Group Blog
 
All Blogs
 

Jogja & Bali มากี่ที ก็แฮ้ปปี้ทุกครั้ง

เอาภาพไปเที่ยวเมื่อปลายเดือนมีนาคม 57 มาฝากค่ะ ถือเป็นข้อมูลไปเที่ยวย่อมๆ เผื่อจะเอาไปเป็นประโยชน์สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านนะคะ


ปีนี้ จริงๆ แล้วเราไปเที่ยว หลวงพระบาง เมื่อเดือน ก.พ. และไป อินโด มี.ค. ค่ะ แต่ภาพหลวงพระบางยังไม่ได้ resize เลยมาลงข้อมูลอินโดให้ดูสนุกๆ ก่อนค่ะ

ทำไมไปอินโด >> เพราะเราเคยไปอยู่ที่นั่น และพูดภาษาอินโดได้ค่ะ ก็เลยชอบไป แถมมีเพื่อนอยู่ที่นั่นด้วย ก็เลยถือเป็นการไปเยี่ยมเยือนถิ่นเก่า เพราะไปครั้งสุดท้ายก็ 2 ปีมาแล้วค่ะ

ความตั้งใจแรกของทริปนี้ คือ ไปบาหลี นอนทิ้งๆ ไปดูเทศกาลปีใหม่ของชาวฮินดูบาหลี กับสามี
แต่ !! สามีอยากไป บุโรพุทโธ และเพื่อนๆ ของสามีก็อยากไปด้วย ดังนั้น ทริปนี้ จาก 2 คน จึงกลายเป็น 5 คนในที่สุด Smiley

และเนื่องจาก เพื่อนๆ สามี ต้องการทริปและจำกัดงบ เราจึงต้องทำการบ้านหาตั๋วถูกๆ จนในที่สุด ก็ได้มาตามนี้ค่ะ  

รวมทั้งหมด การเดินทางของเรา 4 flight ( BKK-JKT-YOGYA-BALI-BKK ) รวมค่าใช้จ่ายคนละ 10,094 บาท  จริงๆ แล้วถ้าแพลนเร็วกว่านี้ จะได้ราคาถูกกว่านี้ค่ะ แต่แค่นี้ถือว่า OK สำหรับเราละ

การเดินทางของเราค่ะ
วันแรก  ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิตอนดึกๆ ไปถึงจาการ์ต้าประมาณตี 1 กลิ้งอยู่สนามบินรอต่อเครื่องตอนเช้า  นี่บรรยากาศจากเก้าอี้ที่นอนของเรา ที่นี่มีร้านสะดวกซื้อ ที่ชาร์ตแบ็ตมือถือ ห้องน้ำ ห้องสูบบุหรี่ สะดวก สบาย ไม่รวมคนมาขึ้นเครื่องเดินไปเดินมาทั้งคืน



ได้เวลาขึ้นเครื่อง นี่ถ่ายป้ายเล่นๆ จากเกทค่ะ  สนามบินเค้าทำใหม่เรื่อยๆ ดูดีๆ
( Pria = ผู้ชาย / Wanita = ผู้หญิง )
เราเดินทางด้วย Batik Air ขอบอกว่ามีทีวี มีเกมส์ มีเพลงให้ฟัง เครื่องใหม่ และดูดีค่ะ มีหนมให้ทานประมาณ Nok Air 


มาถึง Yogyakarta เมืองที่อดีตเคยเป็นเมืองหลวงก่อนย้ายไป Jakarta ในปัจจุบัน เมืองนี้เป็นที่ตั้งของมรดกโลก "บุโรพุทโธ" ทำให้มีนักท่องเที่ยงมาเมืองนี้เยอะค่ะ แต่สนามบินเล็กและคนเยอะ ขอแนะนำว่า ถ้าต้องการเข้าห้องน้ำ เข้าจากด้านในสนามบินนะคะ 



