All Blog
Jann Bistro ร้านอาหารอร่อย ๆ ใจกลางอโศก


เนื่องในโอกาสอันดีงาม นัดสาว ๆ เม้าท์มอยได้ครบแก๊งค์ 
ก็เลยได้เวลาเสาะแสวงหาร้านอาหารเพื่อฉลองกันซะหน่อยแล้ว

และแล้วก็มาตกลงกันที่ร้านนี้ Jass Bistro สาขาอโศก
เดินทางกันสะดวกทุกคน นั่งรถไฟฟ้าลงสถานีอโศก 
จากสถานนี้รฟฟ.อโศก เดินเข้าซอยอโศกมาประมาณ 400 ม. 
ร้านตั้งอยู่ที่ตึก Prime building (ขวามือจากปากซอย)
ส่วนใครนำรถมาก็มีที่จอดรถสะดวกสบาย



ด้านในร้านกว้างขวาง น่านั่ง มีให้เลือกหลากหลายมุม








มาถึงไม่รอช้าลงดูเลือกเมนูอาหารกันเลย เมนูที่ร้านน่าสนใจหลายเมนูมาก
เลือกไม่ถูกเลยทีเดียวว่าจะสั่งอะไรดี





เรียกน้ำย่อยกันก่อนกับเมนูนี้ สลัดเป็ด 295-
เนื้อเป็ดนุ่ม ไม่มีกลิ่น คลุกเคล้ากับน้ำสลัด และผักสด ๆ 
วางปุ๊บ เกลี้ยงจานปั๊บ




ตามมาด้วยเมนูแนะนำ แกงเผ็ดเป็ดย่างเสิร์ฟพร้อมแป้งโรตี 295-
เนื้อเป็ดนุ่ม ๆ หอมเครื่องแกงเผ็ดกำลังดี กินกับแป้งโรตีคือดีงาม




เท่านั้นยังไม่พอ ขอแกงปูใบชะพลูมาอีก 1 เมนู จานนี้ก็เสิร์ฟพร้อมโรตีเหมือนกัน 295-
เมนูนี้กลิ่นของเครื่องเทศแรงถูกใจมาก 




ต่อด้วยเมนูเส้นกับจานนี้ Spaghetti Truffle Scallop หอยเชลล์ตัวใหญ่มาก 355-
สปาเก็ตตี้ซอสถึงเส้น อร่อยจนอยากจะสั่งเพิ่ม




ขอเมนูสปาเก็ตตี้อีกซักจากด้วย สปาเก็ตตี้ไส้กรอกอีสาน รสชาติถูกปาก 295-



เมนูเส้นเสร็ตแล้วต้องขอเมนูข้าวด้วยมันถึงจะอิ่ม
จานนี้ข้าวผัดปลาสลิด 225- ปลาสลิดทอดหอม ๆ กรอบ ๆ ผัดกับข้าว
คลุกเคล้าความเผ็ดหน่อย ๆ บวกความหอมใบกระเพราะนิด ๆ อร่อยไม่เบา 




จานต่อไปข้าวหมูแดดเดียว 175- อาจจะดูธรรมดา
แต่ก็ชอบนะเพราะเนื้อหมูเค้าหมักได้ดี ที่สำคัญคือไม่เหนียว



ยังไม่หมดแค่นั้นขอส้มตำมาซักชุด 275-
เมนูนี้มาพร้อมไก่ย่างหอมขมิ้นมาก ๆ 
ส้มตำไทยรสชาติดี กลมกล่อม ส่วนไก่ก็นุ่ม 
เสิร์ฟมาพร้อมข้าวเหนียว 1 กระติ๊บเล็ก ๆ กินกันอร่อยเลย




เมนูอีสานผ่านไปเรามาต่อด้วยเมนูสเต็กมันก็เข้ากันได้นะ
จานนี้ BBQ Pork Rib เนื้อนุ่มร่อนมากกกกกกกกกกกกกกก
ซอสก็หมักเข้าเนื้อสุด ๆ 


ปิดท้ายอาหารความชุดสุดท้ายด้วย Lunch set menu 315-
(อันนี้จะเลือก Appetizer, Main course และก็เครื่องดื่ม)
ของเราที่ไปวันนี้เลือกเป็น Calamari + Garlic Prawn + Cola






