ประสบการณ์สอบนักการทูต ปี 58
ประสบการณ์สอบนักการทูตปฏิบัติการ ปี 2558

ต้องบอกก่อนเลยค่ะว่า ไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะสอบทูตค่ะ เพราะว่าเรียนตรีและโทด้านการศึกษา และก็ทำงานรับราชการครูด้วยค่ะ แต่นักการทูตเป็นความฝันสมัยเด็ก ๆ ตอน ม. 4 จนจะเข้ามหาวิทยาลัย ความฝันก็มลายหายไปค่ะ Smileyเพราะว่าปีแรกสอบไม่ติด IR ทั้ง จุฬา และ มธ. ก็ได้เรียนครุศาสตร์ค่ะ แถมเข้าครุศาสตร์แบบไม่รู้ด้วยค่ะว่าเรียน 5 ปี และไม่มีเอกภาษาจีน พอเข้าไปก็ไปสอบใหม่ค่ะ กะว่าจะซิ่วให้ได้เลย คราวนี้ติด IR มธ. ค่ะ เพื่อนกลุ่มครุฯก็รู้เรื่องค่ะ เพื่อนก็เข้าใจแต่เพื่อนก็ไม่อยากให้ไป 555 และคุณพ่อก็ไม่ให้ไปเรียนค่ะ ท่านเป็นห่วงไปเรียนไกลค่ะ ให้เรียนครุฯต่อไป ร้องไห้แทบตายค่ะ ความฝันหายไป และหลังจากนั้นก็เลิกคิดไปเลยค่ะ เพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้เรียนไปสายทางนั้น คงไปไม่ถึงเส้นทางการทูตหรอก แต่ด้วยความเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ค่ะ ก็เรียนครุฯ ไปอย่างมีความสุข มีเพื่อนดี สังคมดี ทุกอย่างดีค่ะ มีความสุขดี เริ่มมมีความเป็นครูและความชำนาญมากขึ้นไปตามกาลเวลา

ภาค ก. 

ข้อสอบความรู้ทั่วไป ยากมาก ๆ ทั่วไปมาก ๆ Smiley และความรู้ไม่สามารถคาดเดาได้เท่าไร ส่วนมากจะออกเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคี พหุภาคี องค์กรนานาชาติ ชื่อนายกรัฐมนตรี เอาเป็นว่าให้พิมบอกในนี้ยังไงก็ไม่หมดนะคะ เพราะอ่านเยอะมาก (ไม่เยอะเท่าคนอื่นอ่าน 555) พยายามอัพเดตข้อมูลด้วยตัวเองด้วยคีะ หาข้อมูลเพิ่มด้วยตัวเองในเรื่องที่คิดว่าน่าจะมีในข้อสอบ google ตลอดเวลาเลยค่ะ และที่สำคัญพยายามจำด้วยนะคะ ถ้าไม่จำก็เดามั่วแบบคุ้น ๆ ค่ะ แบบเรานี่คุ้น ๆ ตลอด แต่ผิดทุกข้อเลยค่ะ 555 พาร์ทนี้ยากสำหรับเรามาก ๆ ค่ะ คิดไว้แล้วว่าน่าจะได้แค่ 50 คะแนนจาก 100

ข้อสอบภาษาอังกฤษ ไม่ยากมากค่ะ เน้นแกรมม่ามาก ๆ อ่านนิดหน่อยค่ะ แต่พอเป็นแกรมม่าเลยค่อนข้างเข้าทาง เพราะเรียนการสอนภาษาอังกฤษมาค่ะ เรื่องที่ออกปีนี้จะเป็นเรื่อง phrasal verb เยอะแยะมากมายเลยค่ะ จะต้องเลือกใช้ preposition คู่กับ verb ให้ถูกต้อง เนื้อหาแต่ละข้อก็จะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนี่แหละค่ะ เพราะฉะนั้นอ่านข่าวภาษาอังกฤษจะดีมาก เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ซึ่งเราเองก็ไม่ได้อ่านข่าวภาษาอังกฤษค่ะ เพราะเน้นเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เราเตรียมตัวก่อนสอบไม่นานมากค่ะ ใช้เวลาทั้งวัน ไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะว่ามีสอบบรรจุครูผู้ช่วยด้วยค่ะ สอบพร้อม ๆ กันเลย สอบครูก่อน แล้วค่อยสอบทูต เวลาอ่านหนังสือแทบไม่มี เพราะเรียนโทด้วยค่ะ ต้องทำธีสิสให้เสร็จด้วยค่ะ คือเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตชุลมุนวุ่นวายมาก ๆ บินไปกลับกรุงเทพปักกิ่งอยู่เรื่อย ๆ เพราะเรื่องสอบราชการและเรื่องเรียนโทค่ะ ตอนสอบเสร็จไม่คิดอะไรมากค่ะ คือผ่านก็ดีใจค่ะ ถ้าไม่ผ่านก็ปิ้ว ๆ ไป แต่ไม่คาดหวังมาก เพราะว่ารู้ตัวค่ะว่าตัวเองไม่ได้เตรียมตัวมานานเหมือนคนอื่น ๆ คนอื่น ๆ ตั้งใจมากเตรียมตัว 3 เดือนเลยค่ะ เราไม่ได้เรียนตรงสาย และไม่รู้มาก่อนด้วยค่ะว่ามีสอบทูต เราสามารถสอบได้ด้วย ต้องยกผลประโยชน์นี้ให้ก้อยเพื่อนที่แสนดีที่สุดคนหนึ่งเลยค่ะ "เรียนจบอะไรมาส่วนมากก็มาสอบทูตได้นะคะ (แต่ก็ไม่ทุกสาขานะคะ)" 

