มโนทั้งนั้น! เล่นไอซ์ขาว ผอม หน้าเรียว!! แท้จริงหน้าเยิน แก่ กินเนื้อ


อะไรก็ตามที่ทำให้ผู้หญิงขาว ผอม หน้าเรียวเล็ก ขอให้บอกนาง พวกนางพร้อมลอง แม้จะมโนไปเองอย่างผิดมหันต์ แถมความเชื่อที่เหนียวแน่นหนึบ ว่าเล่นไอซ์แล้วดูดี สวยใส ทำไมล่ะ ก็ดารา คนดัง ไฮโซ เค้าก็ยังเล่นกันเลยอ่ะ

“เดี๋ยวผอมแล้วก็เลิก ไม่ติดหรอกน่า”

และสิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ ความคิดเหล่านี้มันยังคงวนเวียนซ้ำซากอยู่เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง หรือจางลงแม้แต่น้อย แต่เราจะมาฉีกความเชื่อนี้กันค่ะ

ว่าจริงๆ แล้ว ไอซ์มันฉีกกินความสวยของผู้หญิงเป็นอาหารต่างหากล่ะ

"ผมไปบรรยายที่วิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่ง ขึ้นภาพตัวอย่างยาเสพติดแต่ละตัว พอถึงยาไอซ์ ถามเด็กๆ ว่ารู้ไหมยาไอซ์ใช้แล้วเป็นอย่างไร เด็กผู้หญิง 4-5 คนที่นั่งหน้าบอกว่า ขาว สวย ผอม ตาโต แล้วก็หัวเราะกันคิกคักเหมือนเป็นเรื่องสนุกสนาน โอ้โห เขาได้ข้อมูลแบบนี้มา…..”

คุณนิยม เติมศรีสุข ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กรุงเทพฯ (ผอ.ปปส.กทม.) บอกเล่าให้ฟังถึงความเชื่อของเด็กสาวต่อยาไอซ์

ค่ะ ยิ่งนานมันยิ่งฝังรากลึกต่อความเชื่อที่ว่า เล่นไอซ์แล้ว ผอมเร็ว ขาว หน้าใส จนเด็กสาวหลายคนติดกับดักความเชื่อ หลงกลเข้าไปอยู่ในวังวนแบบนักแสดงหญิงซีรีย์วัยรุ่นสุดดังที่เคยตกเป็นข่าวใหญ่โตมาพักใหญ่

เพ้อเจ้อ! น้ำหนักลดฮวบ ขาวใส หน้าเรียวเพราะไอซ์

“ประการแรก โดยตัวยาไอซ์ ซึ่งเป็น เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine) เป็นหัวเชื้อที่เอาไปทำยาบ้า ที่ออกฤทธิ์ต่อประสาท เมื่อ ใช้แล้วจะไม่เกิดอาการหิว หรืออยากทานอาหาร ไม่อยากกินอะไรเลย” คุณนิยม ผอ.ปปส.กทม. แจงเหตุผลให้รู้กันไปเลยว่า ทำไมเล่นไอซ์แล้วถึงผอม

แหม่ ก็เล่นไม่กินข้าวกินปลาเลย น้ำหนักก็ต้องลดฮวบล่ะสิคะ แต่เมื่อพอได้หยุดยาเท่านั้นแหล่ะ สวาปามแหลกน้ำหนักพุ่งโยโย่เลยล่ะค่ะ

นอกจากผอมเร็วแล้ว ต่อมาเป็นเรื่องของความขาวใส

“พวกที่ใช้ยาแล้วน็อกยา (ยาหมดฤทธิ์) เขาก็จะนอน ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีเรี่ยวมีแรง ดังนั้นกลุ่มที่ติดยาพวกนี้ก็จะนอนตื่นสาย สมมติเคยตื่น 8 โมงเช้า ก็เปลี่ยนไปเป็นบ่าย 2 ทำอะไรไม่ได้เลย ตื่นมาก็ไปหายาเล่น วัฎจักรเขาก็จะวนอยู่แบบนี้ แน่นอน เขามักจะใช้ชีวิตกลางคืน กลางวันนอน ไม่โดนแดดอยู่แล้ว”

นี่คือที่มาของความขาว หรือเรียกว่าซีด เพราะไม่ออกไปโดนแดดในช่วงเวลาปกติเลย นอกจากนี้ความเชื่อที่ว่า เล่นยาไอซ์แล้วหน้าจะเล็กเรียว หน้าตอบเป็นนางแบบ ราวกับไปฉีดโบท็อกซ์นั้น

