ตอบคำถามหลังไมล์ เรื่องการขอกรีนการ์ดด้วยตัวเอง ในกรณีถูกทำร้าย



มีคุณผู้อ่านแวะมาทิ้งคำถามใว้ทางหน้าไมล์และหลังไมล์หลายท่านว่า ถูกสามีข่มขู่ เรื่องจะไม่ทำกรีนการ์ดให้ หรือจะไม่ยอมต่อใบที่ 2 (10ปีให้) และใด้มีการทำร้ายทางด้านร่างกายหรือจิตใจเกิดขึ้น ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดี หากสามีไม่ทำกรีนการ์ดให้จริงๆตามคำขู่

วันนี้ เลยเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ เขียนจากประสพการณ์ตรงที่เคยยื่นเรื่องขอทำกรีนการ์ดใบแรกด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านทนาย เราต้องขอเอง-เนื่องจากอดีตสามีปฏิเสธขอกรีนการ์ดให้ เเละต้องขอออกตัวก่อนว่า เราไม่รู้เรื่องกฏหมายอะไรเลย เเต่ที่ต้องยื่นเรื่องเองโดยไม่ผ่านทนาย เนื่องจากไม่มีเงินค่าทนายค่ะ

เราเข้ามาอเมริกาโดยวีซ่าคู่สมรส เวลาผ่านมาเกือบ2ปี อดีตสามีปฏิเสธขอกรีนการด์ให้ เราจึงเรื่องขอกรีนการ์ดเอง ขณะนั้นยังไม่ได้หย่า ยื่นเรื่องโดยที่ตัวเรายังอาศัยอยู่ในอเมริกาค่ะ

โดยทั่วไปแล้วเมื่อคุณเดินทางเข้ามาอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าแต่งงาน หรือแบบคู่หมั้น (สำหรับวีซ่าคู่หมั้น หลังจากเดินทางเเล้วเข้าอเมริกาเเล้ว ควรแต่งงานจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฏหมาย ตามที่ระยะเวลาที่อิมมิเกรชั่นใด้กำหนดใว้) ตามระเบียบ ควรยื่นเรื่องทำการเปลี่ยนสถาณะ(ทำกรีนการ์ด)ภายใน 90 วัน หลังจากวันเดินทางเข้าอเมริกาเรียบร้อยเเล้ว




สามีคุณต้องเป็นผู้ดำเนินยื่นเรื่องขอปรับสถานะให้คุณในฐานะสปอนเซ่อร์ เมื่อส่งจดหมายไปเเล้ว ต่อมาคุณจะได้รับจดหมายนัดไปพิมพ์ลายนิ้วมือ (ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ ไปคนเดียวได้ค่ะ) เเละขั้นตอนต่อมา คุณจะได้รับจดหมายเรียกไปสัมภาษณ์ ซึ่งในวันสัมภาษณ์นี้ สามีต้องไปกับคุณ เพราะเขาเป็นสะปอนเซ่อร์ให้เรา เป็นอันจบขั้นตอน เราก็ใด้กรีนการ์ด2 ปีมาเชยชมเเล้วค่ะ

แต่ต่อมาความรักที่ว่าหวานก็กลับกลายเป็นขม จะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ สามีกลับข่มขู่คุณว่าจะไม่ทำกรีนการ์ดให้คุณ

ใจเย็นค่ะ อย่าโวยวายไป อดทนใว้ก่อนค่ะ เพราะทำเองยุ่งยาก และต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมอันแสนแพงใหม่หมดค่ะ

วันสัมภาษณ์กรีนการ์ด ไม่ว่าจะเป็น 2ปี หรือ 10 ก็ตาม สามีต้องไป ไม่เช่นนั้นแล้วเขาจะปิดเคสคุณ

ตัวสามีเป็นคนขอ ตัวสามีต้องไปค่ะ ตัวคุณอย่าไปคนเดียวโดยเด็ดขาด ไม่มีผลค่ะ หากติดขัดไม่สามารถไปตามนัดใด้ สามารถเลื่อนวันออกไปใด้ ทำโดยผ่านทางอินเตอร์เนตหรือโทรศัพท์ อย่าเงียบหายไปเฉยๆ

