ท่องเที่ยวทุกที่

Crocus



Crocus บานหลังสวน ในฤดูใบไม้ผลิ 2017

c

ปลูกเมื่อปลายฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว โดยการฝั่งเมล็ดก่อนฤดูหนาว

สวนที่เห็นใบๆ กำลังจะบาน จะเป็นทิวลิบ  

c1

c3

***Happy Spring Time***




 

Create Date : 02 เมษายน 2560   
Last Update : 2 เมษายน 2560 23:36:37 น.   
Counter : 340 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

G Road Test



G Road Test ตามกระทู้ก่อนหน้านี้

ผมเลือกเวลานัดหมายช่วงบ่าย 1-2 โมง เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดตามที่เวปไซด์ของกรมการขนส่งแนะนำ
บังเอิญเป็นช่วงที่ March Break คือ ช่วงที่นักเรียนปิดเทอมสั้น พอดี  ทำให้ถนนไม่ค่อยยุ่งมาก
สิ่งที่ผมทำก่อนที่ถึงวันทดสอบจริง
1. ทดลองขับแถวๆ สนง. ขนส่ง จะได้รู้ทางและคุ้นเคยกับถนนบริเวณนั้น รัศมีไม่เกิน 3 กม ครับ ลองทดสอบสัก 2-3 เที่ยวก่อนครับ มีคนที่ได้ใบอนุญาต G นั่งไปด้วยยิ่งดีครับ สำหรับผมการเสี่ยงมาก ขับเองเลยบนไฮเวยด้วยเพราะเขาห้ามขับบนไฮเวยถ้าไม่มีใบอนุญาตแบบ G 
2. วันทดสอบจริง ไปก่อนนัดสัก 1 ชม. ครับ วอร์มเครื่องอีกสัก 1 รอบ
3. เตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม
4.การที่ผมวอร์มเครื่องก่อนเวลานัด โดยการเปลี่ยนเส้นทาง ทำให้หลงทางครับ ยังโชคดีที่มาทันเวลาก่อนนัดหมาย 30 นาที ตามระเบียบฯ
แนะนำเส้นทางเดิมที่เรารู้จัก จะได้ไม่หลงทาง เดี่ยวจะเสียเวลาและเสียเงินค่าธรรมเนียม ไปฟรีๆ ถ้าไม่รายงานตัวตามเวลาที่กำหนด)
5. ตัดสินใจไม่กดคิวรอครับ  เนื่องจากเวลากระชั่นชิดมาก เดินไปที่เคาเตอร์ เลือกคุณป้าผู้ใจดี (โชคดีมากคุณป้า Check in ให้เลย....โล่งอกเลยเรา)
ป้าคี่ย์ข้อมูลเสร็จ บอกให้ไปนั่งรอในรถ เลย  อ้อ....ถ้าไม่ใช่รถเรา ต้องจำทะเบียน ยี่ห้อรถ สี่รถด้วยน่ะครับ ผู้ทดสอบจะได้หาเราถูก

