Group Blog
 
All Blogs
 

ของแต่งบ้านแปลงร่าง...จากกล่องถ้วยชาเหลือใช้ กลายเป็นฐานพระสำหรับตกแต่ง

สวัสดีครับ 

วันนี้เอาไอเดียการแปลงร่าง ...จากกล่องถ้วยชาเหลือใช้ กลายเป็นฐานพระสำหรับตกแต่ง ครุบ


ปกติเราเป็นคนชอบเอาของมาปรับนู่นนี่อยู่แล้ว มันนี้เลยขอมาริวิวอีกหนึ่งไอเดีย สำหรับใครที่มีกล่องไม้ไม่ใช้แล้วในการเพิ่มคุณค่า และลดโลกร้อนกันครับ

วัสดุอุปกรณ์
1. กล่องไม้ไม่ใช้แล้ว (ทั้งเซ็ท 150 บาท ถ้วยชามา 5 ใบ กล่องไม่จากญี่ปุ่นอย่างดี เลยเป็นที่มาของประทู้นี้... 55)
2. อะไหล่ประดับตกแต่ง (อะไหล่เสื้อแฟชั่นทั่วไป ซื้อจากเจริญรัถมา รวมๆแล้ว 25 บาท)
3. สีทอง TOA GOLD สูตรน้ำ 919 (ราคาร้อยกว่าบาท ใช้มาหลายงานแล้ว ยังไม่หมดสักที)
4. แปลงทาสีขนกระต่าย  20 บาท ไม่เกิน
5. กระดาษปูรองเลอะ
6. กระดาษกาว หรือปืนกาว สำหรับติดอะไหล่




ขั้นตอน
1. เอาของในกล่องออกมาก่อนครับ เสียดาย กลัวแตก โขคดีที่กล่องไม้ที่ได้มาผ่านการอบแล้ว ขัดเรียบอย่างสวย เลยไม่ต้องขัดอะไรใหม่
2. แบ่งสีเทใส่ กระป๋องพลาาสติดเล็ก เพื่อง่ายในการจุ่มและทา


3. จริงๆเท่าที่รู้คือต้องทาสีรองพื้นก่อนนะครับ แต่ในครั้งนี้ ขอข้ามครับ เพราะ ทำเล่นๆ ไว้แต่งบ้านกุบกิบ และคงไม่ได้โดดแดดเท่าไหร่ ทาเลยแล้วกันนะครับ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที สำหรับการทาสีรอบแรก และทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ก่อนทาเที่ยวที่สองให้สีทองชัดขึ้น
...ใครที่ชอบแบบเรียบๆ ก็ใช้เครื่องพ่นสีเล็กๆได้ครับ


4. ทาสีทองให้ทั่วทั้งฝา ขอบข้าง และด้านในถ้าชอบความเนี้ยบ แต่เรื่องความประณีตผมขอผ่านนะครับ ทาเท่าที่โชว์พอ


5. รออีกประมาณ 1 ชม นะครับ แล้วค่อยติดอะไหล่ ตกแต่ง อันนี้แล้วแต่รสนิยมส่วนตัวเลยครับ
    ขอผมเอาอะไหล่เหลืๆที่ยังไม่ได้ใช้เอามาติดกาวและติดเลยครับ
(แหล่งซื้ออะไหล่แบบนี้มีกลายที่นะครับ เช่น คลองถม พาหุรัด และเจริญรัถครับ เป็นอะไหล่ที่ราคาไม่แพงมาก แต่ช่วยเพิ่มมิติให้งานคับ)


6. แต่งโลดจัดวางอย่างสวยงาม
ต้องบอกว่าจริงๆแล้ว อยากเอาไปทำที่ใส่นาฬิกามาก เพราะช่องไม้พอดีเชียว แต่เรามีแล้วหนึ่งกล่อง เลยเปลี่ยนแผนนิดนึง เลยนึกออกว่าจะเอาไปใช้ทำไร เพราะที่บ้านมีที่บูชาพระพิฆเณศอยู่แลายปางโดยเฉพาะ ปาง Baby (ศรัทธาและบูชาเป็นการส่วนตัวและมองว่าเป็นศิลปะ) เลยจัดแยกโซนเทพใหม่ ที่ดูเทพกว่า



ใครมีไอเดียเอาของเหลือใช้อะไรที่ดูไม่น่าใช้ได้ก็แบ่งๆ กันบ้างครับ


สรุปว่างบประมาณสำหรับคนเริ่มประดิษฐ์ รวมๆ ไม่เกิน 300 บาท ครับ กับเวลาไม่ถึง 2 ชม.
ถือว่าคุ้มครับ เพราะไม่ต้องทิ้งกล่องไม้ให้เสียดาย




 

Create Date : 01 มีนาคม 2559    
Last Update : 1 มีนาคม 2559 0:05:12 น.
Counter : 2714 Pageviews.  

DIY ทาสีรั้วไม้ แบบไม่มีกลิ่นเหม็น!!! บ้านดูแพงขึ้นเยอะเลย.....

ฉลองโบนัสออกครับ กับการ Renovate รั้วบ้านไม้ให้บ้านดูแพงขึ้น จริงๆอยากทำตั้งแตกลางเดือน แต่พ่อทักว่าตรุษจีน ห้ามทำงาน เลยอู้มาทำสิ้นเดือนนี่แหละครับ

โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ทาสีเองอยู่แล้วครับ ถ้าไม่ต้องปีนป่ายอะไรสูงมากมาย แต่ยังไม่เคยลองทาไม้เอง เพราะโดนขู่ไว้ว่างยุ่งยากฝุ่นเยอะ
ซึ่งก็มีส่วนจริงอยู่บ้างครับ เพราะงานไม้เป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือจริงๆ 5555 แต่ไหนๆ ก็หาช่างยากแล้วเพราะทำนิดเดียวช่างมาไม่คุ้ม ก็เลยทำเองซะเลย

ขออนุญาติอวดภาพ Before After ก่อนนะครับ


มาดูปัญหากันครับ
(คือดูจากสภาพแล้ว ปีใหม่ ยังไงก็ต้องทา ไม่ไหวแล้ว เพราะช้างผู้รับเหมาเก่า เอาสีอะไรมาทาให้ไม่รู้)
ฟิล์มสี เริ่มล่อนหมดแล้ว เพราะโดนแดดหนักมาก มาหลายปี




อุปกรณ์ที่ใช้
ขอบอกว่าไม่เยอะครับ แต่ต้องใช้เวลาและความปราณีตในการทำ
(ผมงานไม่เนี๊ยบนะ ถ้าช่างจริงๆมาตรวจ ผมคงสอบตก 555... แต่ทำเองอยู่เอง ไม่ต้องแคร์ใคร ข้างบ้านยังมาชมเลยว่า สวยดี ขยันจังก็โอเค)

1. เครื่องขัดกระดาษทราย (ยืมข้างบ้านมาครับ)
2. กระดาษทรายขัดไม้ แบบหยาบ และละเอียด (ร้านเขาแนะนำตราปลาฉลาม Shark นะถูกดี)
3. แปรงขนกระต่าย (อันละ 15 บาท)
4. ถาดแปรงทาสี หรือ กระป๋องแบ่งก้ได้ครับ (จะได้ถือจุ่มทาสะดวกๆ)
5. หนังสือพิมพ์เก่าๆ เอาไว้รองเปื้อน
6. แว่นตากันลม (กันฝุ่นไม้เข้าตา)
7. หน้ากากกันฝุ่น (5 อัน 30บาท ซื้อจากร้านขายยา)
8. สีย้อมไม้สูตรน้ำ TOA Woodstain Waterborne (อันนี้ไม่เหม็นเลยครับ ไม่ต้องผสมทินเนอร์) ราคา พันกว่าบาทครับ
9. สำคัญที่สุด สำหรับใครที่กลัวดำ แนะนำ ครีมกัน แดด banana boat แบบกันน้ำกันเหงื่อนะครับ เพราะเราต้องทำข้างนอกบ้านแดดแรงมาก
    (ตอนทาสี ลืมทากันแดดตัวเอง ทาเสร็จถอดเสื้อดู เป็นรอยเสื้อกล้ามเลยครับ :] ขอไม่ถ่ายรูปให้ดูนะครับ...อาย)

วิธีทำ  Step by Step  ครับ
1. ขัดหน้าไม่เอาสีเก่าออกให้ได้มากที่สุดก่อนครับ เพราะไม่งั้นทาสีใหม่ไปไม่สวย เพราะฟิมพ์สีใสครับ
    จริงๆแล้วขัดมืก้ได้ครับ แต่จะเหนื่อยมากกกกกกกกกกกกกกกก
    ขนาดยืมเครื่องขัดกระดาษทรายจากข้างบ้านมา ยังใช้เวลาเกือบ 2 ชม. ในการขัดครับ (อันนี้เมื่อยหัวไหล่นิดนึง เพราะรั่วสูงครับ แต่สู้!!!)
    โดยรวมแล้ว แนะนำเครื่องทุ่นแรงที่ประหยัดเวลา และแรงงานเราดีกว่าครับ
    (ปล. อันนี้ที่ขัดกระดาษทราย Ryobi ครับ สภาพสมบุกสมบันมาก เหมือนเจ้าของเขาจะใช้งานมานาน ....แต่ยังขัดดีอยู่นะครับ)

กระดาษ 1 แผ่น แบ่งขัดได้ 6 ครั้งครับ

อันนี้โชว์วิธีการใส่กระะดาษในเครื่อง ตอนแรกทำไม่เป็นครับ เขาสอน


ในระหว่างการขัดอย่าลืมใส่ที่คาดปากและแว่นตานะครับ !!!!! สำคัญมาก ไม่งั้นเดี่ยวจะระคายโพรงจมูกครับ :]
ขัดไปเรื่อยๆครับ เพราะงานละเอียด ลงกระดาษทรายเบอร์หยาบก่อน แล้วค่อยขัดละเอียดอีกทีนึง เพื่อให้ไม้เรียบครับ ทาสีจะได้สวยๆ


อันนี้คคือสภาพของกระดาษทรายก่อนขัดกับหลังขัดครับ


2. ขัดเสร็จแล้วใช้แปรงแห้งปัดฝุ่นและใช้ผ้าเช็ดฝุ่นไม้ออกนะครับ


3. ขั้นตอนนี้สำคัญมากครับ คือ ไปล้างหน้าครับ เพราะ เดี๋ยวฝุ่นไม้ + เหงื่อ อาจจะทำให้เป็นสิว เพราะเราเป็นคนผิวแพ้ง่ายครับ 555 แล้วค่อยกลับมาทาสีไม้กัน

4. ทารองพื้นไม้ 1 เที่ยวครับ ปล่อยให้แห้ง แล้วก็รอทาสีทับหน้าครับ

5. ทาสีย้อมไม้สูตรน้ำ ดูข้างกระป๋องเขาบอกให้ทา 3 เที่ยวคับ ให้สวยสมบูรณ์แบบ
    ไปเลือกสีที่ร้าน เขามีประมาณ 3 สีให้เลือกครับ เอาน้ำตาลแดง มะฮอกกานี WG02 ตอนแรกดูข้างกระป๋องตกใจ นึกว่าราคาตามป้าย
    แต่ไม่ใช่ครับ เจ้าของร้านบอกว่า พันกว่าบาท เลย โอเคครับ
    เปิดฝามาไม่มีกลิ่นเลยครับ ทาได้แบบปลอดภัย ตัดสินใจซื้อมาทาเองเพราะไม่เหม็นนี่แหละ



6. ทาสีรอบแรกครับ

อันนี้ถ่ายมาเปรียบเทียบ ฝั่งที่ทากับไม่ทานะครับ เริ่มเห็นสีแล้ว


ทาให้เสร็จรอบแรกครับ


7 ทิ้งให้แห้ง 1 ชม. ค่อยทารอบ2 ครับ
   (จริงๆกว่าจะทาจากซ้ายไปขวาหมดกฌประมาณ 1 ชม. พอดี ครับ ทาได้ไปเรื่อยๆครับ)
รอบสองเริ่มเห็นฟิล์มสีชัดขึ้นครับ

ในระหว่างนี้อย่าลืมทาขอบซอกมุม แนวตั้ง แนวนอนของไม้ด้วยนะครับ ไม่งั้นไม้จะแดงแค่ข้างหน้า


8 ทาสีรอบที่ 3  ครับ พ่อออกมาดูนี่ฟินเลย บอกว่าเฮ้ยยยย สวยว่ะ .... ตอนแรกไม่คิดว่า แกจะทำได้ขนาดนี้ ... (- -่) ตกลงชมหรือด่าไม่รู้
อันนี้ถ่ายตอนบ่ายสามนะครับ แสงแดด แรงกำลังดี ภาพเลยดูสดนิดนึง ตอนเย็น ดูไกลๆสีะไม่สดขนาดนี้นะครับ


และนี่คือ Before After อีกทีครับ


ปล. ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ
ปล 2  ฝีมืออาจจะไม่เนี๊ยบเท่าช่างมืออาชีพ ... ยังไงก็ขอฝากตัว คน DIY มือสมัครเล่นหน่อยนะครับ :]




 

Create Date : 01 มีนาคม 2558    
Last Update : 1 มีนาคม 2558 11:23:50 น.
Counter : 1645 Pageviews.  

เปลี่ยนห้องตากผ้า เป็นห้องนั่งเล่นเก๋ๆ ชิคๆ แบบทาสี DIY

ขออนุญาติอวดนิดนึงนะครับ สำหรับไอเดียการเปลี่ยน ห้องตากผ้า เป็น้องนั่งเล่นเก๋ๆ ชิคๆ แบบทาสี DIY

เพราะว่า มีห้องตากผ้านี่แหละที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน มูลค่าที่ก็แพงขึ้นๆทุกวัน เก็บไว้ก็เสียโอกาส

วันนี้อารมณ์ดีเลยจัดการเนรมิตทาสี แต่งห้องใหม่ ให้ผนังสวย เหมาะกับการเป็นห้องนั่งเล่นอ่านหนังสือนะครับ
ใช้เวลาในการทำทั้งส้น คนเดียว 8 ชมเต็ม (เหนื่อยนิดๆ แต่มีความสุขมาก เพราะทำเอง แต่งเอง ทาสีเองกะมือ)
Before After ก่อนเลย


ก่อนอื่นมาดูปัญหหาที่เจอก่อนนะครับ
     กาวของสติ๊กเกอร์ติดผนัง ล่อนครับ ... ซีดจาง ซื้อมาแผ่นละ 20 บาท แต่ไม่คุ้มกะความสวยของผนังที่เสียเมื่อเวลาผ่านไปเลยให้ตาย
    (ปล. ผนังนี้โดด แดด ลม เยอะครับ ... สติ๊กเกอรืติดภายในก็ว่าไปอย่าง โดดแดดเลียบ่อยๆ มันก็ซีด และล่อนตามภาพครับ ต้องเสียเวลาแซะออก)


     คราบดำ เพราะโดนฝุ่น โดนฝนสาดบ้าง เลยต้องแก้ตามระเบียบครับ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

1 บันได Matall (ซื้อที่ Home Pro 1,299 ใหม่แกะกล่อง เก็บไว้ใช้ต่อได้)
2 แปรงทาสี (ขนาด 2 นิ้ว ไว้เก็บขอบเก็บงาน)
3 ลูกกลิ้งทาสี ขนแกะ (ขนาด 7-10 นิ้ว ไว้ทาสีพื้นที่กว้าง) ซื้อที่ Home Pro ราคาประมาณ 69 บาท
4 ผ้าขี้ริ้ว เพื่อเช็ดสีเลอะ
5 ถังเปล่า ไว้ล้างแปรง
6 สี Supershiled สีขาว 1 แกลลอน[สีพื้น]  และ  1/4 แกลลอน [สร้างลาย]
7 เทปกาว
8 แผ่น Pattern ลาย Honey Comb (ได้รับแจกฟรีมาจากงานบ้านและสวน ปีที่แล้ว)
9. ถุงดำ หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ใช้แล้ว


Step By Step ขั้นตอนการทำงาน
1 ลอกสติ๊กเกอร์เก่าออก และทำความสะอาดผนังเบื้องต้น ครับ ได้มาเต็มกำมือเลย สติ๊กเกอร์ยุ่ยคามือเลยครับ


2 ปูพื้นด้วยถุงดำ และกระดาษกาวครับ ให้เต็มพื้นที่ที่อาจจะเลอะครับ



3. ทาสีรองพื้นปูนเก่า 1 เที่ยวปล่อยให้แห้งครับ


4 ทาสีทับหน้า Supershield 2 เที่ยว
ทาที่ขอบก่อนด้วยแปรงทาสีครับ  สำหรับงานละเอียด และใช้ลูกกลิ้งทาให้ทั่วห้อง สำหรับพื้นที่ใหญ่ครับ
(ตอนแรกชั่งใจอยู่ว่าเอาสีทาภายในหรือภายนอกดี - แต่ผนังนี้ติดหน้าต่าง โดนแดดเลียทุกวันจีสีซีด เลยเลือกเกรดสีทาภายนอกแบบทนสุดๆ จะได้ไม่ต้องทาบ่อย)



5. พอทาเสร็จเรียบร้อยปล่อยทิ้งให้แห้งประมาณสัก 2 ชม. นะครับ ก่อนสร้างลาย แต่งผนัง นั่งเล่น Cookie Run ไปก่อนนะครับ
   (1 กระป๋องกลาง ทาได้ทั้งหมด 17 ตรม. ครับ)
6. นำ Pattern มาวางบนกลางผนัง (ปล. ทำเองได้ครับ ในWindows -พิมพ์รูปหกเหลี่ยมสมมาตรบนกระดาษแข็ง)



ติดเทปกาวบริเวณรอบ Pattern เพื่อสร้างโครง

7. ติดเทปกาวต่อเนื่องลายที่สอง ระวังให้เสมอนะครับ จะได้ไม่เบี้ยว


แปะไปเรื่อยๆจนได้ลายที่พอใจครับ
ช่วงเวลานี้ตรวจเชคด้วยนะครับว่ารีดไล่ลม ให้เทปแนบกับผนังที่สุดเพื่อป้องกันสีซึมขอบข้างนะครับ

จริงๆ ที่ ได้แจกมา มีลายแนะนำเยอะครับ แต่อันนี้คิดเอง ขอไม่ทำตาม 555



8. ใช้สี TOA Supershield ขนาด 1/4 แกลลอน 3 สีครับ [รหัสสีเลือก สั่งร้านผสมสี ผสมให้ครับ เบอร์ 8766, 8525, 8450]


   ทาแบบคละสีครับ   (1 กระป๋องเล็ก  ทาได้ทั้งหมด 4 ตรม. ครับ) ใช้แต่งผนังนิดหน่อย เก็บไว้ ทาเล่นห้องอื่นได้อีก
ทาสีที่ 1

ทาสีที่ 2

ในระหว่างที่ทาระวังสีหล่น หก เปื้อนนะครับ เพราะจะต้องมาเก็บงานใหม่ ดังนั้น จุ่ม สี เบาๆ เท่าที่จะทานะครับ
จุ่มเยอะจะไหลเย้มเปื้อน (โชคดีมันไหลเย้ม เปื้อนส่วนที่ ยังไม่ได้ทา เลยแค่เช็ดออก ก่อนสีแห้งด้วยความรวดเร็ว)
ทาสีที่ 3


9 เมื่อทาเสร็จก็รอให้แห้งแปปนึงนะครับ แล้วค่อยลอก เทปกาวออก


แต่นแต้นนนน!!!!!!
>>>>>>
>>>>>>



10 พอมาดูใกล้พบว่า มีสีซึมนิดหน่อย เลยใช้พู่กันแต้ม เก็บงานเล็กน้อยครับ



11. แต่งห้องนั่งเล่นใหม่ ตามใจเรา ........



สรุปนะครับ
ค่าสี และอุปกรณ์ รวมแล้ว พันกว่าบาทครับ (ไม่รวมค่าบันไดนะครับ)
เวลา ทาคนเดียว ทั้งสิ้น 8 ชม. ครับ

ข้อคิดวันนี้คือ
1. ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์นะครับ (อาจจะเลอะนิดหน่อย แต่ประหยัดเงินค่าช่างได้เยอะและภูมิใจ อวดเพื่อนได้)

รักจะทาสี อย่ากลัวสีดีดใส่นะครับ 5555 ทาเบาๆ สีจะไม่ดีดครับ

2. สิ่งของเป็นของนอกกาย เลอะได้เช็ดได้ เพราะบันไดซื้อมาแบบดี และแพง มาก แต่ทาสีเสร็จพบว่าเปื้อนเต็มเลย
ต้องทำใจกว้างๆ ร่มๆครับ

ปล . ใครจะซื้อบันได แนะนำแบบขึ้นได้ 2 ทางนะครับ มั่นคงกว่า และนั่งคร่อมบันไดทาสีได้ (อันนี้ประสบการณ์ตรง)
ปล. 2 บันได อลู เบากว่า และไม่ขึ้นสนิม บันได MATALL เขาดีจริงนะครับ ซื้อได้  
        (ตอนแรก ชั่งใจว่าจะซื้อบันไดพลาสติก ถูกๆ ก็กลัวหัก ถือว่าตัดสินใจไม่ผิดที่ซื้อแบบนี้มาครับ)       


มาดู  Before อีกครั้งครับ

และ After ครับ



ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ

#ทาสีเองได้ง่ายจัง ,#ทาสีDIY, #DIY, #Paint, #EasyDIY, #happyDIY,#งานภูมิใจ, #งานประหยัดเงิน




 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2558 1:09:00 น.
Counter : 2403 Pageviews.  

เบื่อห้องทำงานเก่า....เลยแต่งใหม่ ทาสี DIY ให้ฟรุ๊งฟริ้งสไตล์ Polka Dot

เมื่อไปช่วยเพื่อนทำงานที่บ้านแล้วพบว่า ห้องทำงานทั้งเน่า เก่า ดำ สกปรก ฝ้าคล้ำ หยากไย่ขึ้น
จึงได้รับอาสาไปทำยังไงก็ได้ให้สวยขึ้น ตามความของการของเรา

โจทย์ง่ายๆ คือให้ดูสว่าง น่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง ตามนิสัยของเจ้าของห้อง 5555

และนี่คือภาพ ก่อนและหลังนะครับ
(คนที่ใจไม่กล้าพอ ก็เอาแบบเบาๆนะครับ บังเอิญเจ้าของห้องเขาแรง เลยขอสามสี)



นึ่คือสภาพ ตอนแรกที่เข้าไปเห็นนะครับ
ห้องจะรกๆ ผนังอยู่ในมุมอับครบ สีก็ตุ่นๆ ทำให้ห้องยิ่งดูมืดเข้าไปใหญ่

คราบดำที่เช็ดยังไงก็ไม่ออก เพราะบ้านเก่ามากครับ


เห็นแล้วก็กลับไปนึกอยู่ว่า ทำยังไงกับห้องมันดี?!? """""

เลยต้องเตรียมอุปกรณ์ตามนี้ครับ
1. ถุงดำใบใหญ่.....สำหรับรองเปื้อน(ต้องทาสี ขูดหยากไย่ ฯลฯ ห้องจะได้ไม่เลอะครับ)  
     (ใช้ขนาดใหญ่หน่อยนะครับ ตัดตูดถุงและตัดข้างถุง เพื่อให้ปูได้พื้นที่มาก) อันนี้ที่บ้านใช้อยู่แล้วไม่ต้องซื้อครับ
     จะใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ก็ได้ เพราะถูกกว่าครับ แต่เวลาเดิน อาจเตะขาดได้ เลยใช้ถุงดำนะครับ
2. เกรียงแซะ (ของเก่า) คนอยากซื้อใหม่ ซื้อได้ตามร้านฮาร์ดแวร์แถวบ้าน ไม่กี่ิสิบบาทครับ
    ถ้านึกไม่ออก นึกถึงที่แซะขนมโตเกียวนะครับ
3. ลูกกลิ้งทาสีและปรงทาสี
     แปรง ไม่เกิน 30 บาทครับ
     ลูกกลิ้งขนแกะ 7 นิ้ว ไม่เกิน 60 บาท

4. สีทาภายใน 4SEASONS แบบด้าน  + สีรองพื้นปูนเก่า
    เนื่องจากพื้นที่ไม่เยอะ จึงใช้ สีขาว ขนาด 1/4 แกลลอน 2 กระป๋อง ครับ (คนขายบอกทาได้ประมาณ 8 ตรม.)

     สีอื่นๆ สำหรับตกแต่ง 4SEASONS แบบด้าน(ของผมใช้เพิ่มอีก 3 สีครับ รหัสสี TOA 7918 เหลือง , 8172 ชมพู ,7373 ฟ้า)


5 เทปกาวย่น มาร์คลาย


Step by Step
1. ย้ายของออก เคลียพื้นที่ จะได้เลอะได้เต็มที่ครับ
2. ใช้ถุงดำ และเทปกาวปูพื้น เวลาสีหกจะได้ไม่เลอะเทอะ นะครับ


ส่วนบริเวณที่ต้องเข้าซอกเข้ามุม ก็ต้องใช้ความละเอียดนิดนึงนะครับ เพราะถ้าจะให้ออกมาสวย ก็ต้องเก็บรายละเอียดครับ


3. ทำความสะอาด ให้พื้นที่ไม่มี ใยแมงมุม ฝุ่นคราบ ด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ นะครับ เช็ดออกเท่าที่ทำได้ครับ
4. เสร็จแล้วทาสีรองพื้นปูนเก่า ก่อน 1 เที่ยวนะครับ ทิ้งให้แห้งครับ  
5. ทาสีขาว จำนวน 2 เที่ยว ครับ ทับสีเก่าให้หมดครับ เวลาเปิดไฟห้องจะได้สว่างๆ พื้นที่น้อยใช้เวลาทาเที่ยวนึงไม่เกิน 1 ชม.ครับ


6. บริเวณไฟ ยกโคมไฟออกก่อน ใช้เทปกาวในการปิด ขอบข้าง เพื่อไม่ให้เปื้อนนะครับ
ในส่วนขอบๆ ที่ลูกกลิ้งขนแกะเข้าไม่ถึง ก็ใช้แปรงทาสีเก็บงานเล็กๆน้อยๆ ครับ
หลังจากทาสีไปสักพัก ไม่แน่ใจว่าทากลบมิดไหม ก็เปิดไฟเชคสักหน่อย ตรวจงาน :]


7. พอสีแห้งแล้วก็ได้เวลาแต่งผนังเพิ่มครับ
เนื่องจากโคมไฟกลมอยู่แล้ว เลยตกลงว่าจะใช้ลายกลมๆ ให้เหมืนกันไปเลย ด้วยการเอา จาน ชาม กล่องใส่ CD มาวาดลายตามจิตนาการฟรุ้งฟริ้งเลยครับ เน้นคละขนาดเพื่อให้โก้เก๋


8. ก่อนทาสีตกแต่ง คิดดีๆ วางแผนดีๆ ว่า ลงไหนจะสีอะไรนะครับ เพื่อเป็นการกระจายสี และขนาดให้ Balance กัน
   สามารถลองทำได้บนกระดาษ และใช้ดินสอสีระบายบนกระดาษเป็นไอเดียก่อนก็ได้ครับ
   แต่ของผม มั่นใจ....  จึงลงสดเลยครับ :]
แนะนำให้ใช้แปรงทาสีอันเล็กๆ ค่อยทาจากขอบวงกลมเข้าไปด้านในนะครับ เป็นช่วงเวลาที่แขนเกร็งมาก เพราะกลัวเลยขอบ กลางเป็นวงรีไป 555
เอาจริงๆก็ทำไปแก้ไปนะครับ เลยขอบก็หยวนๆ เพราะทำเอง เพื่อนก็อยู่เอง ภูมิใจเอง ฮิฮิ

อันนี้เป็น ฟ้าอมม่วง TOA 7373 ครับ

9. ทำไปเรื่อยๆ เดี่ยวก็เสร็จครับ อันนี้ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชม. สำหรับการทำลายครับ


อีกรูปเป็นตอนเปิดไฟครับ โคมไฟรับกับลายวงกลมมากๆ



กลับมาดู Before After อีกครั้ง


Tips สำหรับคนอยากทาสีเอง
- เตรียมเวลาว่างสัก 1 วัน นอนหลับให้เพียงพอครับ จะได้ยิ้มแย้มแจ่มใส
- เตรียมชุดพร้อมเลอะมาเลยครับ มันต้องเลอะมีบ้างเล็กๆน้อยๆ ;] - ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์
- ถ้าเป้็นห้องเก่าจริงๆ รองพื้นปูนเก่าสำคัญนะครับ ไม่งั้นสีไม่ทน (คนขายบอกมา)
- การแต่งสีทาสีคละสีให้กระจายทั้งขนาดและ สีนะครับ จริงๆจะใช้กี่สีก็ได้นะครับ ลองไปดูพวก Catalog การจับคู่สีที่ร้านก็ได้
- เตรียมผ้าขี้ริ้วไว้เช็ด สีที่อาจหกนอกเหนือจากจุดที่ปูถุงดำไว้ก็ดีครับ อุบัติเหตุกินขึ้นได้เสมอ  

