เมื่อสามีปฎิเสธทำกรีนการ์ดให้....ตอน 1


“Please ! think twice before you break the law”

จะบอกเพื่อนๆว่า ในชีวิตการเกิดเป็นคนนี้ ขอให้ทำเพียง2อย่าง เเล้วชีวิตตัวเองจะมีเเต่ความสุข ปราศจากเรื่องเดือดร้อน,เสียเงิน,เสียเวลาและเสียใจ คือการทำถูกอยู่ 2 ข้อ คือทำถูกกฏหมาย และศิลธรรม

ศิลธรรม-ไม่ต้องถึง 200 กว่าข้อค่ะ เเค่ศิล 5 ข้อ ก็พอเเล้ว

กฏหมาย-ในที่นี่เราเขียนเรื่องเปเปอร์เวิค ก็ขอกล่าวเรื่องวีซ่าก็เเล้วกันนะคะ เขามีวีซ่าประเภทท่องเที่ยว เราขอมาเที่ยว เที่ยวเสร็จแล้วก็กลับ, วีซ่าคู่หมั้น เมื่อมาถึงแล้วก็แต่งงาน ยื่นเรื่องทำการเปลี่ยนสถานะให้ถูกต้องตามระบบระเบียบที่เขากำหนด, วีซ่านักเรียนก็มาเรียนตามนั้น หรือหากมาแล้วเกิดตกหลุมรักขึ้นจริงๆ ก็ไปจดทะเบียนสมรส และดำเนินการขอการเปลี่ยนสถานะต่ออิมิเกรชั่น ขอใด้ แต่เขาจะให้หรือเปล่าไม่ทราบ? เงินค่าธรรมเนียมต่างๆที่เสียไปนี่เขาไม่คืนให้ไม่ว่ากรณีใดๆค่ะ

คำว่าจดทะเบียนในที่นี้-หมายความว่า เมื่อเรามาถึงอเมริกาแล้ว เราสามารถไปขอจดทะเบียนสมรสใด้ ไม่จำกัดว่าฝ่ายชายจะเป็นคนสัญชาติอะไร ไทย,จีน,ลาว,เวียดมิส,สะแปนิช หรืออเมริกัน แต่มันไม่ใด้หมายความว่าจะทำให้สถานะของเราเปลี่ยนไปด้วย

เรื่องราวที่จะเขียนต่อไปนี้ ดิฉันไม่มีความรู้ทางวิชาการหรือภาคทฤษฏีใดๆเกี่ยวกับอิมิเกรชั่นมาก่อน แต่เกิดผลจากการที่ใด้ลงมือทำเอง

ดิฉันเดินทางไปอเมริกาด้วยวีซ่าภรรยาพร้อมน้องออม ลูกติดแฟนเก่าด้วยวีซ่าผู้ติดตามแม่ และน้องมุกผู้มีสัญชาติอเมริกัน เมื่อมาถึงอเมริกา สามี(ในขณะนั้น)เริ่มเปลี่ยนไป บ่ายเบี่ยงในการยื่นเรื่องขอเปลี่ยนสถาณะให้ เราก็อดทนรออยู่จนถึง 9 เดือน ในใจคิดว่ามันนานพอแล้วนะ นี่ถ้าเป็นคนก็ท้อง ก็ครบกำหนดคลอดแล้ว เราเลยยื่นคำขาดกับเขา เขาเป็นคนจัดเอกสารใส่ในซองส่งไปที่อิมิเกรชั่นเเบบเสียมิใด้ ซึ่งขณะนั้นเราไม่ทราบว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

11 สิงหาคม 2005 ใด้ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนสถานะทั้งของเรา+น้องออม โดยใช้เงินของเราเอง



