น้ำใบย่านางบีทรูท เเฮปปี้ไลฟ์กับครัวคุณหรีด

วันนี้เข้าไปอ่าน นสพ. คมชัดลึก คอลัมน์เเอปปี้ไลฟ์กับครัวคุณหรีดมาค่ะ มีข้อความว่า

จากโครงการ "เชฟไทยสู่ครัวโลก" ที่หรีดได้ดำเนินโครงการจบลงไปแล้ว ด้วยความภาคภูมิใจ และนับว่า ประสบความสำเร็จสุดยอด เพราะเราได้ผู้ชนะเลิศที่จะเดินทางไปโรดโชว์อาหารไทยให้ชาวต่างชาติได้ทั้งลิ้มลอง และสอนอีกด้วย

วันนี้ หรีด เชิญ คุณศรีประชา เจริญจิตต์ ซึ่งเข้าแข่งขันในประเภทน้ำดื่มสมุนไพร/ไอศกรีม/เพสตรี และเมนูที่ใช้ในการแข่งขันคือ น้ำใบย่านางบีทรูท เนื่องจาก คุณศรีประชา นำน้ำใบย่านางให้พี่ชายที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งดื่มทุกวัน แล้วดีขึ้นมาก เพราะใบย่านางมีสรรพคุณเป็นยาเย็น ช่วยลดกรดในกระเพราะอาหาร ช่วยทำให้อาการป่วยทุเลาเบาบางลงได้ และนี่คือสาเหตุที่อยากให้เมนูสำหรับแฟนๆ ประจำคอลัมน์ค่ะ

เริ่มต้น ด้วยการทำน้ำใบย่านาง นำใบย่านางประมาณ 30 ใบมาล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วลวกด้วยน้ำอุ่นที่อุณหภูมิ 70-80 องศา เพื่อฆ่าเชื้อโรค จากนั้นตักขึ้น นำไปปั่นด้วยการเติมน้ำประมาณ 250 ซีซี ปั่นเสร็จแล้ว นำมากรองด้วยกระชอน 1 ครั้ง แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางอีก 1 ครั้ง เพื่อไม่ให้ตกตะกอน ใส่ขวดแก้วพักไว้

ถ้าใช้ใบย่านางอย่างเดียว สีจะออกเขียวเกินไป จะไม่ชวนดื่ม ก็จะมาใช้สีจากน้ำบีทรูท เพื่อให้สีสันผสมกันแล้วสวยและน่าดื่มมากขึ้น นำบีทรูท 1 หัว ล้างให้สะอาด ปอกเปลือก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปปั่นกับน้ำ 2 ถ้วยตวง ใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที นำไปกรองผ่านกระชอน และผ้าขาวบาง จากนั้นบรรจุขวด

ทำการตวงน้ำใบย่านาง และน้ำบีทรูทอย่างละ 2 จิกเกอร์ ลงในแก้วเชกที่มีน้ำแข็งแล้ว ตามด้วยน้ำเชื่อมเข้มข้น 1 จิกเกอร์

เคล็ดลับในการทำให้น้ำใบย่านางไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว และทำน้ำบีทรูทไม่ให้มีกลิ่นดิน คือ ต้องเติมน้ำมะนาวลงไป สูตรนี้ใช้น้ำมะนาว 1 จิกเกอร์ และเติมเกลือนิดหน่อย

จากนั้นเขย่าให้เข้ากัน หรือมีอีกหนึ่งวิธี คือ นำน้ำที่กรองเรียบร้อยแล้ว ไปแช่ตู้เย็นให้เย็นจัดๆ จะทำให้สดชื่นมากขึ้น

เครื่องปรุง

1. น้ำใบย่านาง 2 ส่วน (จิกเกอร์)
2. น้ำบีทรูท 2 ส่วน (จิกเกอร์)
3. น้ำเชื่อมเข้มข้น 1 ส่วน (จิกเกอร์)
4. น้ำมะนาว 1 ส่วน (จิกเกอร์)
5. เกลือป่นเล็กน้อย
6. น้ำแข็งหลอด 5-10 ก้อน

