ยินดีต้อนรับค่ะ ^ ^
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
7 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
ทัวร์เกาหลี กับ Discovery Korea ตอนจบ

ต่อจากตอนที่ 1 นะคะ วันนี้เราจะเที่ยวในโซลกัน ก็ตื่นเช้าอีกเช่นเคย

(อย่างที่บอกว่ามากับทัวร์นี่ต้องทำใจเรื่องตื่นเช้าและนอนดึก ไม่งั้นจะไม่ครบโปรแกรม)

วันที่ 3 : Seoul Tower - Teddy bear shop - Ice gallery - คลองชองเกชอน - ชอปปิ้งทงแดมุน - Nanta show

วันนี้มะม้าป่วย ปวดหัวตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว น้องชายคนนึงอาสาอยู่เฝ้าที่โรงแรม

วันนี้เลยเหลือแต่หนุ่มๆสาวๆกันแค่ 5 คน ระหว่างทางก็นั่งรถชมวิวแม่น้ำฮัน

ริมแม่น้ำตรงนี้นี่เองที่พระเอกนางเอกในซีรีส์เค้ามาจู๋จี๋กัน ^^



โปรแกรมข้างบนคือโปรแกรมตามทัวร์ แต่เมื่อคืนไปทงแดมุนแล้ว วันนี้ก็งดจ้า

ที่ไปจริงๆ ที่แรกคืออนุสาวรีย์นกฟีนิกซ์ อยู่ตรงข้ามกับบลูเฮาส์ ซึ่งเป็นโปรแกรม

ที่วันแรกไม่ได้ไป



ก่อนจะไปถึงอนุสาวรีย์ก็ผ่านด่านตรวจ เพราะอยู่ใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดี

ที่นี่จะเคร่งเรื่องความปลอดภัยมาก เพราะเค้ากลัวว่าเราจะเป็นสปายมาจากเกาหลีเหนือ

อนุสาวรีย์นกฟีนิกซ์เป็นสัญลักษณ์ความเป็นอมตะ ส่วนรูปข้างล่าง ถ้ามองดีๆ ด้านหลัง

จะเห็นหลังคาสีน้ำเงิน อันนั้นคือบลูเฮาส์ เป็นทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งปกติแล้ว

จะไม่ให้ถ่ายรูป แต่ถ้าเผอิญถ่ายติดมาเค้าคงว่าอะไรไม่ได้ เฉียงจากหลังคาบ้าน

ประธานาธิบดีไปทาง 10 นาฬิกา จะเห็นภูเขา และเหมือนมี 2 ตาและจมูก ตรงนั้น

เรียกว่าภูเขาหัวมังกร ซึ่งเป็นจุดที่ฮวงจุ้ยดีที่สุดในโซล (เพ่งรูปกันหน่อยนะจ๊ะ)

แล้วก็เดินทางต่อไปที่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี นี่ประตูทางเข้า



เดินถ่ายรูปนู่นนี่นั่น




ข้างในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงการแต่งกาย ประวัติศาสตร์ การดำรงชีวิต การทำอาหาร



ด้านนอกก็มีสิ่งน่าสนใจ เช่น ทอลฮารุบัง (หน้าตาเหมือนปลัดขิกบ้านเรา แต่มีหลายแบบ)



ทอลฮารุบังเป็นรูปปั้นที่ชาวเกาะเจจูนับถือ ถ้าอยากรวยให้ลูบที่ท้อง ถ้าอยากมีแฟน

ให้ลูบที่หัว อยากได้ลูกสาวให้ลูบที่หู และถ้าอยากได้ลูกชายให้ลูบที่จมูก ซึ่งน้องชาย

