ธันวาคม 2568
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
2 ธันวาคม 2568

: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - สนทนากับอาร์เนอ เนสส์ ; เจ็บหรือที่จะคิด ? :


: สนทนากับอาร์เนอ เนสส์ ; เจ็บหรือที่จะคิด ? :
เขียน : David Rothenberg
แปล : อรวรรณ คูหเจริญ นาวายุทธ








ถ้ามองเพียงหน้าปก ผมคงไม่ซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่าน
เพราะเดาไม่ออกว่าหนังสือเล่มนี้เขียนเกี่ยวกับอะไร ?
ผมไม่รู้จักอาร์เนอ เนสส์ มาก่อนเลยว่าเขาเป็นใคร ?
มีความน่าสนใจอย่างไร ?
และเพราะอะไรหนังสือจึงชื่อ “เจ็บหรือที่จะคิด ?”


---------------------------------------


David Rothenberg ใช้เวลายาวนานหลายปีในการแวะเวียนไปพูดคุย
กับ Arne Nasess นักปรัชญาผู้มีชื่อเสียงชาวนอร์เวย์
เขาลงทุนเดินทางข้ามป่าข้ามเขาหลายชั่วโมง
เพื่อเดินเท้าเข้าไปพูดคุยกับ Arne Nasess ในกระท่อมกลางหุบเขา
หากไม่สนิท บทสนทนาคงไม่ลุ่มลึก
หากไม่คุ้นเคย คงไม่มีทางได้รับรู้เรื่องราวตั้งแต่วัยเด็กจนวัยชราของเขาอย่างแน่นอน



Arne Nasess เป็นใคร ?
เขาคือศาสตราจารย์ที่มีอายุน้อยที่สุดทางด้านปรัชญา ด้วยอายุเพียง 27 ปีเท่านั้น
แนวคิดของสปิโนซ่าและคานธีมีผลกับแนวคิดของ Arne Nasess เป็นอย่างยิ่ง
เขาชอบปีนเขาเป็นชีวิตจิตใจตั้งแต่วัยเด็กจนวัยชรา
และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้เขาสนใจแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม
จนสร้างปรัชญาที่มีชื่อเสียงระดับโลกทางด้าน ‘ระบบนิเวศวิทยาเชิงลึก’
เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในท่ามกลางกระท่อมเล็ก ๆ กลางหุบเขา
นั่งอ่านหนังสือ อยู่ในห้องแคบ ๆที่แทบไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใด ๆ
เขาเขียนหนังสือและตำราวิชาการมากมายหลายเล่ม
ลงเขากลับมาสอนหนังสือเป็นครั้งคราว
ส่งมอบแนวคิดเชิงปรัชญาให้กับสังคมได้นำไปคิดต่ออย่างสม่ำเสมอ


หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นจากบทสนทนาของชายหนุ่มกับนักปรัชญาวัยชราอายุ 70 กว่าปี
อายุซึ่งห่างกันราว 30 ปี ทำให้บทสัมภาษณ์มีลักษณะคล้ายพ่อสอนลูก ครูสอนศิษย์
‘คำถาม’ มีตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวอย่างประวัติในวัยเด็ก ไปจนถึงแนวคิดเชิงปรัชญา
การทำงานเชิงสังคมและด้านสิ่งแวดล้อม

ผมชอบประโยคนี้ของ Arne Nasess เขากล่าวไว้ว่า



“น้ำหยดหนึ่ง ซึ่งแยกตัวมาจากมหาสมุทรย่อมมลายหายสูญไป
โดยมิได้ก่อประโยชน์อันใด แต่หากมันยังคงเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแล้วไซร้
ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของเกียรติภูมิอันรุ่งโรจน์ที่ได้แบกรับกองเรืออันเกรียงไกร
ไว้ในอ้อมกอดแห่งท้องทะเล”



ความรู้ของคน ๆ หนึ่งจะเกิดประโยชน์
ก็ต่อเมื่อเขาส่งต่อแนวคิดนั้นไปสู่สังคมวงกว้างนั่นเอง


