ชีวิตพอเพียงกับการเลี้ยงกล้วยไม้
Group Blog
 
All Blogs
 
หลักการสร้างบำนาญด้วยตัวเอง เพื่อชีวิตหลังเกษียณ ตอนที่ 1

หลายๆคนรวมทั้งผมถูกปลูกฝังให้รับราชการตอนเด็ก พ่อผมก็เป็นครู
ดังนั้นจึงถูกหมายมั่นปั้นมือจะให้รับราชการ เพราะคำว่า บำนาญ ถึงแม้เงินเดือนจะน้อยมาก แต่ก็หวังว่าจะสบายตอนเกษียณหลังอายุ 60 ปี จะมีบำนาณให้ใช้ทุกเดือน แม้จะไม่รู้จำนวนว่ามากเท่าไหร่ข้าราชการทุกคนต่างมีความหวังกับ บำนาญมาก

ชีวิตจริงผมไม่ได้ทำงานราชการ ทำงานเอกชนคำว่าบำณาญไม่มี่ในสาระบบของเอกชนอยู่แล้ว ผมเหลืออายุงานอีก 16 ปี (เดาอายุผมออกแล้วใช่ไหม) ผมได้คิดและตระเตรียมการสร้างบำนาญให้ตัวเองเอามาเล่าให้ฟังเป็นแนวคิดดังนี้ครับ







เราต้องสร้างรายได้เพื่อรองรับ ในอนาคตเพราะหลังเกษียณเราจะไม่มีรายได้เท่ากับตอนทำงาน และมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพซึ่งตอนหนุ่มเราจะไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาก

เงื่อนไขที่ผมตั้งไว้เตือนตัวเองหลังเกษียณ

1.ต้องไม่เป็นภาระให้ใคร ต้องพึ่งตัวเองและเผื่อแผ่คนรอบข้าง
2.สุขภาพต้องแข็งแรง เลิกทรมานร่างกายตัวเองตอนนี้งดเหล้า บุหรีไม่สูบ และจะเริ่มออกกำลังกาย เป้าหมายอายุยืนสัก 80 ปี ก็ถือว่าคุ้มแล้ว
3.มีรายได้หลังเกษียน โดยไม่ต้องทำงาน เหมือนตาน้ำที่มีน้ำผุดให้ดื่มกินตลอด จากการวางแผนที่ดีก่อนเกษียน
4.ท่องเที่ยวและ บำเพ็ญประโยชน์
5.ทำสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ เพราะผมจบมาแล้วก็ทำงานเลยครับ สิ่งที่อยากจะทำ คือ สวนกล้วยไม้ สวนสมุนไพร สวนเกษตรอินทรีย์ ทำปศุสัตว์อินทรีย์เพราะผมจบมาด้านเกษตรและได้ซื้อที่เตรียมไว้แล้ว ก็เพื่อสุขภาพของตัวเองและครอบครัวไม่ทำเพื่อขาย เพราะอาหารจะทำให้เราอายุยืน คนเราเป็นโรคมากมายก็เพราะทานอาหาร พืชผักที่มีสารพิษเจือปน ยกตัวอย่างข้าวครับ สมัยเด็กๆไม่มีใครใช้ปุ๋ยเคมีใส่ข้าวอย่างมากก็ปุ๋ยหมัก ไม่มีการฉีดยาฆ่าเพลี้ยกระโดด ไม่มีใครใส่ยาฆ่าหอยเชอรี่ แม้แต่ข้าวก็ยังไม่ปลอดภัย
6.วงจรชีวิตต้องแตกต่างจากตอนทำงานที่รีบเร่งไม่มีเวลา ตื่นตามใจชอบ นอนได้ตามใจชอบ อ่านหนังสือที่ชอบ ทำงานอดิเรก ออกกำลังกายและมีคุณภาพชีวิตที่ดี





จากการที่ผมอยู่ฝ่ายขายมาตลอดตั้งแต่เริ่มทำงาน จึงมองหาลู่ทางว่าลงทุนอย่างไรที่เราไม่ต้องทำเอง แต่มีรายได้อย่างสม่ำเสมอให้เรามีใช้ตอนเกษียนแล้วไม่ต้องทำงาน บวกกับเงินประกันสังคมอันน้อยนิดอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีไม่เป็นภาระคนอื่น โดยต้องเริ่มทำตั้งแต่ตอนทำงาน

