"When life is giving you a hard time,
try to endure and live through it.
You must never run away from a problem.
Convince yourself that you will survive
and get to the other side."
- - Margaret Ramsey * British literary agent

เมื่อคุณเห็นการมีชีวิตเป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัส
ลองพยายามอดกลั้นและต่อสู้กับมัน
จงอย่าวิ่งหนีต่อปัญหาใดๆที่คุณเผชิญอยู่
และเชื่อใจในตัวเองว่าสองมือของคุณ
สามารถทำให้คุณฝ่าฟันช่วงวิกฤตและผ่านมันไปได้ :')

Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
11 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
ชาวเน็ตตื่น จระเข้พันตัวโผล่เหนือน้ำ





เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ (8 ก.ย.) นายสวี่กับเพื่อน 6 คนมาเที่ยวที่ฟาร์มจระเข้เชิงนิเวศวิทยาในภูเขาเจียงหนิงทัง เมืองหนันจิง (นานกิง) มณฑลเจียงซู ขณะกำลังเดินดูจระเข้เพลินๆ ไม่ทันไรก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นฝูงจระเข้นับพันพร้อมใจกันลอยคอขึ้นเหนือน้ำ บ้างก็รีบคลานขึ้นบก แต่พอขยับเข้าไปดู พวกมันก็พากันตื่นตกใจกรูกันกลับลงไปในน้ำ รอจนเขากับเพื่อนจากไปสักพัก พวกมันจึงพากันทยอยโผล่ขึ้นเหนือน้ำอีก

พอนายสวี่นำภาพเหล่านี้ไปโพสต์ลงในเว็บบอร์ด ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย บ้างก็ว่า “สงสัยพวกมันจะรีบไปประชุม” หรือ "โอ้ว..แม่เจ้า ในน้ำขาดออกซิเจน" แต่ก็มีไม่น้อยที่สงสัยว่านี่เป็นลางบอกเหตุแผ่นดินไหว “พวกมันยกพวกตีกัน หรือว่านี่คือ...ลางแห่งภัยพิบัติของโลก”

ผู้สื่อข่าวจึงโทรศัพท์ถามเจ้าหน้าที่ในสำนักแผ่นดินไหวประจำเมืองหนันกิง ซึ่งให้คำตอบว่า “เป็นเรื่องปกติที่ผู้คนมักตั้งข้อสังเกตต่างๆ นานา เวลาเห็นคางคก ผีเสื้อ แมลงปอ หรือมดมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักแผ่นดินไหว ไม่พบข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเมืองหนันจิงจะเกิดแผ่นดินไหว"

“หากพบปรากฎการณ์สัตว์ต่างๆ ดังกล่าวรวมตัวกันในทุกพื้นที่ของเมือง อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นลางบอกเหตุแผ่นดินไหว แต่ถ้าพบเฉพาะที่ฟาร์มจระเข้ ก็น่าจะเป็นเพราะปัจจัยทางสภาพอากาศในวันนั้น (8 ก.ย.) ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน ทำให้สัตว์ที่อยู่ในน้ำเกิดปฏิกิริยาตอบสนองและทำการปรับตัวดังที่เห็น”

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเจ้าหน้าที่เผยว่า ปัจจุบันเมืองหนันจิงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู จากฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง สภาพอากาศมักแปรปรวน เมื่อวันที่ 8 ก.ย. จากอากาศที่รอ้นอบอ้าว จู่ๆ ก็มีฝนเทลงมา วัดปริมาณน้ำฝนได้ในระดับปานกลาง ซึ่งมีบางพื้นที่ฝนตกหนัก อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 28—29℃

นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประเทศจีนเกิดแผ่นดินไหวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ย.เกิดแผ่นดินไหวเพียง 1.9 ริกเตอร์ที่เมืองซูโจว แต่รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน หลังจากนั้นอีก 2 วัน (5 ก.ย.) เมืองจี้หนิง เมืองจ่าวจวง เมืองเถิงโจว ในอำเภอเวยซัน มณฑลซานตง และเมืองสวีโจว อำเภอซื่อเพ่ย มณฑลเจียงซู เกิดแผ่นดินไหว 3.2 ริกเตอร์ และเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ก็เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.7 ริกเตอร์สองครั้งซ้อนในมณฑลอวิ๋นหนัน (ยูนนาน) และกุ้ยโจว ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายขึ้นมากมาย

รองผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินของสำนักแผ่นดินไหวประจำเมืองหนันจิง ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า “พื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวล่าสุดนั้น อยู่ในเขตเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว แต่แผ่นดินไหวที่เกิดในเมืองซูโจว เป็นแผ่นดินไหวในระดับพื้นผิว ทุกคนอย่าตกใจไป”

“โดยความเป็นจริง โลกของเราจะเกิดแผ่นดินไหวในระดับ 5 ริกเตอร์ขึ้นไปปีละประมาณกว่าพันครั้ง อย่างสถิติเมื่อปีกลาย (2554) เกิดแผ่นดินไหวระดับ 5 ริกเตอร์ขึ้นไป 2,600 กว่าครั้ง ดังนั้นความถี่ของการเกิดแผ่นดินไหวที่ผ่านๆ มาในปีนี้ (2555) ถือว่าเป็นเรื่องปกติ” ท่านรองฯ กล่าว

ทั้งนี้ ฟาร์มจระเข้เชิงนิเวศวิทยาในภูเขาเจียงหนิงทัง เมืองหนันจิง เริ่มสร้างตั้งแต่ปลายปีพ.ศ.2549 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเขตแหล่งท่องเที่ยเชิงนิเวศวิทยาบริเวณทะเลสาบจื่อชิง ซึ่งมีทั้งบ่อน้ำร้อน และบ้านพักตากอากาศ โดยฟาร์มจระเข้นี้ยังเป็นศูนย์อนุรักษ์ วิจัยและเพาะพันธุ์จระเข้สายพันธุ์จีน และซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีพื้นที่กว่า130,000 ตรม. ปัจจุบันมีจระเข้ทั้งสิ้นถึง 5,000ตัว

จระเข้สายพันธุ์จีนหรืออัลลิเกเตอร์ชนิดนี้เป็นจระเข้ที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดของโลก ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าพวกมันหลงเหลืออยู่ใน ป่าเพียง 150-200 ตัวเท่านั้น โดยยากที่จะพบตัวที่มีความยาวเมื่อโตเต็มที่เกิน 2 เมตรหรือน้ำหนักมากกว่า 40 กิโลกรัม มันอาศัยอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำ แถบแม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเดียวกับโลมาแม่น้ำพันธุ์จีน (Chinese river dolphin) ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว

จระเข้ชนิดนี้ เป็นสัตว์เลือดเย็นที่มีอุณหภูมิของร่างกายไม่คงที่คือจะเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิของสภาพแวดล้อม นี่เป็นเหตุผลที่พวกมันมักอาศัยอยู่ตามบึงหรือแหล่งน้ำที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 27 องศาเซลเซียสเพราะอุณหภูมิดังกล่าวจะทำให้มันสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเหมาะสม





ที่มา : //www.manager.co.th/china/viewnews.aspx?NewsID=9550000111406


Create Date : 11 กันยายน 2555
Last Update : 11 กันยายน 2555 13:24:49 น. 0 comments
Counter : 1531 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ยัยคิดมาก
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ไอ้หญิงแว่น งุ้งงิ้ง งุงิ ไม่มีสาระ แบร่ๆ 555 :P

´¯`•.¸._/|''|''''\__
_______'-O----=O-°___⋰⋱⋰⋱⋰⋱⋰ ~
. . .น้ำ ต า ข อ ง ฉั น ไ ม่ ไ ด้ มี เ พื่ อ เ ธ อ อี ก ต่ อ ไ ป . . .

#Ask สงสัยอะไรให้ถาม
อย่าคิดไปเอง เข้าจ๊าย ? ^^
v
v
v



•เวลาฝนตกหนักๆ...
เสียงมันดังขนาดไหน•
•ยังดังไม่เท่าน้ำตาที่กระหน่ำตกในใจ•
•แต่เสียงแห่งความเสียใจ
มันเป็นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน•~

LOVE EVERYBODY<3

Friends' blogs
[Add ยัยคิดมาก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.