เดี่ยว อิสระ มีสุข
 
 

ทำไมฉันจะไม่คิดถึงเธอ

"ไม่คิดถึงกันบ้างเหรอ เงียบหายไปนานเลยนะ
มีอุบัติเหตุเกิดใกล้ๆ ที่เราอาศัยอยู่เธอก็ไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ เงียบหายไปเลยนะ ตั้งแต่วันนั้นวันที่ฉันเล่าความจริงให้เธอฟังว่าฉันกำลังคบหากับใครบางคนอยู่ ฉันคิดอยู่ไว้แล้วล่ะว่าฉันบอกความจริงเธอไปเธอต้องเงียบหายไปแน่ๆ วันนี้ฉันฟังเพลงที่เธอส่งมาให้ฉันฟังเมื่อครั้งกะนั้น ฉันคิดถึงเธอจึงโทรมาหา เธอไม่คิดถึงฉันเลยใช่ไหม"
ทำฉันจะไม่คิดถึงเธอล่ะ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในละแวกที่เธออาศัยอยู่ฉันเฝ้าภาวนาว่าขออย่าเกิดขึ้นกับเธอ ทำไมฉันจะไม่คิดถึงเธอทุกครั้งที่ผ่านมุมที่เคยนั่งเธอโทรศัพท์คุยกับเธอก็อดใจหายไม่ได้ว่าคงไม่มีวันนั้นอีกแล้ว ทำไมฉันจะไม่คิดถึงเธอถนนเส้นนั้นทุกวันๆหลังจากเลิกงานตอนขับรถฉันก็จะคุยโทรศัพท์หาเธอตลอดหลังจากวันที่ฉันไม่ได้ติดต่อโทรผ่านถนนเส้นนี้ทีไรฉันทำได้เพียงแค่มองโทรศัพท์ ทำไมฉันจะไม่คิดถึงเธอทุกวันหลังเลิกงาน งานที่หนักอึ้งเสียงหัวเราะของเธอเข้ามาแต่งเติมชีวิตฉันแต่หลังจากวันนั้นชีวิตฉันกับซบเซาเพราะขาดเสียงหัวเราะของเธอ
ทำไมล่ะทำไมฉันจะไม่คิดถึงเธอ ฉันเฝ้าบอกกับตัวเองว่าจะมีประโยชน์อันใดกันถ้าเรายังติดต่อกันอยู่ เธอมีเจ้าของอยู่แล้วล่ะฉันเองก็ไม่อยากให้ใครต้องลำบากใจ นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันไม่ติดต่อเธอ เป็นเหตุผลเดียวที่มนุษย์พึงกระทำเมื่อรู้ว่าอีกคนหนึ่งมีเจ้าของแล้ว ถึงฉันจะมีความสุขมากขนาดไหนช่วงเวลาที่เราคุยกันแต่นั่นมันคงไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกของใครบางคนที่เขาคงไม่อยากเสียเธอไปเช่นกัน




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2554   
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2554 13:29:36 น.   
Counter : 60 Pageviews.  


