Group Blog
 
All Blogs
 

คืนแรก วันใช้ชีวิตในหอ

สวัสดีครับพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ทุกคน และแล้วกระผมนายจิว ก็มีเวลากลับมาเล่าเรื่องราวในแดนกิมจิให้ฟังอีกครั้ง คราวนี้เป็นเหตุการณ์ตอนที่ผมย้ายจากที่พักรับรองที่ Hoam Facility House อันแสนสบายหรูหรา ไปยังหอพักนักศึกษา Kwanaksa ที่อยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่ แต่สภาพความเป็นอยู่ต่างกันลิบลับ คือว่า หอพักนักศึกษาของ Seoul Nation University (SNU) มีอยู่ 2 แห่งด้วยกัน แห่งแรกคือ BK International Dormitory และ Kwanaksa Dormitory แห่งแรกหรือหอ BK นั้น สภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างสะดวกสบายกว่า Kwanaksa มาก มีห้องน้ำและที่ทำอาหารอยู่ภายในห้องเดี่ยวของตัวเอง แต่ที่หอ Kwanaksa ต้องใช้ห้องน้ำรวมและห้ามทำอาหารภายในหอ แต่มีไมโครเวฟที่ใช้แชร์กันให้แต่ละชั้น ห้องที่ Kwanaksa มีทั้งห้องรวมและห้องเดี่ยว (โชคดีที่ผมได้ห้องเดี่ยว) ทั้งสองหอมีราคาต่างกันมาก แต่เมื่อเทียบกับจำนวนเงินทุนที่ผมได้รับจากรัฐบาลเกาหลีแล้ว ผมก็ยังอยู่หอ BK ได้สบายๆ คับ เพียงแต่ตอนนี้ต้องอยู่หอ Kwanaksa ไปก่อน รออีก 6 เดือน (1 เทอม) ถึงจะมีโอกาสย้ายเข้าหอ BK ได้

เช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 ผมตื่นจากที่นอนเวลา 8.00 AM ยืดเส้นยืดสาย บิดตัว วิดพื้น sit up แล้วทานอาหารเช้าด้วยขนมปังทาแยมสตอว์เบอรี่ที่ไปเดินช้อปมาจากมินิมาร์ทเล็กๆ ใกล้ที่พัก อาบน้ำ แปรงฟันไปหูฟังเสียงโทรทัศน์ภาษาเกาหลีช่องอารีดัง (Arirang) ไปด้วย ไม่รู้เรื่องหรอกคับ แต่ขอฟังสำเนียงให้ชินหูไว้ก่อน แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาอำลาที่พักรับรอง Hoam Facility House ไปสู่ที่ที่ควรอยู่ ก็หอพักนักศึกษา Kwanaksa นั่นแหล่ะครับ หลังหวีผมเสร็จก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เสียงปลายสายเป็นของคุณพ่อที่โทรมาจากล็อบบี้ เรียกให้ผมไปหา เมื่อผมเดินลงมาข้างล่างก็เจอคุณพ่อยืนยิ้มรออยู่ที่บันไดที่ผมกำลังเดินลงมา คุณแม่กำลังนั่งรออยู่ที่ล็อบบี้ ที่โต๊ะข้างหน้าท่านมีกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ ความละเอียด 10 เมกกะพิกเซลที่พวกท่านซื้อให้ผมจากห้าง Lotte วางอยู่ในกล่อง ผมรู้สึกดีใจมาก เพราะเพิ่งเอ่ยปากบ่นไปเมื่อวานเองว่าอยากได้ แล้วพวกท่านก็ซื้อมาให้จริงๆ ซาบซึ้งในบุญคุณขึ้นมาทันใดเลยคับ อิอิ

หลังจากทดลองถ่ายรูปกันพักหนึ่ง ผมจึงลาไปเก็บของเตรียมย้ายต่อ ขณะเก็บของเกือบเสร็จเรียบร้อยก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นเสียงของน้อง Jack นักเรียนไทยอีกคนหนึ่งใน Seoul National University ที่มาทำ PhD ในสาขาเกษตร ผิวขาว หน้าตาดี เป็นชาวลำพูนโดยกำเนิด อายุอ่อนกว่าผมปีนึง เรารู้จักกันเมื่อคืนที่ผ่านการแนะนำของพี่แมว วันนี้น้อง Jack อาสามาช่วยขนของย้ายหอให้ผม รวมทั้งทำหน้าที่เป็นไกด์นำทางไปที่หอให้อีกด้วย

