<<
กันยายน 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
3 กันยายน 2548

มีทางออกแล้ว....ภาค 1

จากการที่มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายเข้ามาให้ได้ปวดหัวกัน ตอนนี้ก็มีทางออกที่ดีสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ของเรากันแล้ว.....ก็คือ เราตัดสินใจที่จะไปทำบ้านเก่าของเราให้ใหม่ (ทุบทิ้ง สร้างใหม่นั่นเอง) แล้วเราจะย้ายไปจากที่นี่ซ๊ะ จะได้หมดเรื่องไป

หายจากการเขียน blog ไปนาน ก็เพราะไม่อยากจะมานั่งคิด นั่งเขียน รื้อฟื้นเรื่องราวให้ต้องคิดมาก กับคนที่นี่ เพราะไม่อยากเอาเรื่องที่ผ่านมาแล้วมานั่งคิด ให้ตอกย้ำตัวเอง เพราะวัน ๆ ก็ต้องอยู่แต่ที่นี่ ไม่ได้ไปไหนเลย ยกเว้นวันอาทิตย์วันเดียว ที่จะออกไปบ้านของเราที่บางแคได้

แต่ตอนนี้เรามีทางออกกันแล้ว หลังจากที่มีเรื่องราวมากมายเข้ามา ถึงได้นึกถึง blog ของเราขึ้นมาอีกครั้ง นึกอยากจะเขียน (พิมพ์ ๆๆๆๆ ) ให้มันเมื่อยมืออีก กับเรื่องราวที่มันมีทางเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ไม่ใช่วัน ๆ ต้องหมกตัวอยู่แต่ที่นี่อีกต่อไป

ไอ้เรื่องที่ว่ามากมายนั่นน่ะเหรอ.....แรกเริ่ม เดิมที ก็นึกว่าเราคงคิดมากไปเอง กับไอ้ความรู้สึก ที่รับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งหลายแหล่ ว่าคนที่นี้ คนแถวนี้ เค้าไม่เป็นมิตรกับเราเลย ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร ไม่เคยไปสุงสิง นินทาว่าร้ายใคร หรือไปยุ่งวุ่นวายกับใคร แต่มันก็มีเรื่องมาหาเราจนได้ นึกไว้แล้วเชียว.....ผิดซ๊ะที่ไหน

ว่ากันตั้งแต่เช้าวันแรกที่แต่งงานเข้ามาที่นี่กันเลย เช้าลงมาก็ได้ยินเสียงจากข้างล่างว่าไม่รู้จักรีบเอารถออกไปซักที คนเค้าจะทำงานกัน จอดเกาะกะ (ทั้ง ๆ ที่ มันเป็นบ้านเรา) แต่เค้าขอเอาพื้นที่ข้างล่างบ้านเราใช้งาน....อยู่ข้างบนยังได้ยินเสียงว่าของพี่ชายเค้าลอยขึ้นมา พอลงไปก็พูดกับเราอีกอย่าง ประมาณว่ากลัวคนงานจะทำรถเราเป็นรอย ให้เอารถออกจากบ้านเช้า ๆ หน่อย พูดดีเชียว ผิดกับตอนก่อนที่จะลงมาอย่างกับหน้ามือ เป็นหลัง....

นับจากนั้นมา ก็มีเรื่องเล็ก เรื่องน้อย เรื่องจุ๊กจิ๊ก เข้ามาเป็นระลอก ๆ บ่อยมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่เราก็อยู่ส่วนเรา ไม่เคยไปยุ่งวุ่นวาย อะไรกับพวกเค้าเลย ก่อนหน้านี้ ตัวคนเดียว ก็ทนได้ มีอะไรมารบกวน ก็หยวน ๆ ทน ๆ ไป ไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากมาย ทำเฉยมาได้เกือบปีกว่า ๆ แต่หลังจากนั้น ก็มีเจ้าตัวเล็ก ที่นี้หละ เรื่องก็เริ่มสนุกขึ้นแล้ว