ของตัวเรา ค่าธรรมเนียมขณะนั้น 385 ดอลล์





ของน้องออม ค่าธรรมเนียมเด็กขณะนั้น 215 ดอลล์



หลังจากนั้น 2เดือนถัดมา จึงส่งเอกสารไปทำเวิกค์เปอร์มิต เนื่องจากไม่ทราบระยะเวลาที่เเน่นอนว่าจะใด้กรีนการ์ดเมื่อไหร่? เราต้องการเปเปอร์เวิกค์ไปทำใบขับขี่ โดยใช้เงินเราจ่ายค่าธรรมเนียม เช่นเคย



ค่าทำเนียมทำเวิกค์เปอร์มิต ในขณะนั้น 180 ดอลล์



26 ตุลาคม 2006 ไปทำฟิงเกอร์พริ้นของเวิกค์เปอร์มิต สามีเป็นคนพาไป



ต่อมาเมื่อ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2006 ไปทำฟิงเกอร์พริ้นของกรีนการ์ด เขาปฎิเสธที่จะพาไป เราไม่ต้องการเลื่อนวัน เลยตัดสินใจเรียกแท๊กซี่ไปกับลูก



วันที่ 8 พฤษภาคม 2006 วันนัดสัมภาษณ์กรีนการ์ด เขาปฎิเสธที่จะไปสัมภาษณ์กับเราอีก เราขอร้องเขาเเทบจะกราบก็ว่าใด้ ไม่ทำให้เราก็ไม่เป็นไร เเต่ขอให้ทำให้น้องออมเพื่อเห็นแก่อนาคตเด็ก เขาตอบกลับมาว่า "ลูกยู...ไม่ไช่ลูกฉัน"

เราจึงตัดสินใจเรียกแท๊กซี่ไปอีกครั้งกับลูก3 คน เมื่อไปพบเจ้าหน้าที่ เขาถามหาสามี เราก็เล่าความจริงให้เจ้าหน้าที่ฟัง เจ้าหน้าที่บอกว่า ตามกฏ ยูมาที่อเมริกาโดยมีสามีเป็นสปอนเซอร์ ตัวสามีต้องมาสัมภาษณ์ มิฉะนั้นกรีนการ์ดยูไม่แอพพรูฟ เเละแม้ว่าตัวยูมาเองก็ตามเถอะ (เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในวันสัมภาษณ์ ผู้เป็นสะปอนเซอร์ให้เราต้องไปสัมภาษณ์ ไม่งั้นเรื่องเป็นศูนย์)

เจ้าหน้าที่รื้อเอกสารในซองที่สามีส่งมาก่อนหน้านี้มาดู หลังตรวจดูเอกสารพบว่า สามีไม่ใด้ส่งTax ของเขามาด้วย และใบตรวจสุขภาพที่เราตรวจมาจากเมื่อไทยหมดอายุแล้ว (ซึ่งโดยทั่วไปมีอายุ 1 ปี)

เจ้าหน้าที่ให้โอกาศเรา พร้อมกับบอกว่า คราวหน้าต้องนำสามีมาด้วย นำ Taxของสามี และใบตรวจสุขภาพของยูมาด้วย ให้เวลา2อาทิตย์ หากสามีไม่ยอมมา ยูไม่ต้องมาเองนะ เครสไม่สามารถแอฟพรู๊พใด้ เจ้าหน้าที่พูดจบก็ให้ใบนัดเรามา

นี่เป็นใบนัด หากเมื่อไปสัมภาษณ์แล้ว หากตรวจพบเอกสารไม่ครบ เจ้าหน้าที่จะนัดให้มาใหม่ หรือให้ส่งเอกสารไปทางจดหมาย ซึ่งก็แล้วแต่เครสเป็นรายๆไป



เมื่อมาถึงบ้าน เรายื่นใบนัดให้สามีดูและบอกว่า อีก 2 อาทิตย์ ต้องไปสัมภาษณ์เป็นครั้งที่ 2 และต้องเตรียมเอกสารต่างๆให้ครบด้วย เขาไม่ถามอะไร เเละไม่มองเอกสารที่เรายื่นให้