มีบางคนถามว่า ขณะนี้รอกรีนการ์ด 10 ปีอยู่ แต่ระหว่างนี้ทะเลาะกัน และเขาขู่ว่าจะไม่ทำกรีนการ์ด 10 ปีให้

ตอบว่า-ยังไม่สามารทำอะไรใด้ทั้งสิ้น เพราะเป็นเพียงคำขู่ และเหตุการณ์ตามคำขู่ยังไม่ปรากฏขึ้นจริง

แต่ -เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาไม่ไปสัมภาษณ์ตามวันนัด – นี้แหละ เหตุเกิดแล้ว อย่าอ้างเหตุผลลอยๆ คุณควรมีหลักฐานเป็นเอกสารหรือพยานบุคคลอ้างอิงด้วย มิฉะนั้นเคสเราน้ำหนักจะน้อยค่ะ

หากคุณเป็นคู่สมรส หรือลูกของผู้ที่เป็นยูเอสซิติเซ่น หรือผู้ที่ถือกรีนการ์ด ซึ่งอยู่ระหว่างรอกรีนการ์ดไม่ว่าจะเป็นใบเเรกหรือใบที่2 (10ปี)ก็ตาม ที่ถูกทำร้าย คุณสามารถยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดด้วยตัวเองใด้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากสามี เราสามารถยื่นเรื่องใด้ทันที ไม่จำเป็นต้องหย่าก่อน และไม่จำเป็นต้องรอให้จดทะเบียนกันครบ 2 ปีก่อน (เรื่องระยะเวลาการจดทะเบียนครบ 2ปีหรือเปล่า? หรือว่าต้องหย่ากันก่อนหรือเปล่า 2กรณีนี้ไม่ใช่สาระสำคัญค่ะ)

แต่เนื่อหาสำคัญขึ้นอยู่กับสามีคุณทำร้ายทารุณคุณอย่างไร ซึ่งคุณต้องมีหลักฐานประกอบ หลักฐานในที่นี้หมายถึงพยานเอกสารหรือพยานบุคคล

(หรือหากในกรณีที่คุณหย่าเล้ว คุณต้องยื่นเรื่องภายใน 2 ปีนับจากวันหย่า หรือหากสามีเกิดเสียชีวิตขึ้นมา ก็ต้องยื่นเรื่องภายใน 2 ปีเช่นกัน)

การยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดด้วยตัวเอง ต้องผ่าน 2 หน่วยงานใหญ่คือ


1. ยื่นเรื่อง ว่าสามีทำร้ายเราผ่าน"Violence Against Women Act (VAWA)" VAWA อ่านว่า วาว่า ซึ่งในขั้นตอนนี้ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย วาว่าจะเป็นผู้พิจารณาเคสจากหลักฐานคุณว่าสมควรใด้รับการอณุมิติ(แอพพรู้พ) หรือไม่ ซึ่งทั้งนี้ทางวาว่าจะติดต่อคุณกลับมา หากต้องการหลักฐานหรือเอกสารเพิ่มเติม

วาว่าคืออะไร วาว่าคือองค์กรช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกทำร้าย

คำว่าทำร้าย ไม่ได้หมายถึงการทำร้ายร่างกายเพียงอย่างเดียว เเต่การทำร้าย มีความหมายรวมถึง การทำร้ายทางด้านจิตใจ, อารมณ์ การขมขู่, ภาวะทางสังคม,ปัญหาเรื่องการเงิน,เซ็กส์, ฯลฯ - Physical violence; Sexual violence; Emotional violence; Psychological violence; Spiritual violence; Cultural violence;Verbal buse; Financial Abuse; and, Neglect อ่านเพิ่มเติมที่นี่ "ประเภทของการทำร้าย Types of Violence and Abuse"

ในขั้นตอนการยื่นเรื่องผ่านวาว่านี้ คุณต้องระบุห้วข้อให้ชัดเจนว่าคุณถูกทำร้ายประเภทไหน ห้วข้อใด เขียนไปให้ให้หมด พร้อมส่งหลักฐานเเนบไปด้วย

