...There she goes...
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
13 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
Expert Witness

ตอน Expert Witness


ฮัลโหล ยังจำกันได้รึเปล่าคะ Smiley... ถามอย่างนี้เพราะหายไปช่วงนี้ยาวเลย  ก็เหมือนเคยค่ะ ยุ่งเรื่องนู๊นเรื่องนี้ บ่นให้หลายคนฟังว่ารู้สึกเหมือนคอนโทรลชีวิตตัวเองไม่ได้เลย ได้แต่ปล่อยให้ไหลไปตามกระแสน้ำ ไม่มีเวลาตั้งตัวเพื่อคิดพิจารณาตัดสินใจระยะยาวเลย แต่ก็ชั่งเหอะ มีงานทำดีกว่าไม่มีเป็นไหนๆ เกิดมาทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม Smiley เหมือนอย่างเรื่องที่จะเล่าคราวนี้ .... หนึ่งในหลายๆความยุ่งเหยิง ก็คืองานบริการวิชาการให้แก่สังคม ซึ่งจัดเป็นภาระงานหนึ่งของอาจารย์มหาวิทยาลัย งานนี้เรียกว่า Expert Witness ค่ะ ...


Exprt Witness


 ครูแป๋วถูกเชิญไปให้การเป็นพยานต่อศาล หน้าที่ก็คือให้ข้อมูลในเชิงวิชาการตามหลักความจริงทางวิทยาศาสตร์ ... แว่บแรกที่ถูกเชิญ ครูแป๋วนึกถึงละครเรื่อง Law and Order ขึ้นมาทันใด เรื่องโปรดของครูแป๋วเลยละ ฉากทนายว่าความในคอร์ทนั้นเท่ห์สุดๆ  Smileyดูขลัง-ทรงพลัง อา ฝันที่เป็นจริงนะนี่ เกือบจะอ้าปากเซย์เยสไปง่ายๆแล้วค่ะ แต่พอมีคนทักว่า งานหนักมากนะ แถมอยู่ดีๆหาเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลทำไม ก็ทำให้เกิดความลังเลใจ อืมม จะคุ้มกันมั๊ยว๊า ... ลังเลแล้วทำไง ก็ถามคนรอบข้างสิคะ พวกผู้ใหญ่บอกว่าอย่าเลย แต่ส่วนที่เหลือ (รวมทั้งกัลยาณมิตรที่น่ารักในพันทิป) ยุให้ทำไปเห๊อะ เป็นประสบการณ์ชีวิต ครูแป๋วคิดๆแล้วก็ลุยค่ะ ตามวิสัยชอบลองของใหม่ๆ  Smiley...


Law&Order


 งานนี้ถือว่าเป็นงานใหญ่ เพราะเป็นการฟ้องกันระหว่างบริษัทต่างชาติสองบริษัทที่มามีธุรกิจในประเทศไทย บริษัทที่มีชื่อเสียงทั้งคู่ซะด้วย ญี่ปุ่นทั้งคู่ค่ะ ไม่รู้ว่าฝ่ายแพ้ต้องทำฮาราคีรีรึเปล่า ...  การเป็นพยานแบบนี้มันไม่ใช่การไปยืนในศาล แล้วเค้าจะถามว่า วันนี้เวลานี้ คุณทำอะไรอยู่ เจอใครมั่ง (ถ้ามันง่ายอย่างนี้ก็คงจะดีหรอก) แต่มันเป็นการตอบคำถามในเชิงเทคนิคการผลิต เอกสารเยอะมาก และมันออกแนวคณิตศาสตร์ ทนายบ่นอุบเลยว่าเคสนี้โหด ครูแป๋วต้องมานั่งเลคเชอร์ทนายเรื่องการคำนวณและอื่นๆ ในขณะที่ทนายก็ต้องสอนครูแป๋วเรื่องกฎหมายสิทธิบัตร และต้องคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ เพราะบริษัททนายเป็นบริษัทฝรั่ง ผู้จ้างเป็นญี่ปุ่น ที่เหลือเป็นคนไทย บรรยากาศการทำงานอินเตอร์ของแท้ ... เราใช้เวลาศึกษาและอ่านเอกสารกันมากมาย แต่โชคดีบริษัททนายที่ใช้ประชุมอยู่แค่หน้าซอยบ้านครูแป๋วเอง เดินออกจากบ้านไม่กี่นาทีก็ถึง สะดวกค่ะ อีกเรื่องที่แฮ๊ปปี้คือ ทุกคนทำงานกันระดับมืออาชีพ ไม่มีที่ต้องมาย้ำบอกอะไร พูดกันหนเดียว เข้าใจ ทำครบเป็นระบบและตรงเวลา ตรงนี้ชอบมากเลย Smiley...