ตลอด 2 อาทิตย์เราพยายามทำดีกับเขาทุกอย่าง เพื่อหวังว่าเขาจะยอมไปสัมภาษณ์ให้เราในครั้งนี้ แต่ความดีของเราไม่มีผลเลย เเละเมื่อถึงวันนัด เขาปฎิเสธเช่นเคย เราจึงนั่งแท็กซี่ไปอีก (ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่บอกตั้งแต่แรกแล้ว ว่าหากสามีไม่มา..ไม่ต้องกลับมาอีก) แต่ก็ไม่ฟัง เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่คนเดิมไม่พูดอะไรทั้งสิ้น

เราบอกเจ้าหน้าที่ว่า มาถึงวันนี้แล้ว สามีฉันคงไม่ทำกรีนการ์ดให้แน่ ขอคำแนะนำหน่อยว่าในกรณีนี้ ครวทำอย่างไร? เจ้าหน้าที่เขียนข้อความที่กระดาษโน็ต แล้วยื่นให้เรา



เรารับมาอ่าน มองหน้าเจ้าหน้าที่ผู้สัมภาษณ์และถามกว่า นี่คืออะไร? ไม่รู้เรื่อง

“ ไอ-360 แบบฟอมน์ที่ยูสามารถขอกรีนการ์ดด้วยตัวเองใด้ ส่วน ซู นี้เป็นชื่อของทนายความฟรี พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ โทรไปนัดเขาก่อนนะ” เจ้าหน้าที่ตอบ จากนั้นก็เดินไปหยิบใบอะไรก็ไม่รู้มายื่นให้

นี่เป็นที่อยู่ของทนาย เจ้าหน้าที่ชี้ตรงจอร์เจีย



หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่บอกว่า ยูกลับไปใด้แล้ว เราก็พาลูกออกมาด้วยความพิศวงงงงวย

ขากลับ แท๊กซี่พาหลงทาง เรียกค่าแท๊กซี่ซะหลิบลิ่วเกือบ 300 (บ้านเราอยู่ไกลจากที่สัมภาษณ์มาก บ้านอยู่ทางใต้ แต่ที่สัมภาษณ์อยู่ทางตอนเหนือ คือที่นี่)



เราไม่ยอมจ่ายค่าเเท็กซี่เต็มจำนวน จึงเกิดการถกเถียงกันขึ้น เราบอกว่า ในเมื่อยูไม่รู้จักทางไปบ้านฉัน ทำใมไม่ถาม ยูพาฉันมาอีกทาง ในเมื่อฉันบอกว่าทางไปบ้านไม่ใช่ทางนี้ ยูกลับไม่เชื่อฉัน ขับวกไปวนมา ดีนะที่เราจำทางกลับบ้านใด้

คนขับแท็กซี่คะคอกกลับใส่ “ถ้ายูๆไม่จ่าย ฉันจะเรียกตำรวจ”
“ไม่ใช่ไม่จ่าย แต่ฉันจะจ่ายครึ่งเดียว ถ้ายูไม่เอา เรียกตำรวจมาเลย เดี๋ยวนี้..”เราตอบ

ผลสุดท้าย เถียงกันซักพัก คนขับแท็กซี่ก็รับเงินที่เราให้ แล้วขับรถจากไป

ดีนะว่าให้แท็กซี่ไปจอดหน้าบ้านคนอื่นตรงหัวโค้ง แล้วเดินไปบ้านเอาหน่อย นี่ถ้าให้แท็กชี่มันมาจอดที่หน้าบ้านเลย ก็กลัวเหมือนกันว่ามันจะกลับมาทำอะไรเราหรือเปล่า?