พอคลอดมาแล้ว คนที่มายุ่งมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นแม่สามี เรื่องแบบนี้ก็ไม่เท่าไหร่ รู้ว่าเค้าคงหวังดี ถึงมาคอยสั่ง คอยสอน ห้ามนู่น ห้ามนี่ อยู่ตลอด เรื่องแบบนี้ไม่ถือสา อันไหนเห็นว่าดี ก็ทำ เห็นไม่สมควร หรืองมงาย ก็ไม่เอา

แต่มันตั้งแต่ก่อนนี้แล้ว เรามองสีหน้าและแววตาเค้าออก ถึงเค้าจะแสดงความเป็นห่วง เป็นใย แต่สีหน้า และแววตาเค้าไม่จริงใจกับเราเท่าไหร่ เวลาอยู่บ้าน ช่วยงานที่บ้าน (ที่นี่เค้าทำโรงพิมพ์กัน) แต่เราแยกบ้านจากพวกเค้า แต่มันก็ใกล้กันแบบเดินหากันได้สบาย ๆ แล้วเค้ายังมาเอาพื้นที่ชั้นล่างบ้านเราใช้งานด้วย เลยต้องเจอกันทู๊กกกกกกวัน

คุณแม่สามีเธอก็จะใช้สายตาแบบแอบมองเรา ในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะเดินไปหยิบจับอะไร จะกิน จะนั่ง จะทำอะไรทุกอย่าง จะอยู่ในสายตาเค้าตลอดเวลา เราจับได้ว่าเค้าแอบมองเราอยู่บ่อย ๆ ไป มือเค้าก็ทำงานหละนะ แต่ตาเค้าก็แอบเหลือบมามองเราอยู่เรื่อย ๆ (ประมาณว่าก้มหน้าทำงานอยู่ด้วยแต่ตาเหลือบขึ้นมาครึ่งนึงมองน่ะ) .....ไอ้แรก ๆ เราก็นึกไปว่า เค้าคงเป็นคนมองคนแบบนี้เองแหละมั้ง ไม่ได้มีอะไรหรอก เพราะเค้าก็พูดดี ทำทีกับเรานี่นา

พอคลอดแล้ว เราก็ไม่ได้ลงไปช่วยงานเค้าอีกเลย เพราะต้องเลี้ยงลูกเอง มีแม่เราเองมาช่วยเลี้ยงเป็นบางวัน เค้าก็จะขึ้นมาดูทุกวัน (ก่อนหน้ามีลูก ก็ขึ้นมาสำรวจประจำอยู่แล้ว) คอยมาดูว่า กับข้าวสดที่เค้าซื้อมาให้ทำให้ลูกชายเค้ากินไปรึยัง มาเปิดตู้เย็นดูเลย หรือเห็นว่าซักผ้าอยู่ ก็จะมาถามว่า อาทิตย์นึกซักผ้ากี่หน รีดผ้ากี่หน เค้าน่ะ รีดได้ชั่วโมงละ 12 ตัวเชียวนะ (ขอโทษ เคยเห็นที่เค้ารีดให้ลูกชายเค้าแล้ว ตอนที่เราไม่สบายเข้า ร.พ. เค้าเลยรีดให้ ไม่ได้มีความเรียบเลย เราก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าเป็นคนรีด เราก็ดันไปว่าสามีเราว่า ทำไมไม่รีดเสื้อผ้าไปทำงาน) แล้วบางที เห็นเรารีดอยู่ แล้วเราเดินเข้าห้องน้ำไป เค้าก็มาสวมรอยรีดต่อ เหมือนกับจะทำให้เราดูว่าวิธีรีดเค้าเป็นยังไง เค้ารีดเร็วนะประมาณนั้น