โดยรวมครับ
เวลา
            รวมเวลาการทำความสะอาดผนังเก่า ทาสีรองพื้น ทาสีทับหน้า และแต่งผนัง 6-7 ชม. ก็เสร็จแล้วครับ
งบประมาณ
            สีขาว 1/4 แกลลอนสีขาว ทาภายใน แบบด้าน 2 กระป๋อง ราคาไม่เกิน สองร้อยนิดๆ ครับ
            ส่วนสีแต่งราคาจะ รวมแม่สีแล้วแตกต่างกันตามสีที่เราเลือกครับ แต่ ที่เลือกมาราคาไม่สูงมากนักครับ เลือกสี/ดูแคตตาลอกที่ ร้าน TOA ColorWorld แถวบ้านครับ ส่วนที่ผสมมาใช้เหลือก็เก็บไว้ใช้แต่งที่อื่นต่อได้
แรงงาน  
            ทำคนเดียวได้ครับ บนพื้นที่เล็กๆ แต่ถ้าห้องใหญ่หน่อย สองคนช่วยกันกำลังดีครับ




ยังมีสีเหลืออยู่บ้างครับ เดี่ยวคราวหน้ามีไอเดีย เอาไปแต่งอะไรเพิ่มเติม จะเอามาฝากนะครับ




 

Create Date : 18 มกราคม 2558    
Last Update : 18 มกราคม 2558 13:33:54 น.
Counter : 916 Pageviews.  

ทาสีผนังใหม่ Colorful ให้หลานถ่ายรูป Selfie :]

เรื่องของเรื่องคือ หลานชอบมาเล่นที่บ้านทุกวันเสาร์ แล้วชอบอะไรที่เป็นสีๆ ทั้งกระดาษปกรายงาน แมกกาซีน ของเล่นสีๆ น้องแกดึงทึ้งหมด
ก็เลยอนุมานเอาว่าหลานน่าจะชอบสี (คุยกับหลานไม่รู้เรื่อง เพราะยังไม่พูดเป็นคำ เลยเดาเอง) 555

เลยเกิด idea ว่าทำยังให้ให้บ้านเราสดสนมีสีสันมากขึ้น เอาไว้ให้เด็กเล็กๆอยากมาเล่นที่บ้าน ก็เลย เจอผนังเก่าๆ ที่ลานจอดรถหน้าบ้านว่าเป็นอิฐบล๊อคๆ แล้วน่าจะสวยและเรียกความสนใจเด็กๆได้ ก็เลยจัด สีขนาดเล็กๆ 1/4 แกลลอน มา 5-6 สี ที่เป็นสีแนวสดใสหน่อยๆครับ  
(อันนี้เป็นสีที่เหลือจากการใช้งานทาแต่งบ้านคราวที่แล้ว ยังไม่หมด เพราะทาแค่ตัดขอบ และ Topครัว พื้นที่เล็กๆในคอนโดครับ) แต่สียังไม่หลากหลายถูกใจ เลยไปซื้อเพิ่มอีกสองสี จากร้านศูนย์ผสมสีแถวบ้านครับ

(เรื่องสีเท่าที่รู้ก็เลือกจากพัดสีที่ร้านได้ทั่วไป หาไม่ยากที่ผสมสีได้ตามที่เราต้องการ ผสม3นาทีเสร็จ)

ว่าแล้วก็เกณฑ์น้องสาวในบ้านมาช่วยกันทาคนละสี จะได้มีส่วนร่วมกันคนละนิดคนละหน่อย
อุปกรณ์ที่ใช้ก็หาได้ทั่วไป ได้แก่
1. ผนังเปล่าๆ ที่เช็ดทำความสะอาดคราบฝุ่นก่อน
2. สีทาผนัง (อันนี้ใช้ TOA Supershiled สีทาภายนอกครับ เพราะต้องโดนแดดทุกวัน เอาทน 15 ปีเท่าหลานโตเลย 555)  
    (สีที่ใช้ขนาด 1/4 แกลลอน ครับ ทาครอบคลุมพื้นที่ได้ประมาณ 4 ตารางเมตร สำหรับการทา 2 เที่ยว)
3. แปรงทาสี
    (ใช้อันเดียว ทาไปล้างไปก็ได้ครับ แต่ว่าเราขี้เกียจ อยากล้างแปรงทีเดียว เลยไปยืมพ่อมา)
4. กระป๋องล้างแปรง (กะละมังอะไรก็ได้ครับ)



Step by Step  กับการทาสี DIY ง่ายมากกกก
1. เช็ดทำความสะอาดคราบฝุ่นผง[บนผนัง ให้เรียบร้อยครับ (นึกถึงผู้หญิงแต่งหน้าก็ต้องล้างหน้าก่อนนะครับ) เพื่อป้องกันคราบสกปรกไปผสมกับสีที่จะทา
โชคดีที่ถามกับคนขายพบว่า จริงๆแล้วต้องทาสีรองพื้นก่อนนะครับ แล้วค่อยทาสีทับหน้า แต่ว่าอันนี้เพิ่งทาไปไม่นานครับ ฟิล์มยังสภาพดีอยู่ ยังไงใครจะทาสีบ้านถ้าสีเก่าลอกพัง อย่าลืม ทาสีรองพื้นก่อนนะครัย สำคัญมากๆ :]