ขั้นตอน

ลดหนี้ทั้งหมดที่มี>หมดหนี้> เริ่มออม >เอาเงินออมไปลงทุน >เอาเงินที่ได้จากการลงทุนไปลงทุนเพิ่ม> ได้ผลตอบแทนระยะยาว

สำหรับท่านที่มีเงินน้อย ฝากธนาคารแล้วได้ดอกเบี้ยนิดหน่อย 1-2 %
มันก็มีแนวทางเพิ่มรายได้จากตรงนี้ โดยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นกว่าฝากเงินแต่ฝากเงินก็เสี่ยงนะครับ รัฐบาลรับประกันเงินฝาก 1ล้านบาทต่อบัญชี กรณีธนาคารล้ม ลองมาดูแนวทางกันครับ

1. ซื้อพันธบัตร (ออกโดยรัฐบาล) หุ้นกู้ (ออกโดยบริษัท) เช่น ปตท ปูนซีเมนต์ไทย บริษัทใหญ่ๆ ดอกเบี้ย 5-6 %/ปี ข้อสำคัญต้องดูอันดับความน่าเชื่อถือ ครับ (ส่วนนี้ผมไม่ลงทุนเพราะผมรับความเสี่ยงที่สูงกว่านี้ครับ)
2. กองทุนรวม พูดง่ายๆว่าเราเอาเงินไปซื้อหน่วยลงทุนที่ออกโดยธนาคาร ผู้จัดการกองทุนก็นำเงินที่ได้ไปลงทุนต่อ กำไรก็เอามาแบ่งให้ผู้ลงทุน โดยคิดค่าดำเนินการ ขาดทุนก็ผู้ถือหน่วยลงทุนรับไป โดยมูลค่าหน่วยลงทุนมูลค่าจะลดลง
กองทุนรวมที่ผมซื้อเป็นแบบปันผลทุกปี (ถ้ามีกำไร )โดยเอาเงินไปลงทุนเน้นหนักในหุ้น และสินทรัพย์อื่นๆ ที่ผมลงทุนสม่ำเสมอมีปันผลชนะดอกเบี้ยเงินฝาก หลักคือ SCBDV ,KFSDIV สองกองทุนปันผลสม่ำเสมอครับ ผมจะไม่ซื้อกองทุนที่ไม่ปันผลมูลค่า NAV เพิ่มเราไม่ขายก้ไม่ได้เงิน หุ้นตก NAV ลด สู้เอาปันผลแบ่งมาให้ใช้เรื่อยๆผมชอบแบบปันผลมากกว่า
3.ซื้อ LTF ผมจะซื้อแบบมีปันผลครับ ได้กำไร 3 เด้งดังนี้ครับ
>> ได้ลดภาษีตามฐานภาษีที่เสีย
>> ได้ส่วนต่างของราคาหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น (ลดลงก็มีครับ)
>> ได้ปันผลของผลดำเนินงาน (ส่วนใหญ่ลงทุนในหุ้น)
สำรับ RMF ผมไม่ซื้อเพราะมีภาระผูกพันธ์ต้องซื้อต่อเนื่อง เอาไว้ก่อนเกษียนสัก 5 ปี แล้วค่อยซื้อลดภาษี

เคล็ดลับในการซื้อกองทุนรวมและ LTF (ที่ลงทุนในหุ้น) ต้องซื้อช่วงดัชนีหุ้นตกลง ราคา NAV มันจะย่อให้เราซื้อ และซื้อเฉลี่ยทุกๆเดือนตามกำลังเงินของเราจะได้ราคาเฉลี่ยที่ไม่แพงเกินไป
หลีกเลี่ยงซื้อปลายปีและช่วงหุ้นปรับตัวขึ้น เพราะ มีความต้องการซื้อสูงกองทุนก็จะเอาเงินไปซื้อหุ้น ดัชนีก็สูงทำเราได้ราคาต่อหน่วยแพง ซื้อได้น้อยโดยใช้เงินเท่าเดิม ตามข้อสังเกตและประสบการณ์ ผมจะซื้อช่วงดัชนีหุ้นตกมันก็ช่วงปลาย Q2-ต้น Q3 (ราวๆกลางปี) หรือหลังปันผล NAV มันจะลดลงให้เราซื้อครับ

