::::: แก๊สหมด..พ่อครับช่วยผมด้วย : Daddy pls help me!!! :::::

ตุก ตุก ตุกๆ ตุกๆ ... เวรแล้ว เสียงเครื่องยนต์กระตุก บนถนนลาดพร้าวยามเย็นของวันอาทิตย์

ก่อนหน้านี้ เคยถามพ่อว่า อาการของแก๊สหมดมันเป็นยังไง

เพราะตั้งแต่ขับรถคันนี้มา ขับเป็นอย่างเดียว และไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้. . .



พ่อก็บอกว่า รถมันจะกระตุกๆนะ . . . บอกแค่นี่แหละ เราก็เหรอ อืม โอเครับรู้

แต่เหมือนเป็นลางสังหรณ์(ทั้งที่ยังไม่ลอยกระทง) ถามเบิกทางไว้สำหรับวันนี้

ก็จะอะไรซะอีก!! ขับกลับจากออฟฟิศ แหมจะถึงซอยลาดพร้าว1_1 แล้วเชียว

เครื่องยนต์ดันมาดื้อซะนี่ ตุก ตุก ตุกๆ ตุกๆ ชัวร์แล้วแน่นอน 100% ... แก๊สหมด ...


ทำไงดีละ บอกแล้วว่าขับเป็นอย่างเดียว

แต่เหมือนสวรรค์มีตา ช่วยคนดีอย่างเรายังขับได้อีกนิด เลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปอีกซอยหามุมจอด

จากนั้น (ไม่ต้องเดาเลยว่าเราจะทำยังไง) โทรหาพ่อสิครับท่าน พ่างๆๆๆ!!!

แต่ (ทำไมชีวิตมันต้องมีแต่)...เครื่องของพ่อดันแฮ้งท์ โทรไม่ติด คุณลูกก็กดๆๆๆๆ

ได้ยินก็แต่เสียงเลขาของพ่อตอบว่า...หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

โอ้ มาย กอด...ทำยังไงดีล่ะ คิดอะไรไม่ออก ก็เลยนอนหลับในรถซะเลย กร๊ากกก



ตื่นขึ้นมาโทรอีก...เลขาก็ขยันมาก ยังตอบประโยคเดิมๆ “หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

เลยตัดสินใจ แบกกระเป๋า & สัมภาระล้านแปดที่ชอบพกติดตัว ตุเรงๆๆ ข้ามถนนเรียกพี่วินไปส่งบ้าน

รอพ่อกลับมา....(ยังรอพ่อได้อีก...ไม่คิดจะแก้ปัญหาเองหรือไงไอ้บ๊อง)

พอคุณพ่อมาถึงแล้วได้รับรู้เรื่องราว ว่าลูกชายสุดที่รัก ปล่อยให้แก๊สหมด..

ท่านก็จัดให้ 1 ชุดใหญ่ หูชาไปเลย...อ่ะ อยากรู้ละสิเราทำไง...เราเหรอ ก็นั่งตีขิมปิดปากเงียบอะเซ่



จากนั้น พ่ออันเป็นที่รักยิ่ง ก็จัดแจงหยิบกุญแจรถแล้วถามตำแหน่งที่รถจอด แล้วก็ออกไปเลย

ส่วนเราตามไปไม่ทัน เลยรอประสานงานที่บ้าน...(มันน่าด่านัก...ลูกคนนี้)

หายไปนานมาก สักพักพ่อโทรเข้ามา บอกว่าช่วยหยิบมีดออกไปหาหน่อย จะให้ตัดเชือก

เราก็จัดแจงเสร็จสรรพ ก็ออกไป กว่าจะจัดการผูกได้ กว่าจะเรียกรถลากได้ ใช้เวลานานโขทีเดียว

แถมตอนลาก เชือกก็หลุดตั้ง 3 รอบ แต่พ่อก็สู้ตาย ...

