิตย์ยามเช้า’ ก็ยังสาดแสงเสมอในทุกอรุณรุ่งแห่งชีวิต


ผมเขียนบทกวีนี้หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบลง


----------------------------------------------



: นักเดินทางแห่งจิตวิญญาณ :


ยิ่งกลัว
ยิ่งถอยห่างจากปัญญา
ยิ่งถอยห่างจากปัญญา
ยิ่งถอยห่างจากศรัทธา

อย่ามัวเสียเวลาชีวิต
ในการค้นหาศรัทธา
แต่จงภาวนา
เพื่อค้นพบ ‘ศรัทธาที่แท้จริง’
ในตน

ความกลัวช่างน่ากลัวยิ่งนัก
มันก่อร่างสร้างโลกอันระทมขมขื่น
เมื่อใดที่ใจกลัว
สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือพระเจ้าที่สร้างขึ้นจากความกลัว
ย่อมมิใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือพระเจ้าที่แท้จริง
เป็นเพียงที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอันจอมปลอม

อย่านำ ‘ศรัทธา’ ของเธอไปปนเปื้อนกับ ‘ความกลัว’
แต่จงผสาน ‘ศรัทธา’ เข้ากับ ‘ความกล้าหาญ’ และ ‘ปัญญา’
นั่นคือ หนทางแห่งการค้นพบ
นั่นคือ หนทางแห่งการภาวนา
นั่นคือ หนทางซึ่งล่วงลึกเข้าไปสู่สิ่งที่เธอ
ไม่เคยพบ ไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยสัมผัสรับรู้

‘ความงาม’ หลอมรวมกับ ‘ความรัก’
‘ความรัก’ หลอมรวมกับ ‘ความจริง’
ผู้มีศรัทธากล่าวว่า “พระเจ้าคือความรัก”
ส่วนผู้มีปัญญา กล่าวว่า “ความรักคือพระเจ้า”

เมื่อเธอเห็นโยงใยสัมพันธ์ในทุกสรรพสิ่ง
เธอจะเห็น ‘ความเป็นหนึ่งเดียวกัน’ ของทุกสรรพชีวิต
เมื่อลมหายใจเข้า คือ ‘ความรัก’
ลมหายใจออก คือ ‘ความรัก’
เธอไม่จำเป็นต้องรับรู้ด้วยซ้ำว่าเธอรักใคร
เพียงเธอ ‘ได้รับ’ และ ‘มอบความรัก’ ออกไป
ด้วยใจเมตตาอย่างแท้จริง

ในความศักดิ์สิทธิ์ มีเพียง ‘สภาวะซึ่งดำรงอยู่’
มิได้มีตัวบุคคลใดให้ยึดติด

เมื่อสิ้นสงสัย
‘ชีวิต’ ของเธอย่อมมิใช่ปรัชญาซึ่งต้องค้นหาคำตอบ
หากแต่เป็นภาวะอันเลื่อนไหลไปในการตื่นรู้
เมื่อเธอเห็นสิ่งต่าง ๆ อย่างแจ้งชัด
สิ่งธรรมดากลับกลายเป็นสิ่งพิเศษ
และสิ่งที่พิเศษสุดกลับกลายเป็นความธรรมดา


“จงเรียนรู้ที่จะไม่มีอยู่”

นั่นคือ การอยู่อย่างไม่ยึดมั่นถือมั่นในความมีตัวตน
นี่คือ หนทางแห่งการหลุดพ้น
นี่คือ การเผชิญหน้ากับชีวิตอย่างกล้าหาญ
นี่คือ การเห็นความจริงในตัวเอง
นี่คือ มหาสมุทรในหยดน้ำ
นี่คือ หยดน้ำในมหาสมุทร
นี่คือ หมุดหมายอันแท้จริงของนักเดินทางแห่งจิตวิญญาณ

ถ้อยคำสุดท้ายที่ฉันมอบไว้ให้กับโลกนี้


“จงตระหนักรู้ในความจริงซึ่งอยู่ภายในตัวเธอ”


















































Create Date : 07 ธันวาคม 2568
Last Update : 7 ธันวาคม 2568 5:12:49 น. 10 comments
Counter : 760 Pageviews.  

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณcyberlifenlearn, คุณmultiple, คุณปรศุราม, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณหอมกร, คุณปัญญา Dh, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณนายแว่นขยันเที่ยว


 
แวะมาโหวต


โดย: cyberlifenlearn วันที่: 7 ธันวาคม 2568 เวลา:6:42:44 น.  

 
เมื่อก่อนเก็บไว้เป็นเครื่องรางกันผี
เดี๋ยวนี้นักการเมืองเก็บไว้กันสรรพากรกับ การตรวจสสอบ


โดย: cyberlifenlearn วันที่: 7 ธันวาคม 2568 เวลา:6:44:16 น.  

