Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
29 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 

ล่ารักจอมราชัน ตอนที่ 794-801 ตลอดทางลงเขา





Image result for demonic king chases his wife




ล่ารักจอมราชัน นิยายจีนแปล

The Demonic King Chases His Wife: The Rebellious Good-for-nothing Miss


กลับสู่หน้าสารบัญ คลิ้กที่นี่

ตอนที่ 794-801 ตลอดทางลงเขา

ตอนที่ 794 ตลอดทางลงเขา 1

ในตอนนั้น เขายังไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดท่านอาจารย์จึงทิ้งหลี่เหยาเหยาแล้วเลือกซูลั่วซึ่งเป็นเพียงผู้ปรุงโอสถขั้นต้นเท่านั้น

แต่หลังจากผ่านครึ่งปีที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ทำให้จื่อหรานตระหนักแล้วว่าท่านอาจารย์มีสายตาที่กว้างไกลเพียงใด

ในที่สุด เขาก็เห็นชัดว่า ด้วยความสามารถพิเศษที่นางมีนี้ ไม่แน่ แม้แต่ท่านอาจารย์ในตอนยังหนุ่มก็อาจจะไม่ได้ดีไปกว่านี้

จื่อหรานจ้องมองซูลั่วด้วยแววตาที่ยากจะเข้าใจแล้วโบกมือ เอ่ยขึ้นอย่างสลด “ไปหาอาจารย์กัน ไป ไป”

“โอ้” ซูลั่ววิ่งไปหาท่านอาจารย์รูปงามอย่างร่าเริงแจ่มใส

หรงหยุ่นมองดูเม็ดยาพื้นพลังจิตวิญญาณที่ซูลั่วปรุงขึ้น  ขมับก็ขยับเล็กน้อย

“ท่านอาจารย์ เม็ดยามีปัญหาอะไรหรือ?”

ซูลั่วเห็นสายตาที่จับจ้องอยู่ที่เม็ดยาของท่านอาจารย์รูปงาม จึงถามออกไปด้วยความฉงนสงสัย

“เกือบดี” หรงหยุ่นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่รับรองให้

ซูลั่วกำมือ!

ศิษย์พี่จื่อหรานยังตื่นตะลึงขนาดนั้น แต่คำพูดของท่านอาจารย์รูปงามแสดงให้เห็นว่าต่ำกว่าเกณฑ์
โธ่! ความต้องการของท่านอาจารย์ช่างยากเย็นเสียจริง

“เตรียมตัวไว้ พรุ่งนี้เจ้าต้องลงเขา” หรงหยุ่นมองออกไปนอกหน้าต่าง

“เอ๋?” ซูลั่วชี้นิ้วมาที่จมูกของตนเอง “ท่านกำลังพูดกับข้าอยู่หรือ?”

“หากไม่ใช่เจ้าแล้วที่นี่ยังมีใครอีกล่ะ?”

“เอื๊อก” แต่การลง ทางลงเขา.....” นางกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการข้ามไปสู่การเป็นผู้ปรุงโอสถขั้นสูงมิใช่หรือ เหตุใดท่านอาจารย์จึงสั่งให้ลงเขาไปเล่า?

“ความแข็งแกร่งของเจ้ายังไม่เพียงพอ” หรงหยุ่นส่งสายตาดูถูกยั่วยุซูลั่ว

ถูกแล้ว ซูลั่วยอมรับ ด้วยความแข็งแกร่งในขั้น 5 แม้นางจะสามารถอาละวาดฟาดหางไปได้ทั่วอาณาจักรหลิงตะวันตก แต่เพียงเท่านี้ มันไม่อยู่ในสายตาของท่านอาจารย์เลย

“แม้เจ้าจะอยู่ในขั้น 5 แต่ยังขาดประสบการณ์ หากต้องต่อสู้กับผู้มีประสบการณ์ในขั้นเดียวกัน เจ้าจะเอาชนะได้ไหม?”

คำพูดของหรงหยุ่นเฉียบขาด ชัดเจน และตรงเข้าปัญหาหลัก

ซูลั่วยอมรับว่าคำพูดเหล่านี้ถูกต้องทีเดียว
แม้ว่านางจะก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ที่สุดแล้ว ก็ยังขาดประสบการณ์ในสนามต่อสู้ หากคู่ต่อสู้ทุ่มทั้งชีวิตจิตใจอย่างเต็มที่ นางเองนั่นล่ะที่จะต้องเสียใจ

“สัตว์เวทย์ที่อยู่ในป่าดำมีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ เหมาะที่จะให้เจ้าได้ไปเรียนรู้” คำพูดของหรงหยุ่นไม่เหลือช่องให้ปฏิเสธ

“โอ้” ซูลั่วได้เพียงเชื่อฟัง

“หนี่งปีที่ผ่านมานี้ เจ้ายุ่งอยู่กับการปรุงยา”

“ครั้งนี้ เมื่อเจ้าไป จะต้องรวบรวม เมล็ดต้นหนามแดง มาให้ได้ 3 เมล็ด มันจะช่วยในการก้าวข้ามไปสู่การเป็นผู้ปรุงโอสถขั้นสูงได้มาก”

เมล็ดต้นหนามแดง เป็นหนึ่งในสมุนไพรคุณภาพชั้นยอด ซึ่งเติบโตอยู่ในแถบตะวันออกเฉียงใต้ที่หุบเขาใหญ่ในป่าดำ สมุนไพรนี้เป็นสิ่งจำเป็นในการก้าวไปสู่การเป็นผู้ปรุงโอสถขั้นสูง

“ได้ค่ะ” ซูลั่วน้อมรับคำสั่งอย่างว่าง่าย

คำสั่งของอาจารย์นั้นตรงกับความตั้งใจของนางพอดี
เดิมทีซูลั่วก็ต้องการเดินทางไปที่ป่าดำอยู่แล้ว เพื่อหาสมุนไพรในการปรุงยาตำรับบรรพกาลที่ทำให้ใครๆก็น้ำลายหก

