สาระน้อยนิด หลากหลายไร้ซึ่งสาระ ขอเพียงยิ้มมีให้แก่กัน

<<
กรกฏาคม 2549
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 กรกฏาคม 2549
 

นึกว่าป้ายบังคับให้ขับขนาดนั้น,รักร้อน ๆ,นึกว่าคนจะชนะตลอดเหรอ,ดันเลือกเผื่อไว้เอง,มันก็ต้องเดินกลับ

ตำรวจจราจรคนหนึ่งดักจับความเร็วรถอยู่ริมทางหลวง เขาจับความเร็วรถคันหนึ่ง
ได้ที่ ๒๒ กิโลเมตรต่อชั่วโมง“รถคันนี้นี่อันตรายพอๆกับพวกขับรถเร็วเลยแฮะ”
เขาคิดแล้วตัดสินใจออกไปเรียกบังคับรถให้หยุดทันที่ที่รถจอด เขาเดินไปท
ี่รถแล้วพบว่าคนขับเป็นป้าแก่ๆคนหนึ่ง มีคนนั่งมาด้วยกันอีก ๔ คน ทุกคนเป็นหญิงชราวัยไล่เลี่ยกัน
ที่แปลกคือทุกคนตาเบิกโพลง
“คุณตำรวจ” ป้าคนขับถามอย่างงุนงง “อีชั้นขับตามความเร็วที่กำหนดพอดี จะจับอีชั้นเรื่องอะไรคะ”
“คุณป้าครับ คุณป้าไม่ได้ขับเร็วหรอกครับ แต่คุณป้าขับช้ามากผมเกรงว่ามันจะเป็นอันตรายกับ
รถคันอื่นน่ะครับ” ตำรวจชี้แจง“ช้าหรือ? อีชั้นอุตส่าห์ขับตามป้ายความเร็วพอดีเป๊ะเลยนะ ๒๒ กิโลเมตร
ต่อชั่วโมงพอดีเลย” คุณป้าตอบอย่างภาคภูมิใจ
“คืองี้ครับ” ตำรวจพยายามอธิบายอย่างอดทน “๒๒ นี่เป็นหมายเลขถนนนะครับ ไม่ใช่กำหนดความเร็ว”
ด้วยความอับอาย หญิงชราขอบอกขอบใจตำรวจที่ช่วยชี้แจงความเข้าใจผิดของเธอ แล้วเตรียมจะออกรถ
“เดี๋ยวครับคุณป้า ผมสงสัยอยู่อย่าง” ตำรวจถามด้วยความสงสัย
“ทำไมเพื่อนๆคุณป้าถึงได้ทำหน้าตาอย่างนั้นกันล่ะครับ”


“อ๋อ...” คุณป้าตอบ “คือว่าพวกเราเพิ่งออกมาจากถนน ๒๒๑ น่ะ”



คู่สามีภรรยาสูงอายุคู่หนึ่งแต่งงานมาครบรอบ 50 ปี พวกเขาตัดสินใจกลับไปฉลองกัน
ที่เมืองเล็กๆซึ่งพวกเขาได้พบกันครั้งแรกพวกเขาเข้าไปนั่งในคอฟฟี่ช็อปเล็กๆแห่งหนึ่ง
ในเมืองนั้นแล้วเล่าเรื่องราวให้พนักงานเสิร์ฟฟังว่าว่าพวกเขาพบรักกันในร้านแห่งนี้ที่โต๊ะตัวนี้
ตำรวจที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆนั่งฟังเรื่องราวของพวกเขาแล้วอมยิ้มในความรักที่ทั้งสองมีให้แก่กัน
หลังจากที่พนักงานเสิร์ฟเดินจากไป ชายแก่ก็คุยกับภรรยาต่อ
“เธอจำได้ไหม ที่ที่เรามีอะไรกันครั้งแรกก็คือในทุ่งฝั่งตรงข้ามถนนนี่ ฉันจับเธอพิงกับรั้วนั่น
ฉันว่าเราน่าจะลองทำมันใหม่เพื่อระลึกความหลังกันสักหน่อยเป็นไง”
หญิงชราหัวเราะคิกคักอย่างตื่นเต้นแล้วตอบรับ “เอาสิ ทำไมจะไม่ล่ะ”
ดังนั้นพวกเขาจึกเดินออกจากร้านแล้วข้ามถนนไปยังทุ่งฝั่งตรงข้ามถนน ตำรวจโต๊ะข้างๆ
รู้สึกซาบซึ้งในความโรแมนติกของคู่รักสูงวัยคู่นี้ แต่ก็ตัดสินใจว่าจะจับตาดูพวกเขาไว้เผื่อว่า
จะเกิดอันตรายอะไรกับพวกเขาเมื่อคู่สามีภรรยาเดินไปถึงทุ่ง พวกเขาก็มุ่งตรงไปยังรั้ว
ทันทีแล้วเริ่มต้นถอดเสื้อผ้าออก เมื่อทั้งสองคนเปลือยเปล่าแล้วชายชราก็จับภรรยาของเขาพิงกับรั้ว
ตำรวจแอบดูทั้งสองจากพุ่มไม้และรู้สึกแปลกใจมากในสิ่งที่เขาเห็น หญิงชรากระโดดไปรอบๆ
ในขณะที่สามีของเธอก็ทำอย่างเดียวกันอยู่เกือบ 5 นาทีก่อนที่ทั้งสองจะล้มลงบนพื้น
พวกเขานอนอยู่สักพัก แล้วลุกขึ้นสะบัดเนื้อตัวแล้วใส่เสื้อผ้ากลับเหมือนเดิม
ขณะที่พวกเขาเดินกลับไปที่ถนน ตำรวจก็รีบเดินไปหาพวกเขาแล้วพูด
“นั่นเป็นการแสดงความรักที่พิลึกพิลั่นที่สุดที่ผมเคยเห็นเลยนะนี่ เมื่อก่อนคู่คุณจะต้อง
ร้อนแรงมากแน่เลย”


