แผนรักจัดฉากหัวใจ บทที่แปด ตกลงใจ เชื่อใจ
บทที่แปด
ตกลงใจ - เชื่อใจ


รุ่งเช้าคณะผู้วิจัยได้เดินทางไปงานสัมมนาวิชาการตั้งแต่เช้า ซึ่งหนึ่งในนั้นมีอาจารย์สาวที่หมายปองในตัวตรีภพคือวิชชุดา ที่ดีอกดีใจที่ได้เดินทางไปเชียงใหม่ร่วมกับชายหนุ่มที่เธอสนใจและหวังว่าจะโอกาสการเดินทางในครั้งนี้พิชิตใจพ่อหนุ่มนักเรียนนอกคนนี้ให้จงได้ ส่วนตรีภพพ่อหนุ่มนักเรียนนอกคนดังกล่าวได้แต่นั่งซึมตลอดเส้นทางเพราะคิดว่าโอกาสในการกลับไปหาดวงใจของเขามันช่างริบหรี่เต็มทน

‘อีกตั้งสองปีนะเว้ย แล้วนายแน่ใจได้ไงว่าสองปีที่ห่างกันน้องเค้าจะไม่มีรักใหม่ ใช่ยิ่งสวยๆ อยู่ ไปอยู่ไกลหูไกลตาต้องมีคนมาจีบตรึมแน่ แล้วถ้าน้องเค้าใจอ่อนขึ้นมาละ โอย บ้าเอ้ย ตูไม่อยากจะคิด แล้วตูก็ยังไม่ได้บอกรักน้องเค้าเลยนะเว้ย’
ความคิดด้านมารดำกำลังออกอาละวาทอย่างหนักในสมองของชายหนุ่ม

‘ทำไมต้องมีการประชุมสัมมนาตอนนี้ด้วยวะ’
ชายหนุ่มได้แต่ร้องตะโกนในใจ

จนคณะผู้เดินทางได้เดินทางมาถึงโรงแรมที่พักอย่างสวัสดิภาพ โดยคณะเจ้าภาพได้จัดเตรียมอาหารไว้ต้อนรับอย่างเต็มที่ เมื่อรับประทานอาหารเสร็จชายหนุ่มก็ได้ขอปลีกตัวเข้าห้องพักโดยอ้างว่าต้องการจัดเตรียมข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนอาจารย์หนุ่มรูมเมทอีกคนยังดื่มกินอย่างสนุกสนานอยู่ห้องอาหารที่จัดเลี้ยงรับรอง

เมื่อเข้าห้องได้แล้วก็จัดการเปิดโน้ตบุ๊กคู่ใจ เพื่อดูหน้าสาวน้อยในดวงใจด้วยความคิดถึง หลังจากจ้องมองได้สักพักก็ตัดสินใจโทรหานายโจเพื่อนรัก เพื่อถามข่าวเสียหน่อย พร้อมตัดสินใจว่าต้องขอเบอร์หนูจิตให้จงได้ เมื่อปลายสายรับโทรศัพท์ก็พูดคุยเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน โดยที่ตรีภพไม่รู้ว่าหนูจิตได้นั่งหูผึ่งฟังเรื่องราวอยู่ใกล้ๆ

“วันนี้เราไปเที่ยวน้ำตกกันมาด้วย แวะซื้อของอีกเยอะแยะ ใช่ นั่นและ แล้วแกถึงเชียงใหม่เรียบร้อยดีไหม”

“อืม อยู่ ถามทำไม”

“เถอะน่า ก็ข้าจะพูดกับหนูจิต”

“หนูจิตมีคนอยากพูดด้วย”
ว่าแล้วพี่โจก็ยื่นโทรศัพท์มาให้แล้วยืนคุมอยู่ใกล้ ทำให้เธอต้องพูดเสียงเบา

“ค่ะ สบายดีค่ะ สนุกค่ะ

“นี่เจ้าโจยังยืนอยู่ตรงนั้นใช่ไหม”

“ค่ะ”

“พี่อยากพูดกับหนูจิตโดยไม่มี กขค งั้นพี่จะบอกเบอร์โทรศัพท์ของพี่ให้หนูจิตโชว์เบอร์มาหาพี่นะครับ”

ตรีภพไม่อยากให้เพื่อนรักรู้ว่าเขาขอเบอร์โทรศัพท์น้องสาวจึงได้บอกเบอร์ตัวเอง แล้วภาวนาให้สาวเจ้าโทรมา ถ้าเธอมีใจให้เหมือนกัน แต่ถ้าไม่โทรคราวนี้เป็นไงเป็นกันต่อให้ต้องเสียฟอร์มบากหน้าขอเบอร์จากเจ้าโจ ตัวช่วยสุดท้ายก็ต้องยอมละ

“ตกลงนะครับ 089 334 5XX ต้องโทรมานะ พี่มีเรื่องสำคัญจะพูดด้วย”

หนูจิตนิ่งฟังด้วยความตั้งใจแล้วรีบกดวางสาย ส่งโทรศัพท์คืนให้พี่ชายที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แล้วรีบเดินหนีขึ้นห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว แล้วรีบกดเบอร์ที่เธอจำได้ขึ้นใจลงบนเครื่อง กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจอีกสองสามที และกรี๊ดไม่มีเสียงอีกหนึ่งที ก่อนจะกลั้นใจกดโทรออกไป เพียงชั่วขณะเดียวชายหนุ่มก็กดรับสาย จนหนูจิตยังงงในความรวดเร็ว

“เออ หนูจิตเองค่ะ”

“ครับพี่รออยู่ เบอร์นี้ของหนูจิตนะครับ”

“ค่ะ ” แล้วทั้งสองก็เงียบไปพร้อมกันอยู่ 5 วินาที ที่มีอาการเด๊ดแอร์ จนหนูจิตต้องทำลายความเงียบลง