หลังจากอ่านจบเเล้วเกิดอาการอยากทำขึ้นมาทันที ว่าเเล้วก็ออกไปหาซื้อของตามสูตรที่บอกใว้ ก็อยากมีสุขภาพดีนี่เนอะ

เราไปร้านเอเซี่ยนมา2-3ร้าน เพื่อจะไปหาซื้อใบย่านางสดมาคั้น ร้านคนเวียดนามเขาก็เรียกใบนี้เหมือนเรา"ใบย่านาง" เเต่หาไม่มีเลยค่ะ ใบต่างๆที่ขายที่นี่จะเป็นเเบบเเช่เเข็งมา เช่นใบย่านาง,ใบเตยเเช่เเข็ง




หรือไม่ก็มาเป็นกระป๋องเเบบนี้ หาเป็นใบสดๆยากค่ะเราเลยซื้อน้ำใบย่านางเเบบกระป๋องมา



มาเตรียมเครื่องปรุงส่วนผสมกันค่ะ

หัวบีทรูทคั้นเอาเเต่น้ำ





คั้นน้ำมะนาว





น้ำเชื่อม ทำโดยใช้น้ำตาล 2 ถ้วยต่อน้ำ1 ถ้วย ตั้งเตาให้เดือด ลดไฟลง เคี่ยวให้เหนียว

สำหรับจิกเกอร์ เเม่บ้านท่านใดไม่มี ใช้ถ้วยตวงเเทนใด้ค่ะ

จิกเกอร์ที่เราใช้เป็นเบบนี้ค่ะ



เตรียมของทุกอย่างพร้อมเเล้ว



ผสมส่วนผสมตามส่วน คือน้ำใบย่านาง 2 จิกเกอร์, น้ำบีทรู 2 จิกเกอร์, น้ำเชื่อมเข้มข้น 1 จิกเกอร์, น้ำมะนาว 1 จิกเกอร์,เกลือป่นเล็กน้อย ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่น้ำเเข็งหลอด เขย่าให้เข้ากัน เทใส่เเก้ว





เสร็จเรียบร้อยพร้อมดื่มค่ะ





ดื่มเเล้วบอกใด้คำเดียวว่า รสชาติเข้มข้นใด้ที่ ไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มอีก เป็นอีกหนึ่งเมนูน้ำผัก-ผลไม้เเนะนำที่Quelต้องนิ้วให้ ขอบคุณเจ้าของสูตรมา ณ.ที่นี้ด้วย

ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับใบย่านาง

ใบย่านาง....ช่วยต้านความเเก่

ทุกวันนี้เราคุ้นเคยกับใบย่านางในรูปของเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส อาหารพื้นบ้านไทยๆ จนเข้าใจกันว่าเป็นพืชผักชนิดหนึ่ง ทว่าในความเป็นจริง ย่านางคือสมุนไพรใกล้ตัวคู่บ้านคู่ครัวไทยมาแล้วหลายยุคหลายสมัย

หมอยาภาคอีสานโบราณจะเรียกชื่อของย่านางว่า “ย่าหมื่นปีไม่แก่” เพราะด้วยสรรพคุณมากมาย ตั้งแต่ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ รวมไปถึงรักษาโรคมะเร็ง ที่สำคัญยังเป็นสมุนไพรใกล้ตัวที่เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารแล้วยังมีรสชาติ อร่อยถูกปากได้หลายเมนู จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมขณะนี้ ย่านาง จึงกลายเป็นสมุนไพรที่ได้รับความสนใจมากที่สุดอีกชนิด