 


ระหว่างที่เตรียมงาน มีหลายหนที่ครูแป๋วบอกทนายและผู้ดูแลที่ส่งมาจากบริษัทญี่ปุ่นว่า ครูแป๋วไม่สามารถตอบอะไรอย่างนั้นได้เพราะมันไม่จริงตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งพวกเค้าก็เข้าใจ ไม่มาบังคับกัน แต่ก็จะมีบ่นอุบอิบว่า “you are so tough” พอได้ยินอย่างนี้ ครูแป๋วจะยิ้มแล้วสวนกลับไปว่า “yes I am” Smileyสรุปว่าเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพและสนุก แต่ก็เหนื่อยและใช้เวลาพอสมควร ...


Cross Examination


เมื่อถึงวันให้การในศาล ครูแป๋วอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ แหม่ ขึ้นศาลนะคะ ไม่ได้ไปทำบัตรประชาชน วันนั้นก็ใส่สูทเรียบร้อย เวลาเดินไปกับกลุ่มทนายแล้วรู้สึก ว๊าว เหมือนตัวเองอยู่ในหนัง ... พอได้เวลา เก้าโมงเช้า เจ้าหน้าที่เชิญให้ครูแป๋วยืนกลางห้อง พนมมือสาบาน แล้วก็นั่งตรงแท่นกลางห้องเพื่อรอตอบคำถาม ช่วงแรกทนายฝ่ายที่เชิญครูแป๋วมาให้การจะเป็นฝ่ายถามก่อน เพื่อโยงเรื่องให้เข้าประเด็น จากนั้นอีกฝ่ายก็จะถาม (เค้าเรียกว่าซักค้านมั๊งคะ ไม่แน่ใจ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า cross examination) จากนั้นฝ่ายที่เชิญครูแป๋วก็จะกลับเข้ามาถามติงอีกหน และท้ายสุดท่านผู้พิพากษาจะสรุปคำให้การของครูแป๋ว ...


ด้วยความที่ฝ่ายฟ้องและถูกฟ้องเป็นญี่ปุ่นทั้งคู่ เค้าก็จะจ้างล่ามมาคอยแปลทุกคำพูดที่ครูแป๋วให้การเป็นภาษาญี่ปุ่นเพื่อให้เข้าใจความเป็นไปทุกวินาที (เดิมพันเค้าเป็นร้อยเป็นพันล้านค่ะ ดูเครียดกันทั้งสองบริษัท) ไม่ว่าครูแป๋วพูดอะไรออกมา ก็จะได้ยินเสียงหึ่งๆอยู่ข้างหลังตลอดเวลา Smiley(รู้สึกว่าบริษัทนึงไม่ได้จ้างล่ามมาแค่คนเดียว เพราะเสียงหึ่งๆมีหลายเสียงมาก) ทำให้ครูแป๋วต้องพูดดังขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อกลบเสียงพวกนั้น ...


อย่างที่บอกอ่ะค่ะ ว่าลักษณะคำถามมันไม่ใช่คำถามสบายๆว่าไปเจออะไรมา แต่จะเริ่มจากผู้พิพากษาถามประวัติเราก่อน แล้วทนายฝ่ายที่เชิญครูแป๋วมาก็จะถามชนิดให้อธิบายทฤษฏี เช่นหลักการคำนวณหาค่านู่นค่านี่ เพื่อให้ผู้พิพากษาเข้าใจ จากนั้นทนายอีกฝ่ายก็จะเอาทฤษฏีที่ว่า มาถามประมาณว่า ถ้าเป็นกรณีอย่างนี้ละ ทฏษฎีนี้ใช้ได้มั๊ย หรือไม่ก็ยื่นเอกสารมาให้ครูแป๋วอ่านแล้วถามว่าถูกต้องหรือเปล่า หรือถามว่าจากข้อความนี้สามารถระบุได้หรือไม่ว่า--- อะไรก็ว่าไป ... มันต้องอธิบายและ/หรือคิดเยอะทุกคำถามค่ะ เหนื่อยสมองมากเลย Smileyจนเวลาผ่านไป ท่านผู้พิพากษาช่วยตัดบทว่า อาจารย์น่าจะเหนื่อยแล้วพักกันก่อน แล้วนัดเจออีกทีตอนบ่ายโมงครึ่ง ...