เมื่ออาหารพร้อม ทุกคนก็พร้อม อะลุยด้ายยยยยยย
(โต๊ะอาจจะดูเล็กไปนิดนึงนะ)



ของคาวเรียบร้อยก็ได้เวลาของหวานแล้วซินะ
ขอเมนูนี้ก่อนเลยชื่อดูน่ากินมาก Baked Alaska 195-
หน้าตาดูใหญ่อลังการเป็นที่สุด 
เห็นขาว ๆ ใหญ่ ๆ นี่เรียกว่าอะไรดีละมันนุ่ม ๆ เหมือนเป็นฟองข้างใน
เนียนนุ่มมากกกก รสชาติออกส้ม ๆ มะนาว ๆ ประมาณนี้
ข้างในเป็นไอศครีม 2 รสชาติ





อีกซักเมนูกับของหวานด้วย Green Tea Lava 195-
เสิร์ฟพร้อมไอศครีมช็อคโกแล็ต ชาเขียวเข้มได้ใจ


เป็นอันเสร็จเรียบร้อยกับมื้อนี้ อิ่มอร่อยสนุกสนานกันไป
ใครอยากลิ้มรสความอร่อยแบบนี้แนะนำที่ร้าน Jannbistro 
จะบอกว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารในเครือ Neil's Tavern ของเชฟหย่งตรีรัตน์ 
ถ้าใครเป็นคออาหารทางด้านนี้น่าจะรู้จักดี

ร้าน Jann Bistro มี 2 สาขา คือที่สาขาถนนจันทร์เก่า กับที่สาขาอโศก
เมนูที่ร้านไม่ได้ราคาแรงอย่างที่คิด
อย่าง Thai Lunch menu เริ่มต้นที่ 175 บาทเท่านั้น
หรือถ้าอยากทานเป็น set Lunch set menu ราคาเพียง 315 บาท

ยิ่งถ้าตอนนี้ใครสำรองที่นั่งล่วงหน้าแล้วบอกว่ามาจากรีวิวของ Revu จะได้รับส่วนลด 20%
โปรดี ๆ ไม่รอช้า






Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2561
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2561 12:26:56 น.
Counter : 284 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
เบเกอรี่สำหรับผู้ที่แพ้แป้งและนมวัวจากร้าน Meloliz healthy แถมกินแล้วไม่อ้วนด้วยนะเออ
ใครที่แพ้นมวัว แพ้แป้งที่อยู่ในเบเกอรี่ฟังทางนี้....
เราจะพาไปรู้จักกับร้าน Meloliz healthy ร้านเบเกอรี่ที่ทำมาเพื่อผู้ที่แพ้นมวันและแพ้แป้งโดยเฉพาะ
ส่วนผสมของทุกเมนูทางร้านแจ้งไว้อย่างละเอียดว่าใส่/ไม่ใส่อะไรบ้าง
และนอกจากนี้แล้วเบเกอรี่ร้านนี้ยังเหมาะกับสาว ๆ ที่ดูแลหุ่น แต่ชอบที่จะทานของหวาน
บอกเลยว่าเบเกอรี่ร้านนี้เค้าคำนวนมาแล้ว cal ไม่เยอะกินได้ไม่ต้องกลัวอ้วนจ้า.....
ว่าแล้วเรามาดูกันว่าเบเกอรี่แต่ละตัวนั้นเป็นยังไงกันบ้าง

Tofuna ชอบที่เนื้อมูสด้านบนที่เด้งดึ๋งมาก มูสตัวนี้ทำมาจากเต้าหู้ ส่วนกรอบ ๆ ด้านล่างนั้นเป็นพวกข้าวโอ๊ต แม็คคาดาเมียร์ อัลมอนล์ มะพร้าวบดผสมรวมกัน ไม่มีส่วนผสมของแป้ง และน้ำตาล ที่หวาน ๆ นี่ได้จากหญ้าหวานและกล้วยหอมจ้า