ลักษณะของต้นย่านาง จะเป็นเถาไม้เลื้อย เถามีรูปร่างกลมขนาดเล็กแต่มีความเหนียว เถาสีเขียวเมื่อเถาแก่จะมีสีเข้มคล้ำ บริเวณเถามีข้อห่างๆ เถาอ่อน มีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่แล้วผิค่อนข้างเรียบ รากมีหัวใต้ดิน ใบเป็นใบเดี่ยวคล้ายใบพริกไทย ออกติดกับลำต้นแบบสลับรูปร่าง ลักษณะคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ขอบขนาน ปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5-10 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบย่างนางที่ขึ้นในภาคใต้จะเรียวยาวแหลมกว่า สีเขียวเข้ม หน้าและหลังใบเป็นมัน ดอกออกตามซอกใบ ซอกโคนก้าน ช่อหนึ่งๆ จะมีดอกขนาดเล็กสีเหลือง 3-5 ดอก ออกดอกแยกเพศอยู่คนละต้น ไม่มีกลีบดอก ขนาดอกโตกว่าเมล็ดงาเล็กน้อย มักออกดอกช่วงเดือนเมษายน ผลมีรูปร่างกลมเล็กขนาดเท่าผลมะแว้งสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมแดงหรือแดงสดเมื่อแก่จัดจนสุกงอมจะกลายเป็น สีดำ

การปลูกย่านางสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิดและปลูกได้ทุกฤดู โดยขยายพันธุ์ด้วยการใช้หัวใต้ดินหรือเถาแก่ที่ติดหัว นอกจากนี้ยังสามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการปักชำยอดและเพาะเมล็ด
นักบำบัดสุขภาพทางเลือก หมอเขียว-ใจเพชร กล้าจน นักวิชาการสาธารณสุข กลุ่มงานเวชกรรมสังคม ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของย่านาง รวมถึงได้นำมาทดลองบำบัดโรคแล้วพบว่า ย่านางมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์มากมาย





“ผมพบความมหัศจรรย์ของย่านางครั้งแรก เมื่อคุณแม่ของผมตกเลือดจากมดลูกอย่างรุนแรง จากนั้นผมตัดสินใจใช้ย่านางเป็นสมุนไพรหลักในการบำบัดอาการคุณแม่ ผลปรากฏว่าอาการดังกล่าวทุเลาลงอย่างรวดเร็วภายใน 3 วัน เลือดหยุดไหล และเมื่อใช้ย่านางบำบัด อีกสามเดือนต่อมา มดลูกที่โตถึง 16 ซม. ก็ยุบลงเหลือเท่าขนาดปกติ คือเท่าผลชมพู่ ผิวมดลูกที่ขรุขระเหมือนหนังคางคกก็หายไป อาการตกขาวก็หายไปด้วย ต่อมาผมทดลองใช้ย่านางกับผู้ป่วยมะเร็งตับ ผู้ป่วยก็อาการดีขึ้น เมื่อครบ 3 เดือนไปตรวจอัลตร้าซาวนด์พบว่า มะเร็งฝ่อลง จากนั้นก็ทดลองกับผู้ป่วยโรคเกาต์ให้ดื่มน้ำย่านางต่อเนื่องสามเดือน อาการปวดข้อก็หายไป พอไปตรวจที่โรงพยาบาลไม่พบโรคเกาต์ ซึ่งทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้ทดลองกับผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง พบว่า หลังจากดื่มน้ำย่านางต่อเนื่อง สามารถลดน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิตได้จริง”

ส่วนการศึกษาข้อมูลอื่นของย่านาง หมอเขียวได้ให้ความรู้เอาไว้ดังนี้

*ใบย่านางกับการบำบัดโรค

เช่น ตาแดง ตาแห้ง แสบตา ปวดตา ตามัว กล้ามเนื้อเกร็งค้าง เกิดฝีหนอง น้ำเหลืองเสียตามร่างกาย ท้องผูก แสบท้อง มีผื่นที่ผิวหนัง ปื้นแดง มีตุ่มใสคัน เป็นเริม งูสวัด หายใจร้อน เสมหะเหนียวข้น อ่อนเพลีย เจ็บปลายลิ้น หูอื้อ ตาลาย เกร็ง ชัก โรคหัวใจ ไซนัสอักเสบ ตับอักเสบ กระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ ริดสีดวงทวาร มดลูกโต ตกขาว ตกเลือด ปวดมดลูก หอบหืด ไตอักเสบ ไตวาย นิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี ไส้เลื่อน ต่อมลูกหมากโต เบาหวาน เนิ้องอก มะเร็ง และพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย เป็นต้น