      ช่วงระหว่างที่รอในรถ จะมีคนรอคิวทดสอบประมาณ 4 คันรวมผมด้วย ผมสังเกตุเห็นมีคันหนึ่ง เขามากับครูสอนขับรถ และอีกคันเป็นผูหญิงสอบขับรถบรรทุกพาณิชย์ รู้สึกว่าเขามีขั้นตอนมากกว่า เช่น ทดสอบความรู้เกี่ยวรถและอุปกรณของรถบรรทุก ฯลฯ 
      ผมนั่งรอในรถประมาณ 20 นาที ถึงเวลานาทีทองของผมแล้ว ผู้ทดสอบเป็นผู้หญิง ท่าทางไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่ ผมพยายามทำใจดี สู้เสื่อ ยิ้มเท่านั้นที่ครองโลก
  Pre_Test ด้วย ชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด ตรวจสอบเปิดไฟเลี้ยว ซ้ายขวา ไฟเบรค แตร  สอบถามประสบการณ์ขับรถบนไฮเวย ภายเวลา 3 เดือน ผมตอบเขาไป มากกว่า 10 ครั้ง(โกหกใส่ไข่ไปนิดหน่อย) แล้วก็ลงลายมือชื่อรับทราบและปฏิบัติ  ผู้ทดสอบบอกให้เราขับรถไปเดียวเขาจะบอกทางเอง ก่อนที่จะปฏิบัติตามคำสั่งให้คำนึ่งถึงความปลอดภัยก่อนอันดับแรก ถ้าไม่ปลอดภัยไม่ต้องทำตามก็ได้ ยึดกฎเจรจรเป็นเกณฑ์ ...
   ผมขอร้องเขาให้พูดชัดๆและช้าๆ เขาก็โอเค   (ในใจพยายามไม่เครียดปล่อยว่าง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด) พยายามยิ้มไว้ อย่าเครียด ขับด้วยความตั้งใจและมั่นก่อนตัดสินใจ ขับขึ้นไฮเวย และเขาไปที่ชุมชน มีป้ายหยุด ต้องหยุดอย่างจริงจัง มองซ้ายขวาปลอดภัยก่อนออกรถ จอดฉุกเฉิน 3 point turn โชคดีไม่ต้อง Parallel park ซึ่งผมไม่ค่อยถนัดด้วย ขากลับเข้าไฮเวยอีกครั้ง พอลงจากไฮเวยต้องเลี้ยวขวาแบบกระทันหัน ต้องแทรงรถบรรทุกแบบกระชั่นชิด (ถูกดุอย่างแรง ว่าควบคุมรถไม่ดี เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ นึกในใจกรุต้องไม่ผ่านแน่) 
แล้วถึงจุดหมายปลายทางสุดท้าย สนง.ขนส่งฯ จอดเรียบร้อยเขาบอกว่า "You Pass"  ตะลึ่งนิดหน่อย " Thank You very much " เขาก็ให้เอกสารไปยื่นที่เคาเตอร์เพื่อรับใบอนุญาตชั่วคราว เสร็จแล้วก็กลับบ้าน รอใบอนุญาตตัวจริงส่งให้ที่บ้าน ภายใน 3 สัปดาห์ 
ว้าว!!!!! เราทำได้แล้ว   ดีใจสุดๆ
  ***อย่าลืม Check Blind Spot, Completed stop***




 

Create Date : 02 เมษายน 2559   
Last Update : 2 เมษายน 2559 8:17:42 น.   
Counter : 278 Pageviews.  

วัฒนธรรมการทำงานของคนแคนาดา

Canadian workplace Culture

1.Work Hard/Play Hard
ทำงานหนัก มีวันหยุดน้อย ปีหนึ่งๆ ส่วนมากได้วันหยุดพักผ่อนปีละ 2 สัปดาห์ หรือต้องทำงานเป็นกะ
2.Wanted-Experience
ต้องการประสบการณ์ ไม่ใช่วุฒิทางการศึกษา ส่วนมากรับผู้มีประสบการณ์ในแคนาดาเท่านั้น
3.Easy Hire/Easy Fire
เข้าง่าย /ออกง่าย ไม่ยืดติดงานเดิมๆ จบเกษียณ
4.Communication and Teamwork
เป็นผู้ที่มีการติดต่อสื่อที่ดี และทำงานเป็นทีม
5.Flexibility
เริ่มต้นงานที่ต่ำๆ ก่อนแล้วค่อยเลื่อน ตำแหน่งที่สูงขึ้น(ได้เงินเดือนน้อยก่อน พอมีประสบการณ์ ก็จะได้ค่าจ้างเพิ่มขึ้นตาม)
6.Other Differences
   -จ่ายเงินเดือนทุก สองสัปดาห์
   -ไม่มีการบังคับ
   - อัตราภาษีเงินได้สูง
   - เวลาพักกลางวัน แค่ 30 นาที (ส่วนมากหอจากบ้านไปทานที่ทำงาน)
7 เพิ่มเติม
  - ตรงต่อเวลามาก (มีการหักค่าแรงเป็นนาที) จ่ายค่าแรงเป็นชั่วโมง
  - รู้หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง
  - ตอบปฏิเสธ"ไม่" ตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
  - ไม่รู้ให้ถาม
  - ยึดถืองาน สำคัญกว่าความสัมพันธ์ทางครอบครัว
  - ยึดถือระเบียบเป็นสำคัญ
  - ให้ความเกียรติ เพื่อนร่วมงาน
%%%%%
train




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2559   
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2559 1:59:07 น.   
Counter : 632 Pageviews.  

