ครบรอบครึ่งปีกะ คุณแฟน ค่ะ

ตอนเที่ยงอยากกิน คาร์โบนาร่า ค่ะ ที่อร่อยที่สุดก็คงต้องเป็นที่ Greyhound ค่ะ คราวนี้ไปทานที่ สาขาสยามเซ็นเตอร์ แต่ว่าคุณแฟนเพิ่งกินข้าวเช้ามา ไม่หิว ก็เลยสั่ง แซลมอนแช่พริก อีกอย่าง





ตอนเย็น อยู่ดีดี ก็ดันเสี้ยนค่ะ อยากกินแนวสุกี้ ชาบู ก็เลยตัดสินใจ ไป Texas Suki สาขาเยาวราช










 

Create Date : 19 สิงหาคม 2553    
Last Update : 19 สิงหาคม 2553 23:24:25 น.
Counter : 211 Pageviews.  

ฉลองวันแม่ที่ฮ่องกงค่ะ

ออกเดินทางวันที่ 12 สิงหาค่ะ สายการบิน รอยัล จอร์แดน ไปถึงประมาณเย็นๆ ทางทัวร์ที่ซื้อแพคเก็จไป เลี้ยงข้าว 1 มื้อ ค่ะ เนื่องจากมีการเปลี่ยนสายการบินกะทันหัน ทำให้ไม่ได้นั่ง EK แสนสบาย

ตื่นเช้ามา เตรียม City Tour คะ แถมมากะทัวร์เหมือนกัน ตอนเช้าไม่มีอะไรค่ะ ไปสถานที่ที่เคยไปมาแล้วทั้งนั้น เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา เท่าไร
ก้มีไป Victoria Peak ไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ Repulse Bay ไปถ่ายรูปที่ Stanley Market ไหว้พระที่ วัดแชกงหมิว แล้วมีไปร้านกังหันค่ะ


ส่วนตอนบ่ายเป็นไคลแมกซ์ของงาน คือไหว้พระใหญ่ ขึ้นกระเช้านองปิง 360 องศาค่ะ


หลังจากนั้นก็ชิม Mango Pudding ของร้าน Honeymoon Dessert ค่ะ



วันนี้ตอนเย็นกินร้านก๋วยเตี่ยวชื่อร้าน Kai Kee ค่ะ อยู่แถวโรงแรมที่พัก พัก Holiday Inn Golden Mile ที่ จิมซาจุ่ยค่ะ

ของเราสั่ง ตามรูปเลยค่ะ เป็นบะหมี่ซีอิ๊ว มีลุกชิ้นปลาหมึกเด้งดึ๋ง อร่อยมากค่ะ แล้วก็สั่ง ฮื่อก้วยมาแบ่งกันกิน





จากนั้นก็เดิน Shopping แล้วล่ะค่ะ จะไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียดละกันนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวพื้นที่จะไม่พอ ราคาแบรนด์ถือว่าไม่แพงค่ะ ลดลงมาเยอะพอสมควร แต่ถ้าจะซื้อยี่ห้อ หรือร้านทั่วไปของฮ่องกงเนี่ย ทำใจเลยค่ะ แพงงงงงงงง

วันที่สาม วันเสาร์ค่ะ ตอนเช้านั่ง Taxi ไปประมาน 40 เหรียญค่ะ ไปย่าน Mongkok เพื่อทานโจ๊กฮ่องกงร้าน Sea View Congee สั่งโจ๊กหมูค่ะ แต่ดันมาเป็นหมูชิ้นๆ แต่เนื้อโจ๊กผ่าน ที่เยี่ยมไปกว่านั้นคือ ปาท่องโก๋ อร่อยมากกกกกกก แล้วมีน้ำเต้าหู้ร้อนๆ อร่อยค่ะ




แล้วก็เดินชอปปิ้งไปเรื่อยๆค่ะ ทริปนี้แทบไม่ได้ถ่ายรูปเลย ทั้งของกินและที่ท่องเที่ยว รู้สึกขี้เกียจยังไงก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะอากาศร้อนเหมือนเมืองไทยก็ได้มั้งคะ ไม่ทาครีมกันแดดนี่ไหม้ได้อะ