หากนางต้องการปรุงยาจากตำรายาบรรพกาล ต้องใช้ตัวยาพิเศษที่ไม่อาจหาซื้อได้

ก่อนหน้านี้ นางเคยเอาตำรับยาบรรพกาลนี้ให้ปรมาจารย์หรงหยุ่นดู หากมันมีประโยชน์ต่ออาจารย์ นางก็ยินดีจะมอบให้เขา

แต่ท่านอาจารย์เพียงปรายตามองเล็กน้อยแล้วคืนกลับมา

ดังนั้น ซูลั่วจึงไม่เคยพูดถึงมันอีก

นางรู้สึกว่า ตำรายาบรรพกาลที่อยู่ในมืออาจารย์คงมีไม่น้อยทีเดียว

ในครั้งนี้ หรงหยุ่นไม่ได้ไปกับซูลั่ว แต่มอบหมายให้จื่ออวี้ทำหน้าที่ปกป้องนาง

จื่อหรานกับจื่ออวี้เป็นฝาแฝด พวกเค้าหน้าตาเหมือนกัน

แต่ซูลั่วก็แยกแยะได้เพียงการมองปราดเดียว เพราะนิสัยต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

จื่อหรานจะสุภาพอ่อนโยน เข้าถึงได้ง่าย

ขณะที่จื่ออวี้จะเย็นชา เยือกเย็นเหมือนน้ำแข็ง และไม่ค่อยพูดจา

เขาไม่สนใจเรื่องการปรุงโอสถแต่พลังการต่อสู้นั้นล้ำลึกเกินจะคาดเดา

กระทั่งตอนนี้ ซูลั่วก็ยังไม่อาจรู้ว่าเขาอยู่ในระดับขั้นไหนแล้ว



ตอนที่795 ตลอดทางลงเขา 2

ครั้งนี้ มีคำสั่งให้ลงจากเขาในทันที ซูลั่วจึงไปกับจื่ออวี้ในวันถัดไป

ขณะที่หรงยุ่นมองดูเงาร่างที่ห่างออกไปเรื่อยๆของซูลั่ว รังสีแห่งความซับซ้อนยากจะคาดเดาก็ฉายผ่านดวงตาคู่นั้น

“อาจารย์ ท่านไม่กลัวว่าศิษย์น้องน้อยจะเจอกับเหตุร้ายหรือครับ?” จื่อหรานเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
อยู่ร่วมกันมากว่าครึ่งปี จื่อหรานรู้สึกว่าซูลั่วเป็นดั่งน้องน้อยในครอบครัวของตน ถ้อยคำของเขาปกป้องนางอย่างเต็มที่

ผ่านไปนานพอควรกว่าที่หรงหยุ่นจะถอนหายใจออกมาช้าๆ “หากนางไม่สามารถข้ามผ่านไปได้ เช่นนั้นในภายหน้าใต้หล้านี้จะอยู่ในอุ้งมือนางได้อย่างไร......”
ผ่านไปเนิ่นนาน จื่อหรานก็ยังไม่อาจเข้าใจประโยคท้ายได้

“ใต้หล้านี้จะอยู่ภายในอุ้งมือศิษย์น้องน้อยหรือ?” ดวงตาจื่อหรานเบิ่งโตด้วยความประหลาดใจ

“ความลับสวรรค์ไม่อาจเปิดเผย” ปรมาจารย์หรงหยุ่นมองไปบนท้องฟ้าทางทิศตะวันออกที่แต่งแต้มด้วยสีสันแห่งอาทิตย์อัสดง

รังสีแห่งความซับซ้อนจนยากที่จะคาดเดาฉายอยู่ในดวงตาที่ดำขลับคู่นั้น

นี่คือชะตาฟ้าลิขิต ไม่อาจเลี่ยงได้

ไม่อาจหลีกหนี

เขาหวังแต่เพียง นางจะเติบโตได้เร็วกว่านี้ เพราะเวลาเหลืออีกไม่มากแล้ว

ซูลั่วไม่อาจล่วงรู้เลยว่าปรมาจารย์หรงหยุ่นคาดหวังกับนางไว้สูงเพียงใด

ในเวลานี้ นางกับจื่ออวี้กำลังมุ่งหน้าไปสู่ป่าสัตว์เวทย์

“นี่ ศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็ง ข้าบอกว่า เราจะหยุดพักสักหน่อยไม่ได้หรือ?”

หน้าผากของซูลั่วมีแต่เม็ดเหงื่อ นางยืนท้าวสะเอว หายใจเหนื่อยหอบขณะกำลังคว้าตัวจื่ออวี้ไว้
แน่ล่ะ จื่ออวี้ไม่ชินกับความใกล้ชิดอย่างนี้ เขามีอาการกระตุกเล็กน้อย มือของซูลั่วก็หลุดออก

จื่ออวี้หน้ายุ่ง นัยน์ตาคู่นั้นเคยแต่แสดงอาการเย็นชาราวน้ำค้างแข็ง เขาชำเลืองมองซูลั่ว สุดท้ายก็ลงนั่งขัดสมาธิใต้ร่มไม้แถวๆนั้น

เมื่อเห็นเช่นนั้นซูลั่วได้เพียงทอดถอนใจ
ออกเดินทางมาหลายวันแล้ว ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้จื่ออวี้เพิ่งพูดออกมาแค่เพียง 3 คำ

ได้ อ้า โอ้

ใช่แล้ว แค่สามคำนี้ล่ะ เขาเอาแต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด และไม่คยเห็นแม้แต่พ่นลมออกจมูก

ตอนที่ถูกหนานกงหลิวหยุ่นหลอกให้ไปที่เทือกเขาตะวันเลือน อย่างน้อยก็มีรถม้าเกล็ดมังกรควบไปตลอดทาง

แต่ตอนนี้จื่ออวี้ไม่ให้ขี่ม้าเกล็ดมังกร กลับบังคับให้รีบวิ่งไปตลอดทางโดยใช้ทักษะการต่อสู้ เขาบอกแค่ว่า นี่เป็นความคิดของท่านอาจารย์

ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์พี่จื่ออวี้ตอนติวเข้มกลับโหดกว่าอาจารย์เสียอีก

วิ่งมาตลอดสามวันสามคืนแล้ว ยังไม่ให้เวลาพักผ่อนบ้างเลย!