( ตอนนั้นสงสารท่านจริงๆ และรู้สึกผิดมากขึ้นที่ทำให้ท่านต้องลำบาก...รู้นะพ่อเหนื่อย )



ครั้งสุดท้ายที่ลากได้ ก็วิ่งตุเรงๆเข้าไปในซอยลาดพร้าว1_1 พอดีมีปั๊มแก๊สในซอยจึงจัดการเติมเรียบร้อย

พอทุกอย่างเสร็จลง พ่อก็อารมณ์เย็นลง แต่นั่งเงียบตลอดทางจนถึงบ้าน . . . แป่ว

ลงจากรถเราก็ไหว้ขอบคุณ...พ่อก็อืม ม ม แล้วพ่อก็ไปอาบน้ำ เย็นสบาย

ก่อนนอนท่านก็เดินมาหาที่ห้องแล้วบอกว่า...

"ประตูห้องเนี่ย หัดล็อกซะบ้าง ไม่ล็อกเดี๋ยวใครก็มาเปิดขโมยของไปหรอก เราเนี่ยชอบไม่ปิดประตู ฯลฯ"

ฮ่าๆๆ แกล้งมาบอกเรื่องประตูอะเซ่...ที่จริงอยากมาดูลูกว่านอนหรือยัง ใช่ป่ะ



“รักพ่อมากที่สุดในโลกเลย”



น้านๆๆๆ กำลังจะเอาเรื่องลงบล็อค พ่อยังเปิดประตูมาหา แล้วบอกว่า

ทำไมยังไม่ปิดประตูอีก....




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2550   
Last Update : 21 ตุลาคม 2550 22:20:34 น.   
Counter : 1849 Pageviews.  


::::: คุณรู้จักหมู่เลือด Rh- Negative ดีแค่ไหน :::::

หลายคนคงจะรู้แล้วว่าตัวเอง มีกรุ๊ปเลือดอะไร A , B , AB และ O แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่ากรุ๊ปเลือดของตัวเองมี Rh+ หรือ Rh- ต่อท้ายหรือเปล่า



ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติให้ข้อมูลว่า ทั่วไปคนเรามีหมู่เลือด 2 ระบบ คือ ระบบเอบีโอ(ABO System) และ ระบบอาร์เอช(Rh System) จำแนกตาม แอนติเจน(Antigen - สารที่เคลือบอยู่บนเม็ดเลือดแดง)

ในระบบ ABO จะแบ่งออกได้ 4 กรุ๊ปคือ A , B , AB และ O โดยที่ กรุ๊ป O พบมากสุด, A กับ B พบพอๆ กัน และ AB มีน้อยที่สุด

ในระบบ Rh จะแบ่งเป็นสองพวก
1. +ve หรือ Rh+ve คือ พวกที่มี Rh (Rhesus) Antigen บนเม็ดเลือดแดง พบมากในคนไทยเกือบทั้งหมด

2. -ve หรือ Rh-ve คือ พวกที่ไม่มี Rh (Rhesus) Antigen บนเม็ดเลือดแดง พบน้อยมากในคนไทยแค่ 0.3% บางครั้งเรียกว่า ผู้มีโลหิตหมู่พิเศษ จะพบมากขึ้นในชาวไทยซิกข์ อินเดีย หรือชาวต่างชาติ



แต่คนทั่วไปเข้าใจว่า พอรู้กรุ๊ปเลือดตัวเองว่าเป็น A , B , AB และ O แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่บนพื้นผิวของเม็ดเลือดแดงเดียวกัน ยังมีสาร C, D และ E ที่เป็นตัวกำหนดหมู่เลือดในระบบอาร์เอช ซึ่งมีอยู่ 2 หมู่คือ Rh+ (Rh + Positive) และ Rh- (Rh - Negative)

ในคนไทยส่วนใหญ่ 99.7 เปอร์เซ็นต์ ค่า Rh+ ขณะที่ค่า Rh - มีเพียง 0.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงเรียก หมู่โลหิต Rh-เป็นหมู่เลือดพิเศษ ซึ่งอันตรายมากหากเกิดอุบัติเหตุ เพราะจะหาได้ยากมาก มันจึงมีความสำคัญมากในบ้านเรา