*ย่านาง…ปรุงรสเพื่อปรับสมดุล ให้ร่างกาย

การปรับสมดุลให้ร่างกาย สามารถทำได้โดยใช้ใบย่านางในการเพิ่มคลอโรฟิลล์ คุ้มครองเซลล์ ฟื้นฟูเซลล์ ปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไป ดังนี้

1. เด็ก ใช้ใบย่านาง 1-5 ใบต่อน้ำ 1-3 แก้ว (200-600 ซีซี)

2. ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอมบาง เล็ก ทำงานไม่ทน ใช้ 5-7 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว

3. ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอมบาง เล็ก ทำงานทน ใช้ 7-10 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว

4. ผู้ใหญ่ที่รูปร่างสมส่วนถึงตัวโต ใช้ 10-20 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว โดยใช้ใบย่านางโขลกละเอียดแล้วเติมน้ำ หรือขยี้ใบย่านางกับน้ำหรือปั่นในเครื่องปั่น (แต่การปั่นเครื่องปั่นไฟฟ้าจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้าง เนื่องจากความร้อนจะไปทำลายความเย็นของย่านาง) แล้วกรองผ่านกระชอนเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ 1/2-1 แก้ว วันละ 2-3 เวลา ก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง หรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำเปล่าในอุณหภูมิห้องปกติ ควรดื่มภายใน 4 ชั่วโมงหลังจากทำน้ำย่านาง เพราะถ้าปล่อยเกิน 4 ชั่วโมง มักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวไม่เหมาะที่จะดื่ม ส่งผลให้เกิดภาวะร้อนเกิน แต่ถ้าแช่ในน้ำเย็นหรือตู้เย็น ควรใช้ภายใน 3-7 วัน โดยให้สังเกตที่กลิ่นเหม็นเปรี้ยวเป็นหลัก

ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร แม่บ้าน




Create Date : 25 ธันวาคม 2553
Last Update : 28 ตุลาคม 2554 17:51:57 น. 0 comments
Counter : 6992 Pageviews.

Quel
Location :
ชิคาโก้ United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 164 คน [?]




ไดอารี่บันทึกเรื่องยุ่งๆชีวิตวุ่นๆ ของซิงเกิ้ลมัมลูก2 อพยบไปอยู่อเมริกาเมื่อปี 2003 อาศัยอยู่รัฐจอร์เจียเป็นระยะเวลา8ปี ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่ชิคาโก้ค่ะ

เริ่มเขียนบล็อกเมื่อ 01 กุมภาพันธ์ 2552 เขียนตามประสพการณ์ชีวิต เเละเรื่องอื่นๆที่ได้เจอมาค่ะ


บล็อกอัพเดท
1.เเม่น้ำสีเขียว

2.กลับเมืองไทย

Please visit my FaceBook คลิ๊กที่นี่

วิวทะเลสาบมิชิเเกน ที่ชิคาโก

The Bean ยามค่ำคืนที่สวนสาธารณะมิลลิเนี่ยม พาร์ค
เเบบจำลองเมืองชิคาโก
ขบวนวงโยธวาธิต ของนักเรียนมัธยมปลาย ที่ชิคาโก ปี2016
วันสดใส มีเเดดออก หลังหิมะตก
360ชิคาโก ตึกJohn Hancock
พาเเหลดวันขอบคุณพระเจ้า/ขบวนวงโยธวาธิต
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Quel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.