“ที่เชียงใหม่อากาศดีไหมค่ะ ”

“ดีครับ แต่อยากกลับไปที่ปากช่องมากกว่า เออหนูจิตจะเดินทางวันไหนนะครับ”

“ศุกร์หน้าค่ะ ตอนเช้า”

“เตรียมของ เอกสาร เรียบร้อยแล้วใช่ไหมค่ะ”

“ค่ะ พี่ภพจะมาส่งหนูจิตไหม”
หนูจิตกลั้นใจถามประโยคที่อยากรู้มานาน ว่าจะได้เจอหน้าผู้ชายคนนี้อีกไหม ขอเจอก่อนไปได้ไหมงะ

“พี่อยากไปครับ ถ้าเป็นไปได้” ทำไมต้องมีคำหลังด้วยนะ หนูจิตคิดอย่างขัดใจ

“เออ พี่มีเรื่องอยากจะบอกหนูจิตให้รู้ไว้เรื่องหนึ่ง ”

“ค่ะ”

“พี่คิดว่าพี่อยากเริ่มทำความรู้จักกับหนูจิต เราสองคนพอจะเริ่มต้นในรูปแบบนั้นได้ไหม”
จริงๆ แล้วชายหนุ่มอยากพูดต่อหน้าเจ้าตัวเองมากกว่า จะได้สบตาถ่ายทอดความจริงใจลงไปด้วย แต่ประโยคแค่นั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้หนูจิตยกมือให้ปิดปากแล้วร้องกรี๊ดด้วยความดีใจได้ แล้วเจอจังๆ ต่อหน้าคงดีใจจนเป็นลม

“เออ รูปแบบไหนค่ะ แบบ แบบ คนเป็นแฟนคบกันหรือค่ะ”
นี่ ดิฉันไม่ได้แกล้งโง่นะ แต่ไม่อยากคิดไปเองต่างหาก

“ครับ คบหากัน ห่วงใยกัน เรียนรู้นิสัยกันและกัน ว่าไงครับ ถ้าคุณตัดสินใจดีลภายใน 5 วินาทีนี้ คุณจะได้รับแฟนหนุ่มหล่อ นิสัยดี มีเวลาให้หนึ่งคนทันที พร้อมโปรโมชั่นพิเศษรักกันดีๆ ตลอด 24 ชั่วโมงตลอดไปครับคุณผู้หญิง”

ชายหนุ่มกล่าวตอบด้วยความรู้สึกจริงจังในตอนแรก แต่ติดตลกในช่วงท้ายเพื่อลดความตื่นเต้นของตัวเอง ซึ่งก็หวังว่าความรู้สึกจะส่งผ่านมาทางไปให้อีกฝ่ายตอบรับข้อเสนอของหัวใจ แ

ต่อีกฝ่ายนั้นยิ่งกว่าตอบรับพยักหน้าหงึกหงักกับโทรศัพท์
ยิ้มแฉ่งหน้าบานเป็นกระด้ง จนถ้าส่องกระจกในยามนี้จะพบผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าแดงก่ำ และดวงตาเปล่งประกายความสุขระยับระยับ อย่างคนดีใจมากจนใกล้บ้า

‘แต่มันข้ามขั้นตอนขั้นตอนหนึ่งไปนะ พี่ภพยังไม่บอกชอบเราเลยนะ อึ่ย อยากรู้แต่ไม่กล้าถามงะ เรายังไม่หน้าหนาพอที่จะทวงถามเรื่องแบบนี้กับผู้ชายนะ’
ฝ่ายนางฟ้าสีขาวบินเตือนสติอย่างข้างๆ หู แต่นางมารสีดำชิงลงมือก่อนโดยการตอบตกลงไปแล้วเรียบร้อย

“ตกลงค่ะ ดีลค่ะ”

เธอตอบด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด แล้วรีบปิดปากตัวเองที่เสียจริตมารยาที่ควรทำทีว่าคิดหนักสักหน่อยตามลักษณะหญิงไทยที่ดี แต่ช้าไปแล้วละจ๊ะ ก็ทำไงได้ละ ยังไงเรามันก็เป็นคนที่ตรงไปตรงมาอย่างไร้ศิลปะอยู่แล้วนี้

‘ช่างเป็นวินาทีที่น่าจดจำอะไรเยี่ยงนี้ โอยอยากจะกรี๊ดสลบอีกสักรอบ’

“เริ่มตั้งแต่วินาทีนี้เลยนะครับ” แล้วชายหนุ่มก็ปิดกระบอกโทรศัพท์แล้วกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

‘ชัวร์อยู่แล้ว พี่ภพไม่รู้หรอกว่าหนูจิตรอคอยเวลานี้มานานแค่ไหน เยส’

“ค่ะ เริ่มตั้งแต่วินาทีนี้ 5 4 3 2 1 เลยค่ะ แต่ว่าพี่ภพต้องให้คำสัญญากับหนูจิตก่อน กฎข้อแรกหนูจิตถูกเสมอ กฎข้อสอง ห้ามทิ้งด้วยประการใดๆ ทั้งปวง กฎข้อสามคือถ้ามีปัญหาข้องใจให้กลับไปดูข้อแรกค่ะ”

ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มและหัวเราะกับโทรศัพท์อย่างดีใจสุดๆ แม้ว่าจะเป็นคำขอที่เอาแต่ใจ ที่มองไปทางไหนก็เห็นว่าชีวิตในภายภาคหน้าของเขาจะมีแต่ต้องยอมตามใจคนเอาแต่ใจคนนี้เท่านั้น แต่ไม่รู้ทำไมเมื่อมันออกจากปากของหญิงอันเป็นที่รักคนนี้ ต่อให้มากกว่านี้เขาก็รับได้ทุกอย่าง