การให้ และการรับเลือดในหมู่เลือด

คนเลือดกรุ๊ป Rh-ve ต้องรับจาก -Rh-ve เท่านั้น (หากคนเลือดกรุ๊ป Rh-ve รับเลือดจาก Rh+ve อาการข้างเคียงจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น ในครั้งถัดๆไป)


คนเลือดกรุ๊ป O รับได้จาก O เท่านั้น แต่ให้กับกรุ๊ปอื่นได้ทุกกรุ๊ป



คนเลือดกรุ๊ป AB รับได้จากทุกกรุป แต่ให้คนอื่นได้เฉพาะคนที่มีกรุ๊ป AB


คนเลือดกรุ๊ป A รับจาก A,O แต่ให้ได้กับ A,AB


คนเลือดกรุ๊ป B รับได้จาก B,O แต่ให้ได้กับ B,AB


ถ้าเกิดกรณีฉุกเฉิน ผู้ป่วยต้องการ Rh- ในจำนวนมากเพราะว่ากำลังตกเลือดอย่างหนัก ก็มีวิธีแก้คือให้ Rh+ เข้าไปก่อน พอผู้ป่วยดีขึ้น เลือดเริ่มหยุดไหลแล้ว ผ่าตัดเย็บแผลแล้ว ค่อยเอา Rh- ที่มีไม่มากนักใส่เข้าไปตบท้าย เพราะ Rh+ที่ใส่เข้าไปในตอนแรกมันไปหล่อเลี้ยง แต่หลังจากนั้นมันจะออกมาเพราะตกเลือด

แต่การที่จะให้ Rh+ กับผู้ป่วยที่เป็น Rh- นั้น ทำได้แค่หนึ่งครั้งเท่านั้น เพราะว่าร่างกายของผู้ป่วยเป็นเนกาทีฟ พอรับเอาเลือดโพสิทีฟเข้าไป มันจะมีการสร้างแอนตี้บอดี้ ทำให้เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย ถ้าให้ครั้งต่อไปอาจทำลายจนถึงขั้นตายได้


หมู่เลือด Rh หรือ Rh แฟกเตอร์ ( Rh blood group or Rh factor )

1. หมู่เลือด Rh เป็นหมู่เลือดที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงเวลาถ่ายเลือด

2. คนไทยมีหมู่เลือด Rh+ เกือบ100% ส่วนหมู่เลือด Rh- พบน้อยมากประมาณ 1 ใน 500 คนเท่านั้น

3. หมู่เลือด Rh+ หมายถึง เลือดที่เม็ดเลือดแดงมีแอนติเจน D อยู่ แต่ไม่มีแอนติบอดี้ในน้ำเลือด

4. หมู่เลือด Rh- หมายถึง เลือดที่เม็ดเลือดแดงไม่มีแอนติเจน D และในน้ำเลือดก็ไม่มีแอนติบอดี้ด้วย แต่สามารถสร้างแอนติบอดี้ได้เมื่อได้รับแอนติเจน D

ดังนั้นในการถ่ายเลือดให้ผู้รับ หากผู้ให้เป็นหมู่เลือด Rh+ และผู้รับเป็นหมู่เลือด Rh- ในครั้งแรกผู้รับจะไม่เป็นอะไร เนื่องจากแอนติบอดี้ ที่เกิดขึ้นยังมีน้อย

แต่ถ้าให้เลือดครั้งที่ 2 ผู้ให้เป็นหมู่เลือด Rh+ อีก จะเกิดอันตรายเนื่องจากแอนติเจน D จากผู้ให้จะกระตุ้นให้ผู้รับสร้างแอนติบอดี้ได้มาก และแอนติบอดี้ จะจับตัวกับแอนติเจน D ที่ผิวเม็ดเลือดทำให้ตกตะกอนเป็นอันตรายถึงตายได้