“ก็ไม่เชิงหรอกครับ” ชายชราตอบ “เมื่อก่อน ไอ้รั้วนั่นยังไม่ใช่รั้วไฟฟ้า”


ชายหนุ่มคนหนึ่งไปเที่ยวประเทศสเปน และเข้าไปกินอาหารค่ำที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง
ในแมดริด เขาสั่งอาหารจานที่เด็ดที่สุดของภัตตาคาร เมื่อบ๋อยนำมันมาเสิร์ฟสิ่งที่เขาได้รับคือ
มันฝรั่ง ข้าวโพด และก้อนเนื้อขนาดใหญ่สองก้อน
"นี่มันอะไรเนี่ย" เขาถามบ๋อย
"โกโฆนเญส ครับ ซินญอร์" บ๋อยตอบ
"แล้วไอ้โกโฆนเญสนี่มันคืออะไรล่ะ" ชายหนุ่มถามต่อ
"โกโฆนเญส ก็คือลูกอัณฑะของวัวที่สู้แพ้ที่สนามแข่งตอนบ่ายวันนี้ครับ" บ๋อยอธิบาย
ชายหนุ่มรู้สึกขยะแขยง แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนชอบลองเขาจึงลองชิมอาหารท้องถิ่นจานนี้ดู
ผลลัพธ์ออกมาน่าประหลาดใจมาก มันอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อด้วยความที่เขาติดใจ
ในรสชาติของมัน เขาตัดสินใจกลับมาที่ภัตตาคารเดิมอีกในคืนต่อมา และสั่งอาหารจานเดิม
คราวนี้บ๋อยเอาอาหารที่ดูคล้ายจานเดิม แต่ก้อนเนื้อสองก้อนมีขนาดเล็กกว่าเดิมมาก
"นี่คืออะไร" เขาถาม
"โกโฆนเญส ครับ ซินญอร์" บ๋อยตอบ
"ไม่ใช่ม้างงงง" ชายหนุ่มไม่เห็นด้วย "ผมกินโกโฆนเญสเมื่อคืนนี้ มันก้อนใหญ่กว่านี้เยอะนี่นา"


"ซินญอร์ครับ" บ๋อยอธิบาย "วัวมันไม่ได้แพ้ไปซะทุกครั้งนะครับ"



ในสมัยที่จูดาสสานุศิษย์ที่ทรยศต่อพระเยซูยังติดตามพระองค์อยู่นั้น วันหนึ่งพระเยซูได้นำเหล่าศิษยานุศิษย์รอนแรมจาริกแสวงบุญผ่านเส้นทางอันยาวไกล เหล่าสานุศิษย์ต่างอ่อนล้าและหิวโหยเป็นอันมาก พระองค์จึงสั่งให้ทุกคนหยุดพัก และหยิบหินขึ้นมาคนละหนึ่งก้อน
จูดาสนั้นคิดอยู่ในใจว่า "เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว ยังจะมาให้เราหยิบหินขึ้นมาทำอะไรก็ไม่รู้" ในขณะที่ศิษย์คนอื่นๆหยิบหินขึ้นมา จูดาสจึงเลือกหินก้อนที่เล็กที่สุดที่จะหาได้ เมื่อทุกคนได้หินคนละหนึ่งก้อนแล้ว พระเยซูจึงประทานพรว่า "หินในมือเจ้าจงกลายเป็นก้อนขนมปังเพื่อบรรเทาความหิวโหยด้วยเทอญ"