2. หลังจากยื่นเรื่องไปทางวาว่าเเล้ว หากเคสคุณได้รับการอณุมัติ(approve) เขาจะส่งใบapproveมาให้ พร้อมใบให้ไปขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เช่นฟูดเเสตมป์ เเละอื่นๆ หลังจากนั้นให้คุณนำใบ approve นี้เเนบไปตอนยื่นเรื่องขอทำกรีนการ์ดเเบบทั่วไปกับทางอิมิเกรชั่นตามปกติ

ข้อจำกัดในที่นี้คือ ในระหว่างที่คุณรอเรื่องแอพพรู้พจากอิมิเกรชั่นอยู่นี้หากว่าคุณแต่งงานใหม่ หากในกรณีที่คุณหย่ากับสามีก่อนหรือหลังยื่นคำร้องไปแล้วและแม้ว่าจะอยู่ภายในช่วงเวลา 2 ปีตามที่กล่าวแล้วข้างต้น คุณไม่สามารถยื่นคำร้องขอทำกรีนการ์ดด้วยตนเองใด้กฏของวาว่าใด้ แต่หากหลังจากเคสคุณใด้รับการแอพพรู้พแล้ว คุณสามารถแต่งงานใหม่ใด้ ไม่มีผลกระทบใดๆ

เมื่อไหร่จึงจะตัดสินใจยื่นเรื่องขอทำกรีนการ์ดด้วยตัวเอง ก่อนหน้านี้ เราหาข้อมูลทางอินเตอร์เนต พบว่า ไม่ใด้มีคุณคนเดียวที่ถูกทำร้าย ยังมีเพื่อนผู้หญิงจากต่างชาติที่เขาเป็นเหมือนคุณ หรือยิ่งกว่าก็มี มันต้องหาทางออกค่ะ อย่าปล่อยให้ปัญหาของคุณเหมือนทางตัน หรือไม่ใด้รับการแก้ไข

การยื่นคำร้องต่ออิมิเกรชั่นเรื่องการขอกรีนการ์ดด้วยตัวเองในฐานะคู่สมรสหรือลูกที่ถูกทำร้าย ที่มา: "Battered Spouse, Children & Parents "

ประวัติความเป็นมา เเปลเองจากในเวปไซด์นี้เป็นภาษาไทยว่า โดยหลักการแล้ว,ยูเอสซิติเซ่น หรือผู้ที่ถือกรีนการ์ด ต้องเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานอิมมิเกรชั่นในฐานะตัวแทนของคู่สมรสหรือบุตร จึงจะทำให้สมาชิกเหล่านั้นสามารถอาศัยอยู่ใอเมริกาใด้ ตามแบบฟอมน์ ใอ-130 ( Petition For Alien Relative) ผู้ที่ยื่นเรื่องต้องเป็นยูเอสซิติเซ่น หรือผู้ที่ถือกรีนการ์ดเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เท่ากับว่าคนเหล่านั้น สามารถควบคุมขั้นตอนการพิจารณาเกี่ยวกับขบวนการทางอิมมิเกรชั่น ไม่ว่าจะโดยการข่มขู่ว่าจะฟ้องทางอิมมิเกรชั่นให้ส่งตัวเรากลับประเทศ ด้วยเหตุผลนี้ ผู้ที่ถูกทำร้ายจึงเกรงกลัว ไม่กล้าที่จะติดต่อกับตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบว่าคุณใด้ถูกทำร้าย




ภายใต้กฏหมายของ วาว่าซึ่งผ่านสภาครองเกรซในปี 1994, คู่สมรส ของยูเอสซิติเซ่น หรือผู้ที่ถือกรีนการ์ดอาจจะ(หรือสามารถ)ยื่นคำร้องด้วยตนเองเพื่อให้เป็นบุคคลที่มีถิ่นพำนักอาศัยอยู่ในอเมริกาใด้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย โดยผ่านขั้นตอนขบวนการพิจรณาและใด้รับการอณุมัติจากวาว่าแล้ว ว่าคุณเป็นผู้ใด้รับการถูกทำร้ายจริง โดยที่คุณสามารถยื่นเรื่องคำร้องขอทำกรีนการ์ดด้วยตนเองใด้โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือหรือจำเป็นต้องบอกให้ผู้ทำร้ายคุณให้ทราบแต่อย่างใด