JZ ไปแอบลูบที่จมูกมาด้วย พอกลับมาน้องสะใภ้ก็ท้องเลย ตอนนี้ได้ 5 เดือน

แต่ยังไม่ได้ซาวด์ว่าเพศอะไร ใครอยากลองดูก็ไม่เสียหลายนะคะ

หน้าพิพิธภัณฑ์มีหินแกะสลักสัตว์ประจำ 12 ราศีไว้ให้ถ่ายรูปด้วย



จากพิพิธภัณฑ์ สามารถเดินทะลุไปพระราชวังเคียงบกได้ โชคดีจังเห็นซากุระด้วย



เป็นพระราชวังที่ใหญ่โตที่สุดในบรรดาพระราชวังของเกาหลี มีหลายพระที่นั่ง



อันนี้จำชื่อไม่ได้ ส่วนรูปต่อไปเป็นพระตำหนักเคียงเฮรู อยู่กลางสระน้ำ

ใช้จัดงานเลี้ยงในสมัยก่อน





นี่คือไฮไลท์




คุณไกด์โอ๋บอกเข้าไปดูที่เพดานพระราชวัง กว่าจะฝ่าฝูงชนมุดเข้าไปดูได้



ซูมใกล้ๆอีก เป็นรูปมังกร 2 ตัว เพดานแบบนี้จะมีอยู่ในพระราชวังที่มีกษัตริย์ประทับเท่านั้น



พวกเราอยู่ที่นี่ไม่นานเพราะโปรแกรมเต็มเอี๊ยด (ช่วงเช้านี่แค่เก็บตกของวันแรกเท่านั้น)

เรามุ่งหน้าไป Ice gallery (เข้าใจคำว่าชะโงกทัวร์ก็วันนี้แหละ)



ทุกคนกำลังขะมักเขม้นกับก้อนน้ำแข็งของตัวเอง เราจะแข่งกันแกะสลักน้ำแข็งเป็นแก้ว



ส่วนอันนี้ของข้าพเจ้าเอง แหว่งและเบี้ยว แต่รับรองว่าไม่รั่วแน่นอน อิอิ



พอแกะน้ำแข็งเสร็จ ก็เข้าไปเดินเล่นในเมืองน้ำแข็ง โชคดีที่เค้ามีเสื้อหนาวให้ใส่ด้วย



ออกจาก Ice gallery ก็ไปทานกลางวันกัน




มันคืออะไรน้า น่าจะเป็นพุลโกกิ รสชาติเหมือนสุกี้ขลุกขลิก ออกเค็มกว่านิดหน่อย



แล้วก็มีบิบิมบับ หรือข้าวยำเกาหลีนี่เอง




ทำไมข้าวยำเกาหลีที่กรุงเทพอร่อยกว่าข้าวยำเกาหลีที่เกาหลีล่ะเนี่ย งงละ

หน้าร้านอาหารกลางวันมีแผงขายของจุกจิก คุณไกด์โอ๋แนะนำให้ซื้อที่นี่จะถูกกว่า

ของที่น่าซื้อก็จะเป็นพวกพวงกุญแจ ตุ๊กตา magnet ติดตู้เย็น ถ้วย ตะเกียบ ช้อนเกาหลี

(ไม่รู้คิดไปเองรึป่าว แต่รู้สึกว่าใช้ช้อนเกาหลีในการกินอาหารเกาหลีแล้วอร๊อยอร่อย

555) ชอบน้ำหนักช้อนกับตะเกียบเค้าอ่ะค่ะ ราคาไม่แพงด้วย หน้าร้านมีเจ้านี่เฝ้าอยู่



พอเสร็จจากอาหารกลางวัน ก็มุ่งหน้าไปโซลทาวเวอร์




บนนี้เราจะมองเห็นกรุงโซลได้ 360 องศา ชั้นล่างก็ขายของจุ๊กจิ๊ก ร้านอาหาร

ร้านตุ๊กตาหมี (ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ Teddy bears)



ถ้าไปถึงโซลทาวเวอร์ จะพลาดมุมนี้ไม่ได้ ที่เอาแม่กุญแจมาเขียนชื่อ แล้วก็ล็อคไว้

แล้วก็โยนกุญแจทิ้งไป ---ไม่รู้ใครเป็นต้นคิด---



กดลิฟท์ปรู๊ดเดียวก็ถึงชั้นบนแล้ว บรรยากาศเหมือนหอคอยที่อื่นๆ

รูปนี้คือวิวที่ถ่ายจากห้องน้ำ ถ้ามีโอกาสอย่าลืมไปเข้าห้องน้ำที่โซลทาวเวอร์ด้วยนะ



ขออาร์ทบ้างอะไรบ้าง




ลงมาก็เจอโชว์อะไรซักอย่าง แต่งตัวเป็นทหารมาเดินสวนสนามให้ดู



ก่อนกลับ อย่าลืมถ่ายรูปมุมนี้มานะคร้า อิอิ สงสารคนถ่ายต้องนอนแอ้งแม้งเพื่อให้ได้มุมนี้