กลับไปแช่เท้าที่โรงแรม จากนั้น พร้อมไปทานข้าวเย็นแล้วคะ ร้านนี้เราจองไว้ ล่วงหน้า 1 อาทิตย์ โทรศัพท์จากประเทศไทยไป เพราะว่าไปกัน 9 คน ไม่รับจองทางอินเทอร์เน็ตค่ะ แล้วก็โทรไปคอนเฟิร์มอีกทีตอนเที่ยงค่ะ เตรียมแผนที่ร้านมาพร้อม ขึ้น MTR ไปลง สถานี Central แล้วก็เดินๆๆ สักพักก็ถึงค่ะ

ร้านตกแต่งหรูหราค่ะ ดูดี เมนูเต็มไปด้วยหน้าที่ประกาศรางวัลทั้งหลายของเค้า แล้วก็มาถึงการสั่งอาหารที่วุ่นวายค่ะ เราพูดภาษาอังกฤษ พ่อพูดจีนกลางได้นิดนึง การสั่งอาหารจึงเป็นไปสองภาษาค่ะ โชคดีที่โต๊ะข้างๆเป็นคนไทยที่มาพร้อมไกด์ เลยได้ล่ามช่วยคุยตอนสั่งปลานึ่ง

ห่านย่างค่ะ

หมูกรอบค่ะ


นกพิราบทอด


ซี่โครงหมูทอด


เต้าหู้อารายสักอย่าง


ผัดผัก


ปลานึ่งซีอิ๊ว


หอยเป่าฮื้อเป้นตัวๆ


หูฉลาม


ซุปถั่วแดงร้อน


ทาร์ตไข่


เค้กวันเกิดน้องค่ะ จาก Haagen Dazz


แล้วกลับไปชอปปิ้งที่เดิม แล้วกลับห้องนอนค่ะ

ตื่นเช้ามา ภารกิจก็ยังคงเป็นโจ๊กฮ่องกง คราวนี้ ไปร้านที่มี ไม่ลองไม่รู้ ตังเก อยุ่แถวๆ โรงแรมโนโวเทลค่ะ ร้านนี้สู้ร้านมะวานไม่ได้ค่ะ แต่ว่ามีดีตรงที่มีโจ๊กเป่าฮื้อค่ะ แล้วก็ไปชอปปิ้งเก็บตก กินน้ำมะม่วงปั่น ที่ฮิตๆของที่นี่ แล้วก็ซื้อหมูแผ่นร้าน Bee Ching Hiang มั้ง จำชื่อไม่ค่อยได้ ไปทานร้านอาหาร The sweet dynasty กินติ่มซำอร่อยดีค่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปกลับมา เพราะตอนไปนี่หิวมากกกกก ไม่มีอารมถ่ายอะไรทั้งสิ้น อร่อยๆๆๆ เสียดายไม่ได้กินของหวาน เพราะไม่ทันเวลา กลับโรงแรมไปขึ้นเครื่อง แล้วก็ถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพค่ะ

ร้านอาหารที่ไปทานทุกร้าน เครดิตลุงเด้ง แห่ง เว็บ Hongkongfanclub ค่ะ




 

Create Date : 19 สิงหาคม 2553    
Last Update : 19 สิงหาคม 2553 23:08:05 น.
Counter : 464 Pageviews.  