“ตกลงทุกข้อครับ ส่วนพี่ขอกับหนูจิตอย่างเดียวไม่ว่าจะเรื่องอะไรเราจะไม่ทะเลาะกันเพราะคนอื่นเป็นอันขาด นะครับคนดี”

“สัญญาค่ะ พูดคำไหนก็เป็นคำไหนเลยค่ะ” โอย ชอบจังเลยคำว่าคนดีข้างๆหูเนี่ย

แล้วทั้งคู่ก็ได้พูดคุยกันไปเรื่อยๆ มีสาระบ้างไม่มีสาระบ้างอย่างไม่รู้เบื่อ จนหนูจิตห่วงนอนและหลับอย่างเป็นสุขไปแล้ว ชายหนุ่มจึงได้วางสายอย่างสุขใจเช่นเดียวกัน

“ราตรีสวัสดิ์ ครับคนดี”


รุ่งเช้าต่อมาช่างเป็นเช้าที่มีความสุขปลอดโปร่งสว่างไสวมองไปทางไหนก็สดชื่นสดใสสำหรับคู่รักคู่ใหม่เป็นอย่างยิ่ง หนูจิตตื่นแต่เช้าหน้าบานเปี่ยมสุขผ่องใสยิ่งกว่าทุกวัน เช้านี้เมื่อโทรทักทายอรุณสวัสดิ์กัน คุยถึงแผนการวันนี้ว่าแต่ละคนจะไปทำอะไรบ้าง อย่างไร
การพูดคุยกระหนุงกระหนิงของทั้งคู่ เป็นที่สงสัยใคร่รู้ของกองเชียร์คนอื่นๆ ยิ่งนักว่าหนูจิตกำลังคุยกับใคร จึงได้ส่งพี่โจมาเป็นหน่วยแมวมองกองสุ่มแอบฟังการสนทนาที่ระเบียง ก็จับข้อความได้ว่าคิดถึงค่ะ ทานข้าวรึยัง เชียงใหม่
หนาวไหม
นี่แหละประโยคทองที่รอคอย จะเป็นใครไปไม่ได้ที่อยู่ที่เชียงใหม่ก็ต้องตรีภพคนเดียวเท่านั้น ยะฮู มันก้าวหน้าเว้ย รูปการแบบนี้หรือว่ามันคบกันแล้ว ต้องรีบแจ้งข่าวให้สมาชิกผู้ก่อการรักของหน่วยเรารับทราบแล้ว ว่าแผนขั้นแรกสำเร็จแล้วจ้า

ทุกคนเมื่อทราบความคืบหน้าจากโจก็ยินดีกันถ้วนหน้า แต่ก็จำต้องเก็บอาการไม่หนูจิตรู้เพราะเพิ่งคบกันประมาณว่าเดี๋ยวไก่ตื่น ทั้งคู่อาจจะเขินอายก็เป็นได้ ค่อยๆรอดูไปก่อนดีกว่า

ฝ่ายตรีภพก็ตื่นเช้าด้วยความผ่องใสเช่นกับแฟนสาวหมาดๆ อารมณ์ฮัมเพลงอย่างมีความสุข จนเป็นที่สังเกตของคณะอาจารย์คนอื่นๆ จนมีคนเอ่ยปากแซว แต่เจ้าตัวก็เพียงยิ้มรับอย่างสุภาพเท่านั้น ซึ่งอาการของชายหนุ่มไม่ได้คลาดสายตาของวิชชุดาที่จับจ้องอยู่ และก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะอะไร จนความจริงมาปรากฏเมื่อระหว่างที่เตรียมการนำเสนอผลงานวิจัยชายหนุ่มได้นำโน้ตบุ๊กคู่ใจมาเปิดเพื่อ save ข้อมูลไปไว้ที่เครื่องที่ใช้นำเสนอ อาจารย์สาวจ้องมองรูปพักหน้าจอของชายหนุ่มด้วยความริษยา แม่สาวคนนี้มันใครกันนะ

“เออ ใครหรอค่ะ น้องสาวหรอค่ะ น่ารักจัง”

“รูปแฟนผมเองครับ” ตรีภพตอบอย่างสุภาพแต่ชัดเจนแถมยิ้มกับแม่สาวที่หน้าจออย่างมีความสุขอีกต่างหาก

เมื่อได้ฟังคำตอบที่เปิดเผยของผู้ชายที่แอบพึงใจ วิชชุดาก็หน้าเสียลงก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วชวนคุยเรื่องอื่นๆต่อทันที แต่ในใจนั้นคิดอิจฉาผู้หญิงคนนี้จริงๆ แต่ไม่แน่นะรักแท้อาจจะแท้ความใกล้ชิดก็ได้นะ ดูกันต่อไปเถอะ

การนำเสนอผลงานทางวิชาการครั้งนี้ตรีภพได้นำเสนอในตอนบ่าย ซึ่งการผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยเรื่องที่นำเสนอเป็นเรื่องการปรับปรุงสายพันธุ์พืชเศรษฐกิจให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับความสนใจจากเข้าฟังการสัมมนามากและมีการซักถามจำนวนมาก เป็นอันว่างานเปิดตัวชิ้นแรกสำเร็จลงอย่างงดงาม
ทำให้ท่านอธิการบดีปราบปลื้มในตัวชายหนุ่มมากที่นำชื่อเสียงมาสู่มหาวิทยาลัย จึงสบช่องทางให้ชายหนุ่มของอนุญาตกลับก่อนกำหนดเพื่อไปจัดการธุระส่วนตัว ทำให้ได้รับอนุญาตอย่างง่ายดาย เพราะวันที่เหลือก็เป็นกิจกรรมเที่ยวชมดูงานเท่านั้น
พร้อมทั้งเอ่ยปาก แซวอย่างอารมณ์ดีว่า สงสัยจะรีบไปหาแฟน ซึ่งชายหนุ่มก็เพียงแต่ยิ้มรับเท่านั้น ทำให้วิชชุดาที่ฟังอยู่เกิดความรู้สึกริษยาอย่างช่วยไม่ได้ หึ ไม่ได้กลับหรอกยะ