Sexy Blueberry ง่าย ๆ คือบลูเบอรี่ชีสเค้กแบบฉบับคลีน ๆ ครีมชีสร้านนี้เค้าใช้ถั่วเหลืองแทนการใช้นมวัว ไม่ต้องห่วงเรื่องรสชาติดีงามไม่แตกต่างจากที่เรากินกันนี่แหละ



Pink Cotta พานาค็อตต้าที่ทำจากน้ำนมอัลมอนต์ ราดด้วยแยมสตรอเบอรี่สูตรเฉพาะของร้านที่มีส่วนผสมของเมล็ดเซีย เวลาทานจะรู้สึกกรึบ ๆ นิดหน่อย 



Melty Choc ใครชอบเมนูช็อคโกแล็ตต้องลองอันนี้ Dark Chocolate เข้มข้นละลายในปาก ที่สำคัญเค้าใช้นมถั่วเหลืองและนมมะพร้าวแทนครีมเข้มข้นด้วย



Brownie เพื่อสุขภาพชิ้นนี้เป็นบราวนี่ถั่วดำที่อัดแน่นไปด้วยโปรตีนจากถั่วดำ และถั่วเหลือง แล้วก็ยังมีความหอมความหวานจากกล้วยอีกด้วย



Charcoal Bar สายสุขภาพต้องไปพลาด เพราะว่า Charcoal Bar นี่มีธัชพืนเยอะมาก ทั้งโฮลวีท ข้าวโอ๊ต เมล็ดเซีย อัลมอนด์ และแมคคาเมีย



Whitebary เป็นเค้กกล้วยหอมเมนูใหม่ที่พึ่งวางจำหน่ายได้ไม่นานมานี้ เค้กกล้วยห้อมข้าวไรซ์เบอร์รี่นุ่ม ๆ หอม ๆ ที่ลองแล้วจะชอบ



นอกเหนือจากเมนูเบเกอรี่แล้วที่ร้านยังมีเครื่องดื่มบริการด้วย อย่างช็อคโกแล็ตเย็นแก้วนี้ก็เป็นเครื่องดื่มที่ทำมาเผื่อผู้ที่แพ้นมวัวเช่นกัน ที่ร้านเปลี่ยนจากการใช้นมวัวเป็นนมถั่วเหลืองแทน และความหวานของเครื่องดื่มจะใช้หญ้าหวาน



หรือถ้าอยากจิบชาร้อน ๆ ที่ร้านมีชาออแกนิคส่งตรงจากเชียงใหม่มาให้เลือกด้วย





สำหรับทุกเมนูของที่ร้านเลือกเติมความหวานให้กับเบเกอรี่และเครื่องดื่มด้วยหญ้าหวานแท้ 100% ปลูกโดยวิธีออร์แกนิค ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง มั่นใจความปลอดภัยได้แน่นอน


เห็นแบบนี้แล้วใครอยากลองเบเกอรี่ของที่ร้านไปได้ที่ร้าน Meloliz healthy 
ตั้งอยู่ที่พระราม 9 ซอย 43(ราม 24 แยก 28) ร้านเปิด 12.00-22.00

ส่วนในห้างตอนนี้มี 3 ที่คือ
 สาขา The Emporium ชั้น 4 โซนตู้เค้กหน้า Gourmet Market

 สาขาเซ็นทรัลบางนา (ชั้น G โซนตู้เค้ก)

 The Mall Bangkapi ชั้น G โซนตู้เค้กหน้า Gourmet Market









อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมโทรไปสอบถามได้ที่ 065 634 8933 
หรือที่ FB https://www.facebook.com/meloliz.healthy/


ชื่อร้าน : Meloliz healthy
รายการอาหาร : เบเกอรี่
เวลาเปิดบริการ : 12.00-22.00
ที่ตั้งร้าน : Meloliz healthy, กรุงเทพมหานคร บางกะปิ Thailand
พิกัด GPS : 13° 45' 13.56" N 100° 37' 34.23" E





Create Date : 17 ตุลาคม 2560
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2560 13:01:20 น.
Counter : 943 Pageviews.