แล้วก็จะคอยมาดูว่า ตื่นกี่โมง กินข้าวเช้ากี่โมง ข้าวกลางวันกี่โมง เย็นกี่โมง วัน ๆ ทำอะไรบ้าง กวาดบ้าน ถูบ้านยังไง แต่ทั้งหมดทั้งมวล เรื่องที่เค้าเห็นแล้ว ไม่โดนใจเค้า เค้าไม่ว่าเราหรอกนะ แต่เอาไปพูดกับคนงาน หรือคนอื่น ๆ ในซอย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เค้าเห็นในบางครั้ง บางมุม แล้วเอาไปคิดเอง ต่าง ๆ นา ๆ เพราะเราไม่ได้เป็นคนอย่างที่เค้าอยากให้เป็น เราเลยกลายเป็นคนไม่ดีไปซ๊ะงั้น

แถมยังมีพี่ชายตัวแสบของคุณสามีอีก ที่คอยพูดจาแต่ในแง่ไม่ดี ๆ คิดในแง่ลบกับคนอื่นเสมอ ๆ คอยพูด คอยตอกย้ำกับแม่เค้าอยู่อีกแรง เพราะเค้าอยู่บ้านเดียวกัน เราก็เลยยิ่งซวยไปกันใหญ่ จะกระดิกอะไรนิด อะไรหน่อย ก็เป็นเรื่องไปได้หมดเลย

เรื่องหนัก ๆ ก็มามีตอนช่วงนี้แหละ มีลูกแล้ว ต้องเลี้ยงเด็กอ่อนเนี่ย เอาการน่าดูเลย เด็กช่วงนี้ก็จะนอนซ๊ะเป็นส่วนใหญ่ พอดีลูกเราเป็นเด็กนอนยาก เสียงดังนิด ดังหน่อยก็สะดุ้งตื่นแล้ว แล้วบังเอิญที่นี่รอบด้านดันเป็นโรงงาน (ก็ของที่บ้านเค้านั่นแหละ) มีตึกว่างอยู่ 8 ห้องก็ไม่ไปทำกัน ต้องมาเอาข้างล่างบ้านเราทำงาน 3 ห้อง ให้เค้าเช่า 2 ห้อง เป็นของเราอยู่ อีกห้าห้องปล่อยไว้เฉย ๆ ไม่ยอมตกแต่งให้เรียบร้อย เห็นพูดมาหลายปีแล้วว่าจะทำก็ไม่ทำ พอเราคลอดก็คิดจะมาทำ ทีนี้ก็มีทั้งเสียงโรงงานข้าง ๆ ที่ให้เค้าเช่า เสียงก่อสร้าง และเสียงข้างล่างบ้านเราเอง สนุกหละ

พอเค้าเริ่มก่อสร้าง มันดังมาก แล้วเสียงงานด้านล่างบ้านเราก็ทั้งดัง และสะเทือนขึ้นมาถึงข้างบน เราต้องทนอยู่แบบปิดกระจกหน้าต่าง ประตูหมดบ้าน แอร์ชั้นที่เราอยู่เลี้ยงลูกก็ไม่มี จะมีก็แต่ในห้องนอน แล้วใครจะมานั่งเลี้ยงลูกอยู่แต่ในห้องนอนได้ล่ะ เค้าก็จะให้เราขึ้นมาเลี้ยงลูกบนห้องนอน หรือไม่ก็ให้เราย้ายกลับไปอยู่บ้านแม่เราก่อน สอง สามเดือน แต่ป่านนี้แม่ม ลูกเราปาไปจะเข้าแปดเดือนแล้ว ก็เท่ากับที่เค้าเริ่มก่อสร้างนั่นแหละ ยังไม่เสร็จเลย บอกมาได้ให้เราไปชั่วคราวสอง สามเดือนก็เสร็จแล้ว