คุณสามารถขอความช่วยเหลือใด้ที่ National Domestic Violen Hotline ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ใด้แจ้งใว้แล้วเกี่ยวกับข้อมูลเรื่องบ้านพักฉุกเฉิน,การบำบัดทางด้านจิตใจและคำแนะนำอื่นๆรวมถึงข้อมูลเบื้องต้นในการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถาณะด้วยตนเองต่อทางอิมมิเกรชั่นด้วย
ใครคือผู้มีสิทธิ์ คือผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

คู่สมรสหรือลูกของผู้ที่เป็นยูเอสซิติเซ่นหรือผู้ที่ถือกรีนการ์ดที่ถูกทำร้ายทารุณ, ลูกต้องมีอายุไม่เกิน21 ปี โสด อย่างในกรณีของเรา นอกจากยื่นคำร้องให้ตัวเองแล้วยังทำให้น้องออม(ลูกสาว)ในฐานะเป็นผู้ติดตามอีกด้วย หรือหากกรณีน้องออมไม่ใด้อยู่กับเราที่อเมริกา หากเเต่ยังอยู่เมืองไทย ก็สามารถยื่นคำร้องให้ใด้น้องออมเช่นเดียว แต่ในที่นี้จะไม่กล่าวถึง

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ยื่นคำร้องด้วยตนเองในเบื้องต้น ประกอบด้วย

1. คุณต้องเป็นคู่สมรสหรือลูกที่ถูกยูเอสซิติเซ่นหรือผู้ที่ถือกรีนการ์ดเป็นผู้ทำร้ายเอา ในกรณีหากคุณหย่า คุณต้องยื่นเรื่องภายใน 2 ปีนับจากวันหย่า หรือหากสามีเกิดเสียชีวิตขึ้นมา ก็ต้องยื่นเรื่องภายใน 2 ปีเช่นกัน

2. การทำร้ายทารุณเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ต้องพิสูจน์ให้ใด้ว่า การทำร้ายทารุณนั้นเกิดขึ้นในขณะที่ยังสมรสกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณหรือลูกที่ถูกทำร้ายด้วยก็ตาม

3.ใด้แต่งงานจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฏหมายกับผู้ที่เป็นยูเอสซิติเซ่นหรือผู้ที่ถือกรีนการ์ดผู้ที่ทำร้ายคุณ

4. คุณแต่งงานด้วยความบริสุธิ์ใจไม่ใช่เพื่อต้องการประโยนช์ทางอิมมิเกรชั่น

5. ต้องเป็นผู้มีศิลธรรมอันดี(โดยคุณต้องไปทำแบรคกาวด์เช็ค ตามที่เราใด้เขียนใว้ที่บล็อกก่อนหน้านี้แล้ว)

6. ผู้ยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดด้วยตนเอง ต้องยื่นแบบฟอมน์ ใอ-360 ไปที่ยูเอสซีไอเอส รวมทั้งเอกสารหลักฐานอื่นๆไปที่ศูนย์เวอม้อนท์(วาว่า)เท่านั้น โดยส่งเป็นจดหมายลงทะเบียนแบบตอบรับ หากคุณส่งไปที่อื่น จะทำให้เกิดความล่าช้า(คือเขาจะส่งเอกสารคุณกลับมาทั้งหมด แล้วบอกให้ส่งไปตามที่อยู่ที่ถูกต้อง)คุณควรสำเนาเอกสารทุกแผ่นที่ส่งไป รวมทั้งใบลงทะเบียนตอบรับจากทางไปรษณีย์ด้วย

ขั้นตอนการพิจารณา คุณจะใด้รับการตอบรับภายใน 2- 3 อาทิตย์หลังจากที่คุณยื่นคำร้องและค่าธรรมเนียนไปที่ยูเอชซีไอเอสแล้ว

การพิจารณาคำร้องในเบื้องต้น คุณไม่สามารถยื่นคำร้องโดยปราศจากหลักฐาน ทางยูเอสซีไอเอสจะติดต่อคุณกลับมาเพื่อขอเอกสาร + หลักฐานต่างๆเพิ่มเติม