0 comment
HAVANA SOCIAL บาร์ลึกลับใจกลางสุขุมวิท
Havana Social 
ร้านนี้จะเป็นบาร์ลับ ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 11
ซอยที่ถือว่าค่อนข้างวุ่นวายซอยหนึ่งย่านสุขุมวิท
แต่พอเราเข้ามาร้านนี้แล้วบอกเลยว่าเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งไปเลย




ขึ้นชื่อว่าเป็น Secret Bar จะเข้าร้านนี้ก็ใช่ว่าจะเปิดประตูเข้ามาได้ง่าย ๆ นะ

จะเข้าร้านต้องกดรหัสลับที่แป้นโทรศัพท์ก่อนประตูถึงจะเปิด

ทางการ์ดที่ดูแลอยู่หน้าทางเข้าจะเป็นผู้บอกรหัสลับให้กับเรา



Havana เป็นชื่อเมืองหลวงของประเทศคิวบา

Concept ร้านนี้จะเป็นรูปแบบของร้านในช่วงยุค 40s'

ที่เป็นยุคปฏิวัติของคิวบาที่ข้างนอกจะมีความวุ่นวายของสงคราม

พอสงครามสงบ ร้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่

ก็จะเปิดให้บริการเพื่อเป็นที่แหล่งบันเทิงของคนสมัยนั้น

เข้ามาแล้วข้างในเหมือนพาเราย้อนกลับไปอยู่ยุคนั้นกันเลย

ทั้งรูปแบบร้าน การตกแต่งด้วยโต๊ะไม้

เฟอร์หนังแบบวินเทจ และสไตล์เพลง

มันเหมือนอีกเมืองนึงไปเลย











ที่ร้านจะเน้นเป็นเครื่องดื่มซะส่วนใหญ่

อาหารเป็นเหมือนอาหารทานเล่นมีอยู่ 3 อย่าง

ที่สั่งมาก็จะเป็น Cubano Sandwich ทำร้อน ๆ กรอบ ๆ

ข้างในเครื่องเต็มห่อมาด้วยกระดาษที่ออกแบบให้เหมือนกระดาษหนังสือพิมพ์







อีกเมนูคือ Spinach Empanada 

ป็นพายผักโขมมาพร้อมน้ำจิ้มสูตรพิเศษของทางร้าน




เมนูเครื่องดื่มของที่ร้านที่โดดเด่นเลยคือส่วนผสมในแต่ละแก้วคือ Rum
บางขวดเป็น 10 ปี กลิ่นฉุนได้ใจมาก
อีกอย่างคือ ไซรัป ที่นี่เป็นโฮมเมดไซรัปทุกตัวได้ลองชิมเปล่า ๆ หอมหวานจริง ๆ

สำหรับเมนูค่ำคืนแห่งความสนุกวันนี้คือ
Salted Caramel(280++) แก้วนี้แนะนำสำหรับคนที่ไม่ชอบเข้ม ๆ

รสจะอ่อน ๆ ใส่ rum ไม่มาก ได้กลิ่นหอมของไซรัปหน่อย ๆ




The Ricardo Robson(320++)

สีสวยน่าลอง มีน้ำผึ้งสดมาเป็นก้อน หอมหวาน รสอ่อน ๆ



Rum Old-Fashioned(320++) 

แก้วนี้ค่อนข้างแรง(ดูเผิน ๆ นี่เหมือน on the rock)

ใช้ Rum ที่หมักกว่า 12 ปีแต่ยังมีความหอมอโรมาของกลิ่นของเปลือกส้ม



Between The Sheets(340++) อันนี้จะมี 2 แก้ว

แก้วใหญ่จะออกเปรี้ยว แก้วเล็กจะออกหวาน(แต่ไม่หวานมาก)

บางคนจะจิบแก้วใหญ่ที่นึงแล้วก็จะมาจิบแก้วเล็กทีนึง

หรือจะผสมกันหมดเลยก็ได้แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน



Fidel's Nightcap(360++) 

แก้วนี้ใช้ Espresso syrup แล้วก็โรสแมรี่ เป็นส่วนผสม

ความหอมของ 2 อย่างนี้ช่วยให้แก้วนี้มีอะไรน่าค้นหาไปอีกแบบ




ใครชอบค็อกเทลอยากรู้รายละเอียดแนะนำว่านั่งที่เค้าเตอร์เลย

บาร์เทนเดอร์แนะนำตลอดเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่สั่งว่าเค้าใช้ส่วนผสมอะไรบ้าง