5. ชายมีหมู่เลือด Rh+ แต่งงานกับหญิงมีหมู่เลือด Rh- ลูกจะมีหมู่เลือด Rh+ เนื่องจาก Rh+ เป็นลักษณะเด่น

ลูกคนแรกจะปลอดภัยเนื่องจากเซลล์เม็ดเลือดแดงของลูกพลัดหลงไปในระบบเลือดของแม่ผ่านทางรก กระตุ้นให้แม่สร้างแอนติบอดี้ต่อต้านเม็ดเลือดของลูกขึ้นมา แต่ในปริมาณน้อยและช้า




แต่ถ้าท้องถัดไป ถ้าลูกเป็น Rh- ก็จะไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าลูกคนที่สองเป็น Rh+ อีก โอกาสเสี่ยงสูงมากในการเกิดโรคแทกซ้อน เช่น ภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง บางรายอาจถึงขั้นตาย


เพราะลูกคนต่อไปจะได้รับอันตรายจากแอนติบอดี้ของแม่ เนื่องจากแม่สร้างแอนติบอดี้ได้มาก เมื่อเลือดแม่ส่งอาหารเข้าไปเลี้ยงทารกโดยผ่านทางรก แอนติบอดี้ของแม่จะทำปฏิกิริยารวมตัวกับแอนติเจน ที่ผิวเม็ดเลือดแดงของลูก ทำให้เลือดลูกตกตะกอน และลูกจะตายก่อนเกิด โรคนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า อีรีโทรบลาสโทซิสฟีทาลิส ( erythroblastosisfetalis )

ดังนั้นถ้ารู้ว่าตัวเองมีกรุ๊ป Rh- แล้วเกิดตั้งท้อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเตรียมป้องกันแต่เนิ่นๆ

แต่ที่เป็นปัญหาอยู่ในตอนนี้ จำนวนผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษทั่วประเทศรวมกันไม่ถึง 6,000 คน แบ่งเป็นที่ศูนย์ในกรุงเทพฯ 2,898 คน และในต่างจังหวัดอีก 2,246 คนเท่านั้น

จึงอยากจะเชิญเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆทุกท่าน ที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน ไปร่วมกันบริจาคเลือดช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แล้วถ้าคุณมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ ชาวพวกเขาไปด้วยจะดีมาก เพราะกลุ่มคนเหล่านี้โอกาสจะมี Rh- ค่อนข้างมาก และถ้าใครยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็น Rh+ หรือ Rh- เพียงแค่ไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทย คุณก็จะได้รู้ทันทีว่ามีหมู่เลือดพิเศษหรือเปล่า

สามารถติดต่อชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่เลือดพิเศษได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร 0-2252-1637, 0-2263-9600 ต่อ 1770, 1752, 1753 หรือ //www.rh-negative.com


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

นสพ.กรุงเทพธุรกิจ เซคชั่น จุดประกาย
//ittirak.com/show.php?No=1767

//bangkokhealth.com/consult_htdoc/Question.asp?GID=16795




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2550   
Last Update : 7 สิงหาคม 2550 1:29:38 น.   
Counter : 213137 Pageviews.  


::::: อย่าทำเรื่องรัก...ให้เป็นเรื่องยาก :::::

ไปดูหนังเรื่อง "พลอย" ผลงานกำกับชิ้นล่าสุดของ ต้อม เป็นเอก รัตนเรือง ด้วยความที่ชอบบทภาพยนต์เป็นพิเศษ จึงไม่ลังเลใจที่จะตีตั๋วราคา 80 บาทเข้าไปชม




เป็นเรื่องราวของ "พลอยวิทย์และแดง" คู่สามี-ภรรยา แต่งงานอยู่ด้วยกันมา 7 ปี เมื่ออยู่ด้วยกันนานมากขึ้น ความรู้สึกระแวงว่าอีกฝ่ายจะไปมีใคร หรือว่าจะหมดรักกันหรือยัง ย่อมเกิดขึ้นเป็นของธรรมดา

