ขมิ้นกับปูน : จุลลดา ภักดีภูมินทร์





ขมิ้นกับปูน


บทประพันธ์ : จุลลดา ภักดีภูมินทร์


ISBN 974-604-926-7 ฉบับปก สำนักพิมพ์ดับเบิ้ลนายน์, พิมพ์ครั้งที่ 6, 2544.




รายละเอียด

ความชิงชังที่ พระยาอภิบาลบำรุง (ปาน ธรรมรักษ์) มีต่อครอบครัว พระวิจิตรศิลปาการ พลอยทำให้ลูกหลานทั้งสองบ้านไม่ถูกกันไปด้วย มิใช่ไม่ถูกเพราะเกลียดชังกัน แต่ไม่ถูกกันเพราะไม่อาจขัดอำนาจและคำสั่งของประมุขผู้เฒ่าได้ ผลพ่วงของความเกลียดชังครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อนานมาแล้ว แม่บังเกิดเกล้าของเจ้าคุณอภิบาลฯ เคยคบชู้หนีตามบิดาของพระวิจิตรฯ ความชังในตัวแม่และชายชู้ ก่อเกิดเป็นแรงแค้นในใจเจ้าคุณอภิบาลฯมาโดยตลอด กระทั่งท่านสั่งห้ามลูกหลานไม่ให้คบค้าสมาคมกับบ้านใกล้เรือนเคียง

แต่แล้วครั้งหนึ่ง คุณปีบ ลูกสาวคนเล็กของเจ้าคุณอภิบาลฯ ก็เคยผูกสมัครรักใคร่กับ ทำนอง ลูกชายพระวิจิตรฯ ทว่าทั้งคู่ไม่สมหวัง และกลายเป็นตราบาปความเกลียดชังที่หลายคนหวาดกลัวและเข็ดขยาด แต่กรรมก็หาได้หมดลงในรุ่นลูก มันสืบทอดมาถึงรุ่นหลานสามใบเถา ได้แก่ ปัทมา ปวีณา ปารมี

เมื่อปัทมามีใจให้ธนา ลูกหลงคนเล็กของพระวิจิตรฯ ความไม่เข้าใจผู้เป็นปู่ที่เกลียดชังเพื่อนบ้าน คอยกีดกันความรัก ปัทมาผู้หลงติดอยู่ในห้วงรักจึงหนีตามคนรักของเธอไป ยิ่งย้ำรอยแค้นในใจเจ้าคุณอภิบาลฯเป็นเท่าทวี

เมื่อความเคียดแค้นชิงชังที่สืบทอดจากคนรุ่นก่อน ถูกตอกย้ำสู่คนรุ่นหลังอย่างไม่จบสิ้น เพียงรั้วไม้กั้นเขตบ้านก็แข็งแรงปานกำแพงสูงที่คอยขวางกั้นความรักของหนุ่มสาว ยากนักที่จะทลายลงได้ เพราะกำแพงนั้นหาได้สร้างจากวัสดุใด หากแต่สร้างจากใจที่เต็มไปด้วยทิฐิและอคติแรงกล้าแท้ๆ


...อันความเจ็บแค้นพยาบาทนี้

ก็เปรียบได้กับตะปูที่ถูกย้ำลงไปในเนื้อไม้

ถ้าพยายามจะถอนตะปูทิ้ง ก็ย่อมจะถอนได้

แต่เมื่อไม่พยายามถอน กลับคอยตอกย้ำความทรงจำอยู่ตลอดเวลา

ยิ่งนานวัน แทนที่จะเลือนหายไป

ก็ยิ่งฝังอยู่ในใจเหมือนดังไฟสุมขอน

ฉันใดก็ฉันนั้น...