เมื่อตรีภพกลับเข้ามาในห้องพัก อาบน้ำอาบท่าและโทรจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเช้าที่สุด เพื่อรีบกลับไปเซอร์ไพรส์หวานใจหมาดๆ ให้ประหลาดใจเล่น ขณะที่เตรียมตัวเก็บกระเป๋าอย่างอย่างสุขใจก็มีเสียงเคาะประตู เมื่อดูจากตาแมวก็พบว่าเป็นวิชชุดาจึงเปิดประตูออกมาด้วยความแปลกใจ ซึ่งหญิงสาวก็รีบแทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว จนตรีภพยังงงว่าเชิญเข้ามาตอนไหนวะ แต่ก็เปิดประตูทิ้งไว้กันการครหา

“คือน้องไม่กล้าเข้าไปในห้องนะค่ะ คือว่าในห้องน้ำห้องน้องมันติดสวนนะค่ะ มันมีตุ๊กแกที่ไม่รู้ว่าเข้ามาได้ยังไงตั้งสองตัว น้องเข้าห้องน้ำแล้วเจอมันเข้า มันน่ากลัวมาก ตาเงี่ยแดงเชียว เลยไม่กล้าอยู่ในห้องนะค่ะ คุณภพไปช่วยไล่มันออกให้หน่อยได้ไหมค่ะ”

‘เออ คุณน้องครับพอดีว่ามันไม่ใช่หน้าที่อะไรของผมเลยนะครับ แล้วผมก็สงสัยจริงๆ ว่าทำไมไม่ไปโทรขอความช่วยเหลือจากพนักงานหรือจากเพื่อนสาวห้องข้างๆคุณ แทนที่จะเดินถ่อมาตั้งไกลคนละฝั่งของตึกอย่างนี้’

แม้ในใจจะคิดอย่างนั้น แต่ตรีภพก็อยู่ในโหมดสุภาพบุรุษจึงต้องถามตามมารยาทว่า

“คุณน้องโทรเรียกพนักงานฟอร์นให้มาดูรึยังครับ”

“โทรแล้วค่ะ แต่ไม่มีใครรับสายเลย น้องทนอยู่ห้องไม่ได้จึงมาอาศัยที่ห้องคุณก่อน”

ตรีภพฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว แต่ก็ลองโทรไปที่ฟอร์นดูก็พบว่าไม่มีใครสายไม่ว่างเลย จึงตัดสินให้เพื่อนร่วมงานสาวรออยู่ที่ห้องแล้วเดินลงไปที่ฟอร์นเพื่อตามพนักงานให้

‘ช่างเถอะไปเรียกให้ก็ได้ จะได้เสร็จๆ ไปเดี๋ยวจะหาเราไม่มีน้ำใจ เสียภาพพจน์เปล่าๆ กลับมาจะได้โทรหาหนูจิตสักที’

แต่เพียงชั่วครู่ที่ชายหนุ่มเดินออกที่ฟอร์น วิชชุดาที่ยืนมองว่าชายหนุ่มเดินไปแล้ว ก็เดินกลับเข้ามาหยิบโทรศัพท์ของตรีภพที่วางไว้ที่โต๊ะแล้วกดดูรายการที่โทรเข้า-ออกรายชื่อแรกๆ คือคนที่ชายหนุ่มเมมว่า หนูจิตคนดี ทำให้แน่ใจว่านี่แหละเบอร์ของหญิงสาวในรูปแน่ๆ จึงได้กดโทรออก แล้วรีบกดวางก่อนปลายสายจะกดรับ ซึ่งก็ไม่นานหนูจิตคนดีก็โทรเข้ามาพอดี วิชชุดาจึงกดรับสายถามด้วยเสียงงัวเงียว่า

“ใครค่ะ” หนูจิตก็งงนะสิ ก็เมื่อกี้ตรีภพโชว์เบอร์มาหาเธอ แล้วนี่เสียงผู้หญิงเสียงงัวเงียที่ไหนมารับโทรศัพท์แฟนฉันหว่า เอ เบอร์ก็ถูกนี่นา

“ขอสายคุณตรีภพด้วย ค่ะไม่ทราบว่าอยู่แถวนั้นไหมค่ะ”
อาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานนั่งคิดข้าวใกล้กันแล้วพี่ภพของเธออาจลุกไปไหนก็ได้ (คิดในแง่ดีมาก)

“คุณภพขา มีคนโทรมาหาค่ะ”
วิชชุดาแกล้งร้องเสียงหวาน เอ แต่ในห้องอาหารมันจะเงียบไม่มีเสียงรบกวนขนาดนี้หรอ มันต้องมีเสียงช้อน เสียงจาน เสียงคนพูดคุยกันสิ ไม่ชอบมาพากลแฮะ

“เอ๊ะ พี่ภพทำอะไรอยู่ค่ะ แล้วที่นั้นที่ไหน”

“อาบน้ำอยู่ค่ะ แล้วที่นี่ก็คือห้อง 5XX ของโรงแรม.....”