LTF ทีผมลงทุนมีปันผล ไทยพานิชย์ SCBLT1,SCBLT4 ,SCBLTT
LTF ทีผมลงทุนมีปันผล กรุงศรี KFLTFD70, KFLTFEQ70D, KFLTFDIV

4.ลงทุนในตลาดหุ้น (ขั้น ADVANCE ในการลงทุน) ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงสนาม ถ้าไม่พร้อมโอกาสขาดทุนสูงถ้าเล่นผิด

การเล่นหุ้นมีสองแนวทางหลักๆ

1.เล่นเก็งกำไร
เหมือนการเล่นไพ่เก้าเก มีเจ้ามือคอยกินอยู่ ซื้อโดยหวังว่าหลังซื้อแล้วราคาจะวิ่ง แล้วกินส่วนต่าง คนที่เข้าตลาดหุ้นหวัง รวยเร็ว รวยโดยไม่มีเหตุผล จะถูกเจ้ามือทำราคาเรียกให้มือใหม่ที่ขาดความรู้และประสบการณ์ไปซื้อแล้วทิ้งไว้ดอย สังเกตง่ายราคาหุ้นวิ่งขึ้นลงแบบไม่มีเหตุผลด้านประกอบการมารองรับ ทุกคนที่มาลงทุนในหุ้นตั้งสมมติฐานว่าจะรวย ไม่มีใครคิดว่าตัวเองเสียครับ เลยตกเป็นเครื่องมือถ้าเล่นเก็งกำไร ไม่มีทางชนะเจ้ามือที่มีข้อมูล มีกำลังเงิน มีทีมงานหรอกครับ บาดเจ็บไปทุกราย แล้วบอกว่าตลาดหุ้นเป็นการพนัน








2.เล่นแบบลงทุน

เราหวังอะไรในการเล่นแบบนี้ ที่ผมหวังคือ ปันผล ส่วนต่างราคาในอนาคต ผมมีหลักการง่ายๆในการเลือกคือ

>> บริษัทที่ซื้อต้องมีกำไรต่อเนื่องทุกปี
>> มีปันผลสม่ำเสมอ 5-10% ต่อปี
>>มีกำไรสะสม,เป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตในอนาคต
>> เป็นที่รู้จัก การบริหารต้องมีธรรมมาภิบาล
>> ราคาต้องไม่สูงเกินไป หุ้นดีๆบางตัวราคาสูงมาก กำลังเงินของเรา
ไม่สามารถซื้อได้ในจำนวนที่เหมาะสม เช่นมีเงิน 30,000 บาท ถ้าซื้อหุ้นที่ดีมาก ราคา 300 บาท/หุ้น จะได้แค่ 100 หุ้น แต่ถ้าซื้อราคา 10 บาท/หุ้น จะได้ 3,000 หุ้น (แต่หุ้นมีโอกาสเติบโตและม๊ปันผลนะครับ ถึงจะน่าซื้อ) ดูจากงบการเงินที่ส่งตลาดหลักทรัพย์ครับ
>> บางทีก็ต้องใช้ประสบการณ์ในการอยู่ฝ่ายขาย มาคัดเลือกหุ้น และเดาผลประกอบการจากสภาวะแวดล้อมต่างที่เราพอหาได้

หุ้นในตลาดมี่ 500 ตัว ไม่ยากที่จะหาหุ้นดีๆ ตามสเปก สัก 5-10 ตัว
ถ้าไม่ดีก็ขายเปลี่ยนตัวใหม่ ต้องตัดสินใจเร็วและตามข้อมูล ผมไม่เล่นเก็งกำไรครับ เล่นแนว VI