ผ่านความยากลำบากสาหัสมาถึงตอนนี้ พอจะหาโอกาสได้พักบ้างแล้ว ซูลั่วรีบหาร่มไม้นั่งสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลัง

แต่ยังไม่ทันจะได้โคจรพลังก็กลับรู้สึกได้ถึงภัยอันตราย

ซูลั่วเบิ่งตาขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กลับเห็นจื่ออวี้ยังนั่งหลับตาตั้งใจโคจรพลังอย่างแน่วแน่

ด้วยความแข็งแกร่งของศิษย์พี่จื่ออวี้ เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้สึก......

คิ้วของซูลั่วขมวดเล็กน้อย

ตอนนั้นเอง หว่างคิ้วของซูลั่วก็กระตุกขึ้น

อันตราย!

ลูกศรสายฟ้าที่แข็งแกร่งพุ่งตรงเข้าแทงหลังของซูลั่ว!
ซูลั่วหลบด้วยสัญชาตญาณ ร่างของนางถอยไปสิบสามก้าวติดๆกัน จึงหลบการโจมตีของลูกศรนั้นได้
พอซูลั่วหันไปจะเตือนจื่ออวี้ก็พบว่า....

เขาหายไปแล้ว!

บ้าจริงนี่เป็นเวลาที่นางต้องการให้เขาออกแรงบ้าง แต่ดันหนีไปไหนแล้วนี่?

ยังไม่ทันรอให้ซูลั่วบ่นด่าเสร็จ เงาร่างกลางอากาศก็ปรากฏชัดขึ้น

หลี่เหยาเซียง!

ท่านลุงสอง หลี่เหยาเซียง ผู้มีความแข็งแกร่งระดับแปด!

ในใจของซูลั่วพลันบีบรัดขึ้น

“ฮึ่ม! หญิงน่ารังเกียจ ข้าไม่ปล่อยให้ตระกูลหลี่ต้องเสียเวลาเพราะเจ้าซ่อนตัวอยู่ใต้ภูผาทะเลหมอกนานๆหรอก ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวมา”

หลี่เหยาเซียงมองดูซูลั่วอยู่กลางอากาศด้วยแววตาที่เหยียดหยาม มุมปากโค้งขึ้นแสยะยิ้มอย่างกระหายเลือด

นัยน์ตาของซูลั่วดูระแวดระวังภัย “หลี่เหยาเซียงเจ้ากล้าทำร้ายข้าหรือ เจ้าไม่กลัวความเกรี้ยวกราดของท่านอาจารย์หรือไง เขาจะฉีกตระกูลหลี่แห่งทะเลสาบหยกออกเป็นเสี่ยงๆ

“ระยะทางจากนี่ไปภูผาทะเลหมอกใช้เวลาสามวันแม้ปรมาจารย์หรงหยุ่นจะเป็นเทพเซียนก็ไม่อาจล่วงรู้ได้” เพียงประโยคเดียวของหลี่เหยาเซียงก็ทำลายความหวังของซูลั่วเสียสิ้น

ไม่เห็นวี่แววของศิษย์พี่จื่ออวี้เลย ส่วนเจ้ามังกรน้อยก็กำลังอยู่ในช่วงหลับพักพลัง .....ซูลั่วรู้สึกว่าตอนนี้นางกำลังถูกปกคลุมไปด้วยเงาแห่งความโชคร้ายอย่างยิ่ง



ตอนที่ 796 ตลอดทางลงเขา 3

เดิมทีหากมีเจ้ามังกรคอยช่วยนางก็พอจะสู้ไหว แต่ตอนนี้ ต้องช่วยตัวเองเสียแล้ว ช่างเหมือนเอาไข่ไปกระทบหินก็ไม่ปาน

“ศิษย์พี่จื่ออวี้!” ซูลั่วแอบร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับมีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านซอกเขาตอบกลับมาเท่านั้น

ซูลั่วพูดอะไรไม่ออก.......

ในนาทีวิกฤติ ศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งทิ้งนางแล้วหนีไปจริงๆหรือ???

“นังหญิงน่ารังเกียจ คราวนี้ไม่มีใครช่วยเจ้าอีกแล้ว ยอมรับความตายซะเถอะ!” หลี่เหยาเซียงโพล่งออกมาเสียงดังและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

เสียงหัวเราะนั้นยังไม่ทันจะหยุดไป ฝ่ามือที่เปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่งก็พุ่งทะยานมาที่ซูลั่ว!

แรงกระแทกของฝ่ามือใหญ่มหึมาสีดำสนิทที่ดูราวกับจะบดขยี้แผ่นดินให้กลายเป็นเถ้าฝุ่นผง กดอัดลงมาที่ซูลั่วด้วยแรงอัดที่กลืนกินทั้งแผ่นฟ้าและคลอบคลุมไปทั้งผืนดิน

มันดำมืดขนาดที่ทำให้ทำให้คนทุกผู้ต้องใจสั่นกลัว

ชั่วขณะนั้นเอง ซูลั่วไม่มัวพะวงหาความช่วยเหลือจากใครๆ ครั้งนี้มีเพียงตนเป็นที่พึ่งของตนเท่านั้น !!!!