หนูจิตได้แต่เหวอไปเลย ก่อนที่จะกดวางสายด้วยความอึ้ง นี่มันสามทุ่มกว่าแล้วนะผู้หญิงที่ไหนมารับโทรศัพท์ของเขาในห้องของแฟนเธอ แล้วตอนแรกโชว์เบอร์มาให้เธอโทรกลับอีกต่างหาก แบบนี้มันเล่นสงครามประสาทกันชัดๆ แต่เดี๋ยวก่อนเราจะเชื่อยัยนี่ได้ไงมันเมื่อมันดูแหม่งๆ และจงใจให้เราคิดอกุศลเกินไปหน่อยนะ

ใช่เราต้องเป็นคนที่หนักแน่นและสมองเต็มไปด้วยเหตุผลสิ เพราะนี้เป็นจุดขายที่เราแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นนะ พี่ภพเป็นคนที่เรารอคอยมานานกว่าจะมีวันนี้ เป็นตายเราก็ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปแน่ แล้วจะปล่อยให้ใครก็ไม่รู้หยิบโทรศัพท์เขาแล้วก็โทรมาเป่าหูให้ผิดใจกันหรอก ไม่เด็ดขาด แหม เสียดายเมื่อกี้เราไม่ได้อัดเสียงไว้ จะได้ถามพี่ภพให้รู้เรื่องไปเลย คอยดูนะถ้าเรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้ แม่จะบุกเชียงใหม่ วันพรุ่งนี้เลย คอยดูสิ

ใช่ๆๆ ริจะรักต้องเชื่อใจสิ ถ้าแค่นี้ยังแค่นี้ แล้วต้องจากกันไปเรียนต่อจะทำไงละ แต่แม้จะคิดอย่างนั้นแต่ก็อดโมโหไม่ได้เหมือนกัน

(ทั้งนางฟ้าสีขาวและนางมารสีดำให้ข้อมูลในหัวเธอกันวุ่นวาย แต่แปลกแฮะ คราวนี้สองคนนี้มีความเห็นเหมือนกัน)

ข้างฝ่ายวิชชุดาเมื่อวางสายแล้วก็ทำลายหลักฐานกดลบข้อมูลรายการที่โทรออกและโทรเข้าออกทันที แล้ววางโทรศัพท์ลงที่เดิมแล้วก็นั่งรอชายหนุ่มอย่างสงบเสงี่ยมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเมื่อตรีภพกลับมาพร้อมกับเพื่อนร่วมห้องและแจ้งกับเพื่อนร่วมงานสาวว่าพนักงานไปจัดการตุ๊กแกที่ห้องให้แล้ว เธอก็กล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้งเกินเหตุแล้วเดินจากไปอย่างลอยนวล
จนเมื่อตรีภพเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่ายังไม่ได้โทรรายงานตัวกับแฟนสาวประจำมื้อค่ำเลย จึงรีบโทรรายงานตัวทันที

“ฮะโหลครับคนดี โทรมารายงานตัวค่ะ”
หนูจิตเมื่อได้ยินเสียงก็ใจอ่อนลงไปแล้วกว่าครึ่ง แต่ก็ต้องเคลียร์คัตให้ชัดกันไปเลย

“ดีค่ะ พี่ภพ ตอนนี้พี่ภพอยู่ที่ไหนค่ะ อาบน้ำเมื่อไหร่ค่ะ”

“ที่ห้องจ๊ะ อาบเสร็จตั้งแต่สองทุ่มแล้วจ๊ะ ทำไมหรอ”

แล้วอาจารย์เพื่อนร่วมห้องก็เอ่ยปากแซวในหวานของเพื่อนร่วมห้อง อูย อิจฉาวะ มดจะขึ้นหูแล้ว หนูจิตก็ได้ยินเต็มสองหูจึงค่อนข้างเบาใจว่าเพื่อนร่วมห้องของแฟนเป็นผู้ชายอยู่ด้วยนี่นา ทำให้หนูจิตเริ่มต้นเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาประมาณ 10 นาทีให้ชายหนุ่ม

ตรีภพได้แต่ฟังด้วยความงง เพราะเขาไม่ได้โทรหาแฟนสาวและเมื่อ 10 กว่านาทีก่อนเขาก็ไม่ได้อยู่ในห้อง และไม่คิดว่าวิชชุดาจะทำอย่างนั้น แต่เพื่อความสบายใจของหนูจิตจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังทั้งหมด เพราะพูดความจริงง่ายที่สุด ซึ่งหนูจิตเมื่อได้ฟังก็คลายใจลงและเลือกเชื่อใจตรีภพที่เธอรู้จักมากกว่า 20 ปีมากกว่าผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ นอกจากจะไม่รู้จักมักจี่กันแล้ว ยังดูก็รู้ว่าไม่หวังดีต่อความรักของเธอเลย พร้อมทั้งพูดตรงๆ กับชายหนุ่มว่า

“ได้ฟังตอนแรกมันก็โมโหค่ะ แต่มาคิดๆ ดูแล้วมันก็แหม่งๆ แล้วเราสัญญากันแล้วว่าจะเชื่อใจกันและไม่ทะเลาะกันเพราะคนอื่น เพราะยังไงหนูจิตก็เชื่อใจพี่ภพมากกว่าอยู่แล้ว พี่ภพค่ะหนูจิตไม่รู้จักคุณวิชชุดาอะไรนั้น จึงไม่มีเหตุให้ไปใส่ร้ายเธอ ขอให้พี่ภพระวังเธอไว้ให้ดีนะค่ะ หนูจิตว่าเธอแปลกๆ”

“ครับขอบคุณที่เชื่อใจพี่ น้อมรับคำบัญชาครับนายหญิง แต่พี่ดีใจนะที่หนูจิตหึงพี่”


“ก็ต้องหึงสิ ก็พี่ภพเป็นแฟนหนูจิตนี่ หนูจิตไม่เลิกรักพี่ภพง่ายๆ เพียงเพราะเรื่องแค่นี้หรอกค่ะ”

ใช่เรื่องหนักกว่านี้หนูจิตยังให้อภัยพี่ภพมาแล้วเลย
แม้ตั้งใจว่าจะพูดความรู้สึกตรงๆ แต่มันก็เขินปากเหมือนกันนะ แต่คนฟังเมื่อได้ฟังแล้วก็ชื่นใจในความรักความมีเหตุผลของแฟนสาว ที่หนักแน่นและเชื่อใจเขาจริงๆ จนทำให้ก่อเกิดความเกรงใจไม่อยากจะทำอะไรกระทบจิตใจแฟนสาวเลยถ้าทำได้