วันที่ไปเป็นวันธรรมดา ที่ร้านมีคลาส Salsa Dance ด้วย มีคนเรียนเยอะเหมือนกัน

บางคนก็เรียนไว้เอามาเต้นที่ร้านนี่แหละ 

เพราะคืนวันศุกร์-เสาร์นี่เค้ามีเปิดฟอร์ลกันตลอด

เห็นว่าคนค่อนข้างเยอะ(ถึงขั้นเต็มร้าน)



อยากรู้ความลับของบาร์นี้เพิ่ม แนะนำว่าต้องมา

ทำให้รู้ว่าร้านแปลก ๆ ดี ๆ มีซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพด้วย

ตามไปเปิดฟอร์ลกันต่อได้ที่

https://www.facebook.com/havanasocialbkk/

ร้านอยู่ตรงข้ามโรงแรมfraser suites

ใครนำรถมาสามารถนำไปจอดได้ที่โรงแรม

ปากซอยเข้าร้านมี 7-11 อยู่เดินไปเกือบสุดจะเจอร้านอยู่ขวามือ


ชื่อร้าน : HAVANA SOCIAL
รายการอาหาร : Salted Caramel, Fidel's Nightcap, Cubano Sandwich
ที่ตั้งร้าน : HAVANA SOCIAL, กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 44.03" N 100° 33' 21.16" E

 





Create Date : 28 สิงหาคม 2560
Last Update : 29 สิงหาคม 2560 14:07:22 น.
Counter : 1028 Pageviews.

0 comment
The Great Kabab Factory อาหารอินเดียรสชาติดีที่อยากแนะนำ
พูดถึงอาหารอินเดียแล้วนึกถึงอะไรกันบ้าง???
สำหรับเราแล้วก็จะนึกถึงอาหารที่เต็มไปด้วยความหอมของเครื่องเทศและผงกะหรี่

เชื่อว่าใครที่ชอบอาหารที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศ
หลากหลายคงอยากจะได้ลองชิมอาหารอินเดียแบบออริจินัลดูซักครั้งแน่ ๆ 

แต่สำหรับหลาย ๆ คนแล้วอาจจะบอกอาหารอินเดียอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกซักเท่าไหร่

เอาเป็นว่ามาลองร้านนี้ดูก่อน แล้วอาจจะเปลี่ยนใจได้

The Great Kabab Factory




ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 1 โรงแรม Majestic Grande สุขุมวิท ซอย 2
ถ้าเดินทางด้วย BTS ให้ลงสถานีเพลินจิต แล้วเดินย้อนกลับมา
เข้าซอยมานิดหน่อยโรงแรมอยู่ขวามือ




ที่ร้านมีทั้งเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ และ a la carte 
ราคาบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน ๆ หยุดอยู่ที่ 800 Net รวมเครื่องดื่มแล้ว
สำหรับเราวันนี้เลือกเป็นแบบ a la carte อาหารหน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลย
เข้ามาถึงร้านก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี
พนง.ที่นี่เกือบทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย แต่ไม่ต้องห่วงมีพนง.ชาวไทยสามารถช่วยให้ข้อมูลได้


สิ่งแรกจะมาก่อนเลยหลังจากที่สั่งอาหารไปคือ "ซอส" ทั้ง 4 แบบ
พร้อมกับหัวหอม พริก และมะนาวเป็นเครื่องเคียง
ซอสสีแดง เป็นซอสมะเขือเทศ แต่จะเป็นมะเขือเทศในแบบฉบับอินเดีย
ซอสสีเขียว เป็นซอสมิ้นท์
ซอสสีขาว เป็นซอสโยเกิร์ต
ซอสสีน้ำตาล เป็นซอสมะขาม


ซอสทั้ง 4 แบบนี้จะกินคู่กับแต่ละเมนูแตกต่างกันออกไป
แต่จริง ๆ แล้วเราว่าก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนมากกว่า




มาเริ่มที่เมนูเรียกน้ำย่อยกันเป็น เมนูนี้ทางร้านจะเสิร์ฟให้กับทุกโต๊ะ
Papri Chaat Sphere เป็นแคร็กเกอร์ราดด้วยซอสโยเกิร์ต มิ้นท์ และมะเขือเทศ