เราถึงได้เอ่ยกับสามีว่า มันดังมากและสะเทือน ลูกนอนผวา ตื่นประจำ พอฝั่งเค้า 5 ห้องเริ่มเคลียพื้นที่ได้บ้าง ก็ขอให้เค้าย้ายเครื่องทำงานไปทำในที่ของเค้าเถอะ มันไม่ไหวจริง ๆ แม่สามีเค้าก็ขึ้นมาบ่อย ๆ เค้าก็ได้ยิน และรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองนะ ต่อหน้าเค้าก็พูดว่าเออมันดัง มันร้อน อย่างโน้น อย่างนี้ พูดเหมือนเห็นใจ และเข้าใจเรา แต่พอลับหลัง กลับเอาไปพูดว่า เสียงดังนิด ดังหน่อยก็ไม่ได้ เรื่องมาก เป็นอย่างงั้นไป ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ไปบอกไปกล่าวหรือบ่นอะไรกับเค้าสักคำเลย เค้าพูดเองหมด

แล้วก็ได้ย้ายเครื่องไปจนได้ เพราะสามี ไปจัดการบอกให้พี่ชายเค้าย้ายไปได้ แต่กว่าจะย้ายได้ก็ยืด ๆ รอดูหมอดูวันดีถึงจะย้ายได้ พอถึงวัน ก็ไม่ยอมติดต่อคนยกย้ายเครื่องมาก็ต้องรอไปดูวันดีใหม่อีก เจตนาอย่างที่รู้ ๆ คือเค้าไม่อยากย้ายไปนั่นเอง เค้าอยากให้บ้านเรามีส่วนร่วมน่ะ เหมือนเค้าเป็นโรคจิตอะไรสักอย่าง ที่ต้องให้คนนั้น คนนี้มีส่วนร่วมกับเค้าไปหมด ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลย

เพราะสามีเราเค้าก็ไม่อยากยุ่งอะไรกับกิจการโรงพิมพ์ที่บ้าน ตั้งแต่เรียนจบ เค้าก็ไปทำงานบริษัทข้างนอกที่เกี่ยวกับสาขาที่เค้าจบมาทำจนบัดนี้ พี่ชายเค้ายุให้ออกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมออก จนเราเข้ามาที่นี่ เราถึงได้รู้ว่าทำไมเค้าถึงไม่อยากมาข้องเกี่ยวกับที่บ้านเค้าเอง ขนาดพี่ชายเค้าสองคนทำกันอยู่เอง ยังทะเลาะกันแบบเอะอะ โวยวาย ได้ทุกวี่ ทุกวัน......

เรื่องที่พี่ชายเค้าทำน่าเกลียดมาก ๆ เรื่องนึงก็คือ เค้าอยากได้คนทำแบบกราฟิค พอดีลูกพี่ ลูกน้องเราทำได้ เราก็บอกให้มาสมัคร พอมาแล้ว รับมาทำแล้ว สอง สามวัน อยู่ดี ๆ มาบอกว่า งานน้อย ให้ไปสมัครอีกที่นึงเถอะ พอดีเป็นของเพื่อนเค้าลองไปสมัครดู ให้ออกไปสมัครเดี๋ยวนี้เลย แล้วให้เราเป็นคนพาไป ฟังแล้วเราไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนเลย ก็ต้องพาน้องไปกันสองคน....เฮ้อ

มันยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย บางเรื่องก็ลืม ๆ ไปบ้าง ส่วนเรื่องแม่สามีน่ะ ก็พอปลง ๆ ไปได้แล้ว แต่เมื่อเดือนที่แล้วนี่ มีเรื่องราวมากมายเข้ามาอีก มันจึงมีการตัดสินใจครั้งใหญ่ของสามีเรา ถึงได้มีทางออกกันสักที ...(ไปต่อภาค 2 กันนะ)









Create Date : 03 กันยายน 2548
Last Update : 4 กันยายน 2548 0:05:11 น. 0 comments
Counter : 215 Pageviews.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

iamebi
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add iamebi's blog to your web]