การสอบใบขับขี่รถยนต์ Ontario Canada

ก่อนอื่นเลยต้องหาหนังสือมาอ่านก่อน มีช่องทางดังนี้
1.โดยทำบัตรห้องสมุด แล้วยืมหนังสือจากห้องสมุดประหยัดที่สุด
หนังงสือยืมได้ครั้งละ 3 สัปดาห์ และขอต่อทาง ออนไลน์ได้อีก2 ครั้ง
2.ซื้อหนังสือจาก Ontario service หรือที่  สนง.driver test เล่มล่ะ 16 CAD

สำหรับผมอ่านทำเข้าใจ 2-3 รอบ เพราะไม่เก่งภาษา ไม่เข้าใจสำเนา
และก็หาข้อมูลทางเน็ต ตัวอย่างข้อสอบ(ช่วยได้เย่อะมาก  มากกว่าอ่านหนังสืออีก ทำให้เรารู้คำถาม และแนวทางในการตอบ)
สำหรับผมใช้ตามเวปนี้ครับ :-
1.link มีตัวอย่างข้อสอบเย่อะมาก  ชอบๆๆ
2.link1 คล้ายๆ กันคับ 

เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม ไปเลยครับ Drive test center.
  1 กดบัตรคิว
  2 รอเรียก
  3 ยื่นหลักฐาน : พาสปอร์ต,ใบขับขี่จากไทย,หนังสือรับรองจาก กรมการขนส่ง ต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน(ถ้าสอบผ่านข้อเขียน สามารถยื่น Road test G ได้เลย)
  4 ทดสอบ สายตา
  5 ชำระเงิน สำหรับ G1 = 97CAD
  6 ถ่ายรูป
  7 รอเรียกเข้าห้องทดสอบ (เครื่องว่าง) ที่ สนง.ที่นี้มี แค่ 12 เครื่อง
ได้เวลาเข้าห้องสอบ เจ้าหน้าที่อธิบายแค่ touch screen follow the instruction.
 - เริ่มด้วยเลือก วันเดือนปีเกิด มีตัวสุ่ม 4 ตัวเลือก ถ้าเลือกผิดเครื่องก็จะไม่ทำต่อ จนกว่าจะเลือกวันเดือนปีเกิดถูก
 - คำถาม2 บวก 2 ผลลัพธ์ คือ....
เริ่มเข้าสู่โหมดข้อสอบ จออธิบายวิธีทำข้อสอบ ข้อสอบมี 2 พาสๆละ 20 ข้อ,การข้ามข้อ แล้วกลับมาทำใหม่,เวลาในการทำข้สอบ 20 ข้อ 20 นาที, ต้องผ่าน 16 ข้อ....etc.
1.Part sign
2.Part regulation
ข้อสอบจะไม่ Tricky มาก จะถามตรงๆ ส่วนมากมีอยู่ในคู่มือ ทั้งหมด สำหรับคนที่มีความจำดี ไม่ต้องกลัวตกครับ
สำหรับผม part ที่ 1 ได้ 17 คะแนน Part 2 ได้ 16 คะแนน 
ดีใจสุดๆ ในที่สุด "ฉันก็ทำได้"
รอรับขับขี่ชั่วคราวเป็นกระดาษ ตัวจริงจะส่งให้อีก 3 สัปดาห์
ช่วงที่รอมีเด็กหนุ่มฝรั่ง สอบ สามครั้งแล้วไม่ผ่าน
จนท บอกว่า ไม่ให้สอบวันนี้ ให้ไปอ่านหนังสือให้พร้อมแล้วมาสอบใหม่
สอบซ้ำแต่ละครั้งจะต้องเสียเงินอีกครั้งละ 15 CAD.

สำหรับผมลงทะเบียบนัด ROAD TEST เลยในวันนั้น
ตอนนี้ยังไม่พร้อมขอเลื่อนไปก่อน
รู้สึกปอดๆ เห็นสถิติคนสอบไม่ผ่านเย่อะ 33% สำหรับ G Road Test.
เสียค่าธรรมเนียมไปแล้ว เดียวเดือน เม.ย ค่อยสอบใหม่เพื่อใบอนุญาต G
ค่าธรรมเนียมสำหรับ G road test 87 CAD ถ้าสอบไม่ผ่าน จะต้องสอบ G2 road test เสียค่าธรรมเนียม 57 CAD.