Masala Papad 120++
เมนูนี้เป็นมังสวิรัติแป้งจะออกเค็ม ๆ 
นำมาห่อกับถั่วงอก หัวหอม มะเขือเทศ แล้วก็ใส่ Chat Masala ลงไป




เมนูเด็ดมาเป็นจานแรกเลย
Galouti Kabab 490++
เมนูนี้เป็น Signature Dish ของร้าน
มันคือกะบับเนื้อแกะบด ถามว่าเด็ดยังไง 
บอกเลยว่าเนื้อแกะบดละลายในปากมากกกกกกก
มันคือเมนูดีงามจริง ๆ เสิร์ฟพร้อมแป้งแซฟฟรอนสีเหลือง ๆ 
เมนูนี้แนะนำให้กินกับซอสมิ้นท์อร่อยดี







เท่านั้นยังไม่พอตามมาด้วย 
Burrah Kabab 800++
มันคือกะบับเนื้อแกะนวซีแลนด์ ย่างหอม ๆ ตามแบบฉบับอินเดียวด้วยเตาทันดูร์
เนื้อแกะทำดีมาก ไม่เหนียว ไม่มีกลิ่นสาป และเต์มไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศหอม ๆ







เมนูเด็ดที่ร้านมีเยอะมากอย่างจานนี้
Atta Chicken 550++
ยกมาเสิร์ฟใหญ่โตมาก เป็นขนมปังก้อนเบ้อเร่อ
แต่จริง ๆ แล้วมันคือเมนูไก่ย่าง ๆ ด้วยเตาทันดูร์
จากนั้นก็ห่อด้วยใบเตย แล้วก็ขนมปัง แล้วเอาไปอบต่อ
เพื่อให้ความหอมของเครื่องเทศถึงเนื้อไก่
เมนูนี้แนะนำว่าราดด้วยซอสโยเกิร์ตอร่อยดี













Char Mirch Salmon Tikka 500++
แซลมอนติ๊กก้า ปลาแซลมอนหมักเครื่องเทศ 4 ชนิด แล้วนำไปย่าง
รสชาติเข้าเนื้อกำลังดี แถมรสชาติปลาแซลมอนก็ยังอยู่




Multani Murg Tikka 350++
ไก่ย่างติ๊กก้า เนื้อนุ่มมาก หมักด้วยเครื่องเทศหอม ๆ 
เสิร์ฟมาในหม้อสวย ๆ ที่ด้านล่างมีถ่านวอร์มไก่ให้อุ่น ๆ 






มาทานอาหารอินเดียทั้งทีถ้าเราไม่มีเมนู Curry ก็เดี๋ยวหาว่าไม่สุด
มาแล้วเมนูประจำวัน เป็นแกงกะหรี่ชนิดหนึ่งที่ใส่ชีส
ชีสในที่นี้จะแตกต่างจากชีสทางยุโรปที่เราเคนเห็นกัน
ในจานที่เราเห็นสีเหลี่ยมขาว ๆ นั่นคือ Paneer เป็นเนยแข็งของอินเดีย
มันจะเด้ง ๆ เหมือนเต้าหู้ขาว แต่ว่าอร่อยกว่า จะออกมัน ๆ และเปรี้ยวนิดนึงตามแบบฉบับการหมัก
เห็นสีแกงหลายคนคงคิดว่ากลิ่นต้องแรงมากแน่ ๆ จริง ๆ แล้วไม่เลย กลิ่นอ่อนทานง่าย
รสชาติคนละแบบกับแกงกะหรี่ฉบับคนไทยเลย




สำหรับถ้วยนี้คือ Dal Factory 270++
Dal จะเป็นแกงถั่วที่เคี่ยวข้ามขืนผสมกับเครื่องเทศต่าง ๆ 
ถ้วยนี้กลิ่นจะคล้าย ๆ มัสมั่นบ้านเรา ด้วยว่ามีกลิ่นถั่วเป็นส่วนผสม