“ตัวยาไอซ์จะดึงพวกคอลลาเจนบริเวณผิวหน้าให้หายไป ความอิ่มเด้งของผิวหน้าหายไปเลย ดังนั้นหน้าจะซูบ หน้าตอบ ในระยะแรกที่เริ่มใช้ยา แน่นอนจะรู้สึกว่าหน้าผอมลง แก้มหาย

และที่ตาโตขึ้นก็เพราะหน้าซูบไง ตาก็เลยดูโตขึ้น เพราะผิวหนังเหี่ยวลงนั่นเอง”

เรียกว่ามโนไปเองทั้งนั้นเลยล่ะค่ะ

กัดกินเนื้อ! เสพ 10 ปี หนังหน้าเหี่ยวเยินราวกับยายวัย 80

นอกจากเล่นไอซ์ทำให้ผอมซีดโทรมแล้ว ความสวยเซี้ยะที่เคยปรากฏบนใบหน้าก็จะกลายเป็นหญิงชราภาพเพียงแค่ไม่กี่ปี

“สารเคมีส่วนประกอบของยาไอซ์ มันเป็นตัวทำลายความเต่งตึงของชั้นผิวหนัง และกัดฟันจนเนื้อฟันพรุน สีฟันเหลือง ฟันผุ เป็นโรคเหงือก อย่างบางคนรูปร่างเหมือนนักอเมริกันฟุตบอลพอใช้ยาแล้วหมดสภาพเลย

ยามันทำลายเนื้อหมด ถ้ามันไปเกาะที่เลือด เลือดเป็นส่วนที่นำไปเลี้ยงอวัยวะในร่างกายก็พังหมด ถ้าเสพไอซ์จนถึงจุดหนึ่งแล้วผิวก็ไปหมด ช่องปากไปหมด มันกินเนื้อเสพ 10 ปี หน้าจะเท่ากับคุณยายอายุ 80 ปีเลย

คนเล่นยาไอซ์จะมีปัญหาที่ผิวถ้าใช้มากๆ มันกัด กินเนื้อในส่วนที่อ่อนที่สุดคือ ใบหน้า

มีผู้หญิงที่มาบำบัดจากการเสพยาไอซ์ เล่าให้ฟังว่า ตอนแรกเขาคิดว่าเขาเป็นฝ้า มันจะเหมือนแผลพุพองเล็กๆขึ้นตามหน้า จากนั้นจะเริ่มขยาย แล้วเขามักจะไว้เล็บยาวๆ เพื่อนั่งแกะหน้าตัวเอง

เราก็ถามว่า ทำไมถึงแกะ เขาบอกว่า ในขณะที่ใช้ยาไอซ์ เขารู้สึกว่า มีตัวอะไรหรือมีแมลงเดินอยู่บนหน้า เขาก็พยายามจะแกะออก ยิ่งแกะผิวหน้าก็ยิ่งเป็นแผล คือพวกนี้เขาจะเล่นแบบฮาร์ดคอร์ในปริมาณมาก”

แต่งสี เลียนกลิ่น ตัดขม ล่อใจหญิง กระหน่ำโปรฯ เสพฟรี!

ผู้ขายไอซ์ในปัจจุบันนี้เขาก็ไม่ธรรมดานะคะ มีกลยุทธ์ทางการตลาดเรียกเรตติ้งผู้หญิงและวัยทีนสุดฤทธิ์ แถมมีเดลิเวอร์รี่ถึงที่ และโปรโมชั่นเล่นไอซ์ฟรี! แถมสร้างค่านิยมอัพเกรดว่า การเล่นไอซ์นั้นสำหรับชนชั้นสูงไม่ใช่พวกกะโหลกกะลานะจ๊ะ

“การค้ายาก็เหมือนกับ MLM (multi-level marketing -การตลาดแบบเครือข่าย)

ทว่ายาไอซ์นั้นมีกลยุทธ์ทางการตลาด ที่ผมวิเคราะห์อย่างนี้เนื่องจากว่า ถ้าเรามองถึงมาร์เก็ตติ้ง 4 P คือ