เรามีคนขับรถมารับที่สนามบินค่ะ  สำหรับ 1 day trip ไปบุโรพุทโธ พรัมบานัน และพาเราไปซื้อของที่ย่าน Malioboro  ( ค่าใช้จ่าย ประมาณ 1,500 บาท )



ช่วงที่เราไปนั้น เป็นวันหยุดยาว ทำให้มีคนมาเที่ยวที่เดียวกับเราเยอะมากกกก รถติดสุดๆ
แต่ก็ดีใจที่ได้มาที่นี่อีกครั้ง 


เรามาถึงตอนกลางวัน แดดเปรี้ยงๆ แซ่บมากกกก


หลังจากนั้น เราเดินทางมา วิหารพรัมบานัน  สร้างถวายเทพฮินดู เค้าซ่อมกันตลอดๆ ไปครั้งหลังๆ ต้องมีบางส่วนปิดซ่อมแซม แต่ก็ยังสวยอยู่ค่ะ





ด้านหลังพรัมบานัน มีที่จัดแสดงรามเกียรติ์แบบเป็นโรงละครกลางแจ้ง เก๋ไก๋มาก ใครมีโอกาสได้นอนที่ Yogya เชิญมาชมกันนะคะ

วันนี้พอหมดจากที่นี่ รถติด และเราหิวข้าว แถมต้องขึ้นเครื่อง 2 ทุ่ม ก็เลยให้คนขับรถพาไปที่ ย่าน Malioboro เพื่อทานข้าวกะซื้อของเล็กน้อย จังหวะนี้ไม่ได้ถ่ายภาพเพราะฝนตกแล้วก็รีบๆ ค่ะ
ยังไม่หมดวัน เราต้องไปขึ้นเครื่องสู่ Bali กันอีกรอบ

ถึงบาหลีก็ดึกแล้วค่ะ เราถึงโรงแรมก็สลบเหมือด เช้าทานข้าวแล้วคนขับรถก็มารับตั้งแต่ 8 โมงเช้าเนื่องจากวันนี้ เราจะเที่ยวได้ถึงแค่ประมาณ 3 โมงเพราะหลังจากนั้นที่บาหลีจะมีขบวนแห่รอบเมือง จราจรจะวินาศ รถวิ่งไม่ได้ เวลาเที่ยวเราจึงน้อยค่ะ ต้องรีบเที่ยว

ไปที่แรก Uluwatu เป็นวัดที่อยู่ริมหน้าผา นักท่องเที่ยวชอบมาที่นี่เพราะวิวสวยค่ะ ของแถมคือมีลิงเยอะ ชอบมาจิ๊กแว่น จิ๊กกระป๋งกระเป๋า ดังนั้น ต้องระวังให้ดีเชียว ที่นี่มีค่าเข้านะคะ ไม่แพง แต่จำไม่ได้...
จริงๆ แล้ว ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องพระอาทิตย์ตกดินค่ะ ดังนั้น หากใครมีโอกาส ขอเชิญมาดูพระอาทิตย์ตกดินและตบท้ายด้วย Kris Dance ที่นี่นะคะ  แต่เราขอซิ่งไปที่อื่นต่อละ


หลังจากนั้น ไปชม Barong Dance กันที่หมู่บ้าน Batubulan ที่ขึ้นชื่อค่ะ


บารอง คือตัวที่คล้ายๆ สิงโตนี่แหละค่ะ ขนสีดำๆ เป็นเทพฝั่งดีที่คอยปกปักรักษาชาวบาหลีค่ะ
ดังนั้น ถ้าเห็นของฝาก ภาพวาด ไม่ต้องแปลกใจนะคะ



การแสดงประมาณ 1 ชม. แล้วเรามุ่งหน้าไปยังวัดชื่อดังที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงโซนที่เราจะพักวันนี้ค่ะ เพราะถ้าออกไปไกลจะใช้เวลาและกลัวจะไม่ทันการปิดการจราจร เราจึงเลือกไป  Goa Gajah หรือถ้ำช้าง เป็นถ้ำที่ใช้เป็นที่บูชาของชาวฮินดู ด้านในถ้ำยังมีศิวลึงค์ค่ะ
ด้านนอก เป็นวัดที่ยังมีคนมาอยู่เรื่อยๆ ไม่เฉพาะนักท่องเที่ยวนะคะ


ยังมีคนมาบูชาเทพเจ้ากันอยู่ค่ะ


ต่อจากที่นี่ เราไปวัดบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ Tirta Empul ใกล้ๆ กันค่ะ แต่โชคไม่ดีฝนกระหน่ำ ไม่ได้เก็บภาพมาฝากนะคะ ทุกวัดต้องใส่โสร่งและคาดผ้าที่เอวค่ะ ถ้าใครไม่มี วัดจะมีให้ยืมแต่ถ้าเค้าไม่คิดตัง ออกมาก็บริจาคกันนิดนึงนะคะ

หลังจากนั้น เราไป Gunung Kawi เป็นวัดที่มีการสลักที่หน้าผา ต้องเดินลึกไปประมาณครึ่งกิโล ขอให้บริหารร่างกายกันมาดีๆ นะคะ

มาถึง จะเจอวัดก่อน


ทะลุออกมา พบสิ่งนี้ค่ะ


และยังมีอีกฝั่งก่อนกลับ



จบที่นี่ ฝนปรอยๆ และร่างกายต้องการกาแฟ เราจึงไปแวะจิบกาแฟขี้ชะมดกันที่สวนค่ะ เค้ามีกาแฟและชารสต่างๆ มาให้ชิม ก่อนกลับใครอยากซื้อก็มีขายค่ะ


บ่ายนิดๆแล้ว เรารีบไปทานข้าวที่ Kintamani ดูวิวภูเขาไฟ อากาศดีมากๆ แต่ต้องรีบทาน เพราะเดี๋ยวจะมีขบวนแห่แว้วว


ประมาณ 14.30 เราต้องรีบกลับ เพราะกลัวว่าถนนจะปิด  ออกมาก็เจอขบวนแห่ปีศาจเริ่มออกมาแล้วค่ะ


คนขับรถพาเรามาส่งที่ Ubud ประมาณ 15.00 ตามที่คุยกัน แล้วฮีก็รีบไปเพราะกลัวกลับบ้านลำบาก ส่วนพวกเราวันนี้เปลี่ยนมาพักที่ Villa ที่ Ubud เพราะสะดวกที่คืนนี้จะไปดูขบวนแห่ปีศาจ
เข้าบ้านค่ะ


ขบวนแห่ที่ว่านี้ เป็นไฮไลท์ทริปนี้เลยค่ะ ข้าพเจ้ามาเพื่อสิ่งนี้  
เทศกาลนี้ เรียก Nyepi Day หรือ Silence Day คนไทยเรียกตรงๆ ตัวก็วันเงียบ ก่อนที่จะเข้าสู่ปีใหม่หรือ Nyepi นั้น ชาวฮินดูที่บาหลีแต่ละหมู่บ้าน จะประดิษฐ์หุ่นภูติผีปีศาจ (Ogoh-Ogoh)ในตำนาน หรือในจินตนาการออกมา เพื่อนำไปแห่ร่วมกัน ก่อนนำไปเผาในคืนก่อนวันปีใหม่และพอวันขึ้นปีใหม่ ทุกคนจะงดเปิดไฟ ใช้เสียงน้อยๆ ห้ามออกจากบ้าน สนามบินบาหลีจะปิดวันนี้ 1 วัน และนักท่องเที่ยวต้องอยู่เฉพาะในที่พัก แปลกดีไหมคะ 

วันนี้เนื่องจากเราอยู่ในช่วงก่อนวันเงียบ วันนี้เราจะออกไปดูขบวนแห่ที่แถวๆ กลางเมืองอุบุด แล้วก่อนกลับเราก็ต้องตุนอาหารเพื่อใช้ในวันถัดไป เพราะจะออกไปไหนไม่ได้ เพื่อป้องกันความหิว  เราก็ได้สั่งอาหาร 3 มื้อจากวิลล่าไว้แล้ว อิอิ

เราออกมาชมหุ่นกันตั้งแต่ 5 โมงเย็นค่ะ ขบวนจะถึงประมาณ 4 ทุ่ม แล้วเค้าก็จะเอาไปเผา 


เด็กเล็ก เด็กโต มาช่วยกัน ทุกคนคาดผ้าที่ศีรษะ ชุดแต่งกายของชายบาหลีค่ะ


เจ้าหนูนี่ก็มาช่วย



สีแดงนี่ตัวใหญ่มากค่ะ




สาวๆ ก็มาเดินแห่ด้วย



กว่าจะกลับก็ประมาณ สี่ทุ่ม เรามาดื่มกันต่อเล็กน้อยค่ะ  มาอินโดต้อง Bintang



เช้าถัดมา วันเงียบ เราเล่นน้ำอยู่ที่บ้าน อ่านหนังสือ นอนค่ะ ข้างนอกเงียบมาก ไม่มีใครเดิน ไม่มีรถ เหมือน Silent Hill 555


กินๆ นอนๆ ทั้งวัน ถือว่าได้พักผ่อนดีค่ะ  นี่ภาพรอบๆ บ้านตอนเย็น ถ่ายมามืดตึ๊บบบ เค้าไม่ให้ใช้ไฟค่ะ ถ้าใช้ต้องน้อยๆ รีบๆ ปิด



เช้าวันสุดท้าย ไปแวะช้อปที่ตลาด Sukawati
แล้วก็กลับค่ะ  ตอนนี้สนามบินเค้าทำใหม่ เก๋ไก๋ใหญ่อลังกาล
แถมค่าภาษีสนามบินก็ขึ้นแล้วนะฮะ แลกตั้งมาให้ครบๆ ( ถ้าไม่ครบมีแลกชั้น 1 )

รอขึ้นเครื่องละ


บายๆ บาหลี เดี๋ยวไว้มาหาอีกนะ




 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2557 15:29:04 น.
Counter : 516 Pageviews.  

หลั่นล๊า ภูเก็ต พังงา

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แม่น๊อกกี้เพิ่งลาออกจากงานค่ะ

แล้วก็หนีไปพักผ่อนกะพ่อบ้านมา  

ทริปต้นปี  แม่บ้านเลือกไปทะเล เพราะชอบบรรยากาศทะเลสวยๆ ฟ้าใสๆ 
ครั้งนี้ใช้เวลา 4 วัน 3 คืน  เน้นขับรถเที่ยวเพลินๆ และนอนเขาหลัก 2 คืน ภูเก็ต 1 คืนค่ะ

แม่บ้านไปถึงภูเก็ตประมาณบ่าย 2 กว่าๆ เพราะขึ้เกียจตื่นเช้า Smiley
ไปถึง ทางรถเช่าก็เอารถมาส่งถึงสนามบิน  ช่วง high season นี่ควรจองล่วงหน้าซักเดือนนึงนะคะ
เพราะรถเช่า มักจะถูกนักท่องเที่ยวเช่ายาววววว  ทำให้หารถยากหน่อยค่ะ  
แต่แม่บ้านเตรียมล่วงหน้า  ทำให้ได้ Altis ป้ายแดงวันละ 1,000 บาท  แค่นี้ก็อุ่นใจละ Smiley

เป้าหมายหลักของเราคืนนี้ คือ เขาหลัก พังงา ค่ะ
ออกจากสนามบิน แล้วต้องเลี้ยวซ้ายไปพังงา ผ่านสะพานสารสิน
แต่เนื่องจาก อยากซื้อของใช้นิดหน่อย  บวกกะหิวน้ำ แล้วก็อยากเข้าห้องน้ำ  เราก็เลยแวะเข้าหาดไม้ขาว
( ก่อนถึงสะพานสารสิน อยู่ซ้ายมือ ทางเข้า Anantara, Sala, JW Marriott ) ซึ่งจะมีห้างเล็กๆ ชื่อว่า Turtle Village
มีร้าน Swensen's , Coffee Club และ Mini Mart เล็กๆ ให้ซื้อของได้ค่ะ 

เราแวะที่นี่แป๊บนึง ...