เราเล่าเรื่องทั้งหมดให้สามีฟัง เขาไม่พูดอะไรซักคำ

หลังจากนั้น เราก็ทนอยู่ต่อมาจนวีซ่าภรรยาหมดอายุ แต่มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เรากับสามีมีปัญหาถกเถียงกันบ่อยครั้งขึ้น ครั้งล่าสุด ถูกเขาใล่ออกจากบ้าน เขาบอกว่าไม่ต้องการจะอยู่ร่วมกันอีกต่อไปเเล้ว

ตอนที่ทะเลาะกันขั้นรุนแรง เขาทำลายข้างของ (ช่วงนี้ควรรีบถ่ายรูปเก็บใว้เป็นหลักฐาน) เราเรียกตำรวจท้องที่มา เมื่อตำรวจมาที่บ้าน ใด้เเค่ทำการไกล่เกลี่ย แต่ไม่ใด้ให้ใบบันทึกอะไร เนื่องจากเป็นการทะเลาะกันของสามีภรรยาธรรมดา ไม่มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น ตำรวจเพี่ยงแต่บอกว่า หากทนอยู่กันต่อไปแล้วไม่มีความสุข ก็ควรจะหย่ากัน

เราเคยโทรไปที่บ้านพักฉุกเฉิน เพื่อไปขอหลบพักพิง

แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย การหาบ้านพักฉุกเฉิน ต้องโทรไปเฉพาะเขตท้องที่ที่เราอยู่เท่านั้น การจะเข้าไปอยู่ใด้ต้องมีใบ 2 อย่าง คือใบรีพอทจากตำรวจ และหากเกิดการทำร้าย ต้องไปหาหมอ มีใบแพทย์รับรองมาเเสดง

เราทนอยู่ต่อมา จนกระทั่งสามีซื้อตั๋วเครื่องบินให้ เพื่อจะพาเรากลับเมืองไทย และไปหย่าที่นั่น เราเองถอดใจอยากพาลูกกลับเมืองไทยเเล้ว แต่หลังจากที่นอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก คิดกลับไปกลับมาหลายรอบ เเละตัดสินใจไม่กลับ….

การที่จะอยู่ที่นี่ใด้ เราต้องเป็นคนถูกกฏหมาย ทำยังใงถึงจะมีกรีนการ์ด เราเริ่มหาข้อมูลทางอินเตอร์เนต ตอนนั้นไม่ค่อยรู้จักเวบพันทิพค่ะ เคยใด้ยินคนพูดบ้าง แต่เข้าใจว่าเป็นพันธุ์ทิพ(ชื่อห้าง)

เราเช็คสถาณภาพทางอินเตร์เนต พบว่าเครสเราเพนดิ่ง อีกทั้งใด้โทรศัพท์ไปที่อิมิเกรชั่น เจ้าหน้าที่ตอบว่า เครสยังคงเพนดิ่งอยู่

แสดงว่าเรายังมีความหวัง แต่เวลามันผ่านไปปีกว่าๆแล้ว ทำใมมันก็ยังเพนดิ่งอยู่หล่ะ? อีกทั้งไม่เคยใด้รับจดหมายใดๆจากอิมิเกรชั่นเลย หลังจากกลับมาจากสัมภาษณ์ในวันนั้นเเล้ว เราจึงทำการนัดเจ้าหน้าที่อิมิเกรชั่นทางอินโฟพาส และไปพบเจ้าหน้าที่ในวันนัดที่ในเมืองเอตเลนต้า เราไปก่อนเวลานัดมาก ก่อนถึงห้องนัดหมาย เป็นห้องแบบฟอมน์ มองเข้าไปข้างใน เห็นคนพลุกพล่าน เต็มไปหมด ไหน..ลองแวะไปดูหน่อยซิ เขามีอะไรกันทำใมคนเเยอะไปหมด