วันหนึ่งทั้งคู่ต้องบินกลับจากอเมริกาด่วน เพื่อมาร่วมงานศพของญาติผู้ใหญ่ที่เมืองไทย เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง หลังจากเช็คอินเข้าห้องพักแล้ว เวลาตีห้ากว่าๆ "พลอยวิทย์" ก็ลงไปนั่งซื้อบุหรี่ข้างล่าง ก่อนจะมานั่งสูบตรงเคาเตอร์บาร์ ปล่อยให้ภรรยาอยู่บนห้อง ขณะที่อีกมุมหนึ่ง "พลอย" เด็กสาววัย 19 ปี เดินเข้ามาขอบุหรี่สูบ ทำให้ทั้งคู่ได้ทำความรู้จัก



"พลอย" เธอรอแม่มารับ ด้วยความเอ็นดู "พลอยวิทย์" จึงชวนเด็กสาวขึ้นไปรอบนห้องพัก ให้ไปล้างหน้าล้างตา พักผ่อน โดยที่ไม่ได้คิดอะไร ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก คนทั้งสามก็ได้เจอกัน ด้วยภาพลักษณ์ของเด็กสาวหัวฟูแปลกแหวกแนว สูบบุหรี่ ไม่แคร์ใคร พาลสร้างความสงสัยให้กับ "แดง" ว่าสามีของเธอพาเด็กสาวที่ไหนขึ้นมา ด้วยความขี้ระแวงว่าเรื่องความรักของเธอจะเปลี่ยนไป เลยเป็นที่มาของเรื่องราวต่างๆมากมาย.....

เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นยังไง...ไปชมเอาเองนะครับ

แต่สิ่งที่อยากจะเขียน คือสิ่งที่ได้หลังจากชมหนังเรื่องนี้ มีอยู่ตอนหนึ่ง ตัวละครระหว่าง เด็กสาวพลอย และ วิทย์ คุยกันในห้องพัก หลังจากที่เขากับภรรยามีปากเสียงกันนิดหน่อยในเรื่องของความไม่ไว้วางใจกัน



พลอย - พี่..ความรักมีวันหมดอายุด้วยเหรอ ?

วิทย์ - มีสิ....

พลอย - เหมือนปลากระป่องป่ะพี่ ?

วิทย์ - ไม่เหมือนหรอก ปลากระป๋อง มีวันหมดอายุเขียนไว้ข้างกระป๋อง แต่ความรัก ไม่มีเขียนไว้ รอลุ้นเอาเองว่ามันจะหมดลงวันไหน!!

ไดอะล็อกตรงนี้ ทำให้ผมคิดได้ว่า เออมันก็จริงเนอะ ความรักมันก็มีวันหมดอายุของมัน เพียงแต่เราไม่รู้ว่ามันจะหมดลงวันไหน และถ้าเราไม่อยากทำให้มันหมดอายุ เราก็ต้องดูแลมันให้ดีๆ คอยเอาใจใส่ ถ้ากลัวมันหมดอายุ ก็เอามันมาแปรรูป ขยายเวลาการเก็บรักษา อย่าไปมัวนั่งนับวันรอว่าจะหมดอายุเมื่อไหร่ แต่ให้นึกถึงเสมอว่า เราจะทำอย่างไรให้ความรักของเราคงอยู่ไปได้ตราบนานเท่านาน เท่านั้นก็พอ

เราต้องเข้าใจความเป็นผู้ชาย และ ผู้หญิง การที่ผู้ชายเค้าไม่พูด ไม่ได้แปลว่าไม่รัก เพียงแต่การแสดงออกมันไม่ชัดเจน เลยทำให้ฝ่ายหญิงไม่แน่ใจ ก็เลยได้แต่เฝ้าถามว่า รักไหม รักไหม ยังรักกันอยู่ไหม...ซึ่งธรรมชาติของผู้ชายไม่ชอบการถูกถามย้ำ สุดท้ายนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้ง