คราวนี้หลี่เหยาเซียงไม่เสียเวลาเอ่ยปากใด และไม่ให้ซูลั่วได้ทันเตรียมการ

ทันใดนั้น มือทั้งคู่ของซูลั่วที่รวดเร็วราวสายฟ้าแลบก็ปรากฏรอยประทับลึกลับขึ้น

ตรงหน้าซูลั่วปรากฏอวกาศไร้สรรพสิ่งที่โปร่งใสขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ฝ่ามือฟาดสีดำสนิทขนาดมหึมาของหลี่เหยาเซียงที่มีพลังสั่นสะเทือนโลกนั้นแผ่กระจายรังสีแห่งความน่าหวาดกลัวจนทำให้ใจสะเทือนหวั่นไหว

หากนางถูกกระแทกด้วยฝ่ามือนี้จะต้องกลายเป็นเนื้อบดไปในทันที

เมื่อฝ่ามือฟาดขนาดยักษ์กำลังจะฟาดลงมากลางศรีษะของซูลั่ว!

“วู้........”

เห็นเพียงเงาร่างของซูลั่วที่เร็วดั่งแสงไฟ เพียงชั่วแวบเดียว สิ่งนั้นก็ถูกบีบเข้าไปในอวกาศไร้สรรพสิ่ง

ตอนนั้นเอง นางบีบมันอัดเข้าไป!

ฝ่ามือฟาดสีดำสนิทขนาดมหึมาของหลี่เหยาเซียงที่หอบพลังของสวรรค์และผืนพิภพมาด้วยนั้น พลันทะลายลง!

เหลือเพียงหมอกสีดำปกคลุมไปทั่วพื้นที่ พลังแห่งการทำลายล้างแผ่คลุมไปทั่วบริเวณ

ทว่าริมฝีปากชองหลี่เหยาเซียงที่เดิมทียกยิ้มอยู่นั้น เพียงชั่วพริบตาก็เปลี่ยนเป็นแข็งทื่อ

ไม่ตายหรอกหรือ?

หญิงน่ารังเกียจผู้นั้นถูกทุบหัวด้วยรอยฝ่ามือไปแล้วนี่ เหตุใดจึงไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย?

หลี่เหยาเซียงประหลาดใจ!

เมื่อเขาเห็นเด็กคนนั้นยังยืนอยู่ที่เดิมอย่างมั่นคงและสงบนิ่ง จู่ๆก็มีชั้นอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งปกคลุมและแผ่ออกปกป้องร่างกายนาง

ไม่ยุติธรรมเลย!

ตัวเขาเองก็มีเกราะป้องกันเช่นกัน แต่มันเป็นเพียงอาวุธป้องกันเท่านั้น

แม้แต่เขา ซึ่งมีความแข็งแกร่งระดับแปด ยังสามารถสร้างเกราะป้องกันได้เพียงเท่านี้

ซูลั่ว หญิงน่ารังเกียจคนนี้ อยู่เพียงขั้นห้าควรจะสร้างเกราะป้องกันได้ในระดับห้าเท่านั้น เหตุใดมันจึงสามารถทนแรงโจมตีของเขาได้?

ต่อหน้าผู้อยู่ในขั้นแปด คนที่อยู่เพียงขั้นห้าควรจะเป็นเพียงมดน้อยตัวหนึ่งเท่านั้น

แต่รอยฝ่ามือที่ใช้ความแข็งแกร่งของเขาถึงเจ็ดสิบเปอร์เซนต์ ยังไม่อาจทำให้นางได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

นี่มันแปลกเกินไปแล้ว!

ไม่ว่าหลี่เหยาเซียงจะพยายามหาเหตุผลใดก็ไม่อาจเข้าใจได้ แต่ตอนนิ้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฆ่าหญิงน่ารังเกียจคนนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จากนั้นก็ทำลายศพและหลักฐาน

มิเช่นนั้น หากปรมาจารย์หรงหยุ่นระแคะระคายขึ้นมา ผลของมันจะน่ากลัวเกินกว่าจะคาดคิดได้!

คิดได้ดังนี้แววตาของหลี่เหยาเซียงฉายออกมาอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต

“หญิงน่ารังเกียจ เจ้าคิดว่าจะหลบได้จริงๆหรือ?” มือทั้งคู่ของหลี่เหยาเซียงประกบกันอีกครั้ง

คราวนี้กลุ่มหมอกดำรวมตัวกันมากกว่าครั้งแรก!
รอยฟาดฝ่ามือที่ดำสนิทขนาดมหึมากระแทกใส่ซูลั่วอีกครั้ง!

ความแข็งแกร่งของรอยฝ่ามือนั้นทำให้ต้องขนหัวลุกเสียยิ่งกว่าครั้งแรก น่ากลัวยิ่งกว่าครั้งแรก

ภายใต้พลังอันยิ่งใหญ่ของรอยฟาดฝ่ามือนั้น อวกาศไร้สรรพสิ่งของซูลั่วที่มีขนาดประมาณเท่าสองคนยืน สั่นสะเทือนรุนแรง ราวกับมีแผ่นดินไหวอย่างหนัก

ซูลั่วที่อยู่ด้านในได้รับแรงกระแทกจากแรงลมของรอยฟาดฝ่ามือจนซวนเซไปเล็กน้อย แล้วล้มลงก้นกระแทกพื้น

คราวนี้หลี่เหยาเซียงเห็นได้ชัดเจน
ภาพที่ซูลั่วล้มลงดูน่าตลกขบขันยิ่งนัก
แต่หลี่เหยาเซียงจะหัวเราะออกได้อย่างไร?

เมื่อกี้เขาเพิ่งใช้พลังในการโจมตีไปถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่กลับทำให้เด็กคนนี้เพียงเซล้มลงเท่านั้นไม่มีอะไรมากกว่านั้น

เมื่อเห็นร่างกายนางไม่ได้รับบาดเจ็บทั้งภายนอกและภายใน หลี่เหยาเซียงก็บันดาลโทสะเสียจนเกือบเสียสติ!