ภาค ข. 

โอ้โห ข้อสอบอะไรไม่รู้ยากมาก ๆ สอบครูเทียบไม่ติดเลยค่ะ จะว่าไปข้อสอบมันก็คนละแนว 555 ข้อสอบทูตก็เป็นอะไรที่เราไม่ได้ถนัดอยู่แล้วค่ะ แต่รู้สึกว่ายากแจริง ๆ เพราะมันเป็นข้อสอบเขียนล้วน ๆ เลยค่ะ เรามีเวลาเตรียมตัวก็ไม่นานอีกแหละค่ะ ประมาณ 4 วัน เพราะว่าตอนนั้นก็ชนสอบบรรจุครูผู้ช่วยภาค ข. เช่นกัน เขียนเมื่อย มาก ๆ ค่ะ ตั้งแต่เช้ายันบ่ายสามโมง ไม่ได้หยุดเลยค่ะ วันสอบนี่เตรียมปากกาแท่งเก่ง ปากกาเจล และที่ลบคำผิดแบบแห้งที่เป็นเทปอ่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องรอมันแห้ง เน้นสปีดมาก ๆ เขียนไปลบไปตลอดเลยค่ะ แต่ก็โอเคค่ะ ต้องขอขอบคุณโรงเรียนสมัยมัธยม โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์มากเลยค่ะ เพราะโรงเรียนมีแต่ข้อสอบข้อเขียนนะคะ เขียนมือหงิกมาตั้งแต่เด็ก แต่พอเช้ามหาวิทยาลัยก็ห่างหายไปค่ะ แต่ก็อย่างว่าสกิลที่ฝึกมาตอนเด็กมันติดตัวค่ะ การเขียนเลยพอโอเคอยู่ค่ะ คำถามในข้อสอบก็ลืม ๆ ไปแล้วนะคะ แต่น่าจะประมาณนี้นะคะ

1. เรียงความภาษาอังกฤษ - ให้แสดงความคิดเห็นเรื่อง Diplomat is a person who is sent abroad to lie for his country. 
2. แปลอังกฤษเป็นไทย แปลจดหมายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เขียนถึงพระราชาแห่งบรูไนค่ะ นี่ไปไม่เป็นเลยค่ะ ราชาศัพท์นี่ไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลแม้แต่น้อย เลยเขียนด้วยภาษาสุภาพเอาค่ะ 
3. แปลไทยเป็นอังกฤษ - เนื้อหาการประชุมเรื่องน้ำค่ะ
4. ย่อความ - เกี่ยวกับประเทศสิงคโปร์ค่ะ เพราะช่วงนั้นลีกวนยูเพิ่งเสียชีวิตไปค่ะ
4. คำถามเกี่ยวกับนักการทูต - การทูตเชิงเศรษฐกิจ คืออะไร 
5. คำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ต่างประเทศ - ถามว่าคิดเห็นอย่างไรที่สื่อได้ตำหนิว่าประเทศไทยเข้าหาประเทศจีนมากขึ้น โดยไม่สนใจแระเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา (ประมาณนี้นะคะ) 
6. คำถามเกี่ยวกับเศรษฐกิจ - เกี่ยวกับทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เพราะว่าสถานการณ์ทางการเมืองของไทยไม่ปกติค่ะ
7. คำถามเกี่ยวกับกฎหมาย - ประเด็นเกี่ยวกับข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลไทยเขมร

ภาค ค. 