---------------------------------------


บทสนทนาของ Arne Nasess กับ David Rothenberg
ทำให้ผมนึกถึงบทสนทนาระหว่างผมกับอาแปะ ซึ่งได้พูดคุยกันอย่างยาวนานหลายปี
แม้ตอนนี้เราจะคุยกันน้อยลงมากแล้วก็ตาม เพราะอาแปะมีอายุ 80 กว่าปี
เริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพและความจำมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในวัยหนุ่ม ผมได้อาแปะผู้ทำหน้าที่เหมือนกับ Arne Nasess
คือคอยตอบคำถามและข้อสงสัยจำนวนมากมายของผมในเรื่องราวต่าง ๆ
ทั้งการเมือง ธรรมะ เศรษฐกิจ และมุมมองการใช้ชีวิต
ช่วงวัยหนุ่มของผม อาแปะจะขับรถมาที่ร้าน นั่งคุยกันครั้งละ 2-3 ชั่วโมงเกือบทุกวัน
ผมลงทุนซื้อเครื่องบันทึกเสียงอันเล็ก ๆ เอาไว้เพื่อบันทึกเสียงการพูดคุยระหว่างเราเก็บไว้
จนกลายเป็นหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งซึ่งผมชอบในเนื้อหามาก ๆ (แต่ยังไม่มีโอกาสนำไปตีพิมพ์)
คงเหมือนกับที่ David Rothenberg เขียนไว้ว่า



“เมื่อเราแบ่งปันโลกแห่งความเป็นจริงร่วมกันนั้น
เราจะได้พบกับสถานที่ซึ่งภาษาจะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ความหมายและไม่สลักสำคัญ
ที่ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดใด ๆ และในที่แห่งนั้น
สรรพสิ่งทั้งมวลจักต้องดำรงอยู่ร่วมกัน”



ทุกวันนี้ ‘ปรัชญาและความคิด’ ของอาแปะยังคงไหลเวียนอยู่ในคำถาม-คำตอบ
มากน้อย --- ย่อมส่งผลต่อความคิดความอ่านของผมอย่างแน่นอน



‘สนทนากับอาร์เนอ เนสส์ ; เจ็บหรือที่จะคิด ?’

จึงกลายเป็นหนังสืออีกเล่มที่ผมชอบ
ชอบโดยไม่ต้องมีเหตุผลหรือตอบออกมาเป็นคำพูดว่าชอบเพราะอะไร ?






































Create Date : 02 ธันวาคม 2568
Last Update : 2 ธันวาคม 2568 4:51:41 น. 14 comments
Counter : 610 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtanjira, คุณหอมกร, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณmultiple, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณThe Kop Civil, คุณEmmy Journey พากิน พาเที่ยว, คุณmcayenne94, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณปัญญา Dh, คุณปรศุราม, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณnewyorknurse


 
สวัสดียามเช้าค่ะก๋า

บางตอนของชีวิตพี่เคยมีคิดว่า
เราจะใช้ชีวิตไปวันๆไม่ได้นะ
เราอย่าหายใจทิ้งไปวันๆเลย
ลุกมาทำอะไรที่เป็นประโยชน์ แค่กับตัวเองก็ยังดี

ชีวิตน่าอัศจรรย์จริงๆค่ะ

เช้านี้อากาศอุ่นขึ้นอีกนะคะ ฝนจะตกอีกเหรอคะ
น่าจะเป็นเพราะภาวะโลกร้อนกำลังเล่นงานโลกเรานะคะ

เช้านี้น่าจะยังไม่มีใครมานะคะ




โดย: tanjira วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:6:25:25 น.  

 
การเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิต
ของผู้เกิดมาก่อนเป็นสิ่งที่ผู้เกิด
มาทีหลังที่มีประสบการณ์ชีวิต
น้อยกว่าพึงกระทำหละคุณก๋า
้เพื่อที่เราจะได้ดำเนินชีวิตได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมดีงามจ้า
พักนี้จารย์ไม่แวะมาแต่เช้านะ
ไม่รู้ว่ายังสบายดีปกติหรือเปล่า



โดย: หอมกร วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:6:35:56 น.  

 
ผมว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่สื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนะ ประมาณว่า การกระทำ สีหน้า คำพูด มันบอกได้ สมองก็คิดอะไรทำอะไรได้เยอะกว่า ก็เลยรู้สึกว่าชีวิตมีอะไร มีการตั้งเป้าหมายให้ชีวิต


โดย: กะริโตะคุง วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:7:50:56 น.  

 
ถ้า มี บทสนทนาของ Arne Nasess กับ David Rothenberg เป็นภาคภาาาอังกฤษ แล้ว
ของภาคภาษาไทย ต้อง เจอกับ คุณกะว่าก๋า ปะทะ อาแปะ ถึงจะเหมาะครับ เขียนเลยครับ ตัดแบ่งเวลา ล้างจาน มาเขียนเลยครับ
ไหนๆก้มีข้อมูลพร้อมอยู่แล้วนะครับ อาจารย์เต๊ะ เชียร์เต็มที่ครับ 555

ตอนนี้ มองไปทางไหน ก็มีแต่ สว มีแต่คนแก่ เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดครับ ไม่ว่าจะ ตาม รพ ตามห้าง สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
แต่ที่น่าห่วงสุดคือ งบประมาณที่ต้องจ่าย บำนาญ ค่ารักษาพยาบาล 30บาท บัตรทอง นี่มหาศาลมากกก
ส่วนเบี้ยคนชรานี่น้อยไม่เท่าไหร่

ยกตัวอย่าง เพื่อนบ้าน อาจารย์เต๊ะ นี่ ทำงานธนาคารของรัฐ 3คน
รับบำนาญ คนละ 50000 ก็ 150000 เข้าไปแล้วนะครับ นี่แค่บ้านเดียว ทั้งประเทศ ไม่รู้เท่าไหร่ ไม่อยากจะคิดนะครับ 555



โดย: multiple วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:8:13:44 น.  