ความจริงซูลั่วไม่ได้ปรกติอย่างที่เห็นสักเท่าไหร่
รอยฝ่ามือแรกยังพอรับมือได้



ตอนที่ 797 ตลอดทางลงเขา 4

ฝ่ามือครั้งที่สองแข็งแกร่งเกินจะรับมือไหว ไม่เพียงทำให้นางเซล้มลง แต่ยังกระเทือนไปถึงอวัยวะภายในทั้งห้าและลำไส้ทั้งหก  เลือดและพลังภายในเดือดพล่านจนเกือบจะทะลักออกจากปาก

ที่น่าเศร้าคือเมื่อฝ่ามือที่สองกดอัดเข้ามา อวกาศไร้สรรพสิ่งของนางก็เหมือนไข่ไก่ที่ถูกเคาะจนมีรอยแตก

“หญิงน่ารังเกียจ! รับความตายไปซะ!” หลี่เหยาเซียงระเบิดเสียงอย่างดังด้วยความโกรธ!

แล้วเหยียดมือออกมา พลันมังกรห้าตัวปรากฏพุ่งขึ้น เป็นพลังที่ทรงอิทธิพลเหนือแผ่นฟ้าแผ่นดิน!

“ตูม!”

หลี่เหยาเซียงไม่พูดไม่จา ระเบิดพลังฝ่ามือมังกรทั้งห้ามาที่ซูลั่วผู้กำลังยืนอยู่ตรงหน้า!

แรงทำลายนี้สามารถถล่มภูเขาพลิกผืนทะเลได้มันหนักหนายิ่งกว่าฝ่ามือแรกมากนัก

เร็วมาก เร็วเกินไป!

รวดเร็วราวมังกรในตำนานที่ทำหน้าที่ควบคุมห่าฝนและอุทกภัย รวดเร็วจนใครๆไม่ทันตั้งตัว

“ครืน ครื่น.......”

รอยฝ่ามือตบเข้าที่อวกาศไร้สรรพสิ่งของซูลั่ว เสียงระเบิดครั้งใหญ่ดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น
ทั่วชั้นฟ้า ผืนแผ่นฟ้ากระชากอย่างรุนแรงไปชั่วขณะ
เมื่อถูกตบกระแทกด้วยฝ่ามือที่ทุ่มกำลังทั้งหมดของหลี่เหยาเซียงลงมา กายของซูลั่วสะบัดอย่างแรง

“แครก.....”

อวกาศไร้สรรพสิ่งที่แตกออกสลายกลายเป็นอากาศธาตุที่ว่างเปล่า

เมื่อได้รับแรงโจมตีอย่างหนัก ซูลั่วปลิวกระเด็นออกไปกระแทกต้นไม้ในป่า

“ปัง ปัง ปัง.....”

ด้วยแรงอัดที่รุนแรง ร่างของซูลั่วพุ่งกระเด็นครูดไปด้านหลัง

ต้นไม้โบราณที่มีลำต้นกว้างใหญ่ถูกร่างของนางกระแทกใส่จนรากถอนออกมาแล้วล้มระเนระนาดไปกับพื้นดินเป็นทิวแถว

นางกระแทกเข้ากับแนวต้นไม้โบราณไปถึงสามสิบถึงสี่สิบต้นก่อนที่แรงอัดจะค่อยๆลดลง จึงกระเด็นตกลงมาที่พื้น

“ฟู่.....” ซูลั่วเอามือกุมอก รับรู้ได้ถึงรสหวานหอมที่กำลังจะพุ่งออกมา ครู่เดียวก็กระอักเลือดออกมาเต็มๆถึงสามครั้ง

เลือดสาดกระเซ็นราวดอกไม้บาน กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นดิน ดูน่ากลัวและโหดร้ายยิ่ง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า....นังหญิงน่ารังเกียจ เจ้าก็มีวันนี้เช่นกัน!”
หลี่เหยาเซียงเหาะเข้ามาราวลูกศร แล้วหยุดอยู่ตรงหน้า ห่างจากซูลั่วประมาณสิบก้าว

ซูลั่วรู้สึกราวกับว่าอวัยวะภายในทั้งห้าและลำไส้ทั้งหกย้ายที่ย้ายทางกันไปหมด ทั้งเลือดและพลังภายในปั่นป่วนราวคลื่นทะเล

นางกุมอกด้วยความเจ็บปวด พิงต้นไม้โบราณที่อยู่ด้านข้าง โซเซถอยหน้าถอยหลังพยายามจะทรงตัว
แค่เริ่มเปิดปากพูด กลิ่นหวานคาวเค็มก็ทะลักขึ้นมาในลำคอ กระอักออกมาเป็นโลหิตคำโต

หลี่เหยาเซียงเห็นเช่นนั้นก็ชอบใจ

“หญิงน่ารังเกียจ ตอนที่เจ้าสอดมือเข้ามายุ่งกับเหยาเหยา เจ้าคิดไหมว่าจะมีวันนี้! การทำให้ตระกูลหลี่แห่งทะเลสาบหยกโกรธ คือความความโง่เขลาที่สุดในชาติภพนี้ของเจ้า น่าเสียดายที่ในโลกนี้ ไม่มียารักษาความเศร้าโศก!

ใบหน้าหลี่เหยาเซียงเต็มไปด้วยความชั่วร้าย รอยยิ้มเยาะที่มืดหม่นน่ากลัวปรากฏขึ้นที่มุมปาก

ซูลั่วเงยหน้าขึ้นด้วยท่าทีเย็นชา ทันใดนั้นก็ยกมุมปากฝืนยิ้มขึ้น “หลี่เหยาเซียง เจ้าคิดว่าจะฆ่าข้าได้จริงๆหรือ?”