เรื่องสั้น ความเหงาเป็นเหตุ

ลมหนาวหอบความเหงามาหล่นตรงสวนหลังบ้านดัง ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ
ความเหงาแทรกซึมลงผืนดิน หลังจากนั้นอีกไม่นานต้นพืชต่างก็พากันดูดความเหงา
ขึ้นสู่ลำต้นกระจายไปตามกิ่งใบดอกผล
คืนหนึ่งจิ้งหรีดตัวน้อยผ่านเข้ามาหลังบ้านมันและเล็มใบหญ้า
แค่อึดใจ มันก็ร้องเสียงดัง ว่า เหงา เหงา เหงา
อึ่งอ่างได้ยินเสียงร้องของจิ้งหรีด จึงใช้ลิ้นตวัดจิ้งหรีดลงท้อง
ชั่วครู่อึ่งอ่างร้องระงม ว่า เหงา เหงา เหงา
ชายชราสองคนเมาจนได้ที่ เมื่อได้ยินเสียงร้องของอึ่งอ่าง ว่าเหงา เหงา เหงา
จึงแหวกพงหญ้าหลังบ้านไปจับอึ่งอ่างมาต้มยำแกล้มเหล้า
ชายชราทั้งสอง หลังจากที่ซดน้ำต้มยำอึ่งอ่าง แค่สองอึก
ก็ฝื้นคืนจากอาการเมา หันมานั่งกอดกันแน่น แล้วบ่นพึมพำว่า เหงา เหงา เหงา
ดูเหมือนความเหงาจะขยายออกเป็นวงกว้าง
ค้างคาวที่โฉบมากินกล้วยน้ำว้าหลังบ้านต่างก็พากันร้องว่าเหงา เหงา เหงา
บินกลับไปยังถ้ำ คนหัวใสเข้าไปยังถ้ำค้างคาวเพื่อตักมูลค้างคาวมาขาย
มูลค้างคาวที่ปนไปด้วยความเหงา ถูกนำลงมาใส่นาข้าว สวนไม้ผล แปลงผัก แปลงดอกไม้
แค่ครึ่งปีสิ่งมีชีวิตในละแวกรัศมี 50 กิโลเมตร ต่างพากันเหงา เหงา และก็เหงา
ความเหงากลายเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง ไม่มีใครรู้สาเหตุ ไม่รู้วิธีป้องกัน
คงไม่ช้านานทุกคนในประเทศย่านยานต้องเหงากันทั้งประเทศ
โรคเหงาระบาดตอนต้นฤดูหนาว
ช่วงสิ้นปีผู้คนประเทศย่านยาน ต่างพากันออกเคาท์ดาวน์ แทนที่จะนับเลยถอยหลัง
ทุกคนต่างกอดกันแน่น เปล่งเสียงออกมาพร้อมกัน ว่า เหงา10 เหงา 9
เหงา 8 ……..เหงา 0 แล้วทุกคนก็เปล่งเสียงออกมาพร้อมกันดังว่า เหงา เหงา เหงา
เข้าสู่ฤดูร้อน ความเหงาก็ยังไม่จางหายไป
สงกานต์ผู้คนต่างแน่นิ่งได้แต่กอดกัน ปะแป้งแบบเหงา ๆ
เต้นแบบเหงา ๆ เข้าวัดก่อกองทรายแบบเหงา ๆ
พระสงฆ์ องค์เจ้า บทสวดมนต์มีแต่คำว่า เหงา เหงา เหงา
เข้าสู่ฤดูฝน เมฆดำเคลื่อนมารวมกันหนาแน่น เมฆเริ่มพุงย้อยต่ำลงเรื่อย ๆ
และมันก็แตกโพละกลายเป็นสายน้ำเทกระหน่ำตกเป็นบ้าเป็นหลังเกือบสองอาทิตย์
น้ำหลากจากทุกทิศมุ่งสู่หลังบ้านและท่วมกระจายเป็นบริเวณกว้าง
น้ำท่วมขังไร่นา สวนผลไม้ ต้นหญ้าดอกไม้ เหี่ยวเฉาทยอยตาย
ของบริจาคแดนไกลหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่
ผู้คนได้กินอาหารที่ไม่มีความเหงาเจือปนอยู่
ไม่ถึงสามวันหน้าตาที่หงอยเหงา กลับชื่นบานรอยยิ้มเสียงหัวเราะดังสนั่นบาง
นักข่าวทุกสำนักที่มาทำข่าว แปลกประหลาดใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้
เกิดเภทภัยอันใดผู้คนที่นี่ถึงไม่ยินดียินร้ายกับน้ำท่วมหนักในครั้งนี้
ใยถึงหัวเราะสนุกสนานเบิกบานได้ถึงเพียงนี้
ผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายให้ผู้คนไปรวมกันที่วัด
ฉลองใหญ่ที่ได้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะกลับคืนมา
เณรน้อยต่างพากันท่องบดสวดจ้าระหวั่น
หลังจากที่ท่องแต่คำว่าเหงา เหงา เหงา นานเกือบ 8 เดือน
อึ่งอ่างข้างโอ่ง กลับมาร้อง อึ่งอ่าง อึ่งอ่าง อึ่งอ่างได้อีกครา ……………………….





 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2553   
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2553 7:25:09 น.   
Counter : 68 Pageviews.  