แชร์ประสบการณ์ Work&Travel อันยากจะลืมเลือนค่ะ Vol.6

หลังจากกลับจาก ดีซี ความอยากเที่ยวก็ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้นค่ะ เนื่องจากเมืองที่เราทำงานเนี่ย เป็นเมืองที่ Thomas Jefferson อยู่ค่ะ ขอเกริ่นถึงท่านหน่อยนะคะ ท่านเป็นคนเขียนคำประกาศอิสรภาพของอเมริกาค่ะ เป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 แล้วก็เป็นผู้ก่อตั้ง University of Virginia ค่ะ และสถานที่ที่เราจะไปเยี่ยมชมนั้นก็คือ บ้านของท่าน ค่ะ เรียกว่า Monticello เสียค่าเข้า 20$ ค่ะ ก็ต้องยอมเนอะ สถานที่ท่องเที่ยวเดียวในเมืองนี้ เราก็ต้องไปเหยียบกันหน่อย เดี๋ยวคนเค้าจะหาว่าไม่ใช่คนเมืองนี้
หลังจากซื้อตั๋วเสร็จแล้ว พี่พนักงานก็บอกให้พวกเราเดินเที่ยวเล่นไปก่อน เพราะว่ารอบเข้าบ้านของเราเป็นเที่ยงครึ่งค่ะ ที่ต้องแบ่งเป็นรอบ เพราะว่าจะต้องมีไกด์พาเดินชม แล้วก็อธิบายส่วนต่างๆของบ้านให้ฟัง ซึ่งก้อแน่นอนค่ะ ฟังไม่ทัน จับได้นิดหน่อย เพราะเค้าพูดเร็วมากกกกกก

อันนี้รูปสวนค่ะ


บันไดหลังบ้านท่านเจฟเฟอร์สันค่ะ

คุนไกด์ที่พูดเร็วค่ะ



ภาพเต็มๆของบ้าน


มุมสวยๆ








ขอถ่ายกับตากล้องนิดนึง



รูปนี้ดูโรแมนติกมากกกก แต่อยากเปลี่ยนคนที่นั่งข้างๆจัง



เด็กๆมาทัศนศึกษาอีกแล้ววว




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2552    
Last Update : 27 ธันวาคม 2552 20:03:38 น.
Counter : 101 Pageviews.  

แชร์ประสบการณ์ Work&Travel อันยากจะลืมเลือนค่ะ Vol.5

มาถึงเรื่องสำคัญ การวางแผนท่องเที่ยว สำคัญจิงๆนะ หลังจากที่เพื่อนๆเราเปลี่ยนแนวคิดมาเป็นแบบเรา แผนการเที่ยวอันเก่าที่เราเคยคิดเอาไว้ก่อนไปเมกา เป็นอันต้องพับเก็บ เพราะเราต้องขยายเวลาการเที่ยว ตอนแรก สัญญากับนายจ้าง คือเลิกทำงานวันที่ 31 May แล้วเที่ยวถึงวันที่ 10 June แล้วค่อยกลับ แต่มันไม่พอสำหรับเรา หลังจากเกลี้ยกล่อมเพื่อนๆสำเร็จ เราก็ต้องไปคุยกับนายจ้างก่อน เพราะว่าตามสัญญา มันเลิกตั้ง 31 แน่ะ ช้าไป เราก็เลยขอเลิกตั้งแต่วันที่ 23 มั้ง แต่ว่า manager ไม่ให้ บอกว่าต้องรอให้พ้นวัน memorial day ก่อน เพราะวันนั้นลูกค้าจะแน่นร้านมาก เป็นวันหยุดสำคัญของอเมริกา ดังนั้น วันสุดท้ายที่เราทำงานจึงเป็นวันที่ 25 อันนี้เป็นข้อดีอีกอย่างนึงของการตีซี้ manager เวลาคุยก็เลยง่ายหน่อย ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไร หลังจากได้วันทำงานวันสุดท้ายแล้ว ก็ต้องไปเคลียร์กับทาง agency ที่ซื้อตั๋วเครื่องบินด้วย วันบินกลับเมืองไทยยังเป็นวันเดิม แต่ว่าวันที่เราจะบินจาก Richmond ไป Sanfrancisco เปลี่ยนวัน อันนี้สำคัญมากที่เราเลือกบินกับ eva air เพราะเราสามารถ stop over @ Sanfran ได้ เราจึงประหยัดตั๋วที่จะบินจากฝั่งตะวันออก มาตะวันตกได้ เพราะเราจะเที่ยวฝั่งเราให้อิ่มหนำก่อนแล้วก็บินข้ามฟากไปเที่ยวฝั่งนู้น แล้วก็บินกลับกรุงเทพจากซานฟรานเลย โทรศัพท์ไปเมืองไทยให้เค้าเปลี่ยนวัน stop over ให้ได้ ก็เลยไม่มีปัญหาค่ะ

