https://kaoim.bloggang.com
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2563
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
19 มิถุนายน 2563
 
All Blogs
 
กะเรกะร่อน


เมื่อปลายเดือนเมษายน เริ่มมีพายุฝนเข้าแล้วหลายวันต่อเรื่องกัน แต่ตามปกติหน้าแล้งฝนไม่เคยทิ้งช่วงนาน ผู้เขียนมายืนอยู่ใต้ต้นมะม่วงที่บ้าน สังเกตว่าดอกไม้ผลไม้บ้านเรานั้นเริ่มไม่ออกดอกออกผลตามฤดูกาล เพราะอุณหภูมิของโลกเปลี่ยนแปลง ฤดูหนาวก็หดสั้นส่วนฤดูร้อนก็เริ่มยาวนาน ฝนที่ควรจะตกบ้างตั้งแต่ต้นเมษายนก็มาช้ากว่าปีก่อน


ฉันกำลังยืนดูพุ่มกล้วยไม้ที่เลี้ยงเกาะไว้ที่ต้นมะม่วงค่ะ กล้วยไม้นี้เราเรียกกันแบบบ้าน ๆ ว่า "กะเรกะร่อน" ชื่อแปลกดีนะ เป็นเอื้องป่าชนิดนึงที่มีใบเดี่ยวยาวเป็นพุ่ม ตัวลำต้นเป็นกอเหมือนหัวมันอะไรสักอย่าง ออกดอกช่วงประมาณมีนาคม - พฤษภาคม ที่ผู้เขียนสังเกตความผิดปกติ คือมันควรออกดอกนานแล้ว แต่ก็เพิ่งจะมาเริ่มออกช่อดอกปลายเดือนเมษายน


มาทำความรู้จักกับกล้วยไม้ชนิดนี้กันหน่อยค่ะ  กะเรกะร่อน เป็นกล้วยไม้ วงศ์ Orchidaceae สกุล ซิมบีเดียม (Cymbidium) ขึ้นได้ทั้งในพื้นที่อุณหภูมิต่ำ บนยอดดอย จนถึงอุณหภูมิสูง พบได้ในหลาย ๆ ประเทศ เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ไทย อินโดนีเชีย ไล่ลงไปจนถึงออสเตรเลีย ในไทยพบได้ทุกภาค เราสามารถหามาปลูกได้ที่บ้าน เพราะกล้วยไม้ชนิดนี้ทนอากาศร้อนได้ดี นำมาเลี้ยงไว้ในกระถาง จนลำกอมันใหญ่ก็แยกกอนำไปเกาะไว้กับต้นไม้ใหญ่ ๆ รากจะทำการยึดเกาะกับลำต้นของต้นไม้ ดูแลง่าย แค่มีแสงแดดรำไร การรดน้ำก็ตามปกติ แทบไม่ต้องใส่ปุ๋ยอะไรเลยมันก็ออกดอกให้ชื่นชมเป็นประจำทุกปี

กะเรกะร่อนมีหลายชนิดค่ะ พบในไทยถึง 18 ชนิด ที่บ้านผู้เขียนตามรูปคือ เอื้องกะเรกะร่อน ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Cymbidium  Aloifolium  ออกดอกในช่วงมีนาคมเป็นต้นไป ดอกบานครั้งนึงก็อยู่ทนไปนานกว่า 10 สัปดาห์ ดอกแทงออกจากตัวลำต้นเป็นพวง ช่อนึงมีหลายดอกถึง 20 กว่าดอก แต่ละช่อมีความยาวมากถึง 30 -50 เซ็นติเมตร ลักษณะดอกมีขนาดเล็กประมาณ 3 เซ็นติเมตร มีกลีบดอกขนาดสั้นสีออกแดงปนน้ำตาล มีขอบขาว กลีบเลี้ยงสามกลีบ ส่วนเกสรตัวผู้มีสีออกเหลือง ๆ ดอกกะเรกะร่อนมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ถ้ากอของกะเรกะร่อนเป็นกอใหญ่ แทงช่อดอกออกพร้อม ๆ กัน จะส่งกลิ่นหอมเย็น ๆ เชียวค่ะ หลังจากดอกเหี่ยวแห้งไป ถ้าได้รับการผสมของเกสรตัวเมียและตัวผู้ก็จะติดลูกเป็นกระเปาะขนาดเท่ากำปั้น

การขยายพันธุ์ของกล้วยไม้ชนิดนี้ทำได้สองแบบค่ะ คือการผสมเกสรด้วยมือเรานี่แหละ และนำไปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในขวด วิธีการนี้ค่อนข้างยุ่งยาก ต้องหาผู้ที่เชี่ยวชาญทำ ส่วนแบบที่สองก็ทำได้ง่าย ๆ คือ แยกตัวกอลำต้นด้วยมีด แล้วก็เอาไปแปะไว้ลำต้นของต้นไม้ต้นอื่น มัดด้วยลวดให้รากของกล้วยไม้เขายึดเกาะไว้ แยกไปได้เยอะหลาย ๆ กอ ต้นไม้ก็จะเหมือนเป็นป่าดิบชื้นขนาดย่อม ปล่อยออกซิเจนทำให้อากาศในบริเวณบ้านสดชื่น แถมยังร่มรื่นอีกด้วยค่ะ

กะเรกะร่อนหาซื้อง่ายตามตลาดต้นไม้ทั่ว ๆไป ไม่ใช่กล้วยไม้ป่าที่หวงห้ามแต่อย่างใด ราคาไม่แพง ขายตามออนไลน์ราคากระถางละประมาณร้อยกว่าบาทเองค่ะ เหมาะสำหรับคนที่อยากเลี้ยงกล้วยไม้ที่ดูแลไม่ยาก แต่ให้ดอกสม่ำเสมอทุกปี


Create Date : 19 มิถุนายน 2563
Last Update : 19 มิถุนายน 2563 11:01:02 น. 1 comments
Counter : 553 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณ**mp5**, คุณหอมกร, คุณnewyorknurse


 
แวะมาชมไม้ป่าค่ะ หน้าตาไม่คุ้นเลย แต่ชื่อพอเคยได้ยินค่ะ



โดย: หอมกร วันที่: 23 มิถุนายน 2563 เวลา:10:55:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

kaoim
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]








Friends' blogs
[Add kaoim's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.