1. Product (ผลิตภัณฑ์) คือ ทำให้ตัวยาเข้ากับกลุ่มของผู้ใช้ เช่น กลิ่น สี ชื่อเรียก สเมิร์ฟ เพราะย้อมเป็นสีฟ้า บางทีก็เรียกว่า สตรอเบอร์รี่ เพราะใส่กลิ่นใส่สีเป็นสีชมพู บางทีเรียกเลมอน กลิ่นมะนาว สีเหลือง คือเขาทำให้เข้ากับผู้ใช้ คือผู้หญิงและเด็ก ให้เด็กไม่กลัว ตัดความขม กลิ่น ผู้หญิงก็จะชอบ

2. Price (ราคา) ไอซ์สมัยก่อนจะขายเป็น G คือกรัม โดยข้อเท็จจริงการแบ่งบรรจุไม่ถึงกรัมหรอกเพราะเด็กซื้อไม่ได้ เขาก็มา”ตอน”ขาย คือจากกรัมก็ขายเป็น "ตัก" ประมาณใช้ไม้แคะหูตัก เพียงแค่นั้น 500 บาท แต่เด็กก็ยังซื้อไม่ได้อีก ตอนนี้ก็เลยขายเป็น "เขี่ย" ละ 100-200 บาท เพื่อให้เด็กใช้ได้

3. Place (สถานที่) มีการพัฒนาไปมาก เดี๋ยวนี้มีเดลิเวอร์รี่ (Delivery ) ส่งมาถึงที่แล้ว โดยที่คนซื้อกับคนขายไม่จำเป็นต้องเคยเจอหน้ากันเลย สะดวกสบายมากขึ้น อย่างคนที่มีชื่อเสียงเขาไม่ลงมาในพื้นที่ซื้อหรอก ก็จะใช้เดลิเวอร์รี่

4. Promotion (การส่งเสริมการตลาด) การให้ข้อมูลกับผู้ใช้ว่า ตัวนี้ดีกว่านะ จี๊ดกว่านะ ถึงกว่านะ เขากำลังพูดถึงความแรงของมัน และเขากำลังจะบอกว่า ยาไอซ์มันอยู่ในกลุ่มระดับสูงกว่านะ ไม่ใช่พวกดมกาว กัญชา ยาบ้า ดูมีระดับ อันนี้เป็นการสร้างค่านิยม

และมีคนที่มาบำบัดบอกว่า เขาไปขอซื้อยาบ้า แต่คนขายบอกว่า ลองตัวนี้สิ แล้วให้ใช้ฟรี เอาอุปกรณ์การเสพให้ฟรีเลย เราเคยถามผู้ขายว่า คุณให้เขาใช้ฟรีจริงไหม เขาก็ตอบว่า จริง ให้ลอง 4-5 ครั้ง เพราะถ้าติดแล้ว ทั้งทุนทั้งกำไร ผมได้หมด

มันเป็นเรื่องของการโปรโมชั่นทั้งนั้น ให้ใช้เปล่า เหมือนเราเดินไปที่หน้าห้าง แล้วแจกตัวอย่าง พอเราติดใจก็ไปซื้อของยี่ห้อนั้นซ้ำอีก เพราะมันมีการทำการตลาดแบบนี้ไงคนถึงได้ใช้กัน”

ฟัง ผอ.ปปส.กทม.ให้ข้อมูลถึงกลยุทธ์การขายแล้วอึ้งไปเลยค่ะ ถ้าภูมิคุ้มกันทางจิตใจไม่เจ๋งจริง หลอกง่าย ไม่มีทักษะในการปฏิเสธ ไม่น่าเอาอยู่!

และมากไปกว่านั้น สำหรับผู้หญิงที่ติดไอซ์แล้วคือ การเอาตัวเข้าแลก!

ใช้ยารวบรวมความกล้า…ขายตัว!

“ผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนจะใช้ไอซ์เยอะมาก ตรวจตรงไหนก็เจอ ถ้าเข้าไปตรวจปัสสาวะจะในสถานบันเทิงเจอตลอด

เขาบอกว่า ถ้าไม่ใช้บางทีก็ทำงานไม่ได้ และเขายังบอกต่อว่า ปกติลดน้ำหนักไม่ค่อยลง จึงต้องพึ่งยาไอซ์ให้น้ำหนักลง”