เมื่อผมเอากุญแจไปคืนเพื่อ Check out ที่ reception ก็เป็นเวลา 10.00 AM ผมลากกระเป๋าเดินทางใบโตออกจากที่พักรับรองไปหอพัก Kwanaksa ตอนแรกผมนึกว่าหออยู่ใกล้ๆ ที่พักนะครับ แต่ผมคำนวณพลาดมหันต์ หออยู่ห่างออกไปสักเกือบ 700 เมตรได้ แถมระหว่างทางผมต้องลากกระเป๋าเดินทางขึ้นเนินไปตลอด เพราะที่พักอยู่บนเนินสูง แม้อากาศจะหนาวเย็น แต่เหงื่อผมออกชุ่ม ในใจยังนึก เมื่อไหร่จาถึงว้า ให้เราแบกของหนักอยู่คนเดียว แต่อีกใจบอกให้สู้ๆ ต่อไป ยังไม่แก่ซักหน่อย ทำบ่นไปได้ เถียงไปเถียงมาในใจ ในที่สุดก็มาถึงหอเสียทีครับ ผมเดินหอบฮั่กๆ ตามน้อง Jack ไปที่โต๊ะ Admin ประจำหอ เพียงแค่บอกชื่อเสียงเรียงนาม สาวน้อยชาวเกาหลีหน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนไปทำศัลยกรรมมา ก็จดหมายเลขตึกและเลขที่ห้องพักยื่นให้พร้อมรอยยิ้ม ผมยิ้มไปหอบไปแล้วหยิบกระดาษจากมือหล่อนมา จากนั้นผมก็ลากกระเป๋าขึ้นเนิน (อีกแล้ว) ไปยังหอพักหมายเลข 918 ซึ่งอยู่สูงที่สุดบนเนินเขาลูกนั้น
เมื่อถึงหอพัก 918 (ใน Kwanaksa มีอยู่หลายตึกครับ แต่ละตึกก็มีเบอร์ต่างกันไป) เราเข้าไปหาผู้ดูแลหอพัก แจ้งชื่อพร้อมเบอร์ห้องที่จะเข้าพัก ผู้ดูแลหอซึ่งเป็นเด็กหนุ่มเกาหลีที่อาสาสมัครมาทำงานดูแลหอพัก (แต่พูดอังกฤษไม่ค่อยได้ซะเลย) ก็พาผมไปกรอกแบบฟอร์มพร้อมกับติดตั้งระบบความปลอดภัยที่ประตูหน้า คราวหน้าถ้าผมจะเข้าหอ ต้องกดเลขที่ห้องพัก แล้วสอดมือเข้าไปในเครื่องเพื่อสแกนผิวหนังหลังฝ่ามือ จึงจะมีสิทธิเข้าหอได้ จากนั้นผู้ดูแลก็มอบตะกร้าผ้าเขียนเบอร์ห้องพร้อมผ้าปูที่นอนให้ 1 ผืน แล้วน้อง Jack ก็พาผมกับคุณพ่อคุณแม่ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสาม ห้อง 315 สิ่งแรกที่เราพบสะดุดตาที่ประตูคือเครื่องกดรหัสครับ หากกดรหัสไม่ผ่านประตูก็ไม่เปิด และแล้วด้วยความช่วยเหลือของน้อง Jack ก็ทำให้ผมสามารถเปิดปิดประตูและตั้งรหัสใหม่ได้

ภายในห้องพักมีเนื้อที่ประมาณ 3x6 ตารางเมตร ไม่ถือว่าใหญ่นัก แต่มีโต๊ะ ตู้เย็น เตียง ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ โทรศัพท์ และ Heater ซึ่งก็เพียงพอแล้วสำหรับผม คุณพ่อคุณแม่ที่ตามมาดูถึงในหอ ก็ลองมานั่งมานอนบนเตียงของผม ดูพวกท่านพอใจในระบบความปลอดภัยและสวัสดิการของที่พักดี ว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง (ผมจะสามสิบแล้วนะคร้าบ จะห่วงอะไรกันนักกันหนา แล้วถ้าผมไปอยู่เรือนหอ จะตามมานั่งมานอนอย่างนี้มั้ยเนี่ย) ส่วนน้อง Jack ผู้น่ารักก็ขอลาไปทำงานต่อที่แล็บ ขนาดปิดเทอมยังทำงานเลยครับพี่น้อง ยูนี้โหดจริงๆ

หลังจากจัดวางของเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว ผมก็พาบุพการีทั้งสองไปทานอาหารกลางวันแบบดั้งเดิมของเกาหลีที่โรงอาหารนักศึกษาที่ผมเคยไปทานประจำ รายการอาหารวันนี้มีสเต็กปลา กิมจิและน้ำซุปคล้ายๆ มิโซะ พวกท่านดูจะชอบอาหารเหล่านี้มาก เอ่ยปากชมเป็นระยะๆ ผมก็ดีใจที่ได้พาพวกท่านมาลองทานอาหารพื้นๆ แบบนี้บ้าง (ทานแต่ของในโรงแรมมันเปลือง) นี่เป็นมื้อสุดท้ายในเกาหลีก่อนที่พวกท่านจะบินกลับเมืองไทยตอนเย็นวันนี้ หลังจากทานเสร็จเรียบร้อยเราสามคนพ่อแม่ลูกสวมกอดล่ำลากัน ผมยืนดูพวกท่านขึ้นรถบัสเข้าเมืองไป จากนี้คงอีกนานกว่าจะได้พบกันใหม่ ในใจผมรู้สึกหนาวขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้กับตัวเอง แล้วหันหลังเดินกลับหอพักไป
ผมนอนพักผ่อนบนเตียงจนเย็น น้อง Jack ก็มาเคาะประตูเรียกหน้าห้องพักชวนไปทานข้าวกัน ผมรู้สึกดีที่นอกจากจะมีพี่แมวเป็นรุ่นพี่ที่คณะแล้ว ยังมีน้องคนไทยอีกคนนึงที่มาช่วยเทคแคร์กัน ทำให้ไม่รู้สึกกังวลกับชีวิตในอนาคตมากนัก เราสองคนเดินไปทานข้าวเย็นที่โรงอาหารอีกแห่งหนึ่งใกล้ๆ หอพัก เป็นคนละที่กับที่ผมไปทานประจำที่อยู่เลยไปอีกหน่อย โรงอาหารที่นี่ก็ใช้ระบบเหมือนกับโรงแรกที่ผมเจอมา มื้อนี้มีไข่พะโล้ (มีแต่ไข่พะโล้คับ ไม่มีน้ำพะโล้) กับข้าวที่ดูเหมือนมัสมั่นไก่ และกิมจิ เราสองคนรีบทานทำเวลากันเพราะวันนี้ น้อง Jack จะพาผมไปซื้อหมอนกับผ้าห่มในเมือง เราต้องรีบไปก่อนร้านจะปิด

เราสองคนต่อรถเมล์สีเขียวสาย 5516 ซึ่งจอดป้ายรออยู่ในยู เข้าไปในตัวเมืองโซล ค่ารถเมล์เงินสด 900 วอน แต่ถ้าใช้บัตรจะถูกกว่า 100 วอน หลังจากลงจากรถ น้อง jack พาผมไปเดินในร้านขายของใช้จำเป็นในบ้าน ผมซื้อถังขยะ แก้วน้ำ ที่ใส่ดินสอ พรมเช็ดเท้า ผ้าเช็ดทำความสะอาดภายใน ไม้แขวนเสื้อ สกอตเทป ที่แคะหู น้ำยาล้างจาน ฟองน้ำล้างจาน ตะกร้าใส่ของเวลาเดินไปห้องน้ำ ฯลฯ เท่าที่นึกได้ในตอนนั้น หมดไปสามหมื่นกว่าวอนครับพี่น้อง

ออกมาจากร้านขายของใช้ในบ้านแล้ว เราเดินออกไปหาร้านขายผ้าห่ม ผมเลือกหมอนและผ้าห่มเข้าชุดสีม่วงมาชุดหนึ่ง ราคา 95,000 วอน โชคดีที่มีน้อง Jack มาด้วยช่วยต่อราคาให้ (เป็นภาษาเกาหลีนะครับ) ไม่งั้นผมอาจซื้อในราคาแสนวอนเลยก็ได้