"ภวนา ขอให้สอบผ่าน และเจอผู้สอบใจดี มีน้ำใจ" 

windsor




 

Create Date : 31 มกราคม 2559   
Last Update : 31 มกราคม 2559 23:52:15 น.   
Counter : 368 Pageviews.  

ประสบการณ์ในการเรียนภาษาสำหรับผู้ย้ายถิ่นฐาน Permanent resident (PR)

ประสบการณ์ในการเรียนภาษาสำหรับผู้ย้ายถิ่นฐาน Permanent resident (PR)

มีหลายหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เปิดโอกาสให้ผู้มาใหม่ (Newcomers) ได้เรียนภาษาที่ 2 ฟรี (ระดับ intermediates level 8 ส่วนระดับ Advance level 9+ ต้องเสียตั้งค์)

สิ่งแรกที่ต้องทำ ต้องไปลงทะเบียนทดสอบประเมินผลด้านภาษา จะลงทะเบียนโดยตรงกับสถาบันทดสอบภาษาหรือสถานศึกษาที่เราไปติดต่อที่จะเรียนก็ได้ เขาจะลงทะเบียนให้ก็ได้

สำหรับผมเข้าไปติดต่อที่สถาบันการศึกษาก่อนแล้วเขาลงทะเบียนให้ครับ

นำใบแจ้งผลการประเมินฯ เพื่อที่จะเข้าเรียน   มีที่ว่างจะได้เรียนเลยถ้าโรงเรียนเปิดเรียนไปแล้วไม่นานหรืออาจจะต้องรอภาคเรียนต่อไป

สำหรับผมเปิดเรียนไปแล้ว 3 สัปดาห์ทางโรงเรียนจัดให้เข้าเรียนเลยเฉพาะภาคบ่ายเนื่องจากมีที่ว่าง ไม่ต้องเรียนย้อนหลัง ในห้องมี 15 คน ชาวอีรัก 8 คน ฮังการี 1 คน เนปาล 2 คน คองโก 2 โคลัมเบีย 1 ไทย 1

กิจกรรมในห้องเรียน ฟังเทปแล้วเติมคำในช่องว่าง

ยากขึ้นไปอีกก็ ฟังเทป/ดูวีดีโอ แล้วตอบคำถาม,เล่นเกมส์บ้าง

ดูหนัง ฟังเพลงบ้าง แต่ไม่ใช่ดูเชยๆ น่ะครับ ดูแล้วตอบคำถามทำงานกลุ่ม

การบ้านมีเกือบทุกวัน แต่เป็นการให้เตรียมข้อมูลเพื่อที่เรียนในวันถัดไป เพราะอาจารย์จะสอบถามเรารายบุคคลเวลาเรียน

ช่วงที่ผมเรียนมีการ Presentation 3 ครั้ง คือเรื่องเกี่ยวกับ นักศิลปิน (จับฉลากนักศิลปินเพื่อค้นคว้า), การทำรายการอาหารต้องทำเอง(เลือกเอง) มีรูปภาพของตัวขณะทำอาหาร , นัก/วงดนตรีและทำการสอนจากเนื้อหาของเพลง(จับฉลากนักดนตรี) ต้องทำรายงาน แล้วออกไป present หน้าห้อง อาจารย์จะกำหนดหัวข้อให้ แต่ละหัวข้อจะต้องประกอบเนื้อหาอะไรบ้างอะไรที่แสดงในสไลด์ได้ อะไรต้องพูดเองขยายเนื้อหาในสไลด์เวลาออกไปรายงานอาจารย์จะมีการ Checklist ให้คะแนน คำศัพท์ถูดต้องการใช้ Tenses จังหวะการพูด ตรงเนื้อหาตามที่กำหนดไหม