เมนูแกงทั้ง 2 เมนูนี้จะให้อร่อยต้องกินคู่กับแป้งนาน หรือแป้งโรตี
แป้งโรตี 60++ ของที่ร้านเป็นแป้งโฮลวีทนุ่มอร่อย
แป้งนานแบบใส่เนยและกระเทียม 90++ อันนี้จะหอมดี
แป้งทั้ง 2 อร่อยคนละแบบนะ แต่อร่อยทั้งคู่ จิ้มกับแกงกินไม่หยุดเลย
ถ้าถามว่าชอบอันไหนมากกว่า บอกไม่ถูกเลยอะ เพราะว่าชอบหมด
จิ้มกิน จิ้มกิน ดีงามมาก



และแล้วก็มีถึงเมนูอาหารคาวเมนูสุดท้าย ปิดด้วยจานหนักอย่าง
Lucknowi Murg Biyani 350++
เรียกง่าย ๆ ก็เหมือนข้าวหมกไก่หนะแหละ แต่ว่ามันไม่เหมือนของไทยเราซะทีเดียวนะ
ข้าวจานนี้จะเป็นข้าวอินเดียเม็ดเรียวยาว กลิ่นเครื่องเทศที่ใส่ในข้าวเป็นกลิ่นละมุน ๆ 
อร่อยมากจริง ๆ น่าเสียดายมาจานสุดท้ายเลยกินได้ไม่เยอะเท่าไหร่




ของคาวเรียบร้อยแล้ว มาที่ของหวานกันต่อ
ของหวานแบบฉบับอินเดียจะเน้นที่ความมันของนม และความหวาน
Malai Jamun with Chocolate sauce 195++
ดูคล้าย ๆ เค้ก แต่จะเน้นหนักออกไปทางนม มีสตรอเบอร์รี่สดช่วยตัดความหวาน




Assorted Kulfi 145++
มันคือไอศครีมสไตล์อินเดีย ถามว่าแตกต่างจากที่เรากินยังไง
ไอศครีมเค้าจะเน้นความมันของนม ไอศครีมนมมันมาก ๆ 




และนี่คือหน้าตาเครื่องดื่มระหว่างมื้อวันนี้
Saptrasa 160++ แนะนำว่าเจออาหารมื้อหนัก ๆ แบบนี้ Saptrasa ช่วยได้




ปิดท้ายเราแอบไปดูวิธีการทำแป้งของที่ร้านดีกว่า













ชื่อร้าน : The Great Kabab Factory
รายการอาหาร : Galouti Kabab
ที่ตั้งร้าน : The Great Kabab Factory, กรุงเทพมหานคร คลองเตย Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 24.49" N 100° 33' 6.15" E





Create Date : 23 สิงหาคม 2560
Last Update : 24 สิงหาคม 2560 14:05:14 น.
Counter : 873 Pageviews.

1 comment
บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันที่ Crave Wine Bar & Restaurant โรงแรม อลอฟท์ กรุงเทพ-สุขุมวิท 11
วันนี้ขอเปลี่ยนแนวมาเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติดูบ้าง
ดิ่งตรงไปที่ Crave Wine Bar & Restaurant 
ตั้งอยู่ที่รร.อลอฟท์ กรุงเทพ-สุขุมวิท 11 (Aloft Bangkok - Sukhumvit 11)









ทางเข้าดูสีสันฉูดฉาดมาก มีป้ายห้องอาหารติดไว้หน้าลิฟท์ด้วย
ห้องอาหารเครฟ ไวน์ บาร์ แอนด์ เรสเทอรองส์อยู่ชั้น 8 ของโรงแรม 
ด้านหน้ามีลิฟท์ แต่ขึ้นไม่ได้ ให้ไปขึ้นด้านในโรงแรมแทนนะจ๊ะ




อันนี้ทางเข้าห้องอาหาร ต้อนรับด้วยไวน์เยอะมาก (แต่เราไม่ได้สั่งนะ)




ห้องอาหารโล่งโปร่งสบายมาก เรามาถึงช่วงเวลาบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันพึ่งเปิดพอดี 
เลยได้เก็บบรรยากาศมาฝากบ้างนิดหน่อย