ในขั้นตอนนี้คุณต้องหาพยานเขียนเป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องที่คุณถูกทำร้ายทารุณอย่างไร?ให้ใด้อย่างน้อย 3 คน คุณจะใด้รับแจ้งเป็นจดหมายให้ดำเนินการภายใน 150 วันและคุณอาจใด้รับใบแจ้งให้ไปขอรับความช่วยหลือจากสถาณบริการของรัฐอีกด้วย

คำร้องขอของคุณ – ใด้รับการแอ๊พพรู้พ (อณุมัติ์) คุณจะจัดอยู่ในฐานะผู้ถูกคุ้มครองทางอิมมิเกรชั่น โดยจะไม่ถูกดำเนินการส่งตัวกลับประเทศ หรือถูกเนรเทศในกรณีที่วีซ่าของคุณหมดอายุ ภาษากฏหมายเรียกว่า ดีเฟอร์แอกชั่น( อย่างในเคสของเรา วีซ่าภรรยาหมดอายุแล้ว กรีนการ์ดก็ไม่ยอมไปสัมภาาษณ์ให้ เราก็อยู่มันเปล่าๆยังงั้นแหละ ใบอะไรก้อไม่มี)

ดีเฟอร์แอกชั่น นี้จะผ่านการพิจารณาจากศูนย์เวอร์ม้อนท์ ซึ่งส่วนใหญ่จะผ่านการพิจรณาเกือบทุกเคส ดีเฟอร์แอกชั่นนี้มีอายุ 24 เดือน

เวิกเปอร์มิต หรือใบอณุญาติให้ทำงาน คุณหรือลูกซึ่งเป็นผู้ใด้รับการอณุมัติ์ โดยใอ- 360แล้วและจัดอยู่ในฐานะดีเฟอร์แอกชั่น คุณมีสิทธิ์ยื่นคำร้องขอเวิกเปอร์มิตใด้ โดยกรอกแบบฟอมน์ ใอ-765 พร้อมค่าธรรมเนียม แล้วส่งกลับไปยังศูนย์เวอร์ม้อนท์ พร้อมกับแนบใบแอพพรู๊พจากวาว่าส่งไปด้วย

การยื่นเรื่องขอปรับสถาณะ (ทำกรีนการ์ด) หากคุณยังไม่พร้อมที่จะดำเนินการปรัปสถาณะให้เป็นกรีนการ์ด คุณสามารถยื่นคำร้องขอต่ออายุ ดีเฟอร์แอกชั่นใด้ หากคุณเป็นผู้ถูกทำร้าย ซึ่งก่อนหน้านี้ทางอิมมิเกรชั้นใด้อณุมัติกรีนการ์ดแบบมีเงื่อนไข 2 ปีให้คุณไปแลวคุณยังขอสามารถยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดด้วยตนเองใหม่ใด้ แต่ต้องยื่นเรื่องทำการถอดถอนเงื่อนไขก่อนวันหมดอายุ

นอกจากนี้คุณยังสามาถยกเอาเรื่องการถูกทำร้ายทารุณขึ้นมาเพื่อขอยกเว้นการยื่นขอยกเว้นการยื่นถอดอนเงื่อนไขร่วมกันใด้อีกด้วย

ผู้มีคุณสมบัติในการยื่นคำร้องขอปรับสถาณะด้วยตนเองหรือบุตรโดยการทำร้ายทารุณของผู้เป็นเอสซิติเซ่นหรือผู้ที่ถือกรีนการ์ด จะต้องยื่นคำร้องโดยใช้แบบฟอมน์ ใอ-485และส่งไปที่อิมมิเกรชั่นตามที่คุณมีเขตพำนักอยู่ และหากเคสของคุณต้องการขอหมายเลขวีซ่าจะอยู่น่าจะอยู่ระหว่าง 2-10 ปี ซึ่งในที่นี้จะไม่ขอกล่าวถึง

หากคำร้องของคุณถูกปฏิเสธ ครวทำอย่างไร? คุณจะใด้รับจดหมายตอบปฏิเสธ และในจดหมายนี้จะบอกการอุทธรณ์แนบมาด้วย,โดยทั่วไปแล้วคุณสามารถยื่นคำร้องขออุทธรณ์ส่งกลับไปที่ศูนย์วอม้อนน์พร้อมค่าธรรมเนียมภายใน 33 วันหลังจากที่คุณใด้รับจดหมายตอบปฏิเสธ คำร้องของคุณจะถูกส่งไปพิจารณายัง Administrative Appeals Unit วอชิงตันดีซี.