เวลาออกไปรายงานใครก่อนหลัง ก็จับฉลาก

ตลอดระยะเวลาที่เข้าเรียน 2 เดือนครึ่ง(จันทร์ –พฤหัส)เจอเหตุการณ์อะไรบ้าง

- มีการฝึกซ้อมหนี่ไฟ 3 ครั้ง  กม.บังคับให้โรงเรียนจะต้องฝึกซ้อมหนีไฟทุกเดือน

- ได้รับอบรมเกี่ยวกับการแจ้งหน่วย 911 หน่วยงานดับเพลิง ความรู้เกี่ยวไฟไหม้ และการติดต่อกับหน่วยตำรวจทุกคนต้องเข้ารับการฟังการบรรยาย

- ได้อบรมสำหรับผู้ที่สัมผัสฤดูหนาวครั้งแรกในแคนาดา เขาจะสอนวิธีการดำรงชีวิตในช่วงดูหนาวการใส่เสื้อผ้า หิมะกัดอาการแบบไหน ซื้อเสื้อผ้ากันหนาวที่ไหนในราคาสมเหตุผล ปีนี้มีผู้เข้ารับการอยู่ประมาณ25 คนซึ่งเป็นผู้มาใหม่ในปีนี้ส่วนมากเป็นนักเรียนที่อยู่ในระดับ 1-3 และส่วนมากพูดภาษาสเปนเขาเลยจัดให้มีล่ามแปลภาษาสเปนให้ ส่วนในห้องผมมี 2 คนที่มาใหม่ไม่ต้องใช้ล่าม

- ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี(ที่ห้องไปรับบริการแค่2 คน)

- จัดงานเลี้ยงวันคริสมาสฟรีเป็นการจัดเลี้ยงทั้งหน่วยงานและนักเรียนทุกชั้นเข้าร่วม

สิ่งที่ประทับใจ

- ที่นี่มีการเลี้ยงเด็กเล็ก(กำหนดอายุระหว่าง19เดือน ถึง 6 ปี) ให้ฟรีสำหรับแม่ที่มาเรียนหนังสือ

- มีไมโครเวฟ 3 เครื่องไว้อุ่นอาหารทานได้

- เวลารายงานหน้าชั้น สามารถใช้งานออนไลน์ได้เลย

สิ่งไม่ค่อยประทับใจ

- มีความรู้สึกเหมือนอาจารย์ไม่ค่อยเป็นกันเองสักเท่าไหร่มีการลำเอียงนิดๆ

- การให้อิสระนักเรียนมากเกินไปอย่างเช่น  การ presentation นักเรียนไม่ต้องทำก็ได้ (ไม่ได้คะแนนน่ะ)

- ตัดคะแนนสูงเกินไปต้องผ่าน 80%

- ต้องมีเวลาเรียนอย่างต่ำ 80%

- ถ้าอาจารย์มีการประชุมหรืออบรมโรงเรียนจะปิดเลย  (เจอไป 3 ครั้งที่ต้องปิด)

- ในความเห็นส่วนตัวควรเริ่มเรียนในระดับที่ต่ำก่อนและเรียนไปพร้อมๆกัน คือ ทั้ง พูด ฟัง อ่าน เขียนพร้อมกันเลย  ไม่ใช่แยกอ่านเขียนและฟังพูดคนละชั้นกันทำให้ไม่ประสานต่อเนื่องกัน ผมก็เจอ เรียน L/S ระดับ 6 R/W=5 คนละชั้น คนละอาจารย์ ผมได้ปรึกษากับอาจารย์และผู้บริหารแล้ว ว่าขอเรียนในระดับ5 ทั้งหมด เพราะเรียนระดับ 6(CLB6) เรียนไม่ทันเขา(ฟังไม่ทันเร็วมาก)เขาบอกว่าไม่ต้องกังวลเดียวก็เรียนทันเพื่อนๆ เอง และเขาต้องทำตามกฎระเบียบของโรงเรียน

ภาพถ่ายของคณาอาจารย์  อาจารย์ของผมคนที่สองจากขวา

teachers




 

Create Date : 03 มกราคม 2559   
Last Update : 3 มกราคม 2559 9:33:46 น.   
Counter : 113 Pageviews.  

1  2  3  

BlogGang Popular Award#13


 
kaeprakhon
Location :
บุรีรัมย์ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เข้าบุคคล รักธรรมชาติ ชอบผจญไร้พรมแดน
[Add kaeprakhon's blog to your web]