ในห้องแบบฟอมน์นี้ มีกล่องใบใหญ่ ตั้งอยู่กลางห้องโถง ลักษณะกล่อง เหมือนกล่องรับชิ้นส่วนผู้โชคดีใด้รางวัลแบบบ้านเรา และบริเวณข้างกล่องรับชิ้นส่วน มีโต๊ะสำหรับเขียนตั้งอยู่เต็มไปหมด มีแม็กซิกันเขียนๆแบบฟอมน์ เสร็จแล้วเอาไปหย่อนที่ตู้นี้ ยืนมองอยู่ซักพัก ด้วยความสงสัยเลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นกล่องจับสลาก เพื่อให้สิทธิ๋เเก่ผู้โชคดีใด้อัพพรายกรีนการ์ด ปีนี้ให้ 80 คนเเละ ปีนี้เป็นปีสุดท้าย ไม่มีอีกแล้ว การจับสลากแบบนี้มีเฉพาะที่รัฐจอร์เจียเท่านั้น คุณสมบัติของผู้สมัครคือ เป็นผู้ที่เข้ามาและอยู่อย่างผิดกฏหมายหรือพวกที่วีซ่าหมดอายุเเล้ว โดยซื้อแบบฟอมน์ กรอกใบสมัคร จ่ายค่าธรรมเนียม หย่อนใส่ตู้ แล้วรอรับจดหมาย หากว่าเราโชคดี จะมีจดหมายแจ้งเรา แล้วจึงนำใบแจ้งนี้ แนบไปพร้อมกับหลักฐานสำคัญตอนที่ขอแอพพลายกรีนการ์ด

แหมดีจัง อย๊ากใด้ อยากใด้

เจ้าหน้าที่ถามว่า เราเข้ามาด้วยวีซ่าอะไร? "วีซ่าภรรยา" เราตอบ เจ้าหน้าที่บอกว่า วีซ่าภรรยาขอไม่ใด้ โอ๊ะ...อดเลยเรา เดินคอตกกลับออกมาจากห้อง เราเดินต่อไปที่ห้องนัดหมายและนั่งรอเรียกชื่อซักพักใหญ่

ถึงคิวเราเเล้ว เราเล่าเรื่องให้เจ้าหน้าที่ทราบ เจ้าหน้าที่บอกว่า “ยูไม่สามารถอยู่ที่นี่ใด้ ต้องกลับเมืองไทย สามียูพาเข้ามาเขาเป็นสปอนเซ่อร์ เขาต้องยื่นเรื่องให้ยู เมื่อเขาไม่ทำให้ ยูก็อยู่ไม่ใด้” เมื่อเราถามถึง ใอ -360 ที่เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์กรีนการ์ดให้มา เธอบอกว่านั่นมันสำหรับคนที่สามีตาย

เราขอให้เธอเช็คเคสเราอีกครั้ง เธอกดๆที่คอมพิวเตอร์ตรงหน้าเธอแล้วบอกว่าเคสยังคงเป็นเพนดิ่งอยู่ เราจึงลากลับออกมา เเบบไม่ใด้ข้อมูลอะไรเช่นเคย นอกจากรู้อยู่อย่างเดียวว่าต้องกลับเมืองไทย

พอกลับมาบ้าน นั่งนึกถึงทนายฟรีที่เมื่อครั้งที่เจ้าหน้าที่สัมพาษณ์กรีนการ์ดให้มา เราจึงโทรนัดทนาย ใด้คิวหลังจากวันนี้อีกหนึ่งเดือนครึ่ง

วันนี้....ถึงวันที่นัดทนายเเล้ว จึงไปตามเวลานัด

เราเล่าเรื่องให้ทนายฟัง ทนายบอกว่า ยูไม่สามารถทำอะไรใด้ และเมื่อถามถึง ใอ-360 ใบที่เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์กรีนการ์ดบอกมา มันคืออะไร? เธอตอบว่า ขั้นตอนมันแยอะ ต้องใช้ทนายดำเนินเรื่อง เราตอบกลับว่า "แล้วยูเป็นทนายนี่นา ช่วยฉันใด้ไหม?" เธอตอบว่า "ฉันมีคดีอยู่ในมือเเยอะเเล้ว..." เราใด้ยินเพียงเเค่นี้ จึงลาทนายกลับ เราไม่ใด้ข้อมูลอะไรกลับมาอีกเช่นเคย