ทิ้งช่วงห่างกับสอบภาค ข ประมาณ 2 เดือนเลยค่ะ ยาวนานมากค่ะ สอบภาค ค. เก็บตัว ที่เขาใหญ่ สักภูเดือนรีสอร์ทค่ะ เป็นกิจกรรมที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ คือพอไปแล้วรู้เลยค่ะว่า มันมีอะไรที่มากกว่าการมุ่งไปที่การสอบ มันคือการได้ทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ ได้ฟังประสบการณ์จากพี่เลี้ยงซึ่งเป็นนักการทูตรุ่นพี่ ๆ แบ่งปันให้ฟัง และพี่ ๆ ก็คอยหากิจกรรมให้ผู้เข้าสอบทำจะได้ไม่เครียดด้วยค่ะ เราไปแล้วเรารู้สึกได้เลยว่าถ้าสอบไม่ผ่านขึ้นมาก็ไม่เสียใจมากค่ะ เพราะประสบการณ์นี้มีคุณค่ามากค่ะ พี่เลี้ยงทุกคนเข้าใจความรู้สึกของผู้เข้าสอบมากเลยค่ะ ตอนเก็บตัวก่อนเข้าห้องสัมภาษณ์นี่มีขนม น้ำ ยาดม เตรียมไว้ให้พร้อมเลยค่ะ น่ารักมาก ๆ 

สอบสัมภาษณ์ เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ Public Speaking เลยค่ะ ใครจะได้สอบก่อนหลังต้องมีการจับสลากก่อนนะคะ ไม่ได้เรียงตามกลุ่มเลย ทุกอย่างทำไปด้วยความโปร่งใสมาก ๆ ค่ะ เรื่องเส้นสายนี่เป็นไปได้ยากค่ะ หัวข้อ public speaking ที่เราได้คือ What are your characteristics which are suitable for the position at MFA? เคล็ดลับคือ ต้องบอกตัวเองให้มีสติมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ค่ะ ตื่นเต้นได้แต่ต้องมีสติค่ะ ก่อนเข้าห้องส้มภาษณ์จะมีเวลาประมาณ 10 นาทีให้เตรียมว่าจะพูดประมาณไหน แล้วก็ฝึกพูดด้วยค่ะ สอบรอบนี้กรรมการให้เข้าไป สวัสดี แล้วก็พูด public speaking ได้เลยค่ะ ประมาณ 3 นาทีพอค่ะ แป๊บเดียว เสร็จแล้วก็จะโดนกรรมการถามคำถาม ประมาณ 5 คำถามค่ะ มีกรรมการประมาณ 20 ท่านได้ค่ะ ล้อมรอบเลย ตอนโดนถามนี่ตื่นเต้นกว่าตอนสอบพูดอีกนะคะ คำถามที่โดนถามก็จะมี 

(1) กลัวผีมั้ย - อันนี้เราอึ้ง ๆ ไป แป๊ป Smiley ไม่รู้จะกลัวหรือไม่กลัวดีค่ะ 5555 ก็ตอบไปว่าถ้าไม่เจอก็ไม่กลัวค่ะ แล้วก็หลุดหัวเราะใส่ไมค์ไปค่ะ เลยขอโทษกรรมการ ฮี่ ๆ เส้นตื้นไปหน่อยค่ะ จริง ๆ กรรมการต้องการถามว่าเราหนักเบาเอาสู้มั้ย ถ้ามีกรณีที่ต้องไปเก็บศพคนไทยในต่างประเทศ จะทำได้มั้ย 
(2) ให้พูดความปรารถนาของตัวเอง 3 อย่างเป็นภาษาจีนหรือไทยก็ได้ - เราเลือกไทยค่ะ เพราะภาษาจีนไม่คล่องค่ะ ได้แค่พอคุยในชีวิตประจำวันค่ะ
(3) เอกอัครราชทูตท่านไหนเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ - อันนี้ตอบไม่ได้เลยค่ะ เพราะไม่รู้จริง ๆ ค่ะ เลยตอบไปว่า ไม่ทราบ แต่มีเอกอัครราชทูตที่ชื่นชอบค่ะ ตอบไม่ได้ก็ต้องแก้ปัญหาไปเฉพาะหน้าค่ะ
(4) ผลงานเด่นของกระทรวง คิดว่ามีอะไร - เราตอบไปว่า TIP report กับ IUU ค่ะ
(5) จุดอ่อนของตัวเอง - อันนี้ขอมุบมิบคำตอบไว้นะคะ อิอิ

ทั้งหมดก็ประมาณนี้นะคะ ข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง เพราะความจำก็ไม่ค่อยดีค่ะ 555 แต่อยากให้คนที่มีความฝันจงทำตามความฝันนะคะ พยายามเข้าค่ะ ไม่ยากเกินไป แต่ก็ไม่ง่ายเช่นกัน เราเองไม่ติดตัวจริงค่ะ ทั้งหมดที่สอบผ่านเกณฑ์มี 80 คน โดนเรียกบรรจุรอบแรกไป 1-45 ค่ะ เราอยู่ที่ 50 ก็ต้องรอลุ้นต่อไปค่ะว่ากระทรวงจะเรียกเราบรรจุมั้ย ตอนนี้ก็ได้แต่ไหว้พระภาวนาให้ตัวเองและคนอื่น ๆ ที่สอบติดมาด้วยกันโดนเรียกตัวสักทีนะคะ Smiley



Create Date : 17 สิงหาคม 2558
Last Update : 17 สิงหาคม 2558 14:28:47 น.
Counter : 8961 Pageviews.

4 comment

SwnBlitz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]