Enter At Your Own Risk!!
Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
Survival ต้องรอด - ชีวิตหลังสิ้นโลก

เรื่อง ต้องรอด และ ต้องรอด ภาคพิเศษ
เรื่องโดย ทาคาโอะ ไซโต้


--- SPOILER ALERT ---

ต้องรอด


สึสึกิ ซาโตรุ เป็นเด็กหนุ่มอายุสิบสามธรรมดาๆ ครอบครัวมีพ่อแม่และพี่สาว ​เมงุมิ ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนที่ซาโตรุกับเพื่อนอีกสี่คนไปสำรวจถ้ำอุทสึเซมิ ก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างแรง เมื่อซาโตรุตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในถ้ำคนเดียว ออกมาได้ก็พบว่าตนติดเกาะอยู่ ถึงเรียงหินเป็นสัญญาณ SOS ที่ชายหาดก็ไม่มีคนมาช่วย ซาโตรุต้องเอาชีวิตรอดเอง การหาของกินเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ค่อยๆ เรียนรู้การหาปลา จับนก เก็บของป่า หาที่พักในถ้ำ จุดไฟ เก็บของที่ลอยน้ำมา หาสมุนไพรตามคำสอนของย่า ฯลฯ แน่นอนว่าเรื่องที่เคยได้ยินมาก็มีที่ผิดจนเกือบตายหลายครั้ง

เมื่อซาโตรุดำน้ำลงไปในทะเลและพบว่าข้างใต้เป็นป่า นั่นคือแผ่นดินได้จมน้ำลงไปแล้ว แต่ที่ก้นทะเลก็มีกระท่อม (พร้อมกระดูกคน) ที่มีหนังสือภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการดำรงชีพในป่า ถึงจะอ่านไม่ออกและต้องปรับทำตามปัญหาที่พบจริง ก็มีส่วนช่วยไม่น้อยในการหาอาหารเตรียมไว้สำหรับฤดูหนาว ด้านความปลอดภัยก็ต้องเผชิญสัตว์ร้ายขนาดใหญ่อย่างหมี ฝูงกาที่แย่งเหยื่อ แต่ที่น่ากลัวกว่าคือฝูงหนูที่ทั้งกินอาหารที่สะสมไว้ จะไล่ก็ไม่สำเร็จ แถมกัดนกฮูก ฟรายเดย์ ที่ซาโตรุเลี้ยงไว้จับหนูจนตายและทำให้ซาโตรุติดโรคหนูกัด มีอาการหนาวสั่น เป็นไข้ และปวดกล้ามเนื้ออย่างแรงเป็นระยะๆ เมื่อทนไม่ไหว ซาโตรุจึงย้ายออกจากถ้ำไปทำเพิงอยู่ให้ห่างไกล


เด็กหนุ่มเริ่มคิดถึงคุณค่าของอารยธรรม ได้กินของที่อยากกินในเวลาที่ต้องการ มากเท่าที่ต้องการ มีที่อยู่และเสื้อผ้าที่สะดวกสบาย มีหมอและยาสำหรับอาการป่วยและบาดเจ็บ สิ่งเหล่านี้ต้องเป็นความใฝ่ฝันของคนในยุคโบราณอย่างแน่นอน เด็กหนุ่มเคยมีชีวิตอยู่กับอารยธรรมซึ่งเป็นความฝันที่เป็นจริงของคนเหล่านั้น ... โดยที่ไม่เคยคิดว่ามันเป็นความสุข

ด้านของทะเลเป็นแผ่นดิน ซาโตรุคิดจะไปเผื่อมีคนรอดชีวิตอื่น แต่เมื่อช่วงปลายฤดูหนาวก็มีเรือลอยมาเกยที่เกาะพร้อมหญิงสาว อาคิโกะ ที่บอกว่าเกิดสึนามิยักษ์จนเมืองจมทะเล บนแผ่นดินมีคนรอดชีวิต แต่สังคมเสื่อมลงเป็นการแย่งชิงเอาตัวรอดหลังจากหมดหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือและทรัพยากรที่มีลดน้อยลง อาคิโกะที่ถูกทำร้ายจึงเอาเรือพายออกทะเลหนีไปตายดาบหน้าโดยนำอาหารและยารักษาโรคมาด้วย แต่จากย้อนกลับไปแผ่นดินใหญ่ไม่ได้เพราะมีน้ำวน

ช่วงแรกอาคิโกะมีอาหารกระป๋อง แต่เมื่อเวลาผ่านไปของก็เริ่มหมด อาหารเดิมร่อยหรอ ตัวอาคิโกะเองที่ไม่เคยมีประสบการณ์ยังชีพในป่าก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้วิธีการเอาตัวรอดและไม่ค่อยยอมกินอาหาร เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ อาคิโกะพยายามทำเครื่องปั้นดินเผาแต่ไม่ค่อยสำเร็จนัก สภาพจิตใจและร่างกายแย่ลง ตกเขาซ้ำจนมีอาการทางสมอง ช่วยงานอะไรไม่ได้ ซาโตรุต้องคอยดูแลทำให้งานหนักขึ้นเป็นทวีคูณ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ หนูก็ออกอาละวาด ซาโตรุและอาคิโกะย้ายไปเกาะเล็กก่อนอาคิโกะป่วยตาย