จูดาสแทบเป็นลม เขาผิดหวังอย่างแรงกล้า แต่ก็รีบกินขนมปังเสกของตนเพื่อประทังความหิว แต่ขนมปังก้อนเล็กนิดเดียวจะทำให้คนตัวเบ้อเริ่มหายหิวได้อย่างไร

เมื่อพักผ่อนกันได้ตามสมควรแล้วพระเยซูก็นำเหล่าสานุศิษย์ออกเดินทางต่อ หลังจากการรอนแรมอีกหลายชั่วโมง เหล่าผู้จาริกก็ได้เดินทางมาถึงผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว พระเยซูสั่งให้ทุกคนหยิบก้อนหินขึ้นมาคนละก้อน

จูดาสคิดอยู่ในใจว่าจะไม่ยอมพลาดเช่นครั้งที่แล้วอีก ในขณะที่ศิษย์อื่นๆหยิบหินกันขึ้นมานั้น จูดาสจึงเลือกหินก้อนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ตนเองจะยกไหว พระเยซูก็ได้ประทานพรข้อที่สองว่า "เจ้าจงขว้างหินในมือของเจ้าออกไป แล้วเจ้าจะได้เป็นผู้ครอบครองผืนดินอันอุดมสมบูรณ์นี้ในกว้างยาวเท่ากับระยะทางที่เจ้าขว้างออกไปได้"

จูดาสแทบจะร้องไห้ ก็หินที่ตนเองยกขึ้นมานั้น ลำพังแต่จะถือไว้ก็ลำบากมากแล้ว แต่ด้วยความละโมบ จูดาสจึงได้พยายามทุ่มหินในมือของตนอย่างสุดกำลัง อนิจจา! ก้อนหินนั้นตกลงแค่เพียงปลายเท้าของจูดาสเอง

หลังจากนั้นพระเยซูก็ได้นำเหล่าศิษย์รอนแรมต่อไป อีกหลายชั่วโมงผ่านไป เหล่าผู้แสวงบุญก็ได้มาถึงเมืองๆหนึ่ง คราวนี้พระเยซูสั่งให้หยุดและให้ทุกคนหยิบหินขึ้นมาคนละสองก้อน

จูดาสประสาทเสียมากับพรสองข้อก่อนหน้านี้ เขาจึงไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจหยิบหินก้อนใหญ่ขึ้นมาหนึ่งก้อน และก้อนเล็กอีกหนึ่งก้อน คราวนี้ไม่ว่าพรของพระเยซูจะเป็นอะไร เขาก็พร้อมจะรับมือแล้ว


พรข้อที่สามของพระเยซูคือ "หินสองก้อนในมือจงกลายเป็นลูกอัณฑะของเจ้า!"



คาวบอยคนหนึ่งผูกม้าไว้หน้าโรงเตี๊ยมเพื่อเข้าไปหาเหล้าดื่ม โชคร้ายที่คนแถบนั้นมีนิสัย
ชอบโขมยของๆคนแปลกหน้า หลังจากที่เขาดื่มเสร็จและออกมาจากโรงเตี๊ยม เขาพบว่าม้าของเขาหายไปแล้ว
เขาเดินกลับเข้าไปในบาร์ ชักปืนออกมายิงขึ้นบนเพดานนัดหนึ่ง แล้วตะโกน
"ไอ้ลูกหมาตัวไหนโขมยม้าของข้าวะ"
เงียบ! ไม่มีใครตอบ
"ได้ ข้าจะกินเบียร์อีกแก้ว ถ้าม้าของข้าไม่กลับมาอยู่ข้างนอกตอนข้ากินเสร็จล่ะก็ ข้าจะทำอย่างที่ข้าทำในเท็กซัส แล้วข้าก็ไม่อยากทำมันที่นี่ด้วย"
คนในโรงเตี๊ยมนั่งกระสับกระส่ายอย่างไม่เป็นสุข แต่ก็ไม่มีใครกล้าลุก
หลังจากที่คาวบอยต่างถิ่นจัดการกับเบียร์ของเขาเสร็จ เขาก็เดินออกไปที่หน้าโรงเตี๊ยม คราวนี้ม้าของเขากลับมาอยู่ตรงนั้นแล้ว เขาปีนขึ้นหลังม้าแล้วเริ่มขี่ออกไป
เจ้าของโรงเตี๊ยมยังข้องใจอยู่ เขาเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมแล้วตะโกนถาม
"ถามจริง อะไรเกิดขึ้นที่เท็กซัสวะ"
คาวบอยหันกลับมาแล้วตะโกนตอบ


"ข้าก็ต้องเดินกลับบ้านเองสิวะ"





 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2549
20 comments
Last Update : 19 กรกฎาคม 2549 17:42:10 น.
Counter : 2023 Pageviews.