ช่วงพักทานข้าวกลางวัน หัวหน้าทนายซึ่งเป็นฝรั่งบอกว่า ช่วงเช้าครูแป๋วเจอไป 40 กว่าคำถาม ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่ของบริษัททนาย (เค้าทำเค้ามากันเป็นทีมใหญ่ค่ะ) ก็มากระซิบว่า อีกฝ่ายไม่ทานข้าวในแคนทีนแต่ขึ้นไปประชุมกันข้างบนโดยสั่งแซนวิชขึ้นไปทาน ... ช่วงบ่ายตอนต้นก่อนเริ่มถามต่อ ท่านผู้พิพากษาน่ารักมาก ถามครูแป๋วว่า “อาจารย์หายเหนื่อยรึยัง” จากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นไปเหมือนช่วงเช้าแต่เข้มข้นกว่า คงเป็นผลมาจากการประชุมเครียดระหว่างพักกลางวัน มีบางคำถามที่โยงไปถึงเรื่องกฎหมายซึ่งครูแป๋วตอบไปว่าไม่ทราบกฏหมายค่ะ รู้แต่ทางเทคนิคการผลิตและวิเคราะห์ คุณทนายก็พยายามจะให้ตอบอยู่นั้นแล้ว ท่านผู้พิพากษาจึงช่วยบอกให้ถามคำถามอื่นต่อไป ครูแป๋วเริ่มชินกับเสียงหึ่งๆข้างหลัง ใจคิดว่าขอมาวันเดียวนะ ไม่ต่ออีกวันนะ Smiley และในที่สุดคำอธิฐานก็เป็นจริง


 


ทุกอย่างเสร็จสิ้นเอาประมาณบ่ายสี่โมงครึ่ง เฮ๊อออออ ปวดหัวเหลือเกิน Smileyณ เวลานั้น ทนายและตัวแทนจากบริษัทที่เชิญครูแป๋วมาก็เข้ามาแสดงความยินดี ประมาณ “well done” “great job” “very good” ทำนองนี้ แต่ที่ชอบใจคือ มีตัวแทนฝ่าย IT ของบริษัทฯคนนึงที่หน้าเครียดตลอดตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา พูดน้อยมาก และไม่เคยยิ้มให้ครูแป๋วเลย ตอนนี้ยิ้มให้แล้วค่ะ ตอนแรกนึกว่ายิ้มไม่เป็นซะอีก ... ครูแป๋วบอกพวกทนายไปว่า “I hate this job”  ให้ทำอีกชั้นไม่ทำแน่นอน พวกเค้าขำกันใหญ่ คุณทนายคนไทยคนนึงบอกว่า “อาจารย์ไม่ชอบโดนถาม มาเป็นคนถามก็ได้ครับ อาจารย์มีพื้นทางวิทยาศาสตร์นี่ได้เปรียบมากเลย แค่เข้าคอร์สให้ได้ประกาศนียบัตรเพิ่มอีกหน่อยเดียวก็ได้แล้ว สนใจมั๊ยครับ” บ้าเรอะ ... ถึงจะบ่นกระปอดกระแปด แต่ครูแป๋วถือว่างานนี้เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากค่ะ ได้เจอคนมีคุณภาพในหลายๆสาขาอาชีพ เป็นอะไรที่ไม่ได้มีกันบ่อยๆหรือเจอกันได้ทุกคน ก็เลยอยากเอามาเล่าให้ฟัง ... ไว้คราวหน้าจะเล่าเรื่องแมวดีกว่า เกริ่นยั่วยวนไว้นิดนึงว่า ที่เคยมีแมว 6 ตัวในบ้าน ตอนนี้ครูแป๋วมีแมว 7 ตัวแล้วนะคะ J







Free TextEditor


Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2553 11:41:16 น. 10 comments
Counter : 675 Pageviews.

 
ไม่รู้ว่าคุณครูหายน็อกหรือยังค้า


โดย: ป้ามีมี่ IP: 58.136.202.89 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:37:54 น.  

 
ตามมาอ่านจ้า เหมือนหนังนักสืบเลย

อ แป๋วไปให้กำลังใจ อ เจษ มั่งรึเปล่า


โดย: ปลาดาวสีคราม วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:28:50 น.  

 
จบงานนี้คุณครูป่วยไปหลายวัน ตอนนี้หายแล้วค่ะป้ามีมี่ :)

พี่ปลาดาวคะ คิดถึงค่ะ! จริงๆนะ เราไม่ได้คุยกันนานเลย ... เรื่องอาจารย์เจษ ให้กำลังใจค่ะ นับถือในความกล้า แต่ก็เป็นห่วงด้วย ไม่อยากให้น้องแกใช้คำที่สร้างศัตรู เช่น ติ้วล้างป่าช้า ฯลฯ คิดว่าน้องยังอายุไม่เยอะมาก บางทีหลุดปากแบบไม่เจตนา (คงกะให้เห็นภาพชัดๆ) อยากให้แค่ชี้แจงในฐานะนักวิทยาศาสตร์และอาจารย์ คือให้ความรู้ด้วยความเมตตา ว่าเครื่องใช้ไม่ได้ แค่นั้น จบ ... เรื่องที่ว่า ใช้ไม่ได้แล้วซื้อมาทำไมเยอะแยะ ตรงนี้ให้เค้าไปต่อยอดกันเอง มากกว่าค่ะ


โดย: แป๋วแหวว IP: 125.24.167.154 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:46:30 น.  