แผ่นดินที่อาคิโกะมาก็จมไปในเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่อีกด้านของเกาะเห็นแผ่นดิน ซาโตรุจึงออกจากเกาะไปที่แผ่นดิน เจอหมู่บ้านที่จมน้ำแล้วถูกยกขึ้นมา เมื่อเข้าไปลึกๆ ก็พบว่าคือโตเกียว มีเสือที่หนีจากสวนสัตว์ ได้ทำสวนครัวที่ดาดฟ้า และได้เจอไม่กี่คน เช่น คนที่มีปืนเลยกลายเป็นลูกไล่ หรือคนแก่ที่อยู่ในบ้าน

เมื่อมีแผ่นดินไหวใหญ่อีก ซาโตรุไปเขาฟูจิและเดินทางไปเรื่อยๆ เพื่อตามหาครอบครัว ผจญภัยพิบัติแบบต่างๆ เช่น เจอไฟป่า แห้งแล้ง ไม่มีอาหาร ทอร์นาโด ฝูงแมลง ทะเลสาบหรือแม่น้ำที่ไร้สิ่งมีชีวิต ฯลฯ พบคนแล้วแยกจากด้วยเหตุต่างๆ ทั้งทหารอเมริกันสองคนที่โดดร่มมาสำรวจ เจอหมาที่คล้ายสัตว์เลี้ยงของครอบครัวและลูกหมา ชิโร่ หมู่บ้านที่คนป่วยตาย ครอบครัวพ่อลูกที่พ่อป่วยและฆ่าตัวตายกับลูก นักโทษที่หนีจากคุกและไม่รู้เรื่องว่าไม่มีตำรวจแล้ว อดีตนักกีฬาที่ทำไร่และถูกปล้น นักวิทยาศาตร์ด้านการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่ดูแลศาสตราจารย์ที่ทำนายก่อนหกเดือนจนฟั่นเฟือน กลุ่มหมาจรจัด ฯลฯ

เมื่อเจอเหวที่เดิมมีเคเบิลคาร์ แต่เพิ่งพังเพราะแผ่นดินไหว ซาโตรุก็ต้องสร้างแฮงไกลเดอร์ข้ามเหวไป เจอหมู่บ้านที่มีหญิงนักพยากรณ์ซึ่งถูกควบคุมด้วยนักบวชที่เป็นพ่อ หมู่บ้านที่ถล่มเป็นทะเลสาบและโรงเรียนที่เหลือแต่เด็กเรียนส่วนเด็กเฮ้วไปอีกด้าน สุดท้ายซาโตรุก็มาถึงหมู่บ้านที่มีศาลเจ้าเป็นศูนย์รวมใจและพบว่าพ่อเคยอาศัยอยู่ ระหว่างนั้นก็ขุดดินใต้ศาลเจ้าคือเป็นการทำลายเทพเจ้าจน ดินถล่มทับตาย แต่ที่จริงคือรู้ว่าจะเกิดปัญหาในฐานะนักธรณีวิทยา ซาโตรุจึงต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพ่อก่อนจะรู้ที่อยู่ของแม่และพี่สาว ...


เรื่องนี้ก็ถือได้ว่าเป็นนิยายเอาตัวรอดนตำนานเล่มหนึ่งนะคะ เหตุของภัยพิบัติก็ออกทฤษฎีเก่ามากตากสมัย การเอาตัวรอดของซาโตรุทำให้รู้สึกมีส่วนร่วมมากเพราะดูเป็นเด็กธรรมดา ไม่ใช่ว่ามีความสามารถพิเศษอยู่ก่อนเลย (ถึงจะสงสัยว่าทำไมไม่กินหนู ขนาดงูยังกินเลย) จขบ. รู้สึกว่าการนำเสนอถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิต ประโยชน์ที่มนุษยชาติได้จากการมีอารยธรรมที่ประกอบจากสังคมและเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ชัดเจนมาก ถ้าไม่คิดอะไรการ์ตูนเรื่องนี้เขียนหลังจากญี่ปุ่นแพ้สงครามเพียงสามสิบกว่าปี คนญี่ปุ่นที่มีอายุหน่อยก็เคยเจอความลำบากแสนสาหัสก็น่าจะสามารถรับมือได้ดีกว่าคนในยุคปัจจุบันนี้มาก แต่ก็ยังรู้สึกว่าคนที่เหลือในเมืองใหญ่ดูจะน้อยไปหน่อย ส่วนคนที่อยู่ในหมู่บ้านชนบทก็น่าจะรับมือได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องอาหารนะคะ

