นอนค้างอ้างแรม ณ ชิราคาวะโกะ (白川郷の民宿) EP : 2/2


ความใหม่ต่อจากตอนที่แล้ว ...



ลงจากจุดชมวิวมาตอน 16.30 น. เห็นจะได้ 

เพราะจำได้ว่าเดินกลับไปที่บ้านตอนราวๆ 5 โมงเย็น ไปพักผ่อนก่อนเวลาอาหาร

พอมาถึงห้องก็เข้าไปสำรวจ 

ในห้องมีชาเขียวรอต้อนรับพร้อมขนมเซมเบ้ และมีชุดยูกาตะวางไว้ให้เปลี่ยน



ห้องของเรานั้นเรียกว่า Niwa View Type คือ วิวสวน อ่ะแหละ 55555


บ้าน "คันจะ" (คิดถึงนิชิคิโด เรียวจัง ณ Kanjani-8 ขึ้นมา ณ บัดดล) หลังใหญ่เหมือนกัน

มี 2 ชั้น ชั้นบนเป็นที่พักของเจ้าของบ้าน ชั้นล่างเป็นห้องพักแขก 

มีห้องพัก 4 ห้อง มีชื่อห้องด้วยนะ



มองออกไปจากห้องของเรา สุดทางเดินคือห้องน้ำ


ห้องน้ำแยกชาย-หญิง 

เขียนภาษาญี่ปุ่นล้วน ก็จะมีปัญหาการใช้งานหน่อยๆ 




ธุระหนักกดซ้าย งานเบากดขวานะจ๊ะ Smiley


ส่วนโซนห้องอาบน้ำนั้น ก็มาทางนี้ มีอุปกรณ์ให้ครบ ใครไม่ได้เอาแปรงสีฟันมาก็มีให้

ใครจะเป่าผมก็มีไดร์ให้นะ




ส่วนห้องอาบน้ำเป็นแบบดั้งเดิม (ถ่ายไม่ได้ ไม่ได้พกกล้องเข้าไป)

แต่ด้านในจะมีตู้ให้วางเสื้อผ้าเป็นส่วนแห้ง และเปิดประตูกระจกไปอีกชั้นเจอส่วนเปียก

มีที่ให้นั่งอาบ พร้อมก็อกน้ำ และแชมพู ครีมนวด สบู่

มีขันไม้ ให้ล้างตัวก่อนลงแช่ออนเซ็นที่อุณหภูมิ 55 องศา เเทบจะสุก!


แต่แช่แล้วสบายสุดๆ เบาตัวมากๆ อยากแช่สัก 30 นาที แต่เกรงใจกลัวคนอื่นต่อคิวอ่ะ

(ซึ่งเอาเข้าจริง นอกจากเพื่อนเราแล้ว ไม่มีฝรั่งคนไหนมาอาบน้ำเลย 555+)

อาบน้ำสบายตัว ใส่ยูกาตะได้อารมณ์แล้วนั่งเล่นแป๊บนึง คุณยายก็มาตามไปหม่ำๆ

มาถึงห้องโถงใหญ่ของบ้านก็พบว่า

วันนี้มีชะนีไทย 2 คน, คู่รักฝรั่งเศส 1 คู่, สองสาวอิตาลีอีก 2 คน, และรัสเซียอีก 3 หน่อจ๊ะ

ที่รู้สัญชาติเพราะแอบฟังเขาคุยกัน แต่พวกเขาไม่คุยกะเรา ทำไมก็ไม่รู้ ฮ่าๆๆๆๆ


อาหารเย็นวันนี้ แต๊น แต่นนนน


มีเนื้อฮิดะย่างใบแมกโนเลีย (อร่อย ร้องไห้ ทำไมให้น้อยยยยยยย 555+)

สามชิ้นเองอ่ะคุณขาาาาาาา


ส่วนเพื่อนเราที่ไม่กินเนื้อ พอแจ้งมาแล้ว เค้าก็เตรียมเมนูหมูไว้ให้แทน 

ซึ่งเพื่อนบอกอร่อยมากเหมือนกัน

คนที่ดูเเลแขกตอนกินข้าวเป็นลูกสาวของคุณยาย ซึ่งเราเรียกว่าคุณป้า แหะแหะ

คุณป้าก็บอกก่อน อันนี้หมู อันนี้เนื้อนะ จะได้นั่งถูกจุด


ต่อไปคือเทมปุระเจ 

คือมีแต่ผัก มะเขือม่วงหวานมาก นุ่มมากกกกก เกลี้ยงทุกใบ ใบอะไรไม่เคยกิน ลองมันหมดวันนี้แหละ


ปลาย่างเกลือ เค็มมากกกกก แต่กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยนะ


โซบะเย็น อร่อยยยยยยยยย


และเครื่องเคียงก็อร่อย ชอบ เจริญอาหารสุดๆ อ่ะ


ล้างปากด้วยผลไม้


คือเค้าให้ข้าวสวยใส่ถังไม้มานะ แบบ 1 ถังต่อ 2 คน ใช่ไหม

เรากับเพื่อนนี่แบบกินไปคนละ 3 ชามได้ ข้าวแทบหมดถัง ฮ่าๆๆๆๆๆ

กินแบบสนุกสุดๆ และลอบมอง culture shock รอบตัวไปด้วย

ชาวฝรั่งเศสนี่ กินไปวิเคราะห์กันไป อันนี้อะไร อันนั้นอะไร แต่ลองกินทุกอย่างนะ

ชาวอิตาลีนี่ กินไป เขี่ยไป บ่นไป

ชาวรัสเซียนี่ นอกจากเนื้อแล้ว ไม่มีอะไรพร่องเลยทีเดียว

ชาวไทย เรียบทุกจาน 55555555555555555


กินจนพุงกางแล้ว ป้าก็เข้ามาเก็บจานชามและบอกว่าปูที่นอนให้แล้วทุกห้องนะ 

เชิญไปอาบน้ำ พักผ่อนได้ตามอัธยาศัย เราก็แยกย้ายเข้าห้อง


อ่อ ก่อนนอน ป้าบอกว่าให้ปิดประตูให้ดีๆ มั่นใจว่าล็อกแน่นอน 

เพราะเมื่อ 3 วันที่แล้ว หมีเพิ่งลงมาที่หมูบ้าน

ห่ะ!!!

แล้วห้องหนู ติดริมเขาเข้าป่าขนาดนี้ คืนนี้หมีมา หนูต้องแกล้งตายไหมป้า!!!!

นอนแบบพะวงถึงหมีทั้งคืน 5555

ยุงที่นี่ตัวใหญ่มากกกกกกกก



เช้าวันใหม่ 

เนื่องจากต้องกินมื้อเช้าตอน 7.30 น. และ check out  ตอน 9 โมง


เราจึงต้องรีบตื่นมาอาบน้ำ กลัวแย่งกับฝั่งยุโรปไม่ทัน

เช่นเคย ไม่เห็นต้องรีบ เพราะเขายังไม่ตื่นกัน 55555555555555555

พอมานั่งกินข้าวเช้านี่เรียกว่ามีเพียง 2 เอเชียนี้เท่านั้นที่สภาพตื่นเต็มตา 

แต่งตัวพร้อมเที่ยวแล้ว และสภาพพร้อมกินสุด

ที่เหลือคือแบบหัวยุ่ง มาทั้งชุดนอน ลักษณะไม่อยากจากฟุตงมาเลยทีเดียว

อาหารเช้าเป็นแบบรักสุขภาพสุดๆ จนอิฉันสะพรึง!!!


มันไม่มีโปรตีนเลยอ่ะ นี่เรียกว่าชีวจิตได้ไหม 

กำลังคิดว่าจะกินยังไงดีวะ เต้าเจี้ยวนั่นจำเป็นต้องลนไฟไหม? แต่พอจิ้มๆ ดู เออ มันก็อร่อยดีนะ


สลัดผัก ถั่ว กระเจี๊ยบ เว้อออออ กินไม่เป็น 

มีไข่คนนิดนึงกับสาหร่ายในซอง รสจืดๆ พอให้ชื่นใจว่าคงพอกินได้บ้าง


แต่.....

ทันใดนั้นก็มองไปที่ผอบน้อยๆ อะไรหว่า เปิดผอบมาพบ อุเมะโบชิ!!!! 


บ๊วยดองของโปรดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

Smiley Smiley Smiley

เม็ดเบ้อเริ่มเลย เท่านั้นแหละ ข้าวหมดถังไม้อีกแล้วครับท่าน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

เป็นคนกินง่ายขึ้นมาทันใด กินข้าวกับบ๊วย แค่นี้ก็อยู่ได้แล้วอ่ะ

แถมขโมยอีกเม็ดของเพื่อนมากินด้วยอ่ะ ฟิน แลกสลัดกับนางไป

กับไอ้แดงๆ สับนั่นก็อร่อยนะ โรยข้าวกิน ชอบมากเลย 

มีขายเป็นของฝากในหมู่บ้านด้วย แต่ไม่ได้ซื้อกลับมาอ่ะ เสียใจจริงๆ

Smiley

และเกิดปรากฎการณ์ Culture Shock Ver. 2 อีกแล้ว

ฝรั่งเศสเจ้าเดิม ยังคงกินไปวิเคราะห์ไป

แต่อีตาลีนี่ถึงขั้นผลักสำรับอาหารออกเลยทีเดียวอ่ะ แล้วบ่นๆๆๆๆๆ อะไรไม่รู้

(บางทีก็พูดยาก จะมานอน home stay ในบ้านแบบนี้ มันก็น่าจะทำใจเรื่องวัฒนธรรมการกินหน่อยเนอะ)

ส่วนรัสเซีย ไม่พร้อมกิน โดนปลุกมาก็มา แต่มากองหลับกันกลางห้องอาหาร 

เอ่อออออ ถ้ายังอยากนอน กลับไปนอนกันก็ได้นะคะ เกรงใจจัง

เพราะเราก็กินไปงงไป ทำไมไม่กลับไปนอนซะ

Smiley

จนกระทั่งเราวางตะเกียบลง เค้าถึงได้หันมามอง แล้วลุกขึ้นเดินกลับห้องกันไป เอ้าาาาาาา

รอฉันกินเหรอเธอ เอาจริงไม่ต้องก็ได้นะเนี่ยยยยย

เราก็ไม่รู้ว่ารอ เลยกินเพลิน

ส่วนเขาก็คงคิดว่าต้องนั่งให้ครบองค์ประชุมเป็นมารยาท เลยไม่ยอมไป

มึนกันไปทั้งสองฝ่าย แหะแหะ

อิ่มดีแล้ว เราก็เดินย่อยแป๊บนึง เข้าห้องน้ำ เก็บของเรียบร้อย ก็เดินออกมาหาคุณยาย

จ่ายเงินค่าที่พักด้วยเงินสด เงินเยนเท่านั้น งดรับบัตรเครดิตจ้า


ขอบคุณคุณยายสำหรับประสบการณ์ดีๆ และเตรียมตัวกลับทาคายามะกัน

ขากลับเดินออกมาหน้าหมู่บ้านก็แวะถ่ายรูปรายทางกัน




บ้านหลังนี้ ใหญ่มากๆๆๆๆๆๆๆ 


ส่วนหลังนี้มีตั้ง 4 ชั้นแน่ะ หูยยยย





เป็นการมาเยือนเมืองมรดกที่โลกที่ยิ้มๆ 

เป็น dream destination นะ 

เคยเห็นตอนหน้าหนาวหิมะตูมๆ ก็อยากมาแต่ไม่จำเป็นต้องมาหน้าหนาวอ่ะ มาได้เมื่อไรก็มา อยากมาก็มา

แต่มาใบไม้เปลี่ยนสี หรือมาตอน light up จะพีคกว่าแค่นั่นเอง

ก็ดีใจมากๆ เลยที่ได้มา ^^

Smiley Smiley Smiley

เก็บตก

ขณะกำลังนั่งรอบนรถบัส เตรียมกลับเข้าเมืองทาคายามะ 

เห็นอิตาลีสาวสองคนที่พักบ้านเดียวกันวิ่งมาขึ้นรถ

คำนวณจากเวลาที่เราออกมา จนถ่ายรูปเล่นได้หลายรูป จนรถมาแล้วนั้น

นางสองคนไม่อาบน้ำแน่ๆ 55555555 (เม้าท์)

เพราะมาแบบหัวยุ่ง กระเป๋าก็เก็บไม่เรียบร้อยเอามากๆ ด้วย เหมือนรีบๆ อ่ะ

และขึ้นรถไม่ได้เพราะไม่มีตั๋วขากลับ

เราซึ่ง .... ได้ยินเสียงเถียงกันลั่นๆ หน้ารถ จนรำคาญใจ 

ก็เลยตัดสินใจไปเผือกมา (เป็นล่ามนั่นเอง)

ได้ความว่าสองสาวทำตั๋วขากลับหาย และรื้อกระเป๋าเท่าไรก็ไม่เจอ 

ก็บอกแล้ว ใบมันเล็กจึ๋งเดียวเอง

และนางเก็บกระเป๋าได้รกมากๆ จะหาเจอก็แปลกล่ะ

คุณคนขับก็ยืนยันว่าถ้าไม่มีตั๋วคุณต้องซื้อใหม่ ไม่ให้ขึ้น

สองสาวก็ไม่ยอม ก็เถียงกันไปมา ดังมากๆ 

ล่ามอย่างอิฉันก็ตัดปัญหาด้วยการบอกว่า

"คุณคนขับคะ ไปเถอะค่ะ เลยเวลาแล้ว" 

55555555555555555555555555

นิสัยดีมากๆ

ก็ไม่มีตั๋วก็สมควรไม่ได้ขึ้นรถนี่นา คุณจะเอาอะไรมายืนยันล่ะ ว่าคุณได้ซื้อตั๋วแบบไป-กลับ ไว้อ่ะ 

ในเมื่อไม่มีหลักฐาน คุณก็ต้องซื้อใหม่ ถ้าไม่ซื้อ ก็ไม่มีสิทธิ์ขึ้นรถอ่ะ

สุดท้ายด้วยความโกรธา สองสาวก็ต้องซื้อตั๋วใหม่ (ถูกต้องแล้วค่ะ)

แล้วพอขึ้นรถได้ก็มาบ่นๆ กับเราอีกชุดใหญ่ ว่าญี่ปุ่นเรื่องมาก อย่างนั้นอย่างนี้

(ทำไมไม่มองตัวเองว่าผิดก่อนนะ)

จุดขึ้นรถบัสกลับ



......ถึงเมืองทาคายามะ

นางโบกมือลา พร้อมคำว่า "I just found our return tickets in my pocket"


เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 

ถ้าเก็บกระเป๋าให้เรียบร้อยและมีสติหาของดีๆ ก็ไม่เสียเงินแล้วววววว

Smiley




Create Date : 31 มกราคม 2561
Last Update : 31 มกราคม 2561 15:08:27 น.
Counter : 244 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ณ เงา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]



New Comments