 
ความเชื่อและศรัทธาในทางที่ผิด นี่น่ากลัวมาก
ประเทศเรานี่ ไม่ว่าจะทำอะไร ต้องบนบานศาลกล่าว
ขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ช่วยเหลือ
แล้วถ้าเกิดสำเร็จ ขึ้นมานี่ ในใจให้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้เครดิตไป 80 %
ความสามารถเรา แค่ 20 เองนะครับเนี่ย 5555

เรื่องหลอกลวงกันนี่ ค้นพบว่า คนรวยยิ่งรวยมาก
ก็ยิ่งทุกข์มากนะครับ อย่างในข่าว ให้เพื่อนโกงไปเป็น 100ล้าน
ของเรา มีไม่มาก โดนหลอกโดนโกง ก็ทุกข์น้อยหน่อยนะครับ 555



โดย: multiple วันที่: 7 ธันวาคม 2568 เวลา:8:40:31 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog

สาขา อันดับที่ ผู้เขียน Blog

Best of the blog กะว่าก๋า


โดย: **mp5** วันที่: 7 ธันวาคม 2568 เวลา:11:28:05 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

"บทรำพึงก่อนนอนหลับฝัน เล่ม 1" ชื่อ คำแรก ทำให้
คิดถึง วรรณคดีไทยเรื่องหนึ่ง คือ รำพึงในป่าช้า ที่เคยเรียนและ
เคยสอนนักเรียน เป็นหนังสือร้อยกรองที่ไพเราะ และให้แง่คิดในการ
ดำรงชีวิต คล้าย ๆ กับหนังสือของท่านโอโช เล่มนี้
เล่มของ ท่านโอโช เน้นให้รู้จักตนเอง อย่ากลัวในสิ่งที่ไม่
ควรกลัว แล้วเราจะพบความเป็นจริงของชีวิต ไม่ต้องไปค้นหา
ความเป็นจริงจากทีใด ครูเห็นด้วย นะ ชีวิตต้องตั้งอยู่ในหลักแห่ง
เหตุและผลเสมอ ไม่ใช่ศรัทธาที่ไม่มีเหตุผล เนาะ
โหวดหมวด แนะนำหนังสือ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 7 ธันวาคม 2568 เวลา:11:39:32 น.  

 
จงเรียนรู้ที่จะไม่มีอยู่
อ่านแค่นี้ก็มึนแล้วคุณก๋า



โดย: หอมกร วันที่: 7 ธันวาคม 2568 เวลา:14:03:35 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า
วันนี้มาอ่านข้อคิดความรู้ครับ


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 7 ธันวาคม 2568 เวลา:14:55:50 น.  

 
ผมยังไม่ค่อยเข้าใจความกลัวที่หนังสือกล่าวถึงเท่าไหร่ครับ อ่านดูแล้วเหมือนหมายถึงการหลงผิด หรือการเข้าใจผิด อะไรแบบนี้มากกว่าถึงทำให้ห่างไกลจากธรรมะ

ผมอาจจะคิดไม่ถึงก็ได้ เพราะผมเป็นคนที่เชื่อว่า เราก็จะได้ผลกระทบจากสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราได้มาคือหยาดเหงื่อแรงงาน คือกรรมที่ตัวเราเองได้รับ การพึ่งพาตัวเองคือสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิตของผม การจะได้มาซึ่งอะไรซักอย่าง มันไม่มีทางลัด เป็นการทุ่มเทของเราเองล้วนๆ


โดย: กะริโตะคุง วันที่: 7 ธันวาคม 2568 เวลา:14:55:52 น.  

 
สวัสดีครับคุณป๊อป

ขอบคุณที่แวะมาอ่านบล็อกผมนะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 ธันวาคม 2568 เวลา:21:10:20 น.  

 
ถ้ามีเล่ม 2 ยังไม่มีเล่ม 1 ถ้าไม่ได้อยากอ่านจริงๆ ผมจะรอเล่ม 1 ก่อนครับ เมื่อก่อนอ่านเล่ม 2 ก่อนได้ เดี๋ยวนี้ทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ส่วนหนึ่งอาจเพราะเวลาในชีวิตน้อยลงเลยคิดว่ารอก่อนๆ เดี๋ยวรอเล่ม 1 มาก่อน อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้

ผมรู้สึกว่าช่วงไตรมาส 4 ที่กำลังเผชิยอยุ่นี้ครูมันโหดจริงๆ เฆี่ยนตีไม่หยุดเลย

ผมอาจจะกำลังหาคำตอบให้ตัวเองอยู่ก็ด้ว่าตัวเองคือใคร มาทำอะไรบนโลกแห่งนี้


ป.ล. ว่าจะไล่อ่านบล็อกที่ค้างไว้ 4-5 วัน มันใช้เวลามากกว่าที่คิดจริงๆ (ยังไม่หมดน้อ แต่พักก่อนละ เวลาจำกัด หมดเวลาคือต้องหยุด)


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 ธันวาคม 2568 เวลา:22:09:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 395 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]