ได้ของใช้แล้ว เราไปต่อค่ะ แต่กลัวว่าจะไปถึงเขาหลักค่ำ แล้วจะหาอะไรทานลำบาก
ก็เลยแวะเข้าไปแถวริมทะเล  โซนโคกกลอย ก่อนถึงโรงแรม Hot Spring จะมีร้านอาหารเล็กๆ ชื่อระเบียงเล
เป็นร้านอาหารที่ฝรั่งแวะไปเล่นน้ำ อาบแดดกันเยอะเลยค่ะ

ก็วิวดีนี่นา



อาหารใช้ได้ค่ะ รอไม่นาน



ท้องอิ่มแล้วเราก็ไปกันต่อค่ะ  ขับรถไปเขาหลัก ซักชั่วโมงกว่าๆ ได้
คืนแรก เราพักที่ เขาหลัก เฮอริเทจ  เป็นโรงแรมเล็กๆ ตกแต่งแบบชิโน โปรตุกีส  
ถ้าขับรถจากภูเก็ต จะผ่านโซนเขาหลัก และร้านอาหารต่างๆ มาซัก 1 ก.ม. และโรงแรมอยู่ขวามือนะคะ 

ห้องพักสำหรับคืนแรก  เพราะรู้ว่ามาถึงค่ำ เราไม่เน้นวิวค่ะ แค่นอนสบายๆ ก็พอ



มีดอกโบตั๋นสีสด อยู่ในห้องด้วย



ทีเด็ดคือ ห้องอาบน้ำแบบนี้ อาบลมห่มฟ้านิดนึง มีแค่ Rain Shower  น้ำแรงสะใจ แต่ว่าแอบรู้สึกโป๊นิดนึง ฮ่าๆๆๆ
มีกระจกมองเห็นได้จากห้องนอนด้วยนะ Smiley  แต่ก็มีม่านบางๆ ขาวๆ นี่แหละค่ะปิดไว้  กันพ่อบ้านเห็น Smiley



นอนสบาย ปลอดภัย พนักงานดูแลโอเค ตอนเช้ามี ABF และกล้วยหอม ส่วนชา กาแฟ จัดเองได้เลย

วันที่ 2 เราจะย้ายที่พักกันค่ะ  ตื่นมาสายๆ ทานอาหาร เช็คเอ้าท์ แล้วก็ไปที่จุดหมายของเราวันนี้  อ.ตะกั่วป่า  จ.พังงา ค่ะ
ระหว่างทาง มีชายหาดสวยๆ แบบนี้  



มาถึงตะกั่วป่า  เราไปอ่านประวัติที่ซากกำแพงเมืองเก่ากันก่อนนะคะ



เมืองเงียบๆ กับซากกำแพงเมืองเก่า  



ไม่ห่างจากซากกำแพงเมือง  เราจะพบหม้อสตีมไอน้ำเรือกลไฟ  มีป้ายอธิบายเสร็จสรรพ ( แต่ดูเหงาจัง )



ถูกตั้งทิ้งไว้โดนน้ำ โดนลม มันอาจจะพังซักวันนะเนี่ย  ( เป็นห่วง )



นี่บรรยากาศในเมืองเก่าตะกั่วป่าค่ะ คล้ายๆ ในภูเก็ต และมีการจัดถนนคนเดินด้วย ( จำไม่ได้แล้วว่าวันไหน )



หลังจากเดินเล่นซักพัก  เรากลับเข้าตัวอำเภอ  ระหว่างทางไม่ลืมเก็บภาพสะพานเหล็กนี้ รู้สึกว่าจะเป็นสะพานเหมืองเก่าค่ะ



มาถึงตัวอำเภอ  เรามาทานบะหมี่เกี๊ยว ตลาดขวาง คนเยอะเหมือนกัน  
ร้านสะอาด แล้วก็อร่อยดีค่ะ ( ร้านนี้อยู่หลังอาคารที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่าหลังเก่าค่ะ  หาไม่ยาก )



มื้อเที่ยงง่ายๆ Smiley ขออภัยภาพไม่ชัดนะค้าาา



ทานเสร็จแล้ว  มาถ่ายภาพอาคารเก่านี้ ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว



ได้เวลากลับไปเช็คอินค่ะ  คืนที่สองนี้  กลับไปนอนเขาหลัก 
อยากพักสบายๆ ชมวิวทะเลสวยๆ บ้างอะไรบ้างงงงง
คืนนี้ พักที่ บ้านกระทิงเขาหลักค่ะ  ที่นี่ทุกอย่างดีหมด ยกเว้นที่จอดรถ น้อยจริงๆ 
วิวจากเตียงค่ะ



นี่วิวจากระเบียง



เสร็จแล้วไปเล่นน้ำที่สระค่ะ  วิวทะเล น้ำเย็นม๊ากกกก



เล่นน้ำสระแล้ว  เราเดินไปทะเลกัน  มีทางเดินไปหาดโดยเฉพาะ  นี่วิวหาด  น้ำทะเลใสและสะอาดค่ะ



ก่อนนอน  เรามานั่งดูบรรยากาศที่ริมระเบียง  สวยๆ เงียบ และเป็นส่วนตัวมาก



วันที่สาม  เราตื่นสายตามสไตล์ค่ะ  เช็คเอ้าเที่ยง แล้วก็เข้าเมืองภูเก็ต
ก่อนเข้าภูเก็ต  เราแวะอ.โคกกลอย ทานอาหารพื้นเมืองร้าน ปูดำ และสะพานสารสิน ทำใหม่แล้วสวยสะอาดตา



สีขาวตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเลสวยและร้อนจริงๆ ( ดันมากลางวันซะนี่ )



และไม่พลาด  แวะเข้าวัดพระทอง ( พระผุด ) เพื่อทำบุญก่อนค่ะ  



และเราเข้าเช็คอินคืนสุดท้ายที่ Sino House ที่พักเล็กๆ ราคาย่อมเยาว์ กลางเมืองภูเก็ต  ตกแต่งแบบจีนๆ
อยู่ตรงข้ามร้านหนังสือเส้งโห   ร้านหนังสือแห่งแรกของภูเก็ต  

เช็คอินแล้ว ขับรถไปดูวิวที่แหลมพรหมเทพกัน



นี่ประภาคาร ที่บอกเวลาพระอาทิตย์ขึ้นลงทุกวันๆ



แจ้งเวลา ของวันนั้นค่ะ



เราอยู่ไม่ถึงเวลาดูพระอาทิตย์ตก เพราะอากาศร้อน  ก็เลยขับรถเข้าเมืองมาทานอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ
ร้านนี้พลาดไม่ได้จริงๆ ร้านระย้า

บรรยากาศค่ะ  ไม่ได้ถ่ายภาพอาหารนะคะ  แต่ที่ไม่พลาดคือ หมูฮ้อง และเส้นหมี่แกงปู Smiley



คืนนั้น เรานอนหลับสบายเพราะทานอิ่มมากกกกกก
วันที่ 4 เราตื่นสายๆ แล้วก็แวะซื้อของฝาก  ก่อนกลับค่ะ

จบทริปสบายๆ ของ 2 สามีภรรยาขี้เกียจๆ คู่นึง 
แล้วเจอกันทริปต่อไปนะคะ Smiley








 

Create Date : 10 มีนาคม 2556    
Last Update : 10 มีนาคม 2556 20:50:12 น.
Counter : 1034 Pageviews.  