“ครับ พี่รู้ครับ พี่ดีใจที่รักคนมีเหตุผลและตรงไปตรงมาอย่างหนูจิต”

“แหม เค้าเขินนะ แต่รับรองว่าพี่ภพไม่ผิดหวังหรอกเพราะหนูจิตทั้งอึดทั้งทนมากเลยด้วย ที่นี้ต่อให้ไล่ก็ไม่ไปหรอก”

ซึ่งก็ได้ยินเพียงแค่เสียงหัวเราะอย่างสุขใจจากปลายสายตอบกลับมา แล้วทั้งคู่ก็พูดคุยกันเรื่องอื่นๆ ไปเรื่อยๆ อย่างเปี่ยมสุข มีแต่เสียงหัวเราะดังเป็นระยะ

‘แหม แถบจะรอวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้ว อยากเห็นหน้าแม่ยอดยาหยีจริงๆ’

ดูเหมือนว่าจะไม่มีอุปกรณ์สื่อสารใดสื่อสารได้รวดเร็วทันใจเท่าใจของชายหนุ่มเลย

รุ่งเช้าชายหนุ่มก็โลดไปที่สนามบินอย่างรวดเร็วตั้งแต่เช้าตรู่ จนมาถึงสุวรรณภูมิในเกือบ 8 โมงเช้าเท่านั้นเอง จึงได้จับรถต่อไปที่บ้านไร่อย่างรวดเร็ว ตลอดระยะเวลาที่เดินทางชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้งที่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่สองพี่น้องจากกรุงเทพจะมาเล่นด้วย เพียงแต่ครั้งนี้ความรู้สึกตื่นเต้นนี้มันมากขึ้นเมื่อเป็นฝ่ายต้องเดินทางมาหาไม่ใช่เฝ้ารอ จนมาถึงบ้านไร่เมื่อเกือบเที่ยงก็แอบเอากระเป๋าไปเก็บที่บ้านและอาบน้ำให้สดชื่นจากความเมื่อยล้าในการเดินทาง

‘น่าไปเจอสาว มันก็ต้องหล่อๆ หน่อย ’

แล้วจึงโทรหาแม่หนูจิตคนดีว่าทำอะไรอยู่ และขอโทษที่ไม่ได้รับโทรศัพท์ตอนเช้า เพราะมีเรื่องเซอร์ไพร์ส หนูจิตได้ฟังก็สนใจว่าจะเซอร์ไพรส์เรื่องอะไร

“ออกมาที่ระเบียงสิครับ”

“ค่ะ”
แม้จะสงสัยว่าทำไมแต่ก็เดินออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็พบผู้ชายที่เธออยากเจอใจแทบขาดยืนอยู่พร้อมส่งรอยยิ้มกว้างขวางมาให้

“พี่ภพ”

แล้วก็วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมอกของชายหนุ่มทันทีด้วยความดีใจและฉวยโอกาส จนพี่โจเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดกราดของน้องสาวก็เดินตามออกมาดู แล้วก็พบภาพที่ชวนช็อก จนเมื่อได้สติก็รีบเข้าไปดึงยายน้องสาวตัวดีออกมาจากอ้อมแขนเพื่อนรัก ด้วยความหวงน้องสาว

‘ทำงามหน้าจริง ชักจะเอาใหญ่น้องสาวฉัน อะไรจะรวดเร็วขนาดนี้วะ’

“เฮ้ย ทำอะไรเกรงใจกันบ้าง น้องฉันลูกมีพ่อมีแม่มีพี่ชายยืนหัวโด่อยู่นี่ทั้งคนนะเว้ย”

โจยืนส่งสายตาให้เพื่อนรัก ที่หันมาสบตาตอบกลับอย่างไม่คิดจะเกรงใจสักนิด และหันมาคว้ามือของหญิงสาวที่ก้มหน้ามองพื้นด้วยความอายโดยจับได้ที่หาญกล้าวิ่งมากอดผู้ชาย เหมือนเด็กน้อยที่ทำผิดแล้วโดนผู้ใหญ่จับได้

“นี่แหละ เรื่องที่ฉันจะพูดกับนายและทุกคน ฉันกับหนูจิตเรารักกัน ขอประกาศตรงนี้เลยว่าผมกับหนูจิตเราคบหากันแล้วครับทุกคน”

ตรีภพพูดพลางบีบมือของหญิงสาวข้างๆ แล้วพูดอย่างจริงจังหนักแน่น ในทุกคำพูด จนหนูจิตต้องเลิกมองพื้นอยู่ต้องหันมามองหน้าชายหนุ่มแทน ที่กล้าประกาศต่อหน้าพี่โจที่พี่ภพเกรงว่าจะเสียหน้าหนักนา แล้วก็พบเพียงสายตาจริงจังหนักแน่นยืนยันคำพูดเท่านั้นที่มองมา ทำให้หญิงสาวได้แต่ยิ้มออกมาอย่างเขินๆ

‘อ้าย โคตรจะแมน อะพี่ภพ’

‘เป็นไงละประกาศมันตรงๆ ไปเลย ได้ใจหนูจิต สมใจทุกคน ยังไงก็ไม่ใครขัดขวางอยู่แล้ว ออกจะวางแผนจับคู่ซะขนาดนั้น โดยเฉพาะไอ้โจ ดูมันทำหน้า น่าตื้บจริงๆ เอาวะงานนี้ถึงเสียฟอร์มแต่มีความสุขวะ แค่นี้มันก็คุ้ม เกินคุ้มแล้ว’