ขณะที่ฝ่ายหญิง ก็ต้องการการแสดงออกถึงความรัก ไม่จำเป็นต้องพูด แต่ขอให้แสดงให้รู้สักนิดว่าเรายังรักกันอยู่นะ ต่อให้ 100 คำรักแต่จะสู้อะไรได้กับ หนึ่งการแสดงความรู้สึกที่ออกมาจากหัวใจจริงๆ

ลองคิดดูกันนะครับว่า...ผมพูดถูกไหม

และอีกอย่างที่ได้จากหนังเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะเป็นธีมหลักของหนัง เวลาที่คู่รักมีปัญหาทะเลาะกัน สิ่งที่อยากจะให้ทำ คือต้องหันหน้าคุยกันด้วยความเข้าใจ อย่าต่างคนต่างคิดไปเอง ตีความไปเอง สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด จริงๆแล้วมันอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้ เพราะถ้าต่างคนต่างคิดทึกทักเอาเอง อาจนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายๆแบบในหนังก็ได้

เพียงแค่หันหน้าคุยกันด้วยภาษาของหัวใจ....แล้วคุณก็จะรู้เองว่า การจัดสรรความรักให้ลงตัวไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากเลย

"อย่าทำเรื่องรัก.....ให้เป็นเรื่องยาก"




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2550   
Last Update : 12 มิถุนายน 2550 0:07:39 น.   
Counter : 2681 Pageviews.  


::::: ไม่มีเวลาจริงหรือ :::::

ว่ากันว่า หลายๆคนในยุคปัจจุบันนี้ มัววุ่นวายอยู่กับการทำงาน โดยไม่ยอมแบ่งเวลาเหลียวหลังมองถึงบุคคลที่รักและห่วงใยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน หรือแม้กระทั้งคนรัก !!!


จงอย่าพูดว่า "ไม่มีเวลา" เพราะทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่า ๆ กัน ไม่มีใครมีเวลามาก และไม่มีใครมีเวลาน้อยไปกว่านี้


พระพุทธเจ้าสอนว่า ทุกคนมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่าๆ กันนะ แต่คนไหนที่มัวแต่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงาน ไม่ยอมแบ่งปันเวลาให้กับใครแม้กระทั่งตัวเอง แล้วเมื่อเป็นแบบนี้ การที่คุณบริหารไม่ได้แม้กระทั่งเวลา 24 ชั่วโมงของตัวเองในแต่ละวัน แล้วคนๆนั้นจะบริหารอะไรได้ในชีวิต


มีคำแนะนำง่ายๆ ให้แบ่ง "เวลา" ในแต่ละส่วนให้เหมาะสม

8 ชั่วโมงเพื่อการทำงาน ความก้าวหน้ามั่นคงในชีวิต
8 ชั่วโมงเพื่อพักผ่อน เก็บแรงไว้ต่อสู้กับการงานและอุปสรรคในวันพรุ่งนี้
5 ชั่วโมงเพื่อการเดินทาง ทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน
2 ชั่วโมงเพื่อโลกส่วนตัวของตัวเอง
59 นาที สำหรับดูแลและรักษาความสะอาดของที่อยู่อาศัย และช่วยเหลือสังคม ( เท่าที่พึงจะทำได้ )


และที่สำคัญที่สุด 1 นาทีของคุณ เพื่อมอบให้กับคนที่รักและห่วงใยคุณ โดยไม่นำเวลาอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเพียง 1 นาทีนี้ มันมีค่ามากมายในความรู้สึกของพวกเขาเหล่านั้น


แล้ววันนี้..คุณจะยังอ้างเหตุผลว่า " ไม่มีเวลา " อีกหรือ ?




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2550   
Last Update : 9 มิถุนายน 2550 23:26:48 น.   
Counter : 914 Pageviews.  