ขากลับเราเดินผ่านร้านขายผลไม้ สตอเบอร์รี่ที่เกาหลีลูกโตน่าทานมาก แต่ผมเดินไปเลือกซื้อแอ้ปเปิ้ลราคาลูกละ 1,000 วอน มา 3 ลูก (ทดลองก่อน ถ้าอร่อยค่อยซื้อใหม่) คือผมทานแอ้ปเปิ้ลวันละลูกประจำน่ะครับ เพื่อสุขภาพ อิอิ

เราสองคนนั่งรถเมล์สายเดิมกลับมหาวิทยาลัย น้อง Jack เองก็พักอยู่ที่หอเดียวกันอยู่ชั้น 5 ผมอยู่ชั้น 3 เราสองคนพูดจาปราศรัยถูกคอกันดี ตอนนี้ก็ดึกแล้ว ผมขอบคุณน้อง Jack แล้วแยกย้ายกันกลับห้องของตน

วันนี้ผมเหนื่อยมากเลยครับ ขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน เจอกันในครั้งหน้านะครับ




 

Create Date : 30 มีนาคม 2550    
Last Update : 7 เมษายน 2551 18:02:03 น.
Counter : 329 Pageviews.  

เริ่มการผจญภัยในแดนกิมจิ

สวัสดีครับพี่น้อง ในที่สุดกระผมนายจิว ... ก็ได้มาถึงประเทศกิมจิอร่อย สาวสวย แฟชั่นเท่ห์ ซีรี่ส์ดัง สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) นั่นเอง ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG638 ออกจากกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ ... (ขี้เกียจพิมพ์ต่อ) เวลาตีสองของวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 มาถึงสนามบินอินชอน (Incheon Airport) เวลา 9.15 น. โดยสวัสดิภาพ ในสภาพหลับมาตลอดทาง โดยการเดินทางครั้งนี้ บุพการีที่เคารพทั้งสองของกระผมก็ได้ติดตามมาส่งลูกชายด้วยความเป็นห่วงถึงประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กะส่งให้ถึงที่เลยว่างั้นเถอะ

เป็นโชคดีไม่น้อยที่ผมผ่านด่านตรวจมาได้อย่างปลอดภัย ทั้งที่หอบโปรแกรมจากพันทิพมาตรึม หลังจากเดินออกจากเกทก็พบกับเจ้าหน้าที่ที่มารับจาก SNU ทำให้ทุ่นค่าแท็กซี่ของพ่อแม่ไปได้โข ระหว่างการเดินทางไป SNU คนขับรถก็ชี้ให้ดูสถานที่สำคัญของเกาหลี เช่น รัฐสภาเกาหลี ตึกที่สูงที่สุดในโซล (ตึก 66 ชั้น) และสนามกีฬาโอลิมปิกสเตเดียม จากนั้นเราก็ได้ชมตัวเมืองหลวงโซลอันเป็นที่ใฝ่ฝันของหลายคน สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คนหน้าตาตี๋ๆ หมวยๆ ตาชั้นเดียว ใส่เสื้อโค้ทหลายๆ แบบต่างกันไปตามฐานะและความนิยมของแต่ละคน

หลังจากฝ่ารถติดมา ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดชั่วโมงครึ่งก็ถึง SNU สถานที่ตั้ง อยู่บนภูเขา มองลงมาเห็นทัศนียภาพของกรุงโซลได้ชัดเจน เจ้าหน้าที่พาผมกับครอบครัวมาส่งที่ Hoam Facility House ซึ่งเป็นที่พักรับรอง เป็นที่ที่ผมจะอยู่ก่อนที่หอจะเปิด ในห้องพักสะดวกหรูหราดีมั่กๆ มีเตียงเดี่ยวสองเตียง ห้องน้ำมีอ่าง อิเตอร์เน็ต ทีวี ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้าพร้อมไม้แขวนเสื้อ ผมเลยให้ไปเลย 4 ดาว

พ่อแม่ผมช่างเป็นบุพการีตัวอย่างที่แสนดี อุตส่าห์หอบน้ำปลา พริกไทย โจ๊กสำเร็จรูป จานชาม ช้อนส้อม ถ้วยกาแฟ กาแฟสำเร็จรูป หมูแผ่นหมูหยองใส่กระเป๋าพวกท่านมาให้ เล่นเอาผมอึ้งไปเลยครับ