วางแพลนเสร็จไม่ทันไร ก็ต้องจัดกระเป๋าต่ออีกรอบค่ะ สำหรับทริปวอชิงตัน ดีซี ครั้งที่สอง คราวนี้วางแผนกันมาอย่างดี มีพี่ที่อยู่ที่แถบ Arlington ค่ะ ขับรถ Large SUV มารับกระเหรี่ยงอย่างพวกเราไปเที่ยวด้วยกัน ก่อนไป เราก็จองที่พักเอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยค่ะ ได้เป็น โรงแรม Four Points Sheraton ค่ะ สองห้องนอน คับแคบมากๆด้วย หรือเพราะคนเราเยอะก้อไม่รุ สาวๆทั้งหมด 4 คน แต่มีหนุ่มๆ ทั้งหมดห้าคน ค่ะ เพราะมีพี่ที่ Arlington มาเพิ่ม แล้วก็เพื่อนที่คณะที่มาซัมเมอร์ที่นี่ แล้วมาเที่ยวด้วยกันอีก ไปถึง Check In โรงแรมประมาณบ่ายสามกว่าๆ จอดรถเสียเงิน 25$ แล้วก็ออกเดินทางค่ะ ด้วย subway นี่แหละ ง่าย เร็ว และ ประหยัดค่ะ ไปหาอะไรมาเติมท้องก่อนลุยเที่ยวค่ะ ที่ China Town กลับมาร้านเดิมค่ะ Jackie Chan ที่คราวที่แล้วมากินกะสองหนุ่ม คราวนี้เลยพาเพื่อนๆมาลิ้มเป็ดด้วยกัน สรุปมื้อนื้หมดไปประมาน 80 $ แต่อิ่มมากกก พอหนังท้องตึง เราก็พร้อมที่จะออกลุยแล้วค่ะ แต่เอ๊ะ ไปไหนดีหว่า เอางี้ละกาน จากที่ เจ๊ตาคม ที่ Ihop แนะนำมา บอกว่าต้องมา National Zoo ที่นี่ให้ได้นะ เป็นสวนสัตว์ที่เจ๋งมากๆๆ เราก็เลยโอเช เชื่อเจ๊ตาคมละกาน ไปถึงผิดหวังสุดๆค่ะ สัตว์ทุกชนิดนอนหลับไปหมดแล้ว แถมเดินๆอยุ่ไม่ถึง หนึ่ง ชม ฟ้าฝนก็เริ่มไม่เป็นใจ ตกหนักเลยค่ะ และเนื่องว่าสมาชิกทั้งสิบคน มีร่มกันอยู่สองคัน ก็เลยให้สาวๆ สองคนค่ะ ส่วนตัวเราเอง ก็ต้องคอยถือร่มให้ตากล้องประจำทริปค่ะ เป็นห่วงยิ่งกว่าอะไรอีก ตาคนนี้ ป่วยหรือกล้องเจ๊งทีนี่ ทุกคนร้องไห้ ส่วนอีกสาวหนึ่งจำต้องเอาหมวกมาใส่แทนร่มค่ะ หนุ่มทีเหลือก็ช่วยเหลือตัวเองไปละกานนะ 555+ ออกจาก Zoo ได้ เราก็เซ็งกันค่ะ เหนื่อยเสียตัวแทบขาด แต่ไม่เห็นจะประทับใจอะไรเลย เขาดินบ้านเรายังดีซะกว่า แล้วก็เลือกกันต่อไม่ได้ค่ะ ว่าจะไปที่ไหนกันต่อดี เลยตัดสินใจกันได้ว่า งั้นเราไป สี่เหลี่ยมผืนผ้านั่นดีกว่า ไหนๆก็ยังเที่ยวตรงนั้นไม่ครบเลย เริ่มต้นที่เกาะกลางค่ะ Washington Monument ที่คราวที่แล้วพวกเรามาตอนกลางวัน ( ไม่นับสองหนุ่มกะหนึ่งสาว ) คราวนี้ก็เลยมาเก็บบรรยากาศกันตอนกลางคืนบ้าง ยังดูสูงเด่นเป็นสง่าท่ามกลางแสงไฟสีส้มเหมือนเดิมค่ะ รูปก้อเหมือนๆเดิม ขออนุญาตไม่ลงไว้นะคะ จากนั้นก็เดินไป Lincoln Memorial ก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมา World War II Memorial หลังจากถ่ายรูปเดียว รูปหมู่กันจนเต็มอิ่ม ก็เดินเข้าไปข้างในอ่าน ประกาศอิสรภาพสักหน่อย ก็ยังแปลไม่ค่อยออกอยู่ดีค่ะ ก่อนมาลืมศึกษาว่าเค้าเขียนไว้ว่าอะไรบ้าง เมื่อไม่มีอะไรแล้ว เลยเดินผ่าน Reflecting Pool กลับไป World War II Memorial แต่ไหงมาสิบคน แยกเป็น 2 2 2 และ 3 ซะงั้นอะ เนื่องจากบรรยากาศ Romantic ซะเหลือเกิน ก็เลยจับคู่กันเองแล้วแยกตัวไปซะงั้น แต่ไอ่เราก็ไม่มีเป็นตัวเป็นตน เลยต้องหง่าวก็สองหนุ่มหน้าเดิมๆแทน แล้วก็ถอนหายใจพร้อมกัน อยากมีคนรู้ใจว่าอยู่ด้วยที่นี่จัง เห็นด้วยอย่างยิ่งอะ ปกติก็ไม่ได้เหงาอะไร แต่คืนนั้นรุสึกเหงาเป็นพิเศษ เพราะที่นั่นเงียบ สงบ มีแต่คู่รักมาเดินคลอเคลียกัน น่าอิจฉาเป็นที่สุด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้คว้าฝรั่งแถวนี้มาสักคนก็กระไรอยู่อะ หลังจากดื่มด่ำบรรยากาศกันพอสมควร ก็ได้ฤกษ์กลับไปพักผ่อนแล้วละ เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้ามากกกกกกก