 
ไม่ได้ติดตามใกล้ชิด อ เจษ เธอพูดจาใจร้อนจัง
ไว้อายุมากขึ้นคงสุขุมขึ้นนะ
ยังไงก็เชียร์ความกล้าหาญของเธอ น้อยคนในสังคมที่จะกล้าต่อสู้ขนาดนี้ค่ะ


โดย: ปลาดาวสีคราม วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:49:53 น.  

 
ยินดีในความสำเร็จด้วยคนจ๊ะ
และก็ดีใจด้วยว่าคนต่างชาติเค้าจะได้รู้ว่าเมืองไทยมีคนเก่งเยอะแยะ (แถมเป็นผู้หญิงนี่ตรึม....) อยู่ที่ว่าจะหาเจอป่าว


โดย: หมูทอง IP: 125.25.233.138 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:2:53:02 น.  

 
การเมืองนี่น่ากั๊ว

เมื่อไรพี่ปลาดาวและคุณหมูทองจะเขียนมาลงให้บก.ป้ามีมี่มั่ง อยากเป็นแบบคุณอาจินต์อ่ะตะเอง


โดย: ป้ามีมี่ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:11:54 น.  

 
คุณหมูทองก็เหมือนกัน ไม่ได้คุยกันนานเลยนะคะ ... ผู้บริหารจากบ.ญี่ปุ่น ถามด้วยความเป็นห่วงตามประสาผู้ใหญ่ ว่าทำไมไม่ยอมแต่งงาน ไม่เหงาเหรอ ... คุณทนายสวนขึ้นมาทันควัน เพราะว่าเธอโหด (tough) อย่างนี้ไง ... ฮึ่มมมม :) ปล่าวจริงจังค่ะ เป็นการแหย่กันเล่นๆ

เห็นภาพการ์ดจอ nvidia ในแถลงการณ์ของกองทัพฯรึเปล่าคะ โอย อายแทน สงสารก็สงสาร พลาดอย่างแรงเลย

วันเสาร์นี้ขึ้นเชียงใหม่ค่ะ ไปดูหลินปิง อ้าว นี่พูดจริงนะ ไปเช้าเย็นกลับเพราะขี้เกียจค้างคืน ... เนี่ยค่ะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องไปสนามบินแล้ว ออกจากบ้านตีสี่ครึ่งค่ะ ไปรอบแรกเลย


โดย: แป๋วแหวว IP: 125.24.132.93 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:44:13 น.  

 
คำถาม : ทำไมไม่ยอมแต่งงาน ไม่เหงาเหรอ
คำตอบ : อยู่เดียวเปลี่ยวกาย แสนสบายไม่สนุก อยู่สองครองทุกข์แสนสนุกแต่ไม่สบาย

เจอมุขตอบแบบนี้เข้าไป...มึนและมันส์ฮา

ปล ป้ามิมี้ เรื่องเขียนเนี่ย เอาแน่เอานอนไม่ได้ หมูทองเป็นแนวแล้วแต่รมย์และเวลามาก ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ป้าจะผิดหวังซะป่าวๆ ตอนนี้จะเขียนเรื่องเทนนิส กีฬาในบล๊อกน้องส้มบ้าง แต่ถ้าป้ามิมี้อยากให้เขียนอะไรพิเศษ ต้องลองขอมา ถ้าทำได้จะทำให้จ้า


โดย: หมูทอง IP: 180.180.6.3 วันที่: 9 มีนาคม 2553 เวลา:0:03:15 น.  

 
ลองเขียนเรื่องกอล์ฟบ้างดีไหมค้า หรือจะเอาฟุตบอลรับกระแสฟุตบอลโลก แต่ป้าอยากรู้ว่าไทเกอร์มีดีอะไรทำไมคนเล่นกอล์ฟชอบเขาจังเลย


โดย: ป้ามีมี่ วันที่: 10 มีนาคม 2553 เวลา:20:24:23 น.  

 
น้องเหมียวน่ารักจะเลยคับคุณแป๋วแหวว ^^


โดย: แพนด้าซูมๆ IP: 125.24.231.141 วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:21:15:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ป้ามีมี่
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ป้ามีมี่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว แก่แต่ซ่าส์ ชอบความจริง(แต่คนพูดอาจตายก่อนนนน555+)ชอบดูเทนนิส และหมีแพนด้า ^^
แวะมาฟังป้าบ่นบ่อยๆนะคะ ><
Friends' blogs
[Add ป้ามีมี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.