(ดูจากสภาพพื้วปูนจริงๆ ผ้าฉาบเรียบจะสวยกว่านี้ะครับ แต่เร็วๆนี้อาจมีแผนทำบ้านใหม่ เลยรอทำทีเดียว)
(สำหรับบ้านเก่าจะมีฝุ่นตามร่องครับ ต้องใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดครบสกปรกออกก่อนการทาสี)

2. ว่าแล้วก็เริ่มภารกิจได้เลยครับ กับการจับคู่สีที่คิดว่าเหมาะสมสวยพอดึงดูดความสนใจเด็กๆได้


3. เริ่มจากการลงสีแรกก่อนด้วยความตื่นเต้น เพราะกลัวว่าจะออกมาแล้วสวยอย่างที่ตั้งใจไหม
ในขั้นตอนนี้ควรวางแผนให้ดีนะครับว่าจะทาตรงไหนสีอะไร ไม่งั้นจะงง แต่เราก็กะๆเอาแหละ เอาให้มัน บาลานซ์ จังหวะให้เข้าที่เข้าทาง


4. ทยอยลงสีไปเรื่อยๆครับ แค่ระวังไม่ให้สีเลอะ เปื้อนผนังบล๊อคอื่น ไม่งั้นต้องซ่อมสีใหม่ เลยทาแบบละเมียดมาก
ปกติจะต้องมีสีเลอะเสื้อ อันนี้ทาแบบจับจีบครับ มือและเสื้อเลยยังสะอาดดีอยู่ ฮิฮิ
เพิ่งรู้ว่า ทาสีเองได้ง่ายจัง
ในระหว่างทีทา น้องสาวขอ Selfie เลยจัดให้ประกอบครับ



5. ในระหว่างทาก็เจอสีหยดลงมาที่พื้นครับ โชคดีที่ไม่เลอะผนัง เลยจัดแจงเอากระดาษหนังสือพิมพ์มาช่วยรอกับเปื้อนครับ

6. ทาสีไป ก็รอให้สีแห้งนิดนึงแล้วค่อยทาซ้ำครับ เพราะสีจริงๆให้ดีที่สุดควรทาสองรอบ เพื่อให้กลบสีเก่ามิดครับ

7. เก็บงานนิดหน่อย ก็เสร็จและ รอรับหลานได้เลย


ในระหว่างที่ทาสีอยู่นั้นก็ เด็กแถวบ้านเดินผ่านมา ตาเป็นประกายเชียว ขอให้ถ่ายรูปให้หน่อย จะเอาไปอวดเพื่อนก็จัดให้
สรุปคือ โดนเด็กข้างบ้าน ใช้บริการคนแรกเลย  555  สงสัยน่าจะมาถูกทางสำหรับ ผนัง Colorful ขนาดนี้ !!!!


แล้วแล้วก็ได้เวลาที่หลานมาถึง ก็ดูสนใจนะ จับสีไปมาอยู่ห้านาที โชคดีที่สีแห้งแล้ว ก็จับๆได้ ปลอดภัยไม่เลอะมือ
แล้วหลานแกก็ไปสนใจน้องหมาหน้าบ้านแทน ... กำ!!!

แต่ก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวครับ เพราะว่าพี่สะไภ้ขอ Selfie เอง จนในที่สุดก็ๆได้ภาพน่ารัก สวยๆ กับผนังสีแจ่มๆ colorful แบบนี้มาแหละครับ
สรุปว่า Happy มีความสุขกันถ้วนหน้า



ปล.ตามไป Follow หลานได้ที่ Facebook:เด็กชายต้นโพธิ์  (หลานน่ารักแอ๊บแบ๊วมากกกก)

จริงแล้วยังพอมีสีเหลืออยู่นะครับ เพราะสีกระป๋องเล็ก 1/4 แกลลอน ทาได้เยอะมากกว่าที่คิดนะ
ตอนนี้ยังพอมีสีเหลลืออยู่บ้างครับ เล็งไว้ว่าอาจจะเอาไปทาผนังหัวนอนในบ้านด้วย เพราะใช้นิดเดียวก็เพิ่มลูกเล่น สีสันให้บ้านได้


สำหรับการทาสีครั้งแรกๆ ยังไม่ชำนาญก็ประมาณนี้ครับ อาจไม่เนี๊ยบเท่าจ้างช่างมาทาสีบ้าน แต่ก็ภูมิใจครับ :]
ที่สำคัญอยากได้สีไหน ทาตรงไหน ยังไงเราเลือกได้เองหมดเลย
ดังนั้น มีนโยบายสนับสนุนทาสี DIY ครับ เพราะง่ายและทำได้เองครับ ประหยัดค่าช่างได้เยอะครับ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ




 

Create Date : 03 มกราคม 2558    
Last Update : 3 มกราคม 2558 1:06:55 น.
Counter : 1971 Pageviews.  

1  2  

สมาชิกหมายเลข 932703
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 932703's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.