- ขมิ้นกับปูน


REVIEW

ขมิ้นกับปูน เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมรักงานเขียนของ จุลลดา ภักดีภูมินทร์ เพราะเป็นนิยายชีวิตสะท้อนภาพสังคมยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ดีมากเรื่องหนึ่ง ทั้งยังให้ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับการถือทิฐิของคนเราว่า ถ้าถือเอาไว้อย่างไร้สติ ไม่ตริตรองผิดชอบแล้ว ย่อมนำความทุกข์มาสู่ตนและคนรอบข้าง

ขมิ้นกับปูนเปิดฉากแรกในปี 2488 บอกเล่าปูมหลังความแค้นระหว่างบ้านพระยาอภิบาลฯและบ้านพระวิจิตรฯ ทำให้เราได้รู้เรื่องราวอันเป็นเหตุแห่งโศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมี ปัทมา เป็นตัวละครหลักที่โตมากับความไม่เข้าใจ ว่าทำไมปู่จึงต้องเกลียดครอบครัวพระวิจิตรฯ ขนาดนั้น ครั้งหนึ่งหล่อนเคยเล่นสนุกกับ ทานตะวัน และ ธนา กลับถูกปู่เฆี่ยนตี จนกลายเป็นความทรงจำเลวร้ายในวัยเด็ก ส่งผลให้หล่อนแสดงความดื้อรั้น ก้าวร้าว ขัดความต้องการของปู่นับแต่นั้นมา 

ปัทมาคือเหตุของความชิงชังที่ฝังแน่น และปัทมาก็คือผลของปัญหาที่เดินมาถึงจุดจบ ซึ่งต้องแลกมาด้วยชีวิตและจิตใจ

ตัวละครเด่นในเรื่องมีหลายตัว แต่ละตัวมีมิติชีวิตของตัวเอง ทำให้อ่านเรื่องนี้แล้วไม่เบื่อ มีสีสัน ได้เห็นชีวิตของผู้คน ซึ่งต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างมอง มีเหตุและผลส่วนตัว บางตัวละครน่าชื่นชม อ่านแล้วตบเข่าฉาด ถูกใจนัก แต่บางตัวละครก็น่าหมั่นไส้เอามากๆ

เมื่อเราอ่านเรื่องราวในบ้านพระยาอภิบาลบำรุง จะรู้สึกอึดอัดแทนลูกหลานของท่าน ที่ต้องทนอยู่กับวิสัยทัศน์เก่าๆ ของท่าน และร้ายกว่านั้นคือความเกลียดชังที่ท่านคอยย้ำแก่คนในบ้านเสมอๆ ลองนึกดูครับว่า ถ้าปู่ตาย่ายายเราเป็นอย่างนี้ก็คงลำบากใจจะอยู่ใกล้แน่ๆ แต่ข้อดีที่มองเห็น คือ ท่านมีอุดมการณ์ความรักชาติ เห็นแก่เกียรติศักดิ์ศรี วงศ์ตระกูล และความภาคภูมิใจแบบคนรุ่นเก่า

ส่วนบ้านพระวิจิตรฯ เป็นพวกหัวสมัยใหม่ ปรับตัวตามสังคม ไหลตามน้ำ สะท้อนภาพสังคมยุคปัจจุบันได้ดีมากเช่นกัน เพราะคนสมัยนี้เป็นแบบครอบครัวพระวิจิตรฯ กันก็เยอะ อุดมการณ์และศักดิ์ศรีไม่สำคัญเท่ากับหน้าตา เงินทอง และความอยู่รอด ตัวพระวิจิตรฯ ก็ไม่ใช่แบบอย่างที่ดีนัก ถึงท่านไม่แยแสความเกลียดชังของบ้านข้างๆ แต่ท่านก็พร้อมสนับสนุนให้ลูกหลานย่ำยีความรู้สึกของเจ้าคุณอภิบาลฯ อยู่เสมอ แต่ดีที่คนรุ่นหลานพระยาวิจิตรฯ เป็นคนรู้คิด จึงไม่ได้บ้าจี้ไปกับคนในครอบครัว ตัวละครหนึ่งที่น่าชื่นชมคนนั้นคือ ทันพันธุ์

ทันพันธุ์หลงรักปารมี ความรักของเขาบริสุทธิ์ และหมายจะให้เป็นรักที่ช่วยล้างตราบาปทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นระหว่างสองครอบครัว เขาเป็นคนหนุ่มมีความคิด จริงใจ ตรงไปตรงมา และเขากล้าพอจะเข้าหาเจ้าคุณอภิบาลฯ ความพยายามอันบริสุทธิ์ใจของเขานี่เอง ที่ทำให้พระยาอภิบาลบำรุงยอมลดทิฐิ และยินดียกปารมีให้อย่างเต็มใจ