นั่นสิคะ ผู้หญิงรักสวยรักงามที่ต้องใช้รูปร่างหน้าตาในการทำงานจึงต้องพึ่งพายานี้หวังเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักแบบฮวบฮาบได้ แต่ที่มักคิดกันว่าลองนิดเดียวเดี๋ยวพอผอมจะไม่ใช้แล้ว ใช้แค่นี้ไม่ติดหรอก ทว่าในความเป็นจริง กลับยิ่งต้องใช้ยาในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากเลิกไม่ได้แล้วยังจะเพิ่มโดสยาเข้าไปอีก

“อย่างเมื่อก่อนผู้เสพใช้เขี่ยนึง 200 ถ้าใช้ต่อเนื่องมันจะต้องเพิ่มปริมาณ โดสจะเพิ่มขึ้น จาก 200 ต้องใช้เงิน 400 ซื้อ จะเพิ่มไปเรื่อยๆ เมื่อใช้ครั้งแรกจะบอกว่า ก็ไม่รุนแรงอะไรมากนี่ ไม่เห็นรู็สึกว่า จะติดเลย ไม่เห็นจะอยากเลย ก็เลยใช้ถี่ๆ ขึ้น จนกลายเป็นเสพทุกวัน เริ่มหมกมุ่น เริ่มรู้สึกว่าอยู่ไม่ได้

เพราะไอซ์มันจะกระตุ้นสมองให้ฉีดสารตัวหนึ่งออกมาชื่อว่า "โดพามีน (Dopamine)" เช่น อยากได้ไอโฟน 6 แล้วได้ สมองจะฉีดออกมา คือ มีความสุข เป็นตัวที่นำไปสู่โรคสมองติดยา แต่ถ้าฉีดออกมาจากการใช้ยากระตุ้น คือ มันผิดธรรมชาติ ท้ายสุดยามันจะไปบังคับ เหตุผล อารมณ์ ความรู้สึก ความอยาก มันจะถูกบิดกลับกันว่า ต่อไปความอยากจะอยู่เหนือเหตุผล ฉันจะหายาใช้ให้ได้ ฉันจะลักวิ่งชิงปล้น หากเป็นผู้หญิงก็อาจจะขายบริการ เพื่อให้ได้ยา

หากใช้มาถึงจุดหนึ่ง อารมณ์จะอยู่เหนือเหตุผล เราถึงเจอในหลายรายที่เป็นผู้หญิงวัยรุ่นเสพยาอยู่ในมหาวิทยาลัยไปมีอาชีพพิเศษ เพราะอยากได้สินค้าแบรนด์เนม แต่ราคาแพงก็เลยจำเป็นต้องทำ และจำเป็นต้องใช้ยาในการทำงาน เพื่อให้ใจกล้า เพราะถ้าไม่ใช้ยาก็จะไม่กล้าขายบริการนั่นเอง

ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ใช้ยาไอซ์ส่วนใหญ่จะได้รับข้อมูลที่ผิด จากการถูกชักชวนโดยเพื่อน ก็จะมาเข้าประเด็นคนเสพสร้างคนเสพ เช่น คนเสพมีเงินไม่พอ ก็จะชวนเพื่อน ลองสิ ทำไมต้องชวนเพื่อนลอง เพราะถ้าชวน 1, 2, 3, 4 ขอให้ซื้อยาสักจำนวนหนึ่ง ก็จะได้ส่วนต่างมาใช้เอง ถ้าไปซื้อมา G นึง รวมเงินกันแล้ว 5 คน คนละ 200 แค่คนละ 200 ซื้อมา G นึง ก็ปันกัน 5 คน เหลือเราก็ได้ใช้

ฉะนั้นคนเสพจะเหมือนคนที่เป็นหวัด เมื่อจามเอาละอองเสมหะกระจายไปทั่ว คนที่ไม่มีภูมิก็จะติดหมด จากนั้นก็จะแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นอีก” ผอ.ปปส.กทม. กล่าวปิดท้าย

งั้น… เรามาดูภาพก่อนและหลังของบรรดาผู้หญิงที่เสพยาไอซ์กันดีกว่าค่ะ ว่าพวกนางจะผอม ขาวใส สวย แบบที่นโนกันไปเอง จริงไหม!?



คุณนิยม เติมศรีสุข ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กรุงเทพฯ (ผอ.ปปส.กทม.)































































ข้อมูลโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์







Create Date : 10 ตุลาคม 2557
Last Update : 10 ตุลาคม 2557 9:34:07 น.
Counter : 4342 Pageviews.

0 comments

สรชัช
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ตุลาคม 2557

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31