 
สวัสดีครับคุณกะริโตะคุง

การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากจริงๆครับ
บางครั้งมันไม่ต้องผ่านการสื่อสารด้วยคำพูดหรือถ้อยคำด้วยซ้ำ
เพราะบางความรู้สึก
ไม่สามารถอธิบายผ่านถ้อยคำหรือภาษาได้เลย




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:10:11:29 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

" สนทนากับอาร์เนอ เนสส์ ; เจ็บหรือที่จะคิด ?" หนังสือ
เล่มนี้ เกิดขึ้นได้ ต้องชมนักเขียนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ เพราะเขามี
ความพยายามดั้นด้นไปนั่งสนทนากับนักปราชญ์ อาร์เนอ เนสส์
นักปราชญ์ที่อายุน้อยที่สุดที่ปลีกวิเวกไปอยู่บนเขาสูงศึกษาธรรมชาติ
และบันทึกเป็นข้อคิด คติธรรม คำสอน และนำไปเผยแผ่ ก็อย่างที่
เธอ เปรียบเทียบตัวเองกับอาแปะ กับผู้เขียนเรื่องนี้กับ อาร์เนสส์
และที่เธอเขียนอยู่ทุกวันนี้ ก็เรียกว่า นำความรู้ ข้อคิด ต่าง ๆ ที่
ได้จากการอ่านมาเผยแพร่ ครูจึงถือว่า เธอได้ทำหน้าที่ ทำบุญ
ด้วยตัวหนังสือ ผู้อ่านได้อ่าน และได้เลือกสรรข้อคิด คติธรรม ที่
ตรงกับจริตของตนไปใช้ประยุกต์กับตัวเอง ย่อมเกิดประโยชน์อย่าง
แน่นอน จ้ะ
วันนี้ ทำให้รู้จักประวัติของ นักปราชญ์ที่อายุน้อยที่สุดอีกคน
อาร์เนอ เนสส์ ผู้รักการสันโดษอย่างแท้จริง

โหวดหมวด แนะนำหนังสือ





โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:10:24:31 น.  

 
ระบบนิเวศวิทยาเชิงลึก น่าสนใจมากครับ
คุณก๋ามีบันทึกเทปเสียงของอาแปะไว้ด้วย สมกับเป็นคิงออฟบล็อกเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:12:02:18 น.  

 
แวะเข้ามาเยี่ยมค่ะ อ่านแล้วได้แง่คิดมากมายเลย


โดย: Emmy Journey พากิน พาเที่ยว วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:15:04:26 น.  

 


โดย: หอมกร วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:15:14:45 น.  

 
อย่าถามว่าแผ่นดินให้อะไร
ถามว่า เราให้อะไรแก่แผ่นดินบ้าง
ชอบประโยคนี้ค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:20:06:48 น.  

 
หนังสือน่าสนใจครับ
เป็นการใช้ชีวิตเพื่อประโยชน์ต่อคนอื่นๆ

อากาศไม่หนาวเย็นแล้วครับ เย็นแบบน่านอน



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 2 ธันวาคม 2568 เวลา:23:18:00 น.  

 
จริงๆ ผมกลับมาแล้วครับ บล็อกล่าสุดนี่แหละ ให้เทพธิดามาอยู่ข้างกายเลย แต่พอดีไม่อยากให้พลาดสารพัดหน้าของเรนะ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 3 ธันวาคม 2568 เวลา:1:12:53 น.  

 
ผิดบล็อก ปกติผมจะพิมพ์ไว้ที่อีกบล็อกแล้ค่อยก็อปปี้ไปวาง


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 3 ธันวาคม 2568 เวลา:1:14:52 น.  

 
อันสุดท้ายนี่น่าสนใจ บาวครั้งการที่เราไม่เลือก ก็เป็นการเลือกเหมือนกัน ซึ่งบางครั้งมันอาจเลวร้ายกว่าก็ได้เพราะโดนสถานการณ์บังคับให้เลือก


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 3 ธันวาคม 2568 เวลา:1:24:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#21


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 395 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]