วันที่สอง ตื่นเร็วกว่าทุกครั้ง เพราะโปรแกรมวันนี้แน่นเอี้ยดสุดๆๆ ตามความคิดของข้าน้อยเอง 555+ จะได้ไม่ต้องมีทริป ดีซี ครั้งที่สามอีก ลำบากคนจัดอย่างข้าน้อยค่ะ เริ่มต้นด้วยการ ขึ้น subway เพื่อไปแถวๆสถานที่ที่เรากำลังจะไปกัน แล้วก็หา Breakfast กินก่อน แล้วก็ไปลงที่ Fast Food ที่น่าเบื่อที่สุดในโลก Burger King ค่ะ กินกันอย่างทำเวลา แล้วก็เดินทางสู่ Capital Hills ค่ะ แต่ยังไปไม่ถึงก็เจอรูปปั้นใครก็ไม่รุ้ หยุดพวกเราไว้ก่อนค่ะ



จนตอนนี้ก็ยังไม่รุ้ว่าเค้าเป็นใครค่ะ 555+
แล้วก็เดินต่อไปเรื่อยๆ ข้ามถนนไปข้ามมา ก็เจอแล้วค่ะ อาคารรัฐสภาของอเมริกาที่พวกเราเห็นกันบ่อยๆในหนัง อลังการงานสร้างเหมือนที่คิดไว้เลย



รูปอาจจะดู wide ไปสักหน่อย ที่เห็นคนเยอะๆข้างหลังนั่น เค้ามีทัศนศึกษากันค่ะ



เนื่องจากไมได้มีเวลาล้นเหลือ ก็เลยไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ๆ เก็บบรรยากาศเพียงแค่นี้ก็พอ เริ่มเข้าช่วงทัวร์ Smithsonian แล้วค่ะ ขอแนะนำที่แรกก่อน Air & Space Smithsonian ค่ะ ขอบอกก่อนว่าถ้าใครที่มา DC แล้วไม่ได้เดินเที่ยว Smithsonian นี่ ถือว่ามาไม่ถึงนะคะ มีเยอะมากแต่ที่พี่จิ๊บแนะนำไว้ มีสามที่ ค่ะ เพราะเวลาไม่ได้มีเยอะ แล้วทุกที่ก็เข้าฟรีค่ะ


