Group Blog
มิถุนายน 2562

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
 
 
3 ยุคเปลี่ยนผ่าน
เคยเขียนเรื่องนี้ไว้ที่ไหนซักแห่งเกือบ 10 ปีก่อน เห็นว่าอาจจะมีประโยชน์และให้วิธีคิด ...ก็คือเรื่องของ 3 ยุคที่เปลี่ยนผ่าน
ยุคแรก ...ยุคเกษตรกรรม
ยุคสอง ...ยุคอุตสาหกรรม
ยุคปัจจุบัน ...ยุคอินเตอร์เน็ต

ยุคแรกที่เป็นเกษตรกรรม อาชีพที่คนทำกันมากก็คือการเกษตร(ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ประมง) [งานเอกชนยังไม่ซับซ้อน เช่นเดียวกับงานข้าราชการ] ยุคนี้ทำให้นึกไปถึงคำพูดที่ว่า ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า คือใครมีอะไรก็สามารถนำขาย สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ความสนิทชิดเชื้อเป็นไปในลักษณะ เป็นพี่เป็นน้องกัน เป็นญาติกัน หรือแม้แต่กระทั่งรู้สึกเป็นเพื่อนและมิตร

ในยุคนี้เครื่องไม้เครื่องมือ ยังคงเป็นสิ่งที่สร้างด้วยมือเป็นส่วนใหญ่ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มถักทอจากเครื่องมือพื้นฐานทั้งสิ้น บางครั้งอาจเรียกได้ว่าเป็นของ Hand Made วัสดุอุปกรณ์มักเป็นงานที่ได้จากธรรมชาติ ผ้าฝ้าย งานไม้ งานหลอมโลหะ งานฝีมือต่างเกิดขึ้นในยุคนี้ ...

พ่อค้าคนกลางในยุคนี้ เป็นคนที่มีบทบาทน้อยกว่าในยุคอุตสาหกรรม อาจเป็นเพราะยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน ถนน ไฟฟ้า น้ำประะปา ยังเชื่อมไปไม่ถึง ...การค้าจึงเป็นไปในลักษณะซื้อขายแลกเปลี่ยนกันโดยตรง ผ่านช่องทางที่เรียกว่า ...ตลาดสด

การกระจายความมั่งคั่ง เป็นไปในลักษณะการเกลี่ย คือมีความแตกต่างด้านฐานะไม่มากแบบสมัยปัจจุบัน แต่ยังมีระบบเจ้าขุนมูลนาย ส่วย สินบนและใต้โต๊ะ เป็นยุคที่งานข้าราชการนั้นมีเกียรติมีความมั่นคงสูงมาก ใครที่เป็นเด็นในสมัยนี้ถ้าถามเขา เขามักจะตอบแบบไม่ลังเลว่าอยากเป็นทหาร เป็นตำรวจ เป็นนายอำเภอ หรือเป็นครู ...กันทั้งสิ้น ด้านงานเอกชนจะให้ความรู้สึกไม่มั่นคงในสมัยนั้น

ความสัมพันธ์เป็นไปในลักษณะใกล้ชิดแนบแน่น การมีครอบครัวใหญ่ๆ ไม่มีปัญหาด้านความมั่นคง(ฐานะ)มากนัก ต่างคนต่างช่วยกันทำมาค้าขาย และช่วยเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน ในน้ำมีปลาในนามีข้าว เกิดการแบ่งปันมากกว่าการแข่งขัน

ยุคอุตสาหกรรม ...เริ่มแรกของยุคนี้ มักเกิดจากการสนองความต้องการของมนุษย์ ยิ่งมนุษย์ต้องการมาก ยิ่งต้องตอบสนองทีละทำนวนมากๆ ทำให้การผลิตด้วยมือไม่ทันกับความต้องการจำนวนมากได้ มนุษย์จึงคิดค้นสิ่งที่เรียกว่า ...เครื่องจักร เพื่อใช้ในการขนส่ง เพื่อการผลิตจำนวนมาก เพื่อความมั่นคง เพื่อลดต้นทุน(คนงาน) ซึ่งส่งผลให้เกิดความต้องการเกี่ยวกับสินค้าตั้งต้น เช่น สินแร่ต่างๆ ยางพารา น้ำมัน ไฟฟ้า การแปรรูปการเก็บรักษา เมล็ดพรรณพืช อาหารสัตว์ ปุ๋ย ฯลฯ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นสินค้าโภคภัณฑ์

เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ สังคมในยุคนี้มีความสัมพันธ์ที่มีระยะห่างเพิ่มมากขึ้น พ่อค้าคนกลางมีบทบาทสูงมาก เทคโนโลยีต่างๆ และนวัตกรรม... ถูกคิดค้นและถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ [ในยุคเกษตรกรรม นักประดิษฐ์หรือผู้คิดค้นทฤษฎีมักถูกมองว่าเป็นคนสติไม่ดี เป็นคนบ้าคนเพ้อฝัน คนเพ้อเจ้อ] มีคำพูดที่แสดงให้เห็นว่าเป็นยุคอุตสาหรรม คือ คุณไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร จนกระทั่งสิ่งนั้นถูกสร้างขึ้น ...จริงใช่ไหมหละ ช่วงที่มีโทรทัศน์จอขาวดำ คนในสมัยนั้นคิดว่ามันยอดเยี่ยมมากแล้ว ก็ยังมีโทรทัศน์สี โทรทัศน์จอแบน ในเวลาต่อๆ มา ...การไฟฟ้า การสื่อสาร การมีสาธารณูปโภค ทำให้ยุคนี้เกิดความสะดวกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ การพัฒนาในยุคนี้ มักเริ่มต้นจากสังคมเมือง ส่วนสังคมชนบทจะถูกมองเป็นเรื่องรอง ...ผู้คนจึงมีแนวโน้มและทิศทางมุ่งสู่สังคมเมือง เกิดความแตกต่างขึ้นทางสังคม (อย่างที่กล่าวไว้ว่า ความสัมพันธ์มีระยะห่างมากขึ้น) โดยสังคมเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้งานในภาคเอกชนได้รับความยอมรับ ความนับหน้าถือตา โดยหารู้ไม่ว่าความมั่งคงทั้งหลาย เริ่มจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ และถัดมาคือกลุ่มนักลงทุน