::::: Rip current กับหายนะหาดแม่รำพึง :::::

เป็นที่รู้กันดีว่า"หาดแม่รำพึง" จ.ระยอง มีการโจษจันกันอย่างแพร่หลายในประเด็นของความอาถรรพ์ ทุกๆปีจะต้องมีผู้เสียชีวิต ไม่ว่าข่าวจะออกมามากมายอย่างไร แต่ทำไมผู้คนยังไม่เข็ดกัน แวะเวียนไปเที่ยวตลอดทุกปี

ล่าสุดสังเวยไปอีก 2 ศพเมื่อต้นเดือน พ.ค. 50 ที่ผ่านมา ลงข่าวกันเกรียวกราว "วริญญา"สาวน้อยวัย 16 ปีจากกทม.ดั้นด้นพาตัวเองมาเที่ยวที่หาดแม่รำพึงกับครอบครัว ลงเล่นน้ำท่ามกลางคลื่นลมแรงก่อนที่จะซัดพาร่างของเธอลอยห่างออกไปจากฝั่งและจมหายไปต่อหน้าต่อตา แล้วก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา



ความสูญเสียยังไม่ทันจางหาย 2 วันต่อมา หาดแม่รำพึง ก็แผลงฤทธิ์อีกครั้ง คราวนี้เป็นเด็กหนุ่มวัย 18 ปี เพิ่งจบม.6 จากโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ หลังจบการศึกษา "วัชริน"และเพื่อนๆกว่า 20 คนนัดกันมาเที่ยวทะเลเลือดแห่งนี้ ตั้งแต่เช้าลงเล่นบอลที่ชายหาดบริเวณลานหินขาว ก่อนลงเล่นน้ำกับเพื่อนๆ แล้วกระแสคลื่นก็ดูดจมหายไปในทะเล 3 คน ช่วยขึ้นมาได้ 2 คนบาดเจ็บเล็กน้อย

แต่"วัชริน"หนุ่มอนาคตไกล มือกลองวงดนตรีไทยของโรงเรียน ต้องมาจบชีวิตลงที่นี้! บางคนบอกว่าเด็กเป็นตระคิว เพราะก่อนลงเล่นน้ำร่างกายกำลังร้อนหลังเล่นฟุตบอล พอลงไปแช่น้ำที่กำลังเย็นจัดร่างกายก็ปรับสภาพไม่ทัน แต่สาเหตุจริงๆแล้วคืออะไร ไม่มีใครรู้ได้ !!!

แต่มีการศึกษาอยู่เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากถึงลักษณะของคลื่นน้ำทะเล ว่าที่ หาดแม่รำพึง น่าจะมีลักษณะเกิดจาก Rip Current คือกระแสน้ำที่พัดในแนวตั้งฉากกับชายฝั่งแล้วตีกลับออกทะเล โดยจะมีอุปสรรคใต้น้ำปิดกั้นไม่ให้ไหลกลับคืนท้องทะเลได้สะดวกนอกจากบางช่องทางเท่านั้น

หรือเกิดจากการที่น้ำทะเลไหลพัดมาปะทะแล้วไหลย้อนกลับ ออกไปในทะเล อุปสรรคเช่น แนวหิน แนวปะการัง หรือสันทรายที่อยู่ใต้น้ำ แนวหินหรือแนวปะการังมักจะอยู่คงที่ และเจ้าหน้าที่สามารถเตือนกันได้ แต่แนวสันทรายมักจะมีการเคลื่อนที่ พังหรือก่อตัวขึ้นใหม่ ทำให้การป้องกันได้ยาก

อันตรายของ Rip Current จะเกิดกับคนที่ไม่รู้วิธีรับมือเมื่อตกเข้าไปในกระแสของมัน เพราะธรรมชาติของคนเรามักจะว่ายน้ำสวนทวนกระแสของ Rip Current พอว่ายเข้ามาเรื่อยๆก็มักจะแพ้และหมดแรง ถ้าหากว่าไปเล่นน้ำทะเลแล้วเจอกับ Rip Current แนะนำว่าอย่าว่ายสวนกระแส แต่ให้ว่ายไปในระนาบของชายฝั่ง มันจะทำให้เราหลุดพ้นจากกระแสได้ หลังจากนั้นจึงค่อยว่ายเข้าฝั่งเมื่อรอดพ้นจากอิทธิพลของมัน