เรื่องความแปลกทางกายภาพก็มีค่ะ อย่างหนังสือเกี่ยวกับการเอาตัวรอดที่จมน้ำมานานก็ไม่น่าเหลือมาให้ตากแห้งอ่านได้มากนัก ปริมาณน้ำจืดบนเกาะที่ดูจะมากเกินขนาดเกาะ ไม่มีการพูดเรื่องเกลือเลย อาหารกระป๋องยืดอายุเพราะจมน้ำจนเหมือนเป็นตู้เย็น คือถูกแช่ในน้ำทะเลเสี่ยงต่อการกัดกร่อนมาก น้ำในถังบนดาดฟ้าไม่น่าพอทำสวนหรอกแถมผักโตเร็วเกินไปแล้ว และเมื่อคนในโตเกียวบอกว่ามีระเบิดนิวเคลียร์ที่ภูเขาฟูจิก็ยังไปต่อ (ดูสภาพแล้วไม่เหมือนระเบิดลงนะคะ) ทหารอเมริกันที่โดดร่มจากเครื่องบินมาสำรวจก็ไม่แน่ใจว่าเดิมมีแผนกลับอย่างไร ที่แปลกมากคือทหารพวกนี้น่าจะถูกฝึกเรื่องการเอาชีวิตรอดในป่า แต่นี่ดูจะก๊องแก๊งมาก และเมื่อเสียชีวิตซาโตรุก็น่าจะเอาปืนไปด้วย ช่วยชิโร่ที่กลายเป็นจ่าฝูงหมาก็มีนิสัยเหมือนคนไปนิด อายุก็นับไปนับมาแล้วไม่ได้ เพราะเรื่องเกิดจากที่แยกกันไม่นานนัก สักสองสามเดือนเท่านั้น ชิโร่ที่ยังเล็กก็ไม่สามารถโตเต็มวัยมีลูกอายุหลายเดือนได้หรือ สุดท้ายคือพ่อที่เมื่อเห็นปัญหาดินทรุดแล้วทำไมไม่พยายามอธิบายให้ชาวบ้านรู้และร่วมกันตัดสินใจ ส่วน จขบ. ดูการขุดท่อใต้ศาลระบายน้ำแล้วงงเรื่องทิศทางการไหล

ในภาพรวมคิดว่าแสดงให้เห็นถึงความตั้งมั่นในการเอาชีวิตรอดว่าเป็นส่วนสำคัญมากในการรอดจริงๆ แต่ในอีกมุมคือซาโตรุโชคดีเอามากๆ ดูจากเหตุการณ์แวดล้อมน่าจะตายไปหลายรอบแล้ว ทั้งนี้ตัวประกอบก็ตายกันเป็นเบือค่ะ
[31/01/17]

ต้องรอด ภาคพิเศษ

ระหว่างเดินทาง ซาโตรุช่วยเด็กชายคนหนึ่งจากการจมน้ำตายก่อนจะสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นก็พบครอบครัวของเด็กที่มีพ่อเป็นหมอ ที่น่าอัศจรรย์คืออยู่ในเมืองที่มีระบบสาธารณูปโภคครบครัน แต่เมื่ออยู่ไม่นานก็พบว่าเป็นเมืองที่ไม่มีอิสระ มีการตรวจสอบประชาชนอย่างเข้มงวด ทุกคนต้องทำองานอย่างไม่มีเงื่อนไข และการขโมยของเป็นอาชญากรรมรุนแรงยิ่งกว่าฆาตกรรม และที่สำคัญสุดคือผู้ว่ามีอำนาจสูงสุดและทำอะไรก็ได้ ...

เรื่องสั้นนี้ จขบ. รู้สึกค่อนข้างแปลกกับบริบทค่ะ งานถูกกฏหมายของคนในเมืองไม่ชัดเจน สภาพของเมืองและเทคโนโลยีที่ใช้ออกจะหรูเกินกว่าทรัพยากรที่น่าจะมี ส่วนงานที่คนต้องโทษทำก็ไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม โดยเฉพาะการขุดดินนอกเมืองที่บอกว่าเกี่ยวกับการเดินโรงไฟฟ้าความร้อนใต้ดิน??? สรุปว่าตอนนี้รู้สึกว่ามีความลักลั่นของเทคโนโลยีสูงค่ะ เลยอ่านแล้วรู้สึกตะหงิดๆ
[26/01/17]

ที่มา
[1] Takao Saito. ต้องรอด (Survival). วิบูลย์กิจคอมมิกส์, 16 เล่มจบ, 1976.
[2] Takao Saito. ต้องรอด ภาคพิเศษ (Survival Another Story). วิบูลย์กิจคอมมิกส์, เล่มเดียวจบ, 1976.


Create Date : 26 มกราคม 2560
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2560 9:17:31 น. 0 comments
Counter : 963 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
jackfruit_k
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 187 คน [?]




Latest Updates
นิยาย ไทย, จีนแปล, แปล, อังกฤษ; การ์ตูน ญี่ปุ่น, อื่นๆ; หนังสือ ไทย, แปล, อังกฤษ
New Comments
Friends' blogs
[Add jackfruit_k's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.