ใครที่สามารถช่วยคุณใด้ติดต่อหน่วยงาน ยูเอสซีไอเอส ในรัฐที่คุณมีถิ่นพำนักอยู่ หรือจากเวปไซด์ซึ่งใด้จัดหาทนายฟรีใว้ให้ สำหรับผู้ที่ถูกทำร้ายทารุณ โทรไปขอรับความช่วยเหลือตามเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งใว้

คำถามที่พบบ่อย
ถาม-ผู้ชายสามารถยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถาณะให้ตนเองในกรณีถูกทำร้ายทารุณ ใด้หรือไม่?
ตอบ-ใด้ ทั้งชายและหญิง ไม่จำกัดเพศ

ถาม-จำเป็นหรือไม่ที่เราต้องทนอยู่กับผู้ที่ทำร้ายเรา และรอจนกว่าเรื่องจะอณุมัติ
ตอบ-ตามกฏแล้วคุณควรอยู่กับผู้ที่ทำร้ายเราในขณะดำเนินการยื่นคำร้อง หลังจากคุณยื่นคำร้องไปแล้ว คุณอาจหย่าใด้ อย่างไรก็ดีคุณควรใด้รับแนะนำจากทนายด้านอิมมิเกรชั่น กฏหมายบางตัวมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2000 ว่าคุณควรหย่าภายใน2ปีนับจากวันยื่นคำร้องไปแล้ว

ถาม-คู่หย่าล้างที่หย่ากันมาก่อนหน้านี้เลยระยะเวลากำหนด2ปีขึ้นไปและยังมิใด้ทำการยื่นคำร้องปรับสถาณะให้ตนเอง หรือผู้ที่อยู่ภายในกรีนการ์ด 2 ปี ควรทำอย่างไร?
ตอบ-คุณต้องยื่นคำร้อง cancellation of Removal โดยคุณจะต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมคือคุณต้องอาศัยอยู่ในสหรัฐมาเป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว

หากคุณต้องการทำการสมรสใหม่ ควรรอให้วาว่าอณุมัติคำร้อง ใอ-360ของคุณเสียก่อน

อย่างไรก็ตามร่างกฏหมายที่ผ่านการอณุมัติเกี่ยวกับเรื่องอิมมิเกรชั่นมีออกมาใหม่ๆ ต้องติดตามตลอดค่ะ

ฟ้าหลังฝนย่อมแจ่มใสเสมอ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



Create Date : 30 ธันวาคม 2552
Last Update : 6 กรกฎาคม 2559 9:59:33 น. 0 comments
Counter : 3752 Pageviews.

Quel
Location :
ชิคาโก้ United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 164 คน [?]




ไดอารี่บันทึกเรื่องยุ่งๆชีวิตวุ่นๆ ของซิงเกิ้ลมัมลูก2 อพยบไปอยู่อเมริกาเมื่อปี 2003 อาศัยอยู่รัฐจอร์เจียเป็นระยะเวลา8ปี ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่ชิคาโก้ค่ะ

เริ่มเขียนบล็อกเมื่อ 01 กุมภาพันธ์ 2552 เขียนตามประสพการณ์ชีวิต เเละเรื่องอื่นๆที่ได้เจอมาค่ะ


บล็อกอัพเดท
1.เเม่น้ำสีเขียว

2.กลับเมืองไทย

Please visit my FaceBook คลิ๊กที่นี่

วิวทะเลสาบมิชิเเกน ที่ชิคาโก

The Bean ยามค่ำคืนที่สวนสาธารณะมิลลิเนี่ยม พาร์ค
เเบบจำลองเมืองชิคาโก
ขบวนวงโยธวาธิต ของนักเรียนมัธยมปลาย ที่ชิคาโก ปี2016
วันสดใส มีเเดดออก หลังหิมะตก
360ชิคาโก ตึกJohn Hancock
พาเเหลดวันขอบคุณพระเจ้า/ขบวนวงโยธวาธิต
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
30 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Quel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.