“นี่เป็นหลานสาวที่ฉันเต็มใจยกให้เธอ เพราะฉะนั้นเชื่อได้ว่า ชีวิตแต่งงานของเธอและยายปานจะต้องมีแต่ความสุขจำเริญ ไม่เหมือนดังคู่ที่แล้ว ไปกันเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน”


สมกับโบราณเขาว่าไว้นะครับว่า คำอวยพรจากญาติผู้ใหญ่ พ่อแม่ คือพรอันประเสริฐของลูกหลาน อีกอย่างเจ้าคุณอภิบาลฯเคยพูดไว้ว่า ปารมี หน้าตาละหม้ายคล้ายแม่ของท่าน เลยเกรงว่าเชื้อจะแรง แต่เป็นอันได้ข้อพิสูจน์แล้วว่า...


"ความดีชั่วของคนเราไม่ได้สืบกันทางสายเลือด แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกต่างหาก คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้"


ด้านสำนวนภาษาอ่านง่ายไม่ซับซ้อน ไม่ยืดเยื้อ บทพูดของตัวละครมีชีวิตชีวาดี ภาพรวมของ ขมิ้นกับปูน ไม่ใช่นิยายแนวชิงรักหักสวาท หรือเคียดแค้นชิงชัง ด่าทอกันอย่างบ้าคลั่ง อ่านแล้วไม่เครียด แต่เป็นนิยายชีวิตที่สอนใจคนเราได้ดีมากจริงๆ มีแง่มุมให้ขบคิดเยอะ

ความสนุกอยู่ตรงที่ได้ติดตามชีวิตของตัวละคร คอยเอาใจช่วยพวกเขา ได้เห็นพัฒนาการด้านความคิดของตัวละคร แถมเรื่องนี้ยังให้ภาพสังคม การเมือง และความลำบากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ไว้ด้วย อยากให้ลองหามาอ่านกันครับ แล้วจะเห็นอะไรดีๆหลายอย่างในเรื่องนี้

สวัสดีครับ


Jim-793009

03 : 08 : 2015




Create Date : 02 สิงหาคม 2558
Last Update : 30 มิถุนายน 2560 23:14:30 น.
Counter : 2456 Pageviews.

10 comments
  
เรื่องนี้มีในครอบครองแล้วครับ แต่ยังไม่มีโอกาสอ่านเต็มๆสักที ในนามปากกาจุลลดา ฯ ผมชอบลางรัก มากที่สุด นอกจากนั้นจะเป็นแนวลึกลับ อย่าง เรือนแรม หลอน และบ่วงครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 3 สิงหาคม 2558 เวลา:7:37:15 น.
  
สามปอยหลวง --- ตอนนี้ผมสนใจเรื่อง หลอน กะ ริษยา แต่เดี๋ยวจะตามหา ลางรัก กะ เรือนแรม มาอ่านด้วย เคยเล็งๆไว้ท่าทางคงสนุกเหมือนกันนะครับ :)
โดย: Jim-793009 วันที่: 3 สิงหาคม 2558 เวลา:8:45:25 น.
  
คุณ Jim-793009 : แล้วแต่สไตล์คนชอบครับ เรื่องหลอน เป็นแนวจิตวิทยา ความเชื่อ ที่นำเรื่องภพ-ชาติเข้ามาประกอบ ซึ่งตรงกันข้ามกับเรือนแรม ที่แม้จะเป็นเรื่องสไตล์ภพชาติเหมือนกัน แต่แนวคิดคนละขั้วไปเลย
เวลาอ่านสองเรื่องต่อกันแล้ว เหมือนได้เห็นทัศนคติคนละด้านในเรื่องนี้ จากผู้เขียนคนเดียวกัน ส่วนลางรัก เป็นผลงานเรื่องแรกของผู้เขียนครับ อ่านแล้วประทับใจในสไตล์การเขียนอันเป็นเอกลักษณ์ของท่านมาตั้งแต่แรก
โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 3 สิงหาคม 2558 เวลา:11:08:04 น.
  
เคยอ่านนานมากแล้วค่ะ ตอนเด็ก ๆ
ที่เอามาอ่านเพราะมันเป็นละครอยู่ค่ะ ในตอนนั้น
โดย: Serverlus วันที่: 3 สิงหาคม 2558 เวลา:12:44:37 น.
  