หญิงน่ารังเกียจหมายความว่าอย่างไรกัน? คิ้วหลี่เหยาเซียงขมวดแน่น “อย่าบอกว่าเจ้ายังมีไพ่ตายอะไรอีก”
คราบเลือดยังติดอยู่ที่มุมปากของซูลั่ว แต่เมื่อนางแย้มยิ้ม กลับดูสดใสยิ่งนัก

นัยน์ตาคู่นั้นจ้องหลี่เหยาเซียงเขม็ง ตาไม่กระพริบ มุมปากยกขึ้น เน้นย้ำทุกคำที่เอ่ยออกไป “ข้ากล้าออกมาเพียงลำพัง จะไม่มีไพ่ตายได้อย่างไรกัน? วันนี้เมื่อเจ้าต้องการเอาชีวิตมาทิ้ง ข้าก็จะช่วยส่งเสริมเอง!”
พูดจบซูลั่วก็ล้วงเอาลูกกลมๆ ออกมาจากแขนเสื้อแล้วชูขึ้น

“บอลกระสุนวิญญาณ!” หลี่เหยาเซียงถอยกรูด

เขาถอยติดๆกันไปถึงสิบก้าวแต่ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ จึงถอยออกไปอีกสิบเก้า

“นังหญิงน่ารังเกียจ เจ้าไปได้บอลกระสุนวิญญาณนี้มาจากที่ไหน!”

หลี่เหยาเซียงโกรธซูลั่วจนแทบเสียสติ

“ทำไมข้าต้องบอกเจ้าด้วยว่าได้บอลกระสุนวิญญาณนี้จากที่ใด?”

ซูลั่วยกยิ้มอย่างเย็นชาขณะที่จ้องมองเขาอย่างชั่วร้าย
“ทีนี้ บอกข้ามาซิว่าคราวนี้เจ้าจะได้รับสิ่งใด”




ตอนที่ 798 ตลอดทางลงเขา 5


ทางหนึ่งคือหันกลับแล้วหนีไป อีกทางคือสู้ต่อ
ตอนนี้หลี่เหยาเซียงมีทางเลือกเพียงสองทางนี้เท่านั้น
นัยน์ตาที่เยียบเย็นและยโสของหลี่เหยาเซียงจ้องเขม็งมาที่ซูลั่ว แววแห่งความเย็นชาและเหินห่างฉายวาบผ่านส่วนลึกของดวงตาคู่นั้น

จากนั้นมุมปากของหลี่เหยาเซียงก็ยกขึ้นช้าๆอย่างเย้ยหยันและชั่วร้าย ฝีเท้าของเขามั่นคงทุกย่างก้าวที่สาวเท้าเข้ามาหาซูลั่วทีละก้าวทีละก้าว

นัยน์ตาของซูลั่วหรี่ลงอย่างรับรู้ถึงอันตราย
บรรยากาศเย็นยะเยือกขึ้นในเสี้ยววินาที

“บอลกระสุนวิญญาณหรือ? หากเจ้ามีบอลกระสุนวิญญาณก็ส่งมาให้ข้า!” หลี่เหยาเซียงเยาะเย้ยอย่างดูลึกลับและดุร้าย ทันใดนั้น แขนที่แข็งแรงของเขาตรงเข้าจับเอวของซูลั่ว

เขาไม่เชื่อว่าด้วยโชคของหญิงน่ารังเกียจคนนี้จะทำให้นางมีบอลกระสุนวิญญาณอีก

“เช่นนั้น ข้าจะมอบมันให้เจ้า!” ซูลั่วจ้องมองหลี่เหยาเซียงและหัวเราะขึ้นอย่างเย็นเยียบ

สิ่งที่อยู่ในมือนางถูกขว้างใส่อกของคู่ต่อสู้อย่างจัง
แม้ว่าหลี่เหยาเซียงจะเชื่อว่าบอลกระสุนวิญญาณที่อยู่ในมือของซูลั่วจะเป็นของปลอม แต่ก็ยังไม่มั่นใจเต็มร้อย

ดังนั้น ทันทีที่ซูลั่วขว้างวัตถุทรงกลมตรงมาหา หลี่เหยาเซียงก็ร่นถอยหลังไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ร่างทรุดลงกับพื้นเอามือปิดหูไว้

ในนาทีวิกฤตินั้นซูลั่วขยับเท้า พุ่งตัววิ่งออกไปทันที
บอลกระสุนวิญญาณปลอมนั้นระเบิดไม่ได้ หากนางไม่รีบวิ่งหนีไปเสียตอนนี้ จะให้รอตอนไหนล่ะ?
บอลกระสุนวิญญาณตกใส่พื้นแล้วไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย

หลี่เหยาเซียงที่หมอบลงกับพื้น สองแขนป้องศรีษะไว้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นอย่างระแวดระวังจับจ้องไปที่บอลกระสุนวิญญาณนั้น

เพียงเสี้ยววินาที ใบหน้าของผู้ชรานั้นก็แดงฉานเพราะโกรธจัดจนแทบจะหายใจไม่ออก

นังหญิงน่ารังเกียจ!

นางเอาหินกรวดมาหลอกเขาว่าเป็นบอลกระสุนวิญญาณ!

หลี่เหยาเซียงถึงกับหน้าถอดสี นัยน์ตาทั้งคู่ของเขาแดงฉานราวไฟนรก

เขาโกรธจัดจนเส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุ้บตุ้บ

“หญิงน่ารังเกียจ เจ้าคิดว่าจะหนีพ้นรึ?!” หลีเหยาเซียงพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา เงาร่างของเขาพุ่งถลาไปอย่างรวดเร็ว

ซูลั่วถูกฝ่ามือของหลี่เหยาเซียงกระแทกจนเลือดลมไหลเวียนไม่ปรกติ อวัยวะภายในทั้งห้าและลำไส้ทั้งหกแทบจะเคลื่อน

อาการบาดเจ็บภายในหนักหนาจนทำให้วิ่งได้ไม่เร็วนัก

เงาร่างของหลี่เหยาเซียงที่กำลังโกรธจัดมาถึงจวนตัวนางอย่างเร็วมาก

“หญิงน่ารังเกียจ ไปตายซะ!” หลี่เหยาเซียงพุ่งลงมาจากท้องฟ้าราวกับเหยี่ยว แขนของเขาปล่อยสายฟ้าจำนวนมากออกมาโจมตีซูลั่ว ความแข็งแกร่งนั้นสามารถทะลายภูผา พลิกท้องทะเลได้
คราวนี้ เขาทุ่มเทกำลังเต็มร้อยลงมา!

ทันทีนั้นเอง ก็ปรากฏเมฆดำกลุ่มหนึ่งคลุมศรีษะซูลั่วไว้

ด้วยกำลังที่ทุ่มลงมาเต็มร้อยและหนักหน่วงถึงหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยชั่ง ฝ่ามือฟาดที่น่ากลัวราวกับพสุธากัมปนาทก็กระหน่ำลงมาที่ซูลั่ว!

หากนางโดนฟาดด้วยฝ่ามือนี้ ร่างทั้งร่างคงแหลกเหลวกระดูกคงป่นปี้

นัยน์ตาซูลั่วหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองฝ่ามือสีดำนั้น ความเด็ดเดี่ยวฉายวาบผ่านดวงตาคู่นั้น

เมื่อฝ่ามือดำมืดราวพายุนั้นกำลังจะกระแทกใส่ซูลั่ว อัดนางให้เป็นเนื้อบด ก็ปรากฏเงาร่างคนผู้หนึ่งขึ้นตรงหน้านาง

จื่ออวี้ที่หายตัวไปเมื่อสักครู่ กลับมาปรากฏตัวตรงหน้าซูลั่ว เขาเพียงยกแขนขวาขึ้น

ที่ฝ่ามือก็ปรากฏแสงเรืองรองสีทอง ดูราวกับมันรวบรวมพลังที่แข็งแกร่งจากผืนดินผืนฟ้าไว้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

“ปัง.....”

ฝ่ามือราวพายุนั้นกระแทกเข้ากับมือขวาของจื่ออวี้ เกิดเสียงปะทะกันเลื่อนลั่น

“เจ้าเอง? เหตุใดเจ้ามาอยู่ที่นี่?” หลี่เหยาเซียงใบหน้าแข็งทื่อทำตัวไม่ถูก

เดิมที หญิงน่ารังเกียจนี่ ควรจะตายด้วยฝ่ามือของเขาไปแล้ว แต่ตอนนี้ มีก้างขวางคอโผล่มาอีก เส้นชีวิตของนางยาวมากจริงๆ

จื่ออวี้คอยติดตามปรมาจารย์หรงหยุ่นในฐานะอารักขา ดังนั้น หลี่เหยาเซียงย่อมเคยเห็นเขามาก่อน

จื่ออวี้จ้องมองมาอย่างไม่ไยดี

ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าซูลั่ว ไม่เคลื่อน ไม่ไหวติง ดูช่างสูงสง่า นิ่งสงบ ดั่งภูผาที่น่าเกรงขามให้ความรู้สึกปลอดภัย

ซูลั่วยืดหัวออกมาทางด้านข้างแล้วเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข “ศิษย์พี่”

สายตาที่เย็นชามองกวาดผ่านซูลั่วแล้วหรี่ตาลง มองตรงไปที่หลี่เหยาเซียง

“เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่?” เมื่อหลี่เหยาเซียงเห็นจื่ออวี้ ก็รู้สึกแย่ขึ้นมาในทันที



ตอนที่ 799 ตลอดทางลงเขา 6

จื่ออวี้มองเขาด้วยสายตาที่ทั้งเฉยชาและเย็นชา จากนั้นก็เริ่มขยับปากที่ดูเคร่งเครียดนั้น “เจ้าต้องการฆ่านางรึ?”

‘นาง’ แน่นอน ย่อมหมายถึงซูลั่ว

นัยน์ตาของหลี่เหยาเซียงฉายแววออกมาเล็กน้อย
เมื่อสักครู่ที่ได้ประมือกับคู่ต่อสู้ ก็รู้ได้ทันทีว่าศัตรูแข็งแกร่งมากเพียงใด

แต่ แล้วเป็นอย่างไรล่ะ?

ตระกูลหลี่แห่งทะเลสาบหยกเคยกลัวใครที่ไหน?
ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่ปรมาจารย์หรงหยุ่นที่รับหลี่เหยาเหยาเป็นศิษย์ยังยอมมอบนางให้แก่เทพธิดาเหยียนเซี่ยไปอย่างไม่ลังเล

เรื่องนี้ยิ่งทำให้ตระกูลหลี่แห่งทะเลสาบหยกยิ่งโกรธเกรี้ยวอย่างหนัก

ดังนั้น เมื่อหลี่เหยาเซียงจำจื่ออวี้ได้ รังสีสังหารก็ฉายผ่านดวงตาของเขา

แม้จะไม่กล้าลงมือกับปรมาจารย์หรงหยุ่น แต่เพียงฆ่าผู้ติดตามไปสักคนสองคนเพื่อระบายความแค้น ใครจะสนใจกันเล่า?”

คิดได้ดังนี้ มุมปากของหลี่เหยาเซียงก็แสยะยิ้มอย่างเย็นชา “ข้าไม่เพียงจะฆ่านาง ข้าจะฆ่าเจ้าด้วย!”

ยังไม่ทันจะพูดจบ จื่ออวี้ก็พุ่งหมัดออกไปก่อนซะแล้ว
จื่ออวี้เป็นนักฆ่ามืออาชีพโดยสมบูรณ์

การเคลื่อนไหวของเรารวดเร็วและรุนแรงอย่างยิ่ง
ไม่อืดอาดยืดยาดเลยแม้แต่น้อย
ในหัวของเขา มีเพียงคำเดียว ตาย!


“ตูม!” 