ในช่วงกลางถึงปลายของยุคนี้ ทำให้เรารู้จักการเก็งกำไร การปั่นมูลค่า ข่าวสารข่าวลือมีบทบาทสำคัญๆ ต่อการตัดสินใจ ...พนักงานธนาคารถูกมองว่าเป็นมนุษย์ทองคำ เกิดการหมุนเวียนด้านระบบเงินตราอย่างรวดเร็ว และมีรูปแบบการค้าใหม่ๆ เริ่มต้นเกิดขึ้น ซึ่งพัฒนาไปตามเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด ระบบอินเตอร์เน็ตถูกนำมาใช้ในองค์กร (ภายหลังที่คอมพิวเตอร์เปลี่ยนแปลงมาเป็นระบบ Windows และมีแบรนด์ใหม่ๆ อีกหลายต่อหลายแบรนด์เกิดขึ้น) ผู้คนได้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย (ก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่โก้หรู เป็นสิ่งที่น่าอวดสำหรับคนมีฐานะ)

เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยทั้งหมดที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ทำให้คนเกิดความวิตก เราอาจจะได้ยินคำว่า "ข้าวยาก หมากแพง" เห็นด้วยใช่ไหม

ยุคปัจจุบัน จริงๆ ผมไม่อยากใช้คำว่ายุคอินเตอร์เน็ต บทความเมื่อ 10 ปีก่อน ที่จริงผมใช้คำว่า ...ยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร เนื่องจากอินเตอร์เน็ตสมัยก่อนยังวิ่งในระดับ 56K หึๆๆ ซึ่งในยุคนี้ถือเป็นช่วงปลายๆ ของธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์เลยทีเดียว การ์ตูน นิตยสาร สื่อและโฆษณา เดี๋ยวนี้ใครไม่ปรับตัว ...เกือบจะเรียกได้ว่า ตายเรียบ ...คำว่า คุณไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร จนกระทั่งสิ่งนั้นถูกสร้างขึ้น อาจให้ความรู้สึกที่ดีแก่ผู้ใช้ หรือในฐานะ User แต่ในฐานะของผู้สร้างผู้ผลิตแล้ว ประโยคดังกล่าวคือความหายนะเลยทีเดียว

ก็อย่างที่เราเห็น ใครจะไปตระหนักว่าไอ้แผ่นดำๆ ขนาดเล็กๆ เล็กว่าปลายนิ้วก้อย จะสามารถบันทึกข้อมูลเป็น GB หรือปัจจุบันก้าวไปถึง TB ก็มี... ถ้าเป็นสมัยก่อน เครื่องมือพวกนี้คงมีขนาดใหญ่เทียบเท่าหลายตึก ...ยุคข้อมูลข่าวสาร คนส่วนใหญ่มักได้รับข่าวสารที่รวดเร็ว ...เพียงแค่เข้าคอมพิวเตอร์เท่านั้น พวกมันส่งผลมากกว่าการเปลี่ยนแปลงในเชิงกายภาพ (สิ่งที่จับต้องได้) ด้วยการเปลี่ยนแปลงในเชิงนามธรรม (สิ่งที่จับต้องไม่ได้) ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้แต่ผู้พัฒนาเองก็อาจจะไม่รู้จริง คุ้นๆ ไหม กับคำว่า AI

ก่อนจะจบบทความ อย่าเพิ่งคิดว่ายุค IOT หรือ Internet of Things มันเป็นเรื่องไกลตัว สำหรับคนที่อยู่ในระหว่างกลางยุคของอุตสาหกรรมที่ไม่ยอมปรับตัว (เมืองไทยตอนนี้คงเป็นผู้อยู่ในช่วงอายุ 45+) ค่อนข้างแน่นอนว่า แนวคิดมักเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยน ปรับปรุง ปรับใช้ ยากกว่าผู้คนในช่วง 10 ปีหลัง

สิ่งที่เราไม่รู้ หรือรู้แต่พยายามทำเป็นไม่รู้ ...วันหนึ่งมันจะทำให้คุณตระหนักว่า เรียนรู้ไว้ก็ไม่เสียหาย ลองทำบ้างก็ไม่เสียหาย หรือแม้แต่เปลี่ยนไปตามยุคเลย ...ก็ไม่น่าเกลียดครับ (เพราะคนที่จ้องจะเกลียดคุณ อาจจะมีมากพอๆ กับคนที่รักคุณเลยแหละ)

อยากทิ้งท้ายว่า ยุคปัจจุบันนี้ ต้องอยู่ให้เป็น เป็นมิตรได้ทั้งกับมิตรด้วยกัน ...และศัตรูครับ



Create Date : 28 มิถุนายน 2562
Last Update : 28 มิถุนายน 2562 2:19:07 น.
Counter : 84 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



Kusoll13
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments