จีนหกยุค 2






จีนหกยุค(ต่อราชวงศ์ซ้อง ราชวงศ์หมิงและชิง)

ราชวงศ์ซ้อง ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ 

ยุคทองของโรงเตี๊ยม ฟุตบอล การพิมพ์และSu Song ดาวินชีเมืองจีน 

(ค.ศ.960-1279)


แบบจำลองหอนาฬิกาดาราศาสตร์ที่ Su Song เป็นผู้ประดิษฐ์

ถ้าหากย้อนกลับไปได้ช่วงเวลาหนึ่ง ณ สถานที่แห่งหนึ่งราวกับโลกที่ถูกพรรณนาไว้ในภาพวาดม้วนกระดาษสมัยราชวงศ์ซ้องช่วงปีค.ศ.1120ไม่คิดว่าประวัติศาสตร์จีนยุคโบราณมีเสถียรภาพตรงกันข้ามกับความจริงมันมีทั้งการทำลายล้างทางการเมืองและสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่หลังจากสมัยราชวงศ์ถังจีนนั้นแตกเป็นเสี่ยงเข้าสู่ยุคสิบหกราชวงศ์นานกว่าห้าทศวรรษก่อนเข้าสู่ความรุ่งโรจน์สมัยราชวงศ์ซ้อง

เมืองไคเฟิงของราชวงศ์ซ้องอาจจะเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก่อนคริสต์ศตวรรษที่สิบเก้าก็เป็นได้เมืองนี้ไม่ใช่เมืองหลักในการเดินทางของนักท่องเที่ยวแต่ก็เป็นเมืองที่ฉัน (ไมเคิล วูด) ชอบตั้งแต่มาครั้งแรกในช่วงทศวรรษที่ 80

ในทุกตรองซอกซอยรวมทั้งโบสถ์ในพุทธศาสนาโบสถ์คริสต์มีมัสยิดสำหรับผู้หญิงละหมาด ไม่ต้องเอยถึงกลุ่มชนชาวยิว มีภัตตาคารหรือโรงเตี๊ยมแรกสุดของโลก(เราถ่ายภาพการแข่งขันทำอาหารตามตำราสมัยราชวงศ์ซ้องด้วย)พวกเขามีการเล่นฟุตบอลการเล่นไพ่และดนตรี

นานก่อนหน้ายุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการในตะวันตกชาวจีนมีการพิมพ์มีกระดาษ เงิน(ธนบัตร) การหลอมถ่านหิน ดินปืน เข็มทิศแม่เหล็กมีเครื่องปั่นพลังงานน้ำ

ไม่เพียงเท่านี้ยังมีสายพานขับเคลื่อนเครื่องจักรและมีนาฬิกาดาราศาสตร์ที่สร้างโดยSu Song ผู้ได้ชื่อว่าเป็นดาวินชี่ชาวจีน

นั้นยิ่งทำให้ราชวงศ์ซ้องน่าตื่นเต้นจากการบริหารจัดการที่ดีความคิดอ่านเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของพวกเขาและศิลปะจนไปถึงการรุดหน้าทางวิทยาศาสตร์อันโงนเงนของพวกเขาด้วย

ดังนั้นทำไมอารยธรรมจีนจึงยังไม่เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ก่อนตะวันตก?เพราะจีนเผชิญหน้าจากการรุกรานจากต่างชาติอยู่บ่อยครั้งความตกต่ำของไคเฟิงต่อพวกอนารยชนทางเหนือในค.ศ.1127ระเบิดขึ้นแล้วมองโกลก็โค่นราชวงศ์ซ้องใต้ลงสำเร็จในปีค.ศ.1270 ในเวลาเดียวกันกับที่มาร์โคโปโลบรรยายถึงความพิศวงของหางโจวถึงประสบการณ์ความพ่ายแพ้ที่คงหลอกหลอนพวกเขา


ราชวงศ์หมิง

ราชวงศ์ผู้สร้างพระราชวังต้องห้ามและกำแพงเมืองจีนอันยิ่งใหญ่(ค.ศ.1368-1644)

พระราชวังต้องห้าม กำแพงเมืองจีนกระเบื้องเคลือบอันน่าเหลือเชื่อราชวงศ์หมิง?เราเห็นได้จากประวัติศาสตร์จีนว่าราชวงศ์หมิงคือผู้ขับไล่ผู้รุกรานชาวมองโกลและทำสงครามกลางเมืองช่วงค.ศ.1350 ผู้สถาปนาราชวงศ์คือจูหยวนจางซึ่งเกิดเป็นชาวนามีชีวิตยากจนข้นแค้นและเตล็ดเตร่ไปบวชพระแต่เขาก็กลายเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของจีนในที่สุด