คุณ สามปอยหลวง --- ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม :)

คุณ Serverlus --- เราเคยดูเวอร์ชั่นบนปกหนังสือ สมัยนั้นก็ถือว่าสนุกมากๆเลยครับ พอมาอ่านนิยายทีหลัง สนุกไม่แพ้กัน ^^
โดย: Jim-793009 วันที่: 3 สิงหาคม 2558 เวลา:14:33:37 น.
  
เรื่องนี้สนุกครับ ชอบๆ ดราม่าดี สงสารปัทมามาก
ส่วนเจ้าคุณปู่ รู้สึกว่าเป็นมนุษย์ลุงผุ้น่ารัก ก็ตอนที่ปะทะกับหลานชายคนเล็กของอีกบ้าน 5555
โดย: อุ้มสม IP: 119.76.65.16 วันที่: 3 สิงหาคม 2558 เวลา:18:00:48 น.
  
คุณ อุ้มสม --- สนุกสะท้อนชีวิตดีจริงๆครับ :) เจ้าคุณปู่ท่านดุเอาโล่ไปเลย ^^
โดย: Jim-793009 วันที่: 3 สิงหาคม 2558 เวลา:23:02:15 น.
  
ป็นเหมือนไฟทรมาน ดวงใจ เพลิงเผาไหม้ใจทุกข์ทน เหลือเกิน
ไม่มีสิทธิ์ให้ชีวิต เผชิญ สู้แล้วเดินต่อไป
เป็นเหมือนกำแพงกั้นกลาง ตรงหน้า ดั่งผีป่าดั่งผีพราย หรือไร
ด้วยทิฐิและความรั้นเป็นใหญ่ ไม่มีทางลงเอย

ดั่งขมิ้นกับปูนเคล้ากัน ไม่มีวัน เข้ากันได้
เป็นดั่งเหมือนบาปกรรมแต่หนใด ให้มาอยู่ ใกล้กัน

เป็นเพราะความผิดของใคร สร้างมา นำชักพาให้รักมา ร้าวราน
ขอทุกสิ่งที่เลวร้ายพ้นผ่าน ที่เนิ่นนาน ให้ผ่านไป


แฟนละครรุ่นดึกรายงานตัวค่ะ

โดย: prysang วันที่: 3 สิงหาคม 2558 เวลา:23:06:23 น.
  
คุณ prysang --- ผลเดาว่าน่าจะเป็นเชอร์ชั่น คุณชไมพร แสดงเป็นปัทมาใช่ไหมครับ ^^
โดย: Jim-793009 วันที่: 3 สิงหาคม 2558 เวลา:23:41:55 น.
  
ชอบคุณอาปีบ รับบทโดยดวงดาว จารุจินดา
โดย: Saynum IP: 118.172.110.179 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา:21:12:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



Jim-793009
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



"เขียน" ถ้าสิ่งนั้นคือความสุขอย่างแรกที่เรามองเห็นและนึกถึง ^_^

วรรณกรรมจึงงามกว่าเพชร คมกว่าดาบ เป็นโอสถอันประเสริฐยิ่งของชาวโลก
- กฤษณา อโศกสิน

"หนังสือบางเล่มผมไม่ได้อ่านเพราะชอบหรือไม่ชอบ เมื่อเป็นนิยายรักยอดนิยม ถ้าไม่อ่านก็เสียโอกาสทำความเข้าใจคนอื่น...ดีสำหรับผม ไม่ได้หมายความว่าคุณอ่านแล้วจะเข้าใจ หรือชอบในระดับเดียวกัน"
- ประชาคม ลุนาชัย [ร้านหนังสือที่มีแต่นิยายรัก]

"...สำหรับนักอ่าน หนึ่งในการค้นพบที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิต คือการพบว่าตัวเองเป็นนักอ่าน ไม่ใช่แค่อ่านออก แต่ตกหลุมรักมัน ตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ตกหลุมรักหัวปักหัวปำ หนังสือเล่มแรกที่ทำให้เกิดผลเช่นนั้นจะไม่มีวันถูกลืม..."
- Finders Keepers, Stephen King
New Comments