 
 
 
 
ทั้งเรื่องและภาพของคุณชวนขำมาก ๆ ครับ
เอิ๊กอ๊าก...
 
 

โดย: basbas วันที่: 19 กรกฎาคม 2549 เวลา:19:42:16 น.  

 
 
 
ขำมากๆๆครับ

สุดยอด

คิดได้ไง
 
 

โดย: ดนย์ วันที่: 19 กรกฎาคม 2549 เวลา:22:00:23 น.  

 
 
 
เรื่องแรก เพื่อนคุณยายไม่ตายก็ดีแล้ว 5555

เรื่องสอง เออ แค่จินตานาการก็สำลักน้ำลายแล้วครับ 555

เรื่องสุดท้าย กวนมากกกกครับ 555555 ผับมืดเจอดัดหลังแบบนึกไม่ถึงเลย 555
 
 

โดย: นายเบียร์ วันที่: 22 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:39:36 น.  

 
 
 
ภาพขำ
เรื่องขำ
ฮากระจาย...
 
 

โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 24 กรกฎาคม 2549 เวลา:2:34:30 น.  

 
 
 

ฮาหมดทุกประการ เอาไปเล๊ยยย A+
 
 

โดย: yyswim วันที่: 26 กรกฎาคม 2549 เวลา:13:42:30 น.  

 
 
 
ขำตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เลยครับ
 
 

โดย: basbas วันที่: 26 กรกฎาคม 2549 เวลา:23:08:25 น.  

 
 
 
มาทักทายพร้อมขำขำครับ 555
 
 

โดย: นายเบียร์ วันที่: 1 สิงหาคม 2549 เวลา:1:44:27 น.  

 
 
 

มาเยี่ยม ป่านนี้คงจะหลับแล้ววว
 
 

โดย: yyswim วันที่: 4 สิงหาคม 2549 เวลา:0:58:54 น.  

 
 
 
อ๊ะ มาเยี่ยมอีกรอบ
 
 

โดย: yyswim วันที่: 10 สิงหาคม 2549 เวลา:14:32:00 น.  

 
 
 
ผมตามพี่สินมาเยี่ยมครับ ตามหลายวันอ่ะครับ
 
 

โดย: basbas วันที่: 18 สิงหาคม 2549 เวลา:11:58:46 น.  

 
 
 
สวัสดีครับ มาทักทายครับไม่ได้อัพนานเลยนะครับ
 
 

โดย: นายเบียร์ วันที่: 29 สิงหาคม 2549 เวลา:4:15:15 น.  

 
 
 
แวะดูการ์ตูนภาพได้ที่

Dog's Dream - การ์ตูนภาพ 4 ช่องจบ

 
 

โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:23:04:54 น.  

 
 
 
มาเยี่ยมครับ ได้อ่านเรื่องสนุกคลายเครียดด้วย
 
 

โดย: basbas วันที่: 17 กันยายน 2549 เวลา:18:31:11 น.  

 
 
 
ผมไม่ได้มาตั้งนาน คุณยังไม่เขียนเรื่องใหม่หรือครับ
 
 

โดย: basbas วันที่: 7 ตุลาคม 2549 เวลา:18:21:11 น.  

 
 
 
เค็มได้ที่แล้ว อิอิ
 
 

โดย: yyswim วันที่: 22 ตุลาคม 2549 เวลา:16:14:31 น.  

 
 
 
เมื่อไหร่ผมจะได้อ่านเรื่องขำๆอีกครับ
 
 

โดย: basbas วันที่: 11 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:39:11 น.  

 
 
 
แวะมาเยี่ยมครับ
 
 

โดย: นายเบียร์ วันที่: 2 ธันวาคม 2549 เวลา:4:58:19 น.  

 
 
 
8 เดือนแล้วที่ผมไม่ได้อ่านเรื่องขำๆอีก เหงาครับ
คุณสบายดีป่าวครับ
 
 

โดย: basbas วันที่: 27 มีนาคม 2550 เวลา:2:19:26 น.  

 
 
 
ย่างเดือนที่ 10 แล้วครับ
 
 

โดย: basbas วันที่: 2 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:01:36 น.  

 
 
 
อีก 4 วัน ครบ 1 ปีพอดี

ยังคิดถึงเรื่องสนุกๆ ขำๆ เสมอครับ
หวังว่าพี่จะกลับมาในเร็ววัน
 
 

โดย: basbas วันที่: 15 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:59:37 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นายหนหวย
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google
[Add นายหนหวย's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com