Rip Current มักเกี่ยวพันกับฤดูกาล และสภาพอากาศหลังฝนตกหนัก หรือ ช่วงวันที่คลื่นน้ำทะเลปั่นป่วน มักจะมีผลให้ทรายตามชายหาดพังไหลย้อนลงไปตกตะกอนนอกแนวขอบชายฝั่งทะเล ทรายเหล่านี้เองก็จะก่อตัวเป็นสันทรายใต้น้ำที่ขัดขวางการไหลย้อนกลับของน้ำทะเลที่ถาโถมเข้าฝั่งด้วยอิทธิพลของคลื่น น้ำทะเลจำนวนมากถูกบังคับให้ไหลกลับออกไปในช่องเปิดของสันทราย และกลายเป็น Rip Current ที่มีอานุภาพพร้อมจะคร่าชีวิตของคนที่ไม่รู้จักมัน

ดังนั้น !!! หลังฝนตกหนัก หรือ หลังจากวันที่ทะเลปั่นป่วน ควรงดลงเล่นน้ำทะเลสัก2-3วัน เพราะหลังจากนั้นสันทรายทะเลที่เกิดขึ้นจะพังและทราย ก็จะถูกหอบขึ้นมากองบนหาดทรายตามเดิม

1. เวลาน้ำพัดเข้าฝั่งมันจะมาแบบนี้



2. เวลามันกลับจะเป็นแบบนี้



3. หากเจอ Rip Current ให้ว่ายไปในระนาบของชายฝั่ง


ตัวอย่างที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น


ถึงแม้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวที่ชายหาดแม่รำพึง จะยังไม่มีการพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากอะไร แต่เมื่อมีการค้นคว้าหาความรู้มาประกอบ ก็น่าจะศึกษาไว้ก็ไม่เสียหายอะไรใช่ไหมครับ

ล่าสุดหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องของจ.ระยองได้หารือและมีความเห็นตรงกันว่า เหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นมักจะมาในช่วงที่มีลมมรสุม คือช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม เป็นช่วงอันตรายของหาดแม่รำพึง จึงเห็นชอบให้ดำเนินตามมาตรการในช่วงที่มีมรสุมดังนี้ คือ

1. จัดกำลังบีชการ์ดประสบการณ์เข้มเฝ้าระวังตามจุดอันตรายต่างๆ

2. ทำป้ายเตือนให้เด่นชัดพร้อมติดตั้งธงสีต่างๆเตือนให้ทราบจุดอันตราย

3. จัดชุดสายตรวจเคลื่อนที่เร็วของอุทยานฯเขาแหลมหญ้า ตรวจตราบริเวณชายหาดตลอดเวลา

4. ทำทุ่นวางในทะเลบริเวณที่มีร่องน้ำใต้ท้องทะเล เป็นทุ่นที่จอดเรือและนักว่ายน้ำใข้เกาะพยุงตัวได้

ต้องขอขอบคุณส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ เป็นข้อมูลที่ได้มาจาก forward mail รวมทั้งมีการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมใน //www.ripcurrents.noaa.gov/ เรื่องของธรรมชาติไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นทะเลที่ไหนๆ ก่อนลงเล่นน้ำควรระวังตัวเองไว้ก่อนก็เป็นเรื่องดี รู้เขารู้เรา สติและความไม่คะนองมีส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้ชีวิตของเรารอดปลอดภัย

หวังว่าจากนี้ต่อไป คงไม่ได้ยินข่าวนักท่องเที่ยวตกเป็นเหยื่อสังเวยชีวิตให้ที่นี้อีกนะครับ "ทะเลเลือด....หาดแม่รำพึง"
เครดิตขอบคุณ

คุณ Kamas จากเวป pantip.com

//www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5387788/X5387788.html

//www.ripcurrents.noaa.gov/






 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2550   
Last Update : 15 พฤษภาคม 2550 11:25:52 น.   
Counter : 8055 Pageviews.  


1  2  

ตัวเรา
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




[Add ตัวเรา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com