สำหรับราคาบุฟเฟต์อาหารกลางวันสำหรับวันนี้คือ 400 บาท ไม่รวมเครื่องดื่ม
แต่ทุกวันเสาร์ที่ 3 ของเดือนราคาบุฟเฟ่ต์อยู่ที่ 599 บาท รวมเครื่องดื่ม และไลน์อาหารจะเยอะกว่า
อย่างพวกอาหารทะเลที่มีเพิ่มมา และของหวานที่เป็นของหวานทำสด ๆ ตรงไลน์ของหวาน



สำหรับไลน์อาหารในวันที่เราไปรับประทานนั้นจะมีไลน์อาหารญี่ปุ่น 
ไลน์สลัด ไลน์อาหารไทย ไลน์ก๋วยเตี๋ยว ไลน์อาหารตะวันตก(พิซซ่า ขนมปัง ชีส)
ไลน์ซีฟู้ด (ยำทะเล และหอยแมงภู่)

เก็บรูปมาฝากพอหอมปากหอมคอ ตามมาดูกันเลย
ข้าวปั้นคำใหญ่มาก ตัดกำลังได้เลยทีเดียว





ไลน์สลัดนี่ขาดไม่ได้ ที่นี่มีน้ำสลัดให้เลือกกว่า 5 รสชาติ 


อันนี้เป็ดอบ(ดูเป็นเป็ดย่างแต่ป้ายเขียนเป็ดอบ) เนื้อเป็ดนุ่มอร่อยดีเหมือนกัน ไม่มีกลิ่นสาบเลย



เมนูนี้อกไก่ไวน์แดงน่าจัดมาก ๆ 



ผัดผักกุ้งมาเต็ม ๆ เมนูนี้หมดเร็วมากเราชะล่าใจว่าจะเดินมาตักอีกซักพัก 
พอเดินไปหมดแล้วเสียใจมากกกกกกก


ชอบสุดคือเมนูนี้ มันฝรั่งอบชีสสสสสส ชอบชีสยืด ๆ กินกับมันฝรั่งอร่อย ๆ อบเข้าเนื้อ ชอบจริง



ส่วนเมนูนี้ใครชอบพิซซ่าต้องชิม ๆ ที่นี่แป้งบางกรอบ มีเตาอบ ๆ ให้กินร้อน ๆ  ดีงามมาก







นี่เริ่มต้นนิดหน่อยแต่นี้เอง



จากนั้นก็เดินต่อ ตามมาด้วยบะหมี่น้ำใส ลูกชิ้นปลา และลูกชิ้นไก่ น้ำซุปรสชาติอ่อนหน่อย ๆ 



แต่ถ้าชอบถึงเครื่องต้อเมนูนี้ข้าวซอยไก่รสเข้มข้น เผ็ดถึงใจ



อย่าลืมปิดท้ายด้วยของหวาน เมนูของหวานชอบทุกอันบอกเลย
มูสมะม่วงนุ่ม ๆ อร่อย คาราเมลพุดดิ้งหอม ๆ เครมบูเล่ก็หอม ละนุ่มนิ่มอร่อย
นี่เดินกับไลน์ขนมหวานหลายรอบมาก
อ่อออ มีไอติมด้วยนะ แต่ว่าลืมถ่ายรูปมาให้ดู












แม้ว่าไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์ไม่หวือหวาเท่าไหร่
แต่ก็เรียบร้อยไปอีก 1 มื้อละวันนี้
แต่ถ้าอยากได้จัดเต็มต้องเป็นเสาร์ที่ 3 ของทุกเดือนนะคะ


สำหรับใครอยากลองมาที่นี่มาไม่ยาก นั่ง BTS ลงสถานีนานาทางออก 3 
จากปากซอยเดินเข้ามาได้นะประมาณ 500 เมตร
แต่ถ้าไม่อยากเดินก็เรียกพี่วินได้เลย

//www.aloftbangkoksukhumvit11.com/happening-at-crave

ชื่อร้าน : Crave Wine Bar & Restaurant
รายการอาหาร : Buffet
ที่ตั้งร้าน : Crave Wine Bar & Restaurant, กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 39.66" N 100° 33' 23.46" E







Create Date : 21 สิงหาคม 2560
Last Update : 22 สิงหาคม 2560 11:33:16 น.
Counter : 934 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  

Valentine's Month



i_am_fah
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]