เราเคยโพสเรื่องของเราในเวปไทยเวปหนึ่ง(ไม่ใช่พันทิพ) โพสถึงเรื่องสามีปฏิเสธทำกรีนการ์ดให้ จะทำอย่างไร? ทุกคนเข้ามาตอบให้กำลังใจ และบอกว่าให้ใจเย็นๆ กลับไปคุยกับสามีอีกครั้งซิ แต่เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว คงจะกลับคุยกันไม่รู้เรื่อง เรื่องมันมาไกลเกินกว่าที่มามานั่งคุยกันเเล้ว ผลจากการโพสครั้งนี้คือ ไม่ใด้ข้อมูลอะไรอีกเหมือนเดิม

เรานั่งอยู่หน้าอินเตอร์เนตทั้งวัน เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับ ใอ-360 มันคืออะไร?

จากนั้นเข้าไปโพสคำถามเรื่องราวของเราที่เวบไซด์ที่เกี่ยวกับวีซ่าอเมริกาโดยเฉพาะ เป็นเวบบอดน์ภาษาอังกฤษ ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาตอบ และให้ข้อมูลมากพอสมควร รวมถึงผู้ที่เคยขอกรีนการ์ดผ่าน ไอ-360นี้มาตอบกระทู้เรา

นี่เป็นลิงค์เวบบอร์ดที่เคยไปตั้งคำถามใว้ คลิกเข้าไปหาข้อมูลเรื่องวีซ่าต่างๆใด้ที่นี่ "Immigratiom Discussion Board" หลังจากนั้นจึงเริ่มลงมือศึกษา เรื่อง ใอ- 360 ว่ามันคืออะไร? เรานั่งหาข้อมูลในอินเตอร์เนต ส่วนมากจะเป็นพวกสำนักงานทนายความ แต่ที่แน่ๆ เเนะนำให้ไปอ่านที่นี่ที่เดียว ไม่ต้องไปหาอ่านจากที่อื่นให้ปวดหัว มีทุกเรื่อง ทุกคำถามมีคำตอบอยู่ในนี้แล้ว"USCIS Home Page"

คราวหน้าจะมาเขียนต่อว่า ใอ- 360 มันคืออะไร?

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ



Create Date : 02 สิงหาคม 2552
Last Update : 6 กรกฎาคม 2559 9:30:10 น. 0 comments
Counter : 2979 Pageviews.

Quel
Location :
ชิคาโก้ United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 164 คน [?]




ไดอารี่บันทึกเรื่องยุ่งๆชีวิตวุ่นๆ ของซิงเกิ้ลมัมลูก2 อพยบไปอยู่อเมริกาเมื่อปี 2003 อาศัยอยู่รัฐจอร์เจียเป็นระยะเวลา8ปี ปัจจุบันย้ายไปอยู่ที่ชิคาโก้ค่ะ

เริ่มเขียนบล็อกเมื่อ 01 กุมภาพันธ์ 2552 เขียนตามประสพการณ์ชีวิต เเละเรื่องอื่นๆที่ได้เจอมาค่ะ


บล็อกอัพเดท
1.เเม่น้ำสีเขียว

2.กลับเมืองไทย

Please visit my FaceBook คลิ๊กที่นี่

วิวทะเลสาบมิชิเเกน ที่ชิคาโก

The Bean ยามค่ำคืนที่สวนสาธารณะมิลลิเนี่ยม พาร์ค
เเบบจำลองเมืองชิคาโก
ขบวนวงโยธวาธิต ของนักเรียนมัธยมปลาย ที่ชิคาโก ปี2016
วันสดใส มีเเดดออก หลังหิมะตก
360ชิคาโก ตึกJohn Hancock
พาเเหลดวันขอบคุณพระเจ้า/ขบวนวงโยธวาธิต
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Quel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.