บัตรประจำตัวประชาชน

“ คุณสมชาย สมควร สมหญิง สมอุรา สมพร สมบัติ สมพงศ์ สมปอง สมศรี สมสมร สมใจ และคนสุดท้าย คุณสมเสร็จ ฟังทางนี้ก่อนนะคะ” ทุกสมต่างหันหน้าไปทางต้นเสียง
“ฟังทางนี้ก่อนนะคะดิฉันชื่อสุดทางฝันค่ะ ดิฉันจะขอชี้แจงขั้นตอนการทำบัตรประชาชน ขณะที่ดิฉันอธิบายถ้าท่านสมท่านใดมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจ ให้ยกมือขวาขึ้นแล้วยักคิ้วซ้ายทุกครั้งก่อนถามนะค่ะ”ทุกสมเงียบหน้าแต่ละสมเหมือนจะยอมรับกติกาของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนสุดทางฝัน
“เก้าสมแรก คุณสมชาย สมควร สมหญิง สมอุรา สมพร สมบัติ สมพงศ์ สมปอง สมศรี เข้าคิวรอวัดขนาดร่างกาย ทำประวัติ และถ่ายรูปทางนี้คะ ส่วนสามสมสุดท้าย คุณสมสมร สมใจ และคุณสมเสร็จ ให้เลี้ยวซ้ายไปห้องวัสดุไปเบิกเสื่อ หมอน และมุ้ง ไปนอนรอที่หน้าห้องนายอำเภอก่อนนะคะ” สุดทางฝันยิ้มให้กับทุกสม เป็นครั้งแรกที่คนชื่อสมนำหน้ามารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมายเพื่อมาทำบัตรประชาชน
“คนแรกคุณสมชาย สมอีกหลายสม จนถึงคุณสมศรี เชิญทางนี้คะ วัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก วัดความยาวกระดูกไหปลาร้า และเส้นรอบวงของสบ้าหัวเข่า หลังจากนั้นเดินเลี้ยวขวาเข้าไปเอ็กชเรย์กระดูกรองหมอน และเข้าไปนับจำนวนขนหน้าแข่งว่ามีกี่เส้น เสร็จแล้วมาแจ้งดิฉันเพื่อทำข้อมูลประวัติคะ”
“ขออนุญาตครับ ผมมาทำบัตรคราวก่อนต้องนับขนหูกับขนรักแร้ด้วยนี่ครับ”
สมบัติยกมือขวาแล้วยักคิ้วซ้ายก่อนจะถาม
“อ๋อพอดีว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรย่านยาง พุทธศักราช 2550 แก้ไขครั้งที่ 209 ได้ยกเลิกให้นับขนหูกับขนรักแร้ เพื่อความสะดวกของประชาชนนะคะ ขออนุญาตบอกงานบุญหน่อยนะคะคือประเทศย่านยางของเราจะฉลองวันเกิดให้กับประธานสสร.ชุดที่14ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ขอเชิญทุกท่านไปเอาบุญด้วยนะคะ” สุดทางฝันนึกภูมิใจแค่ปีกว่า ๆ ประเทศย่านยานของเธอเปลี่ยนสสร.ถึง 14 ชุด ทำลายสถิติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรย่านยาง พุทธศักราช 2540 ที่มีสสร.แค่10 ชุดเอง นี่คงเป็นนิมิตรหมายที่ดีของการพัฒนาการเมืองของประเทศย่านยาง
“คุณสมทั้งหลายคะเตรียมตัวถ่ายรูปนะคะ คุณสมพงศ์กรุณาหวีผมเบ้ไปทางซ้าย อย่าหวีเบ้ขวาหรือแสกกลาง ทางรัฐอนุญาตให้เบ้ซ้ายเท่านั้นค่ะ
คุรสมพร คุณสมอุราคะ กรุณาไปฆ้องห่วงเหล็กน้ำหนักสิบกิโลกรัมก่อนถ่ายรูปนะคะ อย่าลืมสิค่ะห้องถ่ายรูปของประเทศเราเป็นห้องสุญญากาศ เดี๋ยวตัวคุณทั้งสองจะลอยรูปออกมาจะไม่สวยนะคะ ก่อนเข้าห้องถ่ายรูปขอให้ทุกท่านตั้งนะโมสามจบและท่องคาถาชินบัญชรเท่าอายุของตัวเอง ขอให้ทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดให้สมกับเป็นประชาชนของประเทศย่านยางนะคะ”แล้วสุดทางฝันก็เอาเปลยวนมาผูกนอนรอกลางห้องทะเบียน
“คุณสมชาย สมควร สมหญิง สมพร สมพงศ์ สมปอง สมศรี สมสมร กรุณามารับบัตรประชาชนได้ตอนตีสามนะคะ ส่วนคุณยายสมอุรา กับคุณตาสัมบัติ ให้ท่านท่องคาถาชินบัญชรให้จบก่อนเพราะว่าปีนี้สองท่านย่างเข้าปี่ที่เก้าสิบของชีวิต ขอบคุณทุกท่านที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศย่านยางอย่างเคร่งครัดคะ อีกหนึ่งเดือนเจอกันใหม่นะคะ เพราะบัตรประชาชนของประเทศเราใช้ได้เพียงเดือนเดียว”
หน้าห้องนายอำเภอมีมุ้งกลางอยู่สามหลัง สีแดง สีเหลือง และสีขาว “คุณสมสมร สมใจ คุณสมเสร็จ ตื่นได้แล้วคะ เที่ยงคืนแล้วคุณหลับ ตั้งแต่ เก้าโมงเช้าถึงเที่ยงคืนเลยนะคะ ประเทศของเราอนุญาตให้นอนได้แค่ห้าชั่วโมง บุคคลใดนอนเกินห้าชั่วโมง จะถูกรัฐปรับชั่วโมงละ 2000 ย่านคะ เดี๋ยวพวกคุณทั้งสามกรุณาเดินไปห้องชำระเงินค่าปรับเพราะพวกคุณนอนเกินคนละ 10 ชั่วโมง ก็รวมเป็นเงินคนละ 20000 ย่านคะ”




 

Create Date : 11 มีนาคม 2552   
Last Update : 11 มีนาคม 2552 20:23:07 น.   
Counter : 66 Pageviews.  