หลังจากร่ำลากันไปเรียบร้อย พ่อแม่ผมกลับไปพักที่โรงแรม Lotte ในกรุงโซล ท่านจะอยู่อีกจนถึงวันที่ 28 ก.พ. ผมนอนงีบเอาแรงบนเตียง ตื่นขึ้นมาก็ประมาณบ่ายสองโมง อาบน้ำ แปรงฟัน เสร็จสรรพ มีเสียงกริ่งดังขึ้น เมื่อเปิดประตู ผมก็เจอกับผู้ชายรูปร่างสันทัด สูง 170 cm ผมสั้น ผิวขาว จมูกโด่ง หน้าตาแบบอเมริกาใต้ ท่าทางตื่นเต้นเล็กน้อย ยืนอยู่หน้าประตูห้องผม เขาแนะนำตัวว่าเขาชื่อ Sergio มาจากโคลอมเบีย เพื่อนร่วมรุ่นคลาสเดียวกับผม เขาไปถามคนที่ reception เลยรู้ว่ามีคนที่เรียนโปรแกรมเดียวกันเพิ่งมาถึงอีกคนนึง ก็เลยแวะมาหา หลังจากแนะนำตัวกันเรียบร้อย เราตกลงกันว่าจะเดินไปที่ตึก Administration เพื่อดูว่าเราจะทำอะไรกันได้บ้าง

SNU เป็นมหาวิทยาลัยที่กว้างมากแห่งหนึ่งเท่าที่ผมเคยรู้จัก แต่นาย Sergio ก็ยืนยันอยากจะเดินจากที่พักของพวกเราไปที่ตึกนั้น ซึ่งผมเองก็ไม่รังเกียจอะไร จะได้ใช้เวลาสำรวจบริเวณยูไปด้วยซะเลย อากาศตอนบ่ายเย็นสบายๆ ผมกับเพื่อนใหม่เดินไปคุยไปตลอดทาง เค้าบอกว่าเมื่อคืนเค้าคิดถึงลูกสาววัย 10 ขวบชื่อมาเรีย มากๆ เค้าเล่าว่าเค้าร้องไห้เลยล่ะ เมื่อคืนก่อน Sergio เป็นคนอัธยาศรัยดี ดูรักครอบครัว เพิ่งเคยเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรก เลยดูสับสนตื่นเต้นอยู่ ภาษาอังกฤษสำเนียงสเปนของเขาฟังง่าย นอกจากนี้เขายังเล่นฟุตบอลในตำแหน่งศูนย์หน้าอีก เราสองคนพูดคุยกันถูกคอดี

ในที่สุดเราก็เดินมาถึงตึก admin หลังจากคลำทางกันมาพอสมควร เราก็ถามทางคนแถวนั้นให้เขาพาไปที่ห้องผู้ประสานงาน ในห้อง เราได้พบพนักงานสาวเกาหลีคนนึง หน้าตาเกาหลีดั้งเดิม (ตาชั้นเดียว ปากแดงบางๆ จมูกแบนๆ แก้มยุ้ยๆ มีคลอเรสเตอรอลสะสมอยู่นิดหน่อย) เธอชื่อ Kim Ok Sun ซึ่งเรารู้ในเวลาต่อมาว่าเธอไม่ได้รับผิดชอบในโปรแกรมที่เราเรียนอยู่จึงไม่รู้อะไรมากนัก แต่เธอก็พยายามติดต่อกับ Bae Hye Sung (ฟังจากพี่แมว คนนี้เค้าว่าน่ารัก) ผู้รับผิดชอบซึ่งเดินทางไป conference ที่เวียตนาม (ที่เดียวกับพี่แมวอยู่ตอนนี้) ให้เรา ได้เรื่องว่าตอนนี้พวกเรายังไม่จำเป็นต้องทำอะไร เพราะเรื่องการลงทะเบียนก็ต้องรอเปิดเทอรมก่อน ระหว่างนี้จะทำอะไรก็ได้ ตามสบาย ผมกับ Sergio ก็เลยถามถึงธนาคารกับร้านอาหารในยู แล้วเดินจากมา