รูปแสดงภายในห้องเคบิน



ภาพจากมุมบน



ดาวเคราะห์ต่างๆ



เดินไปสักพักก็ไม่รู้ว่าจะเดินอะไรต่อดี ก็เลยออกเดินทางต่อค่ะ เดินไปเดินมา เจอ Smithsonian Castle ซะงั้น เป็นเหมือนที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Smithsonian น่ะค่ะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน ไม่มีเวลาเช่นเคย ไม่ได้เดินเข้าไปดูข้างใน ถ่ายแต่รอบนอกค่ะ สวยมากๆ




สถานที่ต่อไปของเราก็คือ Natural History ค่ะ เป็นที่พลาดไม่ได้จิงๆค่ะ สำหรับที่นี่
ใหญ่มากๆ แล้วก็อลังการอะ ที่นี่เค้าจะแบ่งโซนเป็นยุคๆ ก็คือ ยุคหิน ยุคน้ำแข็ง ยุคปัจจุบัน อารายประมาณนี้ แล้วก็จะมีห้อง Soil , Jewelry จำไม่ได้เหมือนกันว่าแบ่งยังไงบ้าง ดูรูปแทนละกานนะคะ
อันนี้เป็นห้องแมลงค่ะ มีผู้ดูแลเค้าเอาแมลงพวกนี้ออกมาให้จับ แล้วบรรดาชายหนุ่มทั้งหลายก็เลยขอมั่ง แต่เราไม่กล้า คุณฝรั่งก็บอกว่า ไม่เปนไร ไม่มีอารายน่ากลัวเลยนะ ไม่สกปรกด้วย เค้าอาบน้ำให้มันวันละหลายๆรอบ เราก็เลยลองดู












เดินประมาณเกือบ สอง ชม. ได้ แต่ว่าหิวมากๆแล้วด้วย เลยเดินครบปุ๊ป ออกเดินทางกลับเลยค่ะ ไปยังสถานี subwayที่ใกล้ที่สุด



แล้วก็ตัดสินใจกันไม่ได้ซะทีว่าจะไปกินอารายดี ระหว่างร้าน Todai บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น หรือว่าจาเป็น ร้านอาหารเกาหลี สุดท้ายก็เลยไปบุฟเฟต์หมูย่างเกาหลีค่ะ หัวละ 20 $ แพงมากกกก ไม่น่าเลย ชื่อร้าน IL MEE ออกมาแถวๆเขตเวียนนา น่ะค่ะ แล้วก็เข้าไปชิมร้านเค้กเกาหลีด้วย อร่อยใช้ได้ แต่แพงไปหน่อย



ต้องประทานโทษด้วยนะคะ ที่ไม่มีหมูเกาหลีให้ดู เพราะว่าพอเข้าไปในร้านทุกคนไม่สนใจอารายเลย นอกจากกินๆๆๆ จนกินเสร็จแล้สค่อยถ่ายรูป 555+

และแล้ว ทริป Washington D.C. ครั้งที่สองก็จบลงเพียงเท่านี้ค่ะ




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2552    
Last Update : 27 ธันวาคม 2552 19:56:59 น.
Counter : 105 Pageviews.  

แชร์ประสบการณ์ Work&Travel อันยากจะลืมเลือนค่ะ Vol.4

วันต่อมา ตื่นกันแต่เช้าตรู่ เตรียมความพร้อมสู่การเดินทางค่ะ เนื่องจากว่า อยากเข้ากับบรรยากาศที่อเมริกา ก่อนออกเดินทางมะวาน เราก็เลยใส่รองเท้าบู๊ทมาเลยค่ะ หารู้ไม่ว่ามันต้องเดินเยอะมาก มะคืนก้อขาลากไปที ไม่เข็ด เพราะไม่มีรองเท้าคู่อื่นให้ใส่ ตอนเช้าเพียงแค่หย่อนขาลงไปในบู้ท เท่านั้นแหละ จะตายแล้วอะ ขอแนะนำสำหรับสาวๆเลยนะคะ ว่าควรจะหารองเท้าที่สวมใส่สบายที่สุดค่ะ ไม่งั้นจะเที่ยวไม่สนุก ยังดีนะที่บู้ทเราไม่มีส้น เลยยังพอไหว