เรื่องสั้น โรคหัวใจ

เป็นอีกเช้าหนึ่งที่หนุ่มร่างโย่ง ต้องปั่นจักรยานแข่งกับเวลามาที่ห้องแลบเพื่อบันทึกข้อมูลการเจริญเติบโตของเชื้อราที่เกิดบนอวัยวะเพศของแพะ ประทีปเป็นชื่อของเขา เขาเรียนพืชศาสตร์ มันเกี่ยวกันยังไงที่เขาทำงานวิจัยเชื้อราที่เกิดกับกระแป๋งแพะ บรรดาเพื่อนร่วมชั้น อาจารย์ ทำหน้าสงสัย ตอนที่เขาเสนอหัวข้องานวิจัย เพราะว่าเขาตั้งสมมุติฐานว่า ต้องมีสมุนไพรสักตัวที่ทำลายเชื้อราในกระแป๋งแพะได้ ดังนั้นเขาจำเป็นต้องศึกษาเชื้อราชนิดนี้ให้ท่องแท้เสียก่อน และที่สำคัญเขาเกิดปีแพะเขาไม่อยากให้ปีนักษัตรของเขาทรมานเพราะเป็นสังคัง อาจกระทบดวงดาวในตำแหน่งของ ปีนักษัตรปีอื่น ๆ จักรวาลอาจจะเดือดร้อนเพราะสังคังก็เป็นได้ อาจารย์ถึงกับอึ้งกับเหตุผลข้อหลัง บ่นงุบงิบในลำคอ นี่คงเป็นงานวิจัยระดับจักรวาล หลังจากได้ฟังคำตอบจากเขา ก็ไม่มีใครกล้าซักถามต่อเพราะงานวิจัยเชื้อรากระแป๋งแพะ เป็นงานวิจัยเพื่อมนุษยชาติ
ประทีปเป็นคนยิ้มง่ายเขาไม่ค่อยเป็นพิษเป็นภัยกับใคร เขาเป็นมนุษย์ที่ตามหาตัวง่ายที่สุด หาไม่เจอที่ห้องแลบก็ไม่ตามที่สนามบาสเกตบอล และอีกที่หนึ่งห้องสมุดมุมหนังสือวิทยาศาสตร์ เขาจะขลุกตัวค้นหาคำตอบที่เขาสงสัย สองอาทิตย์ที่แล้วเขาหายไปสองวันเต็ม ๆ เพื่อหาคำตอบ ว่ารักแร้แมงมุมอยู่ตรงไต้ขาไหน ก็มันมีตั้งแปดขา แล้วมันอยากรู้ไปทำไมว่ะ มันได้คำตอบแล้วจะทำให้โลกมันหายร้อนได้เหรอ สมพงษ์เพื่อนสนิทเขาตั้งคำถามกับเพื่อนๆ ได้ยินมันบอกข้าว่า ถ้ามันรู้ว่ารักแร้แมงมุมอยู่ตรงขาไหน มันจะสกัดกลิ่นเต่าแมงมุม มันเชื่อว่ากลิ่นเต่าแมงมุมน่าจะไล่แมลงชนิดอื่นได้ เช่น ยุง แมลงสาบ ราวไปถึงหนู วีนาเพื่อนที่รู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับประทีปพูดแก้ต่างให้เขา ครู่ต่อมามีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื่นข้างหลังห้อง พร้อมกับเสียงต่อว่า ประทีปไอ้คนใจร้าย จะสกัดกลิ่นเต่าชาร์ล็อตต์ แมงมุมเพื่อนรักของฉัน
สนามบาสเกตบอลในงานกีฬามหาวิทยาลัย ประทีปนำทีมบาสเกตบอลของคณะเข้าชิงชนะเลิศ ปกติทรงผมของขอก็ยุ่งกระเซอกระเชิงอยู่แล้ว เมื่อเหงื่อออกทำให้ผมเขาพันกันต้องคอยเสยผมอยู่บ่อย ๆ วีนาสังเกตเห็นอยู่หลายครั้ง เธอจึงแก้โบว์ที่มัดผมของตัวเอง แล้วรวบผมของประทีปเป็นจุกตรงกลางมัดผมเขาด้วยโบว์สีชมพูสดใส เขาวิ่งอยู่ในสนามมีโบว์สีชมพูสะบัดพลิ้วไหว เขาดูโดดเด่นเหมือนแม่ทัพออกศึก เขาเลี้ยงลูกบาสไปริมเส้นของสนาม เขาหยุดเพื่อจะส่งลูก แล้วก็ยินเสียงใครคนหนึ่ง คุณคะโบว์สวยจัง เขาหันตัวกับมามอง เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เขาเห็นแค่นั้นจริง ๆ แล้วสายตาเขาก็เริ่มพร่าเลือน มือไม้สั่น หัวใจเต้นแรง ประทีปมารู้สึกตัวอีกที ก็เห็นวีนาในมือถือสำลีกลิ่นแอมโมเนียฉุน จนเขาต้องปัดมือวีนาออก
ฉันเป็นลมใช่ไหม ใช่
ฉันไม่เคยเป็นนี่ ใช่
ทีมเราแพ้ใช่ไหม ใช่
หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเขาก็ไม่ได้เอะใจอะไร เขายังใช้ชีวิตปกติ เขาเรียนวิทยาศาสตร์นี่ อาการเป็นลมอาจเพราะอากาศร้อน เสียเหงื่อมาก และเขาก็ไม่ได้ทานอะไรก่อนลงแข่งด้วยทำให้เขาอาจหมดแรงเป็นลมล้มพับ แต่ในใจเมือเขานึกถึงหน้าผู้หญิงคนนั้นทำไมจิตใจมันเต้นแรงทุกที เขาเกิดคำถามขึ้นในใจกับอาการเป็นลม เขาต้องค้นคว้าหาคำตอบ เขาจึงไปที่ห้องสมุด ก่อนที่เขาจะเปิดประตูเข้าห้องสมุด หญิงสาวหน้าตาน่ารักได้ยื่นโบว์ผูกผมสีชมพู พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ของคุณคะ ไม่ทันที่เขาจะยื่นมือไปรับ เขารู้สึกโคลงเคลง ตาพร่า หูอื้อ ใจเต้นระรัว เขาถอยหลังเซไปชนกระถางดอกต้นไม้ เขาหันหลังหัวเขาก็ไปชนกับเสาอย่างจัง

เขาตื่นขึ้นมาที่ห้องพยาบาลของ มหาวิทยาลัย เขารู้สึกแปลบที่หน้าฝาก ใช้มือลูบพบสำลีพันแผล แปะอยู่ ไม่ทันที่เขาจะเอ่ยถาม
ฉันเป็นอะไรไปวีนา เป็นลม
อีกแล้วเหรอ ใช่
หัวฉันแตกเหรอ ใช่