แล้วประชาชนชาวไร่มาจากไหนกันก็ไม่รู้เดินมาจากมุมต่างๆ รวมทั้งคุณยายทั้งสองและคุณพ่อคุณแม่ที่ต่างก็ออกมาเป็นพยานในการประกาศของตรีภพ

“จริงหรอวะ” พี่โจของเธอถามกลับอย่างยียวนกวนประสาท

“จริง แล้วแกว่าไง” ตรีภพยืนยันคำพูดตัวเองอย่างหนักแน่นอีกครั้ง ส่วนพี่โจก็ยักไหล่

“ก็ไม่ว่าไงหรอก ถ้าน้องฉันโอเค ฉันก็ไม่ขัดข้องหรอก ไอ้น้องเขย 55”

พร้อมทั้งเอามือตบไหล่เพื่อนรักอย่างยินดี ที่ภารกิจปังคุงสำเร็จลงอีกขั้น ตามด้วยภารกิจต่อไปที่ต้องประคับประคองความรักของไอ้คู่นี้ให้ตลอดรอดฝั่งให้ได้

“แล้วหนูจิตว่าไงลูก” เสียงกองเชียร์จากด้านบนบ้านร้องถามมา

“จริงค่ะ เป็นอย่างที่พี่ภพพูดค่ะ”

หญิงสาวพูดพลางก้มหน้างุดอายแทบม้วน สิ้นเสียงเท่านั้นกองเชียร์ก็ไชโย โห่ ฮิ้ว ด้วยความยินดี เนื่องจากลุ้นคู่นี้มานาน

บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ซึ่งหนูจิตได้ขออนุญาตพ่อกับแม่ว่าจะขออยู่ที่บ้านไร่ต่ออีกหนึ่งวัน เพราะตามกำหนดเดิมต้องกับในวันพรุ่งนี้แล้ว โดยตรีภพอาสาไปส่งเอง ดังนั้น คนหวงน้องสาวจึงเสนอตัวเป็นก้างกลับพร้อมน้องสาวในวันมะรื้นด้วยอีกคน

เวลาสองวันที่ได้ใช้เวลาร่วมกันตรีภพได้รู้จักแฟนสาวในแง่มุม ที่ไม่เคยรู้มาเลย ทั้งในเรื่องที่หนูจิตชกมวยเป็นงานอดิเรก และเป็นกิจกรรมคลายเครียด ไม่น่าละถึงได้จัดการนายต้นจอมตื้อได้ชะงัดนัก หนูจิตชอบทำอาหารและทำได้ได้หลายอย่างและอร่อยมาก คำนวณแคลอรี่ด้วยอีกต่างหาก เป็นคนตัวเล็กนิดเดียวแต่กลับกินจุ แต่ก็เป็นคนที่กลัวอ้วนมากอีกนั่นแหละ ทำให้กลายเป็นคนบ้าออกกำลังกายมาก และขณะนี้กำลังเลิกนิสัยช็อปอะโหลิกอยู่ ตรีภพจึงได้บอกสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับหนูจิต ตั้งแต่เรื่องเป็นหนี้บัตรเครดิต เรื่องเรียนต่อ เรื่องการทะเลาะกับพ่อเรื่องการลดความอ้วนอันแสนทรมาน และที่สำคัญหนูจิตคือเพื่อนผู้ไม่ประสงค์จะออกนามของเขาด้วย

“พี่ภพรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” หนูจิตถามด้วยความประหลาดใจ

“เพิ่งรู้ตอนอีเมล์ฉบับสุดท้าย เพราะเรื่องราวในชีวิตมันคล้ายกัน และที่สำคัญรู้ใจพี่มากทั้งคู่”

“กะไว้ว่าจะเป็นท๊อปซีเคร็สนะเนี่ย” หนูจิตตอบอ้อมแอ้มที่ถูกจับได้

“เรานะต้มพี่จนเปื่อยตั้งแต่เป็นน้ำตาลแล้ว

“น้ำตาลไหน หนูจิตไม่เป็นจะรู้เรื่องเลย”
หญิงสาวถามด้วยสงสัยทำให้ชายหนุ่มจึงเล่าเรื่องที่พี่โจของเธอหลอกอำ และพูดถึงความจำเป็นที่ต้องตัดอกตัดใจเพราะติดว่าเป็นกิ๊กของเพื่อน ทำให้หญิงสาวหลุดขำคิกออกมา แล้วเล่าเรื่องที่ตัวเองเจอบ้าง

“วันนั้นหนูจิตเข้าไปในห้องพี่โจแล้วเห็นพี่คุยกันเรื่องจีบสาวแล้วโพสต์รูปแข่งกัน หนูจิตโกรธมากเลยละ ถึงขนาดไปเตะกระสอบทรายระบายความแค้น เรื่องครั้งนั้นเกือบทำให้หนูจิตหมดหวังในตัวพี่ภพซะแล้ว ว่าแต่ตอนนี้กิ๊กในสต๊อกเลิกหมดรึยัง อย่าให้รู้นะ”
หญิงสาวส่งสายตาวาววับมาให้
“เลิกหมดแล้วครับ เหลือตัวจริงคนนี้คนเดียวและจะเป็นแบบนี้ทั้งชีวิตครับ”ชายหนุ่มได้แต่ยกมือยอมแพ้ด้วยสีหน้าทะเล้น

“ดีมาก ว่าง่ายๆ ความรักของเราจะได้โตเร็วๆ”
น่ารักจัง พี่ภพ พูดจริงหรือเล่นก็ไม่รู้ล่ะ หนูจิตจะเชื่อหมดล่ะ ก็เชื่อแล้วมันมีความสุขนี่

“พี่ถามหนูจิตหน่อยสิกระสอบทรายที่หลังบ้านหนูจิตทำไมมันติดรูปพี่ด้วยครับ นี่แสดงว่าเราลงนวมที่หน้าพี่ทุกวันหรอ” ชายหนุ่มโอดครวญ