ผมหวังรายได้จากการปันผลหุ้นหลังเกษียน 50% ของรายได้ครับ
ตอนนี้ซื้อสะสมเรื่อยๆมา 2 ปีแล้วครับ ปันผลผมได้เฉลี่ย 5% ต่อปีของเงินลงทุน ส่วนต่างราคาไม่นับครับเพราะยังไม่ขายเลยไม่ได้ แต่ก็วิ่งอยู่ที่ +/- 30% ตามดัชนี หุ้นที่ซื้อก็พอบอกได้ มี ASK,BAFS,CPF,CSL
DRT,EASTW,HMPRO,LH,TTW ค่อยๆซื้อสะสมมาตั้งแต่ต้นปี 2554

มีเงินน้อยครับค่อยๆซื้อ ส่วนต่างราคาเทียบกับปัจจุบัน(เดือน ตค 2555)
เกิน 30% ทุกตัว แต่ก็มีขาดทุนบ้างผมก็รีบขายและเข้าตัวที่พื้นฐานดีๆครับ

>>> การลงทุน 4 ข้อแรก ท่านสามารถลงทุนเดือนละ 5,000-10,000 บาทได้ครับไม่ต้องลงมาก 20-30%ของรายได้ ถ้าลงถูกตัวพลังมันจะมหาศาล เงินมันจะงอกเร็วขึ้นในปีที่ 3 ขึ้นไป ช่วงแรกต้องอดทนครับ เวลามันสั้นครับ ผมมาลงทุนจริงๆจังๆ ไม่เกิน 5 ปีเองครับ รู้สึกว่าช้าไป เลยเอามานำเสนอท่านจะได้ลงทุนเร็วกว่าผม<<<

ต่อไปเป็นการลงทุนที่ใช้ทุนสูงหรือต้องกู้เงินมาลงครับ( ผมต้องไต่จากแบบแรกก่อนค่อยมาสเตปที่สอง) ลองมาดูครับผมมองอะไรไว้ที่จะทำเพื่อให้มีรายได้หลังเกษียน พบกันตอนหน้าครับ






Create Date : 28 ตุลาคม 2555
Last Update : 1 เมษายน 2557 22:03:16 น. 6 comments
Counter : 6061 Pageviews.

 
รออ่านอยู่นะคะ

ขอบคุณที่นำมาแบ่งปัน


โดย: ป้าแอ๋ว (ย่าครับ ) วันที่: 28 ตุลาคม 2555 เวลา:18:42:45 น.  

 
ขอบคุณมากครับพี่่
ผมอ่านในสิ่งที่พี่บอกมาแล้วได้ประโยชน์มากครับ มีแนวทางในชีวิตเยอะมากขั้น อยากเป็นอย่างพี่ให้ได้ครับแต่ต้องรอผ่อนรถให้หมดก่อน


โดย: คนหาหลัก IP: 27.55.149.9 วันที่: 15 มีนาคม 2556 เวลา:1:08:08 น.  

 
ได้แนวความรู้ขอบคุณค่่ะ


โดย: นก IP: 49.48.233.59 วันที่: 1 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:19:45 น.  

 
ไม่รู้ว่ายังมาเขียนต่อไหม หรือจะมีใครอ่านเจออีกหรือเปล่า

ผมเข้าใจว่า เงินได้จากประกันสังคมที่ลงไว้ ข้อมูลไม่ถูกต้องนะครับ

คือประกันสังคม ให้ 20% ของรายได้เฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย... แต่จะคิดเงินเดือนสูงสุดที่ 15,000 บาท เท่านั้น เพราะฉะนั้น ใครที่เงินเดือนเกินจากนี้ไป จะได้เท่ากันหมดที่ 15,000 x 0.2 = 3,000 บาท

ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่า ส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคมครบ 180 เดือน (15 ปี) ถ้าส่งเกิน 180 เดือน ส่วนที่เกินบวกเพิ่มอีก 1.5% ครับ


โดย: ไพรัตน์ IP: 124.122.95.226 วันที่: 16 กันยายน 2556 เวลา:12:46:56 น.  

 
เป็นแนวทางหลังเกษียณที่ดีจริงๆค่ะ รออ่านต่อนะคะ


โดย: Aungare IP: 115.87.241.123 วันที่: 30 ตุลาคม 2556 เวลา:17:26:03 น.  