ฉันเป็นอะไรไม่รู้ เจอผู้หญิงคนนั้นทีไร ฉันเป็นอย่างนี้ทุกที่ กลับไปถึงบ้านก็นอนไม่หลับ นึกถึงแต่หน้าเขา
นับเจ้าเชื่อรากระแป๋งแพะก็ผิด ๆ ถูก ข้อมูลคลาดเคลื่อนหมดแล้ว ท้องฟ้ามันสวยกว่าแต่ก่อนเยอะเลย คืนก่อนฉันนั่งนอนดูดาวทั้งคืน โดยที่ไม่คิดถึงเรื่องแรงโน้มถ่วง หรือระยะห่างของโลกไปดวงจันทร์ หน้าของผู้หญิงคนนั้นปดบังความเร็วแสง วงแหวนของดาวเสาร์ ฉันรู้สึกว่าทางที่ฉันผ่านทุกวันมันสวยขึ้น มันมีดอกไม้เต็มสองข้างทาง แต่ก่อนทำไมฉันมองไม่เห็น ที่ฉันแปลกใจทำไมพอมาเจอเธอฉันก็เกิดอาการทุกที อายุฉันก็ปาไป 23 ปีแล้ว ไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้สักที ฉันเป็นอะไร ฉันต้องไปหาหาข้อมูลที่ห้องสมุดแกไปช่วยฉันได้ไหม วีนา แกไม่มีทางหาคำตอบเจอหลอกทีป มีแกคนเดียวที่รู้คำตอบอยู่ในใจ สิ่งที่แกเจอ มันหาคำตอบไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์ มันไม่มีปริมาณ มันไม่มีปริมาตร มัน วัด ช่าง ตวง ไม่ได้ และเราก็ไม่สามารถสร้างสมการเพื่อพิสูจน์มันได้ แล้วฉันจะแก้ปัญหามันได้ยังไง เมื่อมีปัญหา ก็ตั้งสมมุติฐานสิ วีนาตอบ
ประทีปกลับไปที่บ้านขบคิดปัญหา เขาคิดย้อนกับไปเขาเจอผู้หญิงคนนั้นทีไร เขาจะเกิดอาการใจสั่น หน้ามืด แล้วลงเอย ที่เป็นลม นั่นคือปัญหา แก้ปัญหาง่าย ๆ คือไม่ไปพบเธอ ไม่ต้องเจอ ย้ายมหาวิทยาลัย ย้ายประเทศ หรือไปอยู่ดาวอังคาร นั่นมันไม่ใช่หนทางออกที่ดีแน่ เพราะเขาไม่เคยหนีปัญหา เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ ต้องพิสูจน์ ต้องทดลอง ทันใดเขาก็คิดได้ สมมุติฐาน ว่า ถ้าเขาเจอหน้าเธอบ่อยขึ้นอาจจะทำให้อาการต่าง ๆ ลดระดับลง เพราะความเคยชินทำให้ลดอาการประหม่า ขั้นต่อไปเขาจึงคิดวิธีการทดลอง เขาจะไปเจอเธอและมองหน้าเธอ วันละ 30 วินาที วันต่อ ๆ มาค่อยเพิ่มระยะเวลาขึ้น รุ่งเช้าเขาก็ปรี่เข้าไปคณะของเธอ โดยที่นัดกับสมพงษ์และวีนา ให้ไปกับเขาเพื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เขาพรวดไปที่โต๊ะที่เธอนั่งแลคเชอร์ วิชาเรียนอยู่ ประทีปพูดติดๆ ขัด ๆ ว่า ผมขออนุญาตมองหน้าคุณ 30 วินาทีครับ เขาหยิบนาฬิกาปลุกรูปแพะประจำปีเกิดเขา ขึ้นมาวางที่โต๊ะหล่อน สองสายตาประสานกัน เสียงในห้องเรียนเงียบกริบ ได้ยินแต่เสียงนาฬิกาปลุก ติ๊ด ตี๊ด ๆ สายตาทุกคู่จ้องมาที่เขาและเธอ แล้วเสียงดังโครมก็เกิดขึ้น ประทีปล้มทับเก้าอี้ไม่เป็นท่า สมพงษ์รีบวิ่งมาพยุงออกไป พร้อมบ่นเสียชื่อลูกเกษตร ยังไม่ถึง 30 วินาทีก็ล้มแล้ว เหลือแค่ 10 วินาที การทดลองก็ประสพผลสำเร็จทนอีกหน่อยก็ไม่ได้ วีนาเอาสำลีชุปแอมโมเนีย ยัดรูจมูกประทีปจนเขาสำรักตื่นขึ้นมา

ฉันเป็นทำไม่สำเร็จ ใช่
การทดลองล้มเหลว ใช่
ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ ใช่

เขากลับมาห้องแลบวิเคราะห์ผลการทดลอง ชีพจรเหมือนเดิมเต้นแรงเหมือนเดิม ทุกอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง เขาถอนหายใจ ทดลองซ้ำอีกครั้งพรุ่งนี้

เช้าวันที่สองของการทดลอง วันนี้ประทีปมาดักรอแต่เช้า เมื่อเจอเธอเขาก็พูดประโยคเดิม ผมขออนุญาตมองหน้าคุณ 30 วินาทีครับ แล้วก็เริ่มจับเวลา เขาเพิ่งรู้ว่าเวลา 30 วินาทีที่จริงแล้วมันยาวนาน มันนานมากสำหรับเขา แล้วนาฬิกาปลุกเจ้าแพะน้อยก็ดั่งขึ้น แปะ แปะ ๆ เขาหันหลังเดินจ่ำออกมา