“แหะ แหะ ก็เพราะที่ผ่านมาหนูจิตโกรธและเกลียดพี่ภพมากกก ที่ว่าหนูจิตอัปลักษณ์นี่ และก็ผูกใจเจ็บมาตลอดเลย รู้ไหมว่าพี่ภพเป็นแรงบันดาลใจในการลดความอ้วนของหนูจิตนะ”

ชายหนุ่มถอนใจยาวเหยียด เมื่อได้ฟังหญิงสาวคำสารภาพความลับดำมืดในจิตใจที่มีต่อเขา พร้อมก้มหน้างุดด้วยความอาย ตรีภพขยับเข้ามาใกล้แล้วใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้น เบาและนิ่มนวล และหัวใจของเธอก็เต้นรัว จนกลัวเหลือเกินว่าจะหลุดออกมานอกอก

“มองพี่ สิ่งที่พี่เคยพูดไป พี่ขอโทษ ขอให้รู้ว่าพี่ไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ หนูจิตของพี่ไม่ว่าจะสวยอย่างตอนนี้หรือขี้เหร่อย่างเมื่อก่อน พี่ก็รักหนูจิตเพราะหนูจิตเป็นหนูจิตอย่างนี้ ไม่ใช่จากรูปลักษณ์ภายนอก แต่ที่พูดออกไปอย่างงั้น เพราะกลัวเสียฟอร์มเท่านั้นเอง มิน่าละตั้งแต่วันนั้น หนูจิตก็หลบหน้าพี่ตลอด แล้วพอมาเจอกันอีกทีก็ทำเมินใส่พี่อีก จะว่าไปตั้งแต่หนูจิตทำตัวหายสาบสูญไป พี่ก็รู้สึกว่าความสุขในชีวิตก็ชักจะหายไปเหมือนกัน มันเหมือนขาดบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญไป พี่ถึงเพียรง้อตั้งนาน โทรไปก็ไม่ยอมพูดด้วย ส่งขอขวัญให้ก็แล้ว ว่าแล้วว่าต้องมีอะไรแน่ๆ พี่ขอโทษนะค่ะ ”
เขาเว้าวอน จนหญิงสาวตรงหน้าที่นิ่งฟังตาแป๋ว และกำลังจะเป็นลมด้วยความดีใจที่ได้ยินคำว่ารักจากปากผู้ชายคนที่ใฝ่ฝันถึงมาตลอด

“อุ้ย ซึ้งจังเลยงะ ยกโทษให้ค่ะ ผ่านมาแล้วผ่านไป อยู่กับปัจจุบันดีกว่าค่ะ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะหนูจิตเป็นคนโกรธยากแต่หายช้า ถ้าคราวหน้ามีเรื่องอะไรอีกให้รีบเคลียร์ ไม่งั้นเป็นเรื่อง ”

หญิงสาวยิ้มให้คนที่ลุแก่โทษอย่างเป็นสุข แล้วก็ได้รับรอยยิ้มกระชากวิญญาณตอบกลับมาจากเขาเช่นกัน จนเธอต้องหักห้ามใจตัวเองว่าอย่าได้เผลอกอดคนน่ารักคนนี้นะ มันเสียกิริยาหญิงไทยใจงาม

‘นี่ พ่อตัวดี อย่าได้ไปยิ้มอย่างนี้กับใครนะ ไม่งั้นหนูจิตเอาตาย’

“ตกลงครับ โกรธแต่ละที ง้อทีละตั้ง 6-7 ปี เข็ดแล้วครับ” แล้วดึงหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอดอย่างอบอุ่นหัวใจเมื่อได้อยู่ชิดใกล้กัน




Create Date : 28 มีนาคม 2554
Last Update : 28 มีนาคม 2554 16:29:19 น.
Counter : 1349 Pageviews.

4 comments
  
อยากแชร์ครับ เวบนี้ผมพึ่งเข้าไปดู เป็นเวบที่เขียนระบายความในใจ โดยไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นใคร เอาไว้ทำให้สมองโล่งครับ secrezy.com
โดย: บอย IP: 124.121.254.129 วันที่: 28 มีนาคม 2554 เวลา:16:43:03 น.
  
ของคนเดียวกันนั้นแหละค่ะ
โดย: joyey6217 วันที่: 29 มีนาคม 2554 เวลา:9:59:04 น.
  
I have not found a lot of blogs that deliver such consistently readable and informative content as is on offer on this one, you have earned the time it will take to write my admiration of your work. Many Many Thanks.
โดย: http://www.ziki.com/en/vania-jones+1177678/post/shoe-lifts-a-terrific-approach-to-increase-your-height+14467353 IP: 213.242.20.204 วันที่: 30 มีนาคม 2556 เวลา:7:47:54 น.
  
I do that you are going to be elaborating more on this theme. I was hoping for a bit more information.
โดย: http://12345678.blog.hexun.com/12345678_d.html IP: 110.195.112.187 วันที่: 31 มีนาคม 2556 เวลา:10:54:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

joyey
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ดีจ้า
ชื่อ joy ค่ะ


มีงานเขียนนิยาย เป็นเรื่องความรักสดใส แต่เจือปนไปด้วยความฮา ของความรั่วของนางเอกและพี่ชายที่เท็กทีมกันกับคุณยายหัวใจยังเเหวว ร่วมกันจับคู่หลานชายกับหลายสาว จนเกิดความรักใสๆ หัวใจฮาๆ


เป้าหมายของเราคือเขียนนิยายรัก สดใส เฮฮา อ่านแล้วอมยิ้ม เป้าหมายมีไว้พุ่งชน
มีนาคม 2554

 
 
1
2
5
6
8
10
11
12
13
15
16
17
19
20
21
22
23
24
26
27
29
30
31