สี่ทุ่มสิบห้านาทีกับอีกสิบสามวินาที ชายหนุ่มยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง มองฝนตกหนักด้วยความรู้สึกเฉยชาระคนหนาวเหน็บเล็กน้อยจนเกือบมาก ทั้งพายุทั้งเม็ดฝนโหมกระหน่ำ ห้านาทีต่อมาเขาหนาวจนสั่น เมื่อจังหวะหนึ่งลมเปลี่ยนทิศพัดเม็ดฝนมาใส่หน้าและโดนตัวเขาเต็มๆ เขาสั่นเทาอยู่สามวินาทีแล้วฝืนทำเข้มแข็ง เพราะพ่อแม่สอนไว้ว่า ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์หนักหนาอะไรก็ต้องอดทนให้ได้ " ถ้าเป็นเมื่อก่อน เราคงพานกเอี้ยงแฟนสาวสุดที่รักวิ่งฝ่าสายฝนไปช่วยกันหาจับกบอย่างมีความสุขกันแล้วสินะ ฝนตกที่ไรเป็นต้องคิดถึงเธอทุกที่ " กิ้งก่า ชายหนุ่มหน้าตาอิดโรยแต่แฝงความหล่อเอาไว้ลึกๆ พูดกับกบตัวหนึ่งที่กระโดดผ่านสายตาเขาไป วูบหนึ่งในความคิดเขานึกถึงกบผัดเผ็ดแสนอร่อยที่แฟนสาวเคยทำให้กินจนน้ำลายไหลย้อยไม่รู้ตัว ทว่า!!ทันใดนั้นเอง!! กะละมังพลาสติกสีชมพูใบขนาดย่อม ปลิวตามพายุฝนมากระแทกเข้าหน้าของกิ้งก่าอย่างจัง จนเขาเซถลาไปข้างหลังล้มลงเพราะพื้นลื่นจากน้ำฝนสาดเข้ามาในบ้าน และเพราะลื่นล้มทำให้เขาเจ็บเอวและสะโพกจนลุกขึ้นเดินไม่ไหว แต่ก็ต้องอดทนเพราะไม่อยากผิดคำสอนพ่อแม่ ชายหนุ่มจึงคลานเข่าแทน เขาคลานไปเก็บกะละมังที่ลอยปลิวไปตกที่กลางห้อง กะละมังพลาสติกสีชมพูขนาด20ซม.ที่นกเอี้ยงชอบซื้อทุกที ทั้งที่เขาชอบกะละมังสีแดงมากกว่า แต่เขาก็ตามใจคนรักให้เธอซื้อสีชมพู มันเป็นกะละมังใบเดียวที่นกเอี้ยงทิ้งไว้ มันเหมือนเป็นสิ่งแทนความคิดถึงจากแฟนสาว " ตั้งแต่วันที่เธอหายไปจากชีวิต หายไปพบรักใหม่กับไอ้หนุ่มไก่แจ้บ้านท้ายซอย หนุ่มบ้านปากซอยอย่างเราคงได้แต่ช้ำใจอยู่แบบนี้ ทำไมเรื่องเศร้าเกิดแต่กับเรากันเนี่ย " เขาพูดกับกะละมังด้วยสีหน้าโกรธและคับแค้นใจ คิดจะลุกขึ้นเตะกะละมังทิ้งไปซะ แต่เพราะเจ็บก้นอยู่ลุกไม่ไหวแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าต้องอดทนต่อความโกรธ จึงได้แต่นั่งนิ่งสงบสติอารมณ์ " ไอ้เรามันก็ดันเป็นคนคิดถึงเก่งซะด้วยนี่นะ ถ้าหาเงินเก่งเหมือนที่คิดถึงเก่ง สาวคงไม่ทิ้งเราไปหรอก พูดแล้วโมโหตัวเอง " ชายหนุ่มวัย30ปีเศษพูดกับกะละมังตรงหน้า ที่ตอนนี้เขาใช้มันรองน้ำฝนที่หยดลงมาไม่ขาดสายเพราะหลังคารั่ว เขานั่งมองน้ำในกะละมังที่เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟใต้หลังคาแม้ติดๆดับๆแต่เขาก็นั่งรอนิ่งๆ รอคอยบางอย่าง ที่สุดบรรดาฝูงแมงเม่าที่เขารอคอย ก็พากันบินมาเล่นแสงไฟกันมากมาย บางส่วนตกลงไปในกะละมังที่มีน้ำเกือบครึ่งกะละมังแล้ว เขายิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแมงเม่าในกะละมังเข้าปากเคี้ยวแล้วกลืนลงไปตัวแล้วตัวเล่า " เอี้ยงจ๋า ถ้าตอนนี้เอี้ยงอยู่ เราก็คงป้อนแมงเม่าให้กันและกันกินอย่างมีความสุขเหมือนอย่างเคยสินะ " เขาพูดพลางเคี้ยวแมงเม่าไปพลาง แมงเม่าบินมามากมายเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยิ่งคิดถึงนกเอี้ยงมากเท่านั้น เพราะทุกครั้งที่ฝนตกและมีแมงเม่าบินมาแบบนี้ มันก็เหมือนสิ่งแทนความคิดถึงจากหญิงสาวคนรักอยู่เหมือนกันนะ เวลาผ่านไปอย่างช้าๆในความรู้สึกของกิ้งก่า ตอนนี้เป็นเป็นเวลาเที่ยงคืนเศษแล้ว พายุฝนซาลงเป็นแค่เม็ดฝนเล็กๆ น้ำฝนยังคงหยดลงมาที่กะละมังอยู่ แต่ลดความถี่ลงจนเริ่มขาดช่วงแล้ว ทว่าชายหนุ่มที่ใจเปียกปอน ตามตัวมีแต่แมงเม่าเกาะเต็มไปหมด เขาหยุดกินแมงเม่าแล้วล้มตัวลงนอนมองแมงเม่าบินเล่นไฟด้วยสายตาเลื่อนลอย แต่ในใจมีแต่หน้าแฟนสาววนเวียนรบกวนจิตใจเขาไม่หยุดหย่อน ....
กิ้งก่าหน้าฝน
อาหารการกินสมบูรณ์เลย