 
ตอบท่านไพรัตน์ครับ ทางประกันสังคมกำลังจะเปลี่ยน
จ่ายเงินบำนาญชราภาพ ให้กับผู้มีสิทธิตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2556 จนถึงพฤษภาคม 2557 มีผู้มีสิทธิมาขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ ดังนี้ กรณีบำนาญชราภาพจำนวน 9,918 คน เป็นเงิน 80.52 ล้านบาท และกรณีบำเหน็จชราภาพ จำนวน 63,264 คน เป็นเงิน 2,153.89 ล้านบาท โดยพบปัญหาผู้ประกันตนยังไม่มีความเข้าใจในสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ อาทิเช่น ผู้ประกันตนมีสิทธิรับบำนาญชราภาพ แต่ต้องการรับบำเหน็จชราภาพ ซึ่งตามกฎหมายปัจจุบันไม่สามารถเลือกได้ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการจ่ายบำนาญชราภาพ นอกจากนี้ในกรณีหลายฝ่ายกังวลว่า การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพที่กองทุนประกันสังคมต้องติดลบในอีก 30 ปีข้างหน้า เพราะมีเงินไหลออกมากกว่ารายรับ ทั้งนี้สำนักงานประกันสังคมได้ศึกษาแนวทางการจ่ายเงินชราภาพไว้แล้ว ดังนี้
ทางเลือกที่ 1 มาตรการปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบกรณีชราภาพ
ทางเลือกที่ 2 มาตรการเพิ่มอายุผู้ที่มีสิทธิรับบำนาญ 2 ปี ทุกๆ 4 ปี
ทางเลือกที่ 3 เพิ่มระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบเพื่อเกิดสิทธิรับบำนาญ จาก 15 ปี เป็น 20 ปี
ทางเลือกที่ 4 ปรับสูตรบำนาญในการคำนวณค่าจ้างเฉลี่ย จำ ฐาน 60 เดือนสุดท้าย เป็นตลอดช่วงการจ่ายเงินสมทบ
ทางเลือกที่ 5 เป็นมาตรการผสมโดยใช้ทางเลือกที่ 1 + 3 พร้อมกัน
ทางเลือกที่ 6 เป็นมาตรการผสม ใช้ทางเลือกที่ 1 +2 +3 + 4 พร้อมกัน
ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะได้นำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาและกำหนดแนวทางการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ เพื่อศึกษารายละเอียดทางเลือกของการจ่ายเงินบำนาญชราภาพที่เหมาะสมต่อไป
ข้อมูลมาจากทางประกันสังคมครับท่านและรายรับของพวกเราหลังไม่ได้ทำงานจะได้เท่าไรจะข้องขึ้นอยู่ที่เราจ่ายแน่นอนครับท่าน


โดย: sitthichok9966 IP: 171.101.132.239 วันที่: 27 มิถุนายน 2557 เวลา:22:22:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

แจ้ห่ม47
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 109 คน [?]




ที่อยู่หลัก ลพบุรี ลำปาง และ ปทุมธานี
ที่อยู่ที่อื่นๆ ตามเขตการขายที่ดูแล ภาคตะวันตก ภาคใต้และ ภาคอิสานตอนบน (ทัวร์นกขมิ้นทุกเดือน เนื่องจากดูแลฝ่ายขายครับ ไม่ได้หนีหนี้ 555)
ภาพทุกภาพไม่สงวนลิขสิทธิ์ ถ้านำไปเผยแพร่เพื่อ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยไม่ผิดกฏหมายหรือศีลธรรม เพื่อนๆสามารถนำไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาติ ไม่หวงครับ ขอกันกินมากกว่านั้นแต่ขอให้อ้างอิงแหล่งที่มาของรูปด้วยครับ ขออภัยหากตอบท่านช้า หรือเข้าไปเม้นต์ท่านช้า ผมใช้เนตผ่านมือถือครับช้ามากๆขออภัย และ หากผิดพลั้งไป ต้องขออภัยเพราะความรู้ต่ำ
New Comments
Friends' blogs
[Add แจ้ห่ม47's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.