เมื่อออกมาข้างนอกตึก ตอนนี้เริ่มเย็นมากแล้ว อุณหภูมิลดลงมาก เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกถึงความน่ากลัวของความหนาวเย็นยามค่ำคืน ผมกับ Sergio รีบเดินกลับที่พักโดยด่วนแบบไม่ต้องอธิบายกันมากความ ระหว่างทางผมเห็นโรงอาหารนักศึกษาอยู่ใกล้ที่พัก จึงชวน Sergio เข้าไปหาอาหารเกาหลีทานกัน ด้วยความสามารถในเชิงภาษากายของผม ทำให้เราสามารถซื้อคูปองแบบสองคนไปนั่งทานกันได้ อ้อใช่ มื้อนี้ผมเลี้ยงคับ เพราะตา Sergio แกไม่มีเงินวอนเลย คนที่นี่เค้าไม่รับยูเอสดอลล่าห์ แถมไม่ยอมพูดอังกฤษซะอีก โชคดีที่พ่อผมแลกเงินวอนให้นิดหน่อยตอนอยู่สนามบิน เราเลยไม่ถึงกับอดมื้อเย็น

เมื่อเดินเข้าโรงอาหาร เราก็ทำอะไรไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ ผมเดินไปที่ที่พวกนักเรียนหยิบถาดไปหยิบอาหาร พวกคุณป้าที่ตักอาหารก็ชี้ไปที่ถาดกับที่วางช้อน ดูๆ แล้ว ป้าๆ พวกนี้ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับคนต่างชาติอย่างพวกเราดี แม้พวกเค้าไม่สามารถพูดสื่อสารกับเราได้ก็เถอะ ยิ่งตอนผมพูดขอบคุณเป็นภาษาเกาหลีแกยิ่งยิ้มใหญ่ เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่า ถ้าเราจดจำภาษาเกาหลีที่จำเป็นได้ ก็พยายามพูดไปเถอะครับพี่น้อง มีประโยชน์มาก เพราะทำให้เราได้รับรอยยิ้มและความร่วมมืออย่างเต็มใจอีกหลายอย่างตามมาแบบที่คิดไม่ถึงเลยล่ะคับ

อาหารเกาหลีมื้อแรกของผมเป็นข้าวเปล่าหนึ่งถ้วย (เหมือนข้าวตาแห้งจับเป็นก้อนธรรมดาๆ) เนื้อราดชีส (อะ อะ อะ อร่อยคร้าบ!) แตงกวาหั่น ผลไม้หั่น และกิมจิ (ตักเอง) ผมใช้ตะเกียบคีบอาหารทานอย่างเอร็ดอร่อย ผิดกับ Sergio ซึ่งใช้ตะเกียบไม่เป็น แถมทานกิมจิไม่ได้ เพราะเผ็ดเกินที่ลิ้นคนอเมริกาใต้จะรับได้

หลังอาหารเราเดินกลับมาที่พัก และเอ่ยคำลาต่อกัน มี Sergio เป็นเพื่อนทำให้ผมได้ฝึกภาษาสเปนมาด้วยสองสามคำ มาเกาหลีคราวนี้ผมได้ภาษาที่ห้าเป็นภาษาสเปนด้วยแฮะ ดีเหมือนกัน ผมเดินไปที่โต๊ะ reception เพื่อยืมสาย network cable กับ adaptor เพื่อต่อกับ laptop บนห้องพัก ตกดึกผมเจอเพื่อนหลายคนที่ไอซีทีที่ยังทำงานกันอยู่ตรึมเลย คงมีแต่คนกระทรวงนี้แหล่ะนะที่ทำงานกันเกินเงินเดือนราชการหลายเท่า ถึงเป็นคนส่วนน้อยที่ทำงานเช่นนั้น แต่ผมก็ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับคนดีๆ เหล่านี้ คืนนั้นผมนั่งจิบกาแฟที่คุณแม่หอบมาให้และก็เล่นเน็ตคุยกับเพื่อนไปด้วย อากาศในห้องไม่หนาว เพราะระบบ heater เค้าดีมาก คืนนั้นผมสวดมนต์ก่อนนอน หลับสบาย ไม่มีใครมาปลุกที่หัวเตียง

จบแล้วครับ คืนแรกของการเดินทางอันยากลำบาก เป็นความประทับใจที่ดีเล็กๆ น้อยๆ ผมถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีไม่เลวเลยแหล่ะ อ้อใช่ ผมได้ตั๋วเครื่องบินเกต D8a ที่นั่ง D11 หรือว่าจะเป็นลางดีสำหรับว่าที่ Doctor กันน้อ

เจอกันในครั้งต่อไปครับ ขอตัวไปหาอาหารเกาหลีใส่ท้องก่อนนะครับ บาย คร้าบ

Good Bye - อันยองฮี กาซิบซิโย - อดิโอส

จิว




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 7 เมษายน 2551 18:00:36 น.
Counter : 158 Pageviews.  