เที่ยวตรัง ตะลอนๆ

แม่บ้านน๊อกกี้ไปเที่ยวกะพ่อบ้านมา เมื่อเดือนธันวาคม 2012 ค่ะ

จองตั๋วราคาประหยัดไว้ล่วงหน้านานละ



ทริปนี้ 3 วัน 2 คืน
จองรถไว้ขับเองทั้ง 3 วันๆ ละ 1,000  บาท 
ได้ทดลองขับ Nissan Almera ด้วย ^^ 
สำหรับแม่บ้านน๊อกกี้ คิดว่า รถคันนี้ก็ใช้ได้ แต่ไม่ชอบระบบประหยัดน้ำมันที่ดับเครื่องอัตโนมัตินี่แหละ  มันยังไงไม่รู้ Smiley  ( ความคิดเห็นส่วนตัวนะ )

ไปกันค่ะ  นี่วิวทางไปถ้ำเลเขากอบ



วันแรก เราไปเที่ยวถ้ำเลเขากอบ ที่ๆ พ่อบ้านอยากไปมากๆๆๆ 
ต้องนั่งเรือไปที่ถ้ำค่ะ  ต้นไม้เขียวครึ้มมมม



ถึงหน้าถ้ำแล้ว ต้องนอนขนานไปกับเรือ ไม่ถ่ายรูปแล้วนะ แม่บ้านกลัวนิดๆ แต่มาถึงนี่แล้ว สู้! Smiley




เรานั่งเรือไปแค่ 2 คน รวมกับคนพายเรืออีก 2 คนรวมเป็น 4 คน ทำให้เรือเบา ดังนั้นเวลาเราลอดไปในถ้ำ เรือเราจึงลอย... ตัวเรานี่ใกล้หินงอกหินย้อยขนาดที่ต้องขอถอดแว่นตาทีเดียว Smiley

เห็นเค้าบอกว่า นักท่องเที่ยวแถบจีน ไต้หวัน ชอบมาเที่ยวที่นี่ เพราะลอดถ้ำเหมือนลอดท้องมังกร
ดีค่ะ ชาวบ้านจะได้มีรายได้ เที่ยวกันเยอะๆ

ไปกันต่อนะ ...  ขับรถไป อ.กันตังกันค่ะ  
แวะมาชมสถานีรถไฟกันตัง ที่ยังเปิดให้ใช้บริการในรูปแบบเดิมๆ 



น่าจะคล้ายๆ ตรงบางซื่อนะ แต่เก๋กว่าเยอะ



อาคารไม้ สีเหลืองมัสตาร์ด เก๋ไก๋ ที่เดียวในเมืองไทย



ออกจากสถานีรถไฟมานิดเดียว เรามาแวะบ้านเจ้าเมืองตรังเก่า พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ 
เป็นบ้านไม้ ยังคงไว้พวกเครื่องเรือน ภาพถ่ายต่างๆ ไม่เสียค่าเข้าชม



ห้องทำงาน



มุมด้านหน้า น่ารักดีค่ะ



ออกมาจากพิพิธภัณฑ์ก็ได้เวลาอาหารกลางวัน เราแวะร้าน"ล่อคุ้ง" ที่กันตัง แถวๆ ท่าน้ำ 
อร่อยดีนะคะ ไม่ต้องปรุง

ซุปเปอร์ราดหน้า



ผัดซีอิ๊ว



กลับเข้าเมืองตรังกันค่ะ
คืนนี้ ฝากร่างไว้ที่ธรรมรินทร์ธนา ห้องใหญ่ แต่สภาพก็ทรุดโทรมนิดหน่อย ( ไม่ได้ถ่ายภาพมา )
วิวจากห้องพักของเราค่ะ



วันที่สองเราจะย้ายร่างไป อ.สิเกา
แพลนวันนี้ ตื่นสาย ไปสิเกา แวะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลตรัง แล้วก็เข้าที่พัก
พักผ่อนสบายๆ ที่อนันตรา สิเกา ... ไปกันค่ะ

มาแวะพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกัน  ขับรถเข้ามาในราชมงคลตรังจนสุดทาง จะเห็นหอคอย อยู่ขวามือค่ะ



ที่นี่มี aquarium ขนาดเล็กๆ กันสัตว์น้ำน่าสนใจ และที่ไม่เหมือนที่ไหนคือมีประวัติพะยูน และซากพะยูนให้เราได้ชมกันค่ะ ( ไม่ได้ถ่ายรูปตามเคย 555 )

กุ้งตัวโต



ปลาหน้าตาตลก



ด้านหลังมีวิวทะเลสวยๆ เงียบสงบดีเชียวค่ะ



ก่อนออกมา เจอแม่หมากับลูกหมาหลายตัว  เราเลยหาขนมในรถให้ไป
แต่พ่อบ้านเป็นคนรักหมามาก  เราเลยพากันไปหาซื้อไก่ต้มน้ำปลาในตลาดสิเกา แล้วขับวนมาให้อีกรอบค่ะ  อิ่มหนำสำราญกันไปนะหมาน้อย Smiley



เข้าที่พัก อนันตรา รีสอร์ท แอนด์ สปา สิเกา Smiley ได้คีย์การ์ดแล้ว



ช่วงที่ไป มีผลไม้ต้อนรับเป็นมังคุด



ตอนเย็นมาดูพระอาทิตย์ตกดินกับพ่อบ้าน Smiley เหนื่อยขับรถมาให้เราทั้งวัน



แล้วก็ได้เวลาออกไปหาอะไรทานด้านนอก เพราะเค้าบอกว่ามีร้านอร่อยแถวๆ ที่พัก
ก่อนออกมา วิวหน้า lobby 



ทางเดินไปที่จอดรถ  อย่าลืมทายากันยุงนะคะ  ยุงเยอะเลย



กลับมาจากทานข้าว  เจอกะละแมมาวางบนเตียงต้อนรับอีกรอบค่ะ
( ถ้าเป็นที่อนันตรากรุงเทพ กับ พัทยา มักจะเป็นช็อกโกแล็ต )



วันที่สาม  วันกลับ
ตื่นสาย ไม่ทันดูพระอาทิตย์ขึ้นตามเคย 555 Smiley
ออกมาทานอาหารเช้าค่ะ  ที่ทานอาหารดูสบายๆ ดีค่ะ


ไปเดินเล่น เก็บภาพสวยๆ อีกซักรอบ



น่ารักดีค่ะ



สูดอากาศริมทะเลอีกซักรอบ



ได้เวลาออกไป check out แล้วค่ะ  ระหว่างทางเดินก็เจอตัวนี้นอนเคลิ้มเลย 



ดอกไม้น่ารักที่ Lobby ก่อนออกมาค่ะ



ได้ขับรถเข้าเมือง แวะซื้อขนมเปี๊ยะซอย 9 และกลับกรุงเทพ Smiley

เมืองน่ารัก เงียบๆ เมืองนี้  ถ้ามีเวลาก็อย่าพลาดนะคะ
ทริปนี้ แม่บ้านน๊อกกี้ไม่ไปเกาะ ไม่ไปดำน้ำ เพราะอยากพักผ่อนจริงๆ
แถมเดือนพฤษภา 2013 นี้มีทริปทะเลค่ะ  ไว้คอยติดตามนะคะSmiley





 

Create Date : 06 มีนาคม 2556    
Last Update : 6 มีนาคม 2556 17:52:57 น.
Counter : 1134 Pageviews.  


Valentine's Month


 
knockknock
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แม่บ้านหลั่นล๊าาาา อยู่ที่บ้านในกรุงเทพกับพ่อบ้านและน้องหมา 11 ตัว มีบ้านอีกหลังที่เชียงใหม่ ชอบท่องเที่ยว ทำอาหาร และเพลิดเพลินกับงานฝีมือสนุกๆ ค่ะ
Friends' blogs
[Add knockknock's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.