จากนั้นก็ไปแวะร้านเครื่องสำอาง ร้านสาหร่ายไปตามเรื่อง (อันนี้ยังดีกว่าทัวร์จีน

ไม่ถูกยัดเยียดเท่าไหร่) ทุกที่จะมีพนักงานขายพูดไทยหรือบางที่ก็จ้างคนไทยมาขาย

เพราะคนไทยมาเที่ยวกันเยอะมาก

แป๊บเดียวเราก็ไปทานมื้อเย็น (อีกแล้ว) เพราะตอนค่ำทั้งคณะจะไปดู Nanta show

มื้อเย็นเป็นบุฟเฟ่ท์ขาปูยักษ์จ้า





มันก็คือบุฟเฟ่ท์นานาชาติน่ะแหละ แค่มีขาปูยักษ์ จริงๆพวกเราก็ไม่ปลื้มขาปูอลาสก้าเท่าไร

เพราะอร่อยสู้ปูม้า ปูทะเลบ้านเราไม่ได้เลย เนื้อมันไม่หอมไม่หวานอ่ะ

ออกจากร้านก็ไป Nanta show หรือโชว์เคาะ สับ หั่น มัน ฮา อะไรประมาณนี้

ที่เคยมาเปิดการแสดงที่เมืองไทยไงคะ แต่ถ่ายได้แต่ข้างนอกนะ เค้าไม่ให้ถ่ายรูป



ก็สนุกดีค่ะ เสียดายที่มะม้าไม่ได้มาด้วย ระหว่างโชว์ก็จะเรียกคนดูขึ้นไปร่วมสนุกเป็นระยะ

เสร็จจากโชว์ก็มุ่งหน้ากลับโรงแรม เหอเหอ เที่ยวกะทัวร์ช่างเหนื่อยอะไรเยี่ยงนี้

พอกลับถึงห้อง มะม้ายิ้มแป้นแร้น บอกว่าหายดีแล้ว นอนสบายแถมยังออกไป

เดินเล่นห้างใกล้ๆโรงแรมอีก ดีแล้วหละ แต่เสียดายที่มะม้าไม่ได้ไปเที่ยวด้วยวันนี้

ไว้ปีหน้าฟ้าใหม่ มะม้าจะชวนมาซ่อมอีกก็ย่อมได้ อิอิอิ



วันที่ 4 : ศูนย์โสม - Dongwha Duty Free - เมียงดง - กลับกรุงเทพ

วันนี้จะกลับกรุงเทพตอนเย็นๆแล้ว โปรแกรมวันนี้เลยเป็นแบบเบาๆ ชอปปิ้ง เดินเล่น

อะไรทำนองนั้น หลังจาหม่ำอาหารเช้าก็ออกจากโรงแรม มุ่งหน้าไปศูนย์โสม



เค้าไม่ให้ถ่ายรูปเลยแอบถ่ายมาได้แค่นี้ ว่าไปแล้วโสมนี่รูปร่างเหมือนคนเลยนะ

ข้างในก็เหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ย่อมๆ โชว์โสมในช่วงอายุต่างๆ แล้วก็เน้นขายของ

มีพนักงานพูดไทยได้ (อีกแล้ว) เค้าบอกว่าโสมเค้าไม่ใช่แบบตังกุยจับที่ขายในไทยนะ

เป็นโสมเกรดเอ มีทั้งแบบเอาไปดองหรือแช่อิ่มก็ไม่รู้ คือหั่นแล้วกินได้เลย

แล้วก็แบบผง แบบแคปซูล มาม้าซื้อไปฝากปาป๊า 2 กล่อง จ่ายไปหมื่นกว่า (แพงเนอะ)

ยังไม่ได้ถามป๊าว่ากินแล้วเห็นผลอะไรหรือไม่ ออกจากศูนย์โสมก็ไป dongwha dutyfree



จากประสบการณ์การเป็นนักชอปปิ้งตัวยงของตัวเอง บอกได้เลยว่าของที่นี่แพงค่ะ!