ฉันทำสำเร็จวีนา ใช่
ผลการทดลองใช้ได้ ใช่
ฉันไม่เป็นลม ใช่

ผลการทดลองวันนี้ก้าวไปอีกระดับหนึ่ง ชีพจรเต้นช้าลงกว่าเมื่อวาน มันกำลังจะเป็นไปตามสมมุตฐานที่เขาตั้งไว้ เช้าวันต่อ ๆ มาเขาก็ไปดักรอเธอคนนั้นแล้วก็จับเวลาเหมือนเดิม จนเธอบอกว่าไม่ต้องทดลองแล้วเพราะอาการต่างๆ หายไปหมดสิ้นแล้ว พร้อมกับยื่นโบว์ผูกผม ส่งให้เขา ส่งคืนเจ้าของด้วยนะค่ะ ฉันสังเกตว่า ผู้หญิงที่มาด้วยกับคุณทุกครั้งพักหลัง ๆ สีหน้าเขา ไม่ค่อยจะพอใจ เมื่อการทดลองของคุณเป็นไปตามสติฐาน ทำไมสีหน้าของวีนาเปลี่ยนไปเพราะอะไรเหรอ ประทีปย้อนถาม คุณไปถามเธอเองดีกว่าค่ะ ขอให้โชคดี
เขากลับไปห้องแลบเห็นวีนากำลังบันทึกข้อมูลเชื้อรากระแป๋งแพะอยู่ เขาเห็นผมเธอกำลังยุ่ง เขาเลยใช้โบว์รวบมัดผมเธอไว้

วีนาใจเธอเต้นรัว ใช่
วีนาเธอจะเป็นลมเหรอ ใช่
วีนาตื่นขึ้นมาฟังฉันก่อน วีนา วีนา





 

Create Date : 11 มีนาคม 2552   
Last Update : 11 มีนาคม 2552 20:20:56 น.   
Counter : 66 Pageviews.  


ร้านขายยา



ชายหนุ่มเดินกอดอก มาหยุดยืนตรงหน้าร้านขายยาแห่งหนึ่ง เสียงไอของเขาทำให้
หญิงสาวเจ้าของร้านหันมามอง
“มีอะไรให้ช่วยไหมค่ะ”
เขายิ้มให้”ผมเจ็บคอเวลากลืนน้ำลาย จะรู้สึกแสบคอ และก็คัดจมูกมีน้ำมูก ปวดหัวด้วยครับ”
“มีไอด้วยไหมคะ แล้วเวลาไอมีเสมหะหรือเปล่า” หล่อนจ้องหน้าเขา
“ครับไอกระปิดกระปอย มาแบบให้หายคิดถึงนะครับ”
หญิงสาวยิ้มที่มุมปาก “ดิฉันจัดยาให้สามชุด นะค่ะ มียาลดไข้ แก้ไอ ยาลดน้ำมูก ทานหลังอาหาร
ไม่ควรดื่มน้ำเย็น ลดอาหารมันๆ ได้ก็จะดีคะ”
“ยาชุดนี้คล้ายรูปหัวใจนะครับ สีเขียวสดดี นี่ถ้าผมทานยาชุดนี้เข้าไปหัวใจผมคงเขียวชอุ่มไปตลอดปีสิครับ
แต่ถ้าผมทานยาพวกนี้แล้วอาการไม่ดีขึ้นผมขอเงินคืนได้ไหมครับ” เขาพูดย่างอารมณ์ดี พร้อมยื่นเงินค่ายาให้เธอ
“ได้คะแต่คุณต้องคืนยาให้ครบทุกเม็ด” หญิงสาวยิ้มให้เขาพร้อมกับเงินทอน
...............................................................................
สองยายหลานเดินเข้ามาในร้านขายยา ตัวหลานชายจูงหมาวัยชรามาหนึ่งตัว
“สวัสดีค่ะไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยไหมค่ะ”
“ยายผมเป็นโรคกระเพาะครับ ยายปวดท้องมาหลายวันแล้ว คุณหมอพอจะมียาดี ๆ ให้ยายผมไหมครับ”
สิ้นเสียงพูดของเด็กชาย ก็มีเสียงหนึ่งพูดสวนขึ้นมา
“ปวดหลังด้วยโว้ย แข่งขาฉันก็ปวด มันเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ ชีวิตอี้ฉันทำไม่มันเป็นอย่างนี้คุณหมอ
ต้องทำมาหากินเลี้ยงหลานตามลำพัง มิหนำซ้ำต้องเลี้ยงหมาตาบอดแก่ ๆ
อีกหนึ่งตัวไป จะไปไหนมาไหนก็ต้องจูงไป อีกทั้งเจ้าหลานชายอีกคนพี่ของไอ้เด็กคนนี้
ก็หนีออกจากบ้านแทนที่จะเป็นแขนขาแทนอี้ชั้น”
“ที่ชื่อเทพใช่ไหมค่ะ” หญิงสาวเอ่ยถามยาย
“ใช่ค่ะอย่าเรียกว่าเทพเฉยๆเลย อย่างมันต้องเรียกไอ้เวรเทพ ไอ้เด็กนรกติดยาหนีตำรวจหัวซุกหัวซุน
ไม่รู้ตอนนี้มันจะเป็นตายร้ายดียังไง” หญิงแก่นั่งถอนหายใจ มืออีกข้างก็กุมหน้าท้อง เพราะโรคกระเพาะกำเริบ
เด็กชายนั่งเงียบใบหน้าเศร้าสร้อยไม่ร่าเริงเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน
เขาพอจะรู้สาเหตุที่ยายต้องเป็นโรคกระเพราะก็เพราะว่ายายต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อให้เขาได้กินอิ่ม
เขาอยากจะโตเป็นหนุ่มไว ๆ เพื่อจะได้ทำงานหาเงินมาดูแลยายไม่ให้ลำบาก
แต่ตอนนี้เขาทำได้แค่เป็นเด็กดีและเชื่อฟังคำยายเพื่อตอบแทนความดีที่ยายมอบให้เขา
“ได้แล้วค่ะนี่ยาของยาย ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็กลับมาใหม่นะยาย” หญิงสาวส่งยาให้ยาย
“ก็มีแต่คุณหมอนี่แหละค่ะ ที่ใจดีกับอี้ฉัน นี่ถ้าไปชื้อร้านอื่น ต้องจ่ายแฟงกว่าร้านนี้ไม่รู้กี่เท่า”
ยายยิ้มให้เธอแทนคำขอบคุณ
“จูงมันดีๆ อย่าให้มันหลุดมือ เดี๋ยวจะเหมือนคราวก่อน ที่มันวิ่งไปชนเสาไฟฟ้าหัวแตก
เดือดร้อนกูต้องพาไปเย็บเสียเงินเสียทอง………เวร” ยายบ่นตั้งแต่ออกจากร้านถึงท้ายซอย
…………………………………………

“คุณลุงคะมีอะไรให้ช่วยไหมคะ”หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นชายวัยกลางคน อายุประมาณสักห้าสิบเศษเดินเข้ามาในร้าน
“ลุงนอนไม่ค่อยหลับ มาหลายวันแล้ว พอจะมียานอนหลับ ให้ลุงสักชุดไหม”
ใบหน้าเขามีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“มีคะ โทษนะคะมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจหรือเปล่า ถ้าไม่จำเป็นดิฉันไม่แนะนำให้ทานยานอนหลับคะ”
“ผมเป็นห่วงลูกสาวที่ไปเรียนหนังสือที่กรุงเทพ ผมมีลูกสาวคนเดียวเราไม่เคยห่างกันมาก่อนเลย
ผมทำใจไม่ได้ที่ลูกต้องไปใช้ชีวิตห่างไกลตัวผม” เขาเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับให้เธอฟัง
“ค่ะแต่ที่มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ปลอดภัย นักศึกษาเขาก็ร่ำเรียนทำกิจกรรมสนุกสนาน
ตอนนี้ลูกสาวคุณลุงอาจจะเจอเพื่อนใหม่ได้ทำกิจกรรมอยู่ก็ได้นะคะ”
หญิงสาวชวนเขาคุยเพื่อให้เขาผ่อนคลายขึ้น
“ถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็ดีสิครับคุณ แต่ลุงดูข่าวเมื่อวันก่อนเห็นเขาบุกเข้ามหาวิทยาลัย
ไปทำร้ายข้าวของ เห็นว่าไปทำร้ายร่างกายอาจารย์ที่นั่นด้วย
ไหนจะเสี่ยงภัยกลัวโดนลูกหลงจากพวกนักเรียนนักเลงที่ดักยิงกัน ยิ่งคิดลุงก็ยิ่งกังวล”
นี่คะยา แต่ดิฉันไม่แนะนำให้ทานติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ นะคะ
คุณลุงควรจะออกกำลังกาย และควรทำใจให้สบาย อาจจะหันเพิ่งธรรมะปฏิบัติเข้าช่วย”
“ลุงจะลองนำไปปฏิบัติดูแล้วกัน”
………………………………………
สามอาทิตย์ต่อมา “สวัสดีค่ะ คุณลุงอาการนอนไม่หลับดีขึ้นหรือยังคะ”
“ดีขึ้นมากเลยครับ ลุงทำตามที่คุณแนะนำ ออกกำลังกายไปรำไท้เก็ก ทุกเช้า
ก่อนนอนก็นั่งตามลมหายใจทำให้จิตใจลุงสงบขึ้น
ไม่ยักรู้ว่าความห่างไกลจะทำให้ผมมีสุขภาพดี ความกังวลใจ
ความเป็นห่วง จะทำให้ลุงเข้าใจถึงคำว่าปล่อยวาง”สีหน้าของเขาดูแช่มชื่น ไม่เหลือลอยกังวลบนใบหน้า
“ดีแล้วละค่ะคุณลุง” หญิงสาวยิ้มให้ลุง เป็นยิ้มที่ดีงาม ยิ้มที่ออกมาจากความภูมิใจและตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง
…………………………………………..