Prelude ก่อนการเดินทาง

สวัสดีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนครับ กระผมนายจิว ขอขอบคุณทุกคนที่แบ่งปันช่วงเวลาอันสุขสันต์หรรษาแก่ผมตลอดระยะเวล 2 ปีที่อยู่กระทรวงไอซีที ตอนนี้ผมกำลังจะเดินทางไปเรียนต่อด็อกเตอร์ที่เกาหลี รู้สึกตื้นตันใจจนต้องระบายออกมาเป็น blog ให้เพื่อนๆ ได้อ่านเล่นแก้คิดถึงกันหน่อย อิอิ

เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 1 ธ.ค. 49 เมื่อผมเช็คเมล์อยู่ดีๆ ก็เปิดเจอเมล์ตอบรับจาก Seoul National University (SNU) จากประเทศเกาหลีมาแสดงความยินดีที่ผมได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนปริญญาเอก สาขา Technology Policy เท่านั้นหล่ะครับ ผมลืมตัว ร้องตะโกนออกมาเลย อ๊าค... อยากจะบ้าตาย ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ แต่ดันได้จริงๆ ทำงานอยู่ดีๆ ไม่ชอบ ดันหาเรื่องไปหลังขดหลังแข็งในห้องวิจัย ช่างเป็นการหาเรื่องใส่ตัวสุดๆ เลยครับพี่น้อง

แต่ผมก็ไม่ใช่คนเดียวที่ได้ไปหรอกครับ พี่เอื้อยสำนักท.ส. ก็ได้ทุนไปเหมือนกัน แต่เป็นคนละมหาวิทยาลัย อยู่กันคนละเมือง ผมอยู่โซล พี่เอื้อยอยู่แดจอน เรียนที่ ICU (ไม่ใช่ห้องฉุกเฉินนะครับ) ระยะทางห่างกันแค่ 3 ชั่วโมงเอง แต่แหม อย่าคาดหวังให้ผมไปดูแลเจ๊เค้าเลยนะครับ ผู้หญิงแกร่งเสริมใยเหล็กอย่างพี่เอื้อยน่ะ ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว อีกอย่าง ขืนผมไปเยี่ยมบ่อยๆ เพื่อนเค้าจะเข้าใจผิดกันพอดี จะเป็นการปิดโอกาสพี่เอื้อยไปซะก่อนจะขายออกน่ะคร้าบ ล่าสุดได้ข่าวมาว่าตอนนี้กินผักเก่งขึ้นแล้ว เพราะโดนทุกมื้อ เรื่องการเรียนกับภาษาเกาหลี กำลังพยายามอยู่ ส่วนอากาศตอนนี้กำลังหนาว ไปซื้อผ้าห่มกับหมอนมาแล้วตั้งแต่วันแรกแล้วล่ะ ว่าแต่ ไม่ซื้อหมอนซัก 2 ใบละเจ๊ เอาฤกษ์นะ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 เป็นวันสุดท้ายที่ผมมาทำงานที่กระทรวงไอซีที ด้วยความอาลัย ผมได้ยืมกล้องของเปิ้ล สาวสวยประจำสำนัก ท.ส. มาถ่ายรูปทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึก ตอนนี้ผมยังเอารูปขึ้นไม่ได้ มันใหญ่เกินไปหน่อย แล้ววันหลังผมจะเอาขึ้นให้ดูนะคับ

สุดท้ายผมต้องรีบไปแล้วฮะ เดี๋ยวตกเครื่อง เจอกันที่โซลครับ

จิว




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2550    
Last Update : 7 เมษายน 2551 17:59:21 น.
Counter : 198 Pageviews.  


el mago
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นักเรียนไทยในเกาหลี
Friends' blogs
[Add el mago's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.