ถ้าคิดว่าแค่เดินเล่นดูนู่นนี่ก็เข้าไปเลย แต่ถ้าคาดหวังว่าของต้องถูก ก็ขออภัย

ไม่ได้จะมาดับความหวังน้า JZ เดินเช็คราคาของทั้งแบรนด์ไฮเอนด์ ไฮสตรีท

พบว่าราคาไม่ต่างกับในไทย หรือบางอย่าง แม้จะถูกกว่าชอปไทย เช่น LV

ก็ถูกกว่านิดเดียว ย้ำว่านิดเดียวจริงๆ แถมเสียเวลาต้องไปรับของที่สนามบิน

ซึ่งพอไปถึงสนามบินแล้ว เวลาแพ็กของที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ กับเวลาเช็คอิน แทบจะ

ไม่มีเวลาเหลือให้ไปรับของที่ดิวตี้ฟรีเลย จะเหนื่อยเปล่าๆ น้า

ออกจากดิวตี้ฟรีก็ไปคลองชองเกชอน



เป็นคลองที่อยู่ใจกลางกรุงโซล ใช้กันมาหลายปีจนน้ำเน่า ต่อมาในปี 2003

รัฐบาลเกาหลีก็ฟื้นฟูคลอง ทำน้ำตก น้ำพุ เพิ่มไฟ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้ว

รัฐบาลไทยน่าเอาไอเดียมาฟื้นฟูคลองหลอดให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวบ้างนะ

ที่นี่ก็ไม่มีอะไรค่ะ มากะทัวร์ เค้าก็ปล่อยแค่ 15 นาที ก็ต้องวิ่งกระหืดกระหอบ

กลับขึ้นรถ เพราะเราจะไปทานอาหารมื้ออำลาเกาหลี



น่าจะเป็นชาบูชาบู เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปเมียงดง ไปชอปเครื่องสำอางให้ตายไปข้าง



เหมือนสยามสแควร์บ้านเราเลยนะ เป็นตรอกซอกซอย อ่อ เห็นร้านเครื่องสำอาง

ร้านแรกก็ยังไม่ต้องรีบเข้านะคะ เพราะมักเป็นร้านที่ไกด์แนะนำว่าได้ของแถมเยอะ

(เราแอบเห็นมีร้านนึง ผจก.ร้านยัดซองใส่มือไกด์คนนึงด้วย แต่ไม่ใช่ไกด์ของ

พวกเรา ไม่รู้ว่าแอบให้ค่าอะไรกันเนี่ย)

ร้านเครื่องสำอางยังมีอีกหลายสาขา แต่ละที่ให้ของแถมเยอะเหมือนกัน ฉะนั้น

เดินไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบ ร้านไหนคนน้อยค่อยเข้า น่าจะได้พวกของแถม เทสเตอร์มากกว่า

สู้ตายฮ่า



มาถึงเมียงดง ห้ามพลาดไอศครีม 32 เซน ราคา 1500 วอน เดินไปจะมีหลายเจ้า

แต่เจ้านี้เป็นเจ้าออริจินัล พนักงานจะใส่เสื้อสีแดงๆ ส้มๆ



ร้านจะอยู่ลึกหน่อย เรียกได้ว่าอยู่คนละด้านกับโซนชอปปิ้ง คนอาจจะหาไม่เจอกัน

เรามีเวลาชอปปิ้งที่นั่นแค่ชั่วโมงครึ่ง แล้วก็รีบไปที่ๆเค้าเรียกว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตสนามบิน

คือถ้าอยากได้ของกิน ไม่ว่าจำนวนน้อยหรือมาก ก็มาซื้อจากที่นี่ เค้าแพ็คใส่ลัง

พร้อมที่จะเอาขึ้นเครื่องได้ ของเด็ดที่ห้ามพลาดคือป๊อกกี้เกาหลี อร่อยมาก ขอบอก



มีแต่รูปที่ถ่ายจากมือถืออีกที อร่อยขนาดที่ว่าต้องขอให้เพื่อนเกาหลีของเฮีย

ซื้อมาให้เวลาที่เค้ากลับไปเกาหลีอ่ะ ส่วนของที่ซื้อได้ที่ซุปเปอร์ก็เช่น มาม่าเป็นลัง

น้ำจิ้ม ซอส ขนม สารพัด แต่คนเยอะมากต้องเผื่อเวลาไว้ด้วย เสร็จแล้วก็รีบ

กระหืดกระหอบไปสนามบิน ดูสภาพทีมของเรา มานั่งรื้อกระเป๋าเสื้อผ้า ยัดของ

ที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติทุกครั้งที่มากะทัวร์เลย



โอ๊ะโอ แถวเช็คอินคนเยอะมั่ก!




แต่รีบไปก็งั้นแหละ เพราะเครื่องดีเลย์ไปชั่วโมงกว่าๆ ในสนามบินก็พอมีร้านให้เดินเล่น

เจ้าจิ๊บกับเจ้าเก๋ก็เดินชอปปิ้งยังไฟนอลคอลกันไปเลยค่ะ 555

สรุปทริปนี้ได้ไปเกือบครบ ขาดวัดชิงอึนซา ซึ่งดูเหมือนว่าหายไปจากโปรแกรม

ไปเลย กลับมาเขียนบล็อคแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้นี่แหละ



จบแล้วนะจ๊า ยาวไปหน่อยแต่ก็เขียนจบจนได้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับคนที่อยากรู้

เรื่องเที่ยวเกาหลี และการเดินทางไปกับทัวร์ ถ้ามีข้อสงสัยอะไรทิ้งคำถามไว้ได้เลยค่ะ

บล็อคหน้าไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ งานเวิล์ดเอ็กซ์โปมาจ้ะ ดองไว้เดือนกว่าแล้ว

จนงานเอ็กซ์โปจบ ก็ยังไม่รู้จะเขียนเสร็จรึป่าว เฮ้ออ


Create Date : 07 ตุลาคม 2553
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 10:29:03 น. 9 comments
Counter : 3789 Pageviews.

 
ในที่สุดๆๆๆๆๆ

5เดือนผ่านไป


โดย: supergaye วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:10:58:00 น.  

 
พอดีเราจะเดินทาง 27-31 ตค.นี้นะค่ะ อยากถามเรื่องร้านขายเครื่องสำอางค์ พอจะมีแนะนำร้านไหมค่ะ


โดย: จ๊ะโอ๋ IP: 58.10.99.243 วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:13:15:10 น.  

 
แบรนด์เกาหลีรึป่าวคะ ถ้าเป็นพวก skinfood, etude ก็มีตามย่านชอปปิ้งอ่ะค่ะ ของแถมจะเหมือนๆกัน แต่ถ้าซื้อเยอะก็ไถของแถมได้เยอะเลยค่ะ


โดย: ~ J a N Z a ~ วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:13:55:17 น.  

 


โดย: หน่อยอิง วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:21:22:02 น.  

 
Photobucket


โดย: pinkyrose วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:0:12:28 น.  

 


โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:5:57:51 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: sinaporn วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:14:21:26 น.  

 
Photobucket


สุขสันต์วันเกิดค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ ทำสิ่งใดก็ขอให้ประสบความสำเร็จทุกประการค่ะ



โดย: แม่น้องแปงแปง วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:19:51:16 น.  

 


ป้าเชิญนางฟ้า...มาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
และเหตุการณ์ดีๆรวมทั้ง...
ความรักที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
หวังว่าคงจะไม่ช้าไปนะคะ
*********
*******
*****
***
*





โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 23 ตุลาคม 2553 เวลา:22:56:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Janza from the block
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]





Friends' blogs
[Add Janza from the block's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.