เรื่องเล่าของทั้งสามเมืองเมืองหลวงอันโอฬารของหนานจิงถัดมาคือปักกิ่งนครหลวงแห่งใหม่ที่ผู้ชิงราชย์อย่างหย่งเล่อสร้างพระราชวังต้องห้ามหย่งเล่อต้องการอวดจีนสู่โลกได้ส่งเจิ้งเห่อไปแอฟริกาตะวันออกถึงอ่าวเปอร์เซียด้วยกองเรือยักษ์(เราได้ถ่ายการก่อสร้างที่น่าประทับใจที่ถอดแบบมาของจริงจากหนานจิงไว้)

เมืองที่สามคือซูโจวคล้ายกับเมืองฟลอเรนซ์ในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการของยุโรปมีการเพิ่มพูนของชนชั้นกลางมีความต้องการทางแฟชั่น จัดสวน มหรสพและวรรณกรรมมีคำเปรียบเทียบว่าหากคุณเบื่อซูโจวเท่ากับคุณเบื่อชีวิต ในค.ศ.1644การรวมอำนาจที่ส่วนกลางเป็นเวลานานของราชวงศ์หมิงเสื่อมลงจนแมนจูเข้ามาแทนที่และเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน


โถประดับด้วยลวดลายสัตว์ สมัยราชวงศ์หมิง จากมณฑลเจียงซี Jiangxi


ราชวงศ์ชิงอันใหญ่

จักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก“ชายชราผู้กระหายสงคราม” (ค.ศ.1644-1911)

ราชวงศ์ชิงมักถูกมองว่าเป็นยุคเสื่อมถอยแต่ในตลอดคริสต์ศตวรรษที่18ถือว่าเป็นยุคสุกใส หลังจากพิชิตความสะพรึงของพวกเขาได้ แมนจูได้ค่อยๆเริ่มต้นฟื้นฟูจีนขึ้นมากกว่าผู้ปกครองชาวจีนรุ่นก่อนๆสามจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ครองราชย์ระหว่างค.ศ.1661 ถึง 1820จากจักรพรรดิคังซีที่เป็นหนึ่งในจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีนราชวงศ์ชิงสามารถควบคุมซินเกียงมองโกลและทิเบตเพิ่มขนาดจักรวรรดิให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น

จากนั้นจีนก็ค่อยๆเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่มีประชากรหนาแน่นและเป็นตลาดสินค้าขนาดใหญ่นักประวัติศาสตร์คลื่นลูกใหม่ของจีนพูดคุยเรื่องเศรษฐกิจที่หลากหลายและเคยมีลักษณะของสิ่งที่เรียกว่า

“civil society”หรือเรียกว่าประชาสังคมสมาคมอาชีพ วัฒนธรรม ธนาคาร องค์กรการกุศล หนังสือพิมพ์ เคยมี“public opinion”ความคิดเห็นของประชาชนลักษณะแบบเดียวกันกับยุคภูมิธรรมในยุโรปนับว่าเป็นช่วงเวลาของโตรงสร้างทางวัฒนธรรมที่ดี

ห่างออกไปจากเมืองหลวงเมืองหยางโจวเป็นศูนย์กลางทางการพิมพ์และการวาดภาพ วรรณกรรมและอุปรากรของจีนฮ่องเต้คังซีทรงเป็นผู้สนันสนุนการพิมพ์บทกวีสมัยราชวงศ์ถัง(มากกว่า48,000บท)และยังเป็นช่วง“สหัสวรรษขอ'นวนิยาย”ความฝันในหอแดงซึ่งเป็นนวนิยายเกี่ยวกับครอบครัวในค.ศ.ที่18 เรื่องเวทมนต์ สัจนิยมก่อน Marquez และ Rushdie อีก

ในปีค.ศ.1793การมาของเอกอัครราชทูต ลอร์ด Macartney เดินทางเข้ามาเมืองจีน สรุปอย่างมั่นใจโดยเปรียบ “จักรวรรดิจีนเป็นเรือลำที่ลอยลำไปได้แต่ไม่เคยปรับปรุงซ่อมแซมก็เปรียบเป็นเรือที่รอวันจม”จีนกำลังจะถูกตามทันโดยชาติอื่นในไม่ช้า


จักรพรรดิคังซี




Create Date : 15 สิงหาคม 2559
Last Update : 15 สิงหาคม 2559 16:55:28 น.
Counter : 407 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



สมาชิกหมายเลข 1532163
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



สิงหาคม 2559

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
16
17
19
20
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
15 สิงหาคม 2559
All Blog