“สวัสดีครับ อาการของยายผมเป็นยังไงบ้างครับ” ชายหนุ่มอายุราว สิบเจ็ด
สิบแปดปี ท่าทางลุกลี้ลุกลนระแวงระไวเหมือนกลัวอะไรสักอย่าง
“อ๋อ เทพเองเหรอ ยายของเธออาการดีขึ้นแล้วละ ยายเป็นแค่โรคกระเพาะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะเทพ” หญิงสาวขยับเก้าอี้เขานั่ง
“นี่เป็นเงินค่ายารักษายายผมครับ ขอบคุณพี่สาวมากนะครับที่ช่วยเหลือผมมาตลอด” ชายหนุ่มยื่นเงินให้เธอ
เขานึกย้อนกลับไปในวันแรกที่เขาได้รู้จักหญิงสาวเจ้าของร้านขายยา
วันนั้นเขากำลังวิ่งหนีตำรวจที่ไล่ตามจับเขาฐานมั่วสุมเสพยา
เขาวิ่งหนีจนมาหลบหลังร้านของเธอ
ขณะจวนตัวหญิงสาวก็เปิดหลังร้านให้เขาหลบซ่อน
ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเธอเขาคงโดนตำรวจจับ แล้วหญิงสาวก็เกลี้ยกล่อมเขาให้กลับตัวเป็นคนดี
แล้วยังเล่าสาเหตุที่ยายเขาต้องเจ็บป่วยบ่อย ๆ ก็เพราะต้องทำงานเลี้ยงหลานทั้งสองคน
ถ้าเขากลับเนื้อกลับตัวเธอก็พร้อมจะฝากงานให้เขา
แต่ต้องไปทำต่างจังหวัดเพราะอยู่ที่นี่เขาอาจจะถูกตำรวจจับเข้าสักวัน
ตั้งแต่วันนั้น เขาก็กลับตัวเป็นคนดี ได้งานทำมีเงินก็มาฝากให้เธอเก็บไว้เป็นค่ายารักษายาย
“พี่ครับผมฝากเงินก้อนนี้ให้ยายด้วยนะครับ และฝากบอกยายด้วยว่าผมสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง
ต้องมีสักวันหนึ่งที่ผมพอจะตั้งตัวได้ผมจะพายายย้ายไปอยู่ด้วยกัน
ผมฝากยายด้วยนะครับพี่ สิ้นเดือนผมจะกลับมาใหม่ ”
เขายกมือไหว้เธอแล้วก็เดินออกหลังร้านเหมือนวันที่เขาเจอเธอครั้งแรก
………………………………………
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มเดินกอดอกยืนอยู่หน้าร้านเธอ
นับตั้งแต่เขาไม่สบายเป็นหวัดตั้งแต่คราวโน้น
วันต่อๆมาเขาก็มาที่ร้านขายยาทุกวัน ทุกวันเขาก็จะเป็นโรคนั่นโรคนี่ให้กวนใจเธอตลอด
บางวันก็เป็นโรคริดสิดวงตรงหัวคิ้ว บางทีก็เป็นมะเร็งตรงตุ่มตาปลา
ล่าสุดเขาเป็นโรคขนหูแตกปลาย วันนี้เป็นวันที่หนึ่งร้อย
ไม่น่าเชื่อคนๆเดียวเป็นโรคตั้งร้อยอย่าง
หญิงสาวเงยหน้ามามองเขา “วันนี้เป็นโรคอะไรอีกละคะ ปัสวะเป็นสีชมพู หรือไขมันอุดตันตรงซอกเล็บ”


“เปล่าเป็นครับ ผมจะมาลาคุณนะครับ ผมต้องไปทำงานที่อื่นนะครับ”
ชายหนุ่มดูไม่ร่าเริงเหมือนทุกวัน “ถ้าผมจะเป็นก็คงเป็นโรคคิดถึงอักเสบนะครับ นับจากนี้ผมคงไม่ได้มากวนใจคุณอีก
คุณคงรู้เหตุผลนะครับว่าหนึ่งร้อยวันที่ผ่านมาที่ผมเป็นนั่นเป็นนี่ก็เพราะใคร
ผมป่วยตั้งร้อยโรคแต่ผมก็ยังไม่ตายแต่ตรงกันข้ามผมกลับอยากป่วยทุกๆวัน
คนเราก็มีทุกข์อยู่สองทุกข์คือทุกข์ทางกายกับทุกข์ทางใจ
ที่ผ่านมาผมอาจจะทุกข์กายแต่ผมก็เป็นสุขใจเพราะได้เห็นหน้าคุณทุกวัน
แต่ต่อจากนนี้ผมคงทุกข์ทั้งกายทุกข์ทั้งใจเพราะไกลจากคุณ” หญิงสาวทำท่าไม่สนใจ ก้มหน้านั่งเขียนอะไรสักอย่าง
“พอจะมียาแก้โรคความคิดถึงอักเสบไหมครับ ผมจะได้ทานวันที่ความคิดถึงมันกำเริบ”
ชายหนุ่มยังจ้องหน้าเธอเหมือนจะบันทึกภาพหน้าเธอให้เต็มหัวสมอง
“ยาที่คุณว่าไม่มีหรอกค่ะ แต่ฉันจะให้วิตามินเป็นของฝากไว้ดูต่างหน้า รักษาสุขภาพด้วยนะคะ”
เธอยิ้มให้เขายิ้มเหมือนที่เธอยิ้มให้กับทุกคนไม่ได้มีความหมายอะไร
ชายหนุ่มยื่นมารับถุงวิตามินแล้วก็เดินออกจากร้าน
รถไฟวิ่งผ่าทุ่งนาที่เขียวตา ชายหนุ่มนั่งถอนหายใจเขารู้สึกเหมือนมีอะไรมากดทับหัวใจเขา
ความรู้สึกมันเหมือนสิบปีที่แล้วที่เขาถูกปฏิเสธรัก เขาหยิบถุงยาวิตามินของฝากต่างหน้าขึ้นมาดู
เขาอ่านมันทีละบรรทัด หัวใจที่ห่อเหี่ยวกลับพองโตทีละน้อย จนเต็มเอ่อล้นท่วมรถไฟทั้งขบวน
ลามไปจนนองท่วมท้องนา เป็นประโยคที่เขียนสั้น ๆ บนถุงใส่วิตามิน
“กรุณาคิดถึงฉัน วันละสามเวลาหลังอาหาร เช้า กลาง ก่อนนอน”
……………………………………………………………





 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2552   
Last Update : 11 มีนาคม 2552 20:15:20 น.   
Counter : 63 Pageviews.  


1  2  

montolluk
 
Location :
น่าน Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คิด เขียน บอกเล่า ถึงเรื่องราวรอบตัว
[Add montolluk's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com