ได้ฤกษ์ออกเดินทางค่ะ ออกจาก Marriott สุดหรู เราก็เข้าสู่สถานการณ์เดิมๆที่ยากจะตัดสินใจค่ะ ซึ่งก็คือการหาของกิน ขอบอกว่าลำบากสุดๆ เพราะอาหารที่นี่แพงมากกกก ดังนั้นร้านที่พวกเราเลือกก้อคงต้องเปน Junk Food ประทังชีวิตค่ะ Mcน่านเอง เบื่อจิงๆเลยร้านนี้ รีบๆยัดค่ะ เด๋วเที่ยวไม่ทัน แล้วก็ขึ้น subway ค่ะ โผล่มาแถวๆไหนไม่รุ้ แต่ว่าเดินไปเดินมา เอ๊ะ นั่นมัน White House นี่นา ก้อว่าทำไมถนนนี้มันไม่มีรถจอดเลย ตำรวจหน้าดุมากๆ แล้วก็เจอกลุ่มเด็กๆมาทัศนศึกษาด้วย อุตส่ามีความหวังว่าจะได้เหนโอบาม่าตัวจริงเหมือนเพื่อน แต่ปรากฏ ตอนที่เราไป ท่านไปอังกฤษพอดี อดเห็นเลย

ถ่ายมาได้แต่ด้านหลังของ white house เพราะขี้เกียจเดินไปอีกด้าน แต่มันก้อคล้ายๆกันอ่ะ ชัดกว่าด้วย เพราะด้านหน้ามีแต่ตำรวจอะ



แล้วก็เดินไปดูสวนดอกไม้สักหน่อย ขออวดรูปนิดนึง ปลื้มมากเลย รูปนี้นางแบบสวย 555+



ระหว่างทางเดินค่ะ ดูหม่นๆหน่อย



ภารกิจของเราไม่ได้สิ้นสุดที่ทำเนียบขาว หนทางยังอีกยาวไกลค่ะ ต้องพาเพื่อนๆที่ตามมาทีหลังไปดู เจ้าเสาโอบิลิสก์หน่อย แต่ไม่ได้เอารุปมาลงนะคะ เพราะรูปกลางคืนก็มีแล้ว เอาบรรยากาศโดยรอบแทนละกาน
สี่สาวค่ะ



แอบเห็นประสาทสีแดงข้างหลังแวบๆมั้ยคะ อันนั้นเปน Smithsonian Castle ค่ะ แต่ว่าทริปนี้เรายังไม่แวะ เพราะเวลามีไม่พอ ก็เลยไปดู อนุสรณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 Day View หน่อยค่ะ


ตั้งใจจะพาเพื่อนๆไปหาท่านลินคอล์นต่อด้วย แต่ว่าทุกคนเมื่อยแล้ว แล้วอยากเหนดอกซากุระมากกว่า เลยเลี้ยวซ้ายค่ะ ไปทาง Thomas Jefferson Memorial ที่อยุ่อีกฟากนึงของบ่อน้ำอารายก้อไม่รุ ระหว่างทางเดินมีแต่ดอกซากุระค่ะ สวยมาก
หาเจอแต่รูปนี้อ่ะค่ะ เลยไม่เหนบรรยากาศที่เต็มไปด้วยซากุระ



และแล้วพวกเราก้อฝ่ากองทัพคนมาถึงจนได้ Jefferson เค้าเป้นคนสำคัญคนนึงของอเมริกาเลยนะคะ


มีงานเทศกาลดอกซากุระด้วยนะคะ มีคอนเสิร์ต เพลงแนวอะไรก้อไม่รุเหมือนกัน อยู่ได้สักพักก็ไม่ไหวแล้วค่ะ ไม่ใช่เหนื่อยนะ แต่แบบว่าล่วงมาถึงบ่ายโมงแล้ว เราต้องทำงานบ่ายสามอะ ต้องรีบกลับค่ะ ดังนั้น ทริป DC ครั้งที่ 1 จึงต้องจบลงเพียงเท่านี้ค่ะ




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2552    
Last Update : 27 ธันวาคม 2552 19:46:37 น.
Counter : 108 Pageviews.  

1  2  
 
 

iamdiablo
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add iamdiablo's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com