ทั้งสองผ่ายเข้าประจันหน้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ฝ่ามือดำที่ป่นพสุธาให้พินาศของหลี่เหยาเซียงกระแทกลงมา 

ฝ่ามือของจื่ออวี้เปล่งประกายลำแสงสีทอง เปี่ยมไปด้วยพลังของผืนดินผืนฟ้า

ทั้งสองต่อสู้ห้ำหั่นกันอยู่กลางอากาศ เดี๋ยวรุกเดี๋ยวรับอยู่ท่ามกลางชั้นเมฆ 

ช่างรวดเร็วและปราดเปรียวจนทำให้ผู้คนมองตามแล้ววิงเวียน

เร็วมาก เร็วมากจริงๆ

ซูลั่วที่ยืนดูอยู่ด้านล่างเห็นเพียงเงาภาพที่ติดตาชั่วขณะ หลังจากเคลื่อนที่ไปแล้ว ความเร็วทำให้จับตาดูไม่ทัน ความรู้สึกขอบคุณปลื้มปิติเบ่งบานขึ้นในใจ
จนกระทั่งฝ่ามือสีดำกระแทกเข้ากับฝ่ามือสีทองกลางอากาศ เกิดเป็นเสียงประสานงากันดังกระหึ่ม
จากนั้นทั้งคู่ก็แยกออกจากกัน

จื่ออวี้ยืนอย่างมั่นคงบนพื้นดิน

ขณะที่ร่างของหลี่เหยาเซียงถอยไปถอยไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุด

ต้นไม้โบราณจำนวนนับไม่ถ้วนถูกพลังของเขาปะทะใส่จนกลายเป็นฝุ่นธุลี

กระทั่งเสียง ‘ปัง’ หลี่เหยาเซียงก็กระแทกเข้ากับต้นไม้โบราณอายุนับพันปี ตอนนี้เองที่ฝีเท้าของเขาหยุดลงได้

“โขลก!” อกของหลี่เหยาเซียงถูกฝ่ามือของจื่อวี้ฟาดใส่ เขารู้สึกได้ถึงลมปราณและเลือดลมในกายไหลย้อนสับสน เจ็บปวดแสนสาหัส

ซูลั่วจ้องเขม็งไปที่จื่ออวี้อย่างเงียบงัน

สิ่งที่หลี่เหยาเซียงกำลังได้รับอยู่ในเวลานี้ ไม่แตกต่างกับที่นางได้รับเมื่อสักครู่ก่อน

ถูกกระทำอย่างหนักจนแทบอยากร้องขอชีวิต
นางไม่คิดว่าศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งจะแก้แค้นให้นางโดยเลือกใช้วิธีการเดียวกัน

เห็นซูลั่วไม่ขยับ นัยน์ตาที่เย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีของจื่ออวี้ก็เปล่งประกายแห่งความยะเยือกออกมา
เขาจ้องมองซูลั่วอย่างเฉยชาแล้วพ่นลมออกจมูก “ไปฆ่ามัน!”

เส้นดำสามเส้นปรากฏขึ้นกลางหน้าผากซูลั่ว

เป็นอย่างที่คาด เหตุใดศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งจะใจดีขนาดแก้แค้นให้นางได้เล่า

เขาเพียงทำให้หลี่เหยาเซียงอ่อนแอลง จากนั้นนางต้องจัดการด้วยตนเอง

“ศิษย์พี่ เมื่อกี้ท่านเพิ่งหายไป จู่ๆก็หายตัวไปเฉยๆไม่บอกข้าสักคำ” ซูลั่วบ่นอิบ

“ข้าจะไป ต้องรายงานเจ้าด้วยรึ?” จื่ออวี้ทอดตาชำเลืองดูซูลั่วราวจ้องมองคนโง่เง่า

ซูลั่วเกาศรีษะ

ได้ๆ นางยอมรับว่านางโง่ ที่ถามคำถามงี่เง่าออกไป

แม้ว่าหลี่เหยาเซียงจะถูกศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งโจมตีจนกระอักเลือด แต่เขาก็ยังแข็งแกร่งมากอยู่ดี

มุมปากของจื่ออวี้ขยับเล็กน้อยสีหน้าเมินเฉย ไม่รู้ว่าเขาทำอะไร หลี่เหยาเซียงที่อยู่ไกลออกไปร้องครวญครางน้ำเสียงสยดสยองราวกับหมูถูกเชือด

“อ้าก........” หลี่เหยาเซียงมองดูแขนขวาที่กระเด็นออกไปอย่างสิ้นหวัง ครู่เดียวสีหน้าก็พลันซีดเผือก

แววตาของซูลั่วฉายวาบ

เพียงครู่เดียว แขนของหลี่เหยาเซียงก็ถูกตัดออก

ไม่มีอาวุธใดๆเขาเพียงใช้นิ้วสองนิ้วเท่านั้นก็ปลิดแขนหลี่เหยาเซียงได้แล้ว

เลือดสดๆไหลทะลักลงท่วมพื้นดิน



ตอนที่ 800 ตลอดทางลงเขา 7

ศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งนี่ช่างป่าเถื่อนจริงๆ

ยังไม่ทันที่ซูลั่วจะบ่นเสร็จ ศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งก็ส่งสายตาดำสนิทไร้หัวใจมาที่ซูลั่ว “ยังไม่รีบจัดการอีกหรือ?”

“เห็นอยู่ชัดๆว่าศิษย์พี่ก็ฆ่าเขาได้เพียงชั่วลัดนิ้วมือ” ซูลั่วพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิพร้อมฮึดฮัดออกมาสองครั้ง

“อย่าลืมจุดมุ่งหมายที่เจ้าออกมาในครั้งนี้” จื่ออวี้ปรายตามองซูลั่วอย่างสงบนิ่ง

พอซูลั่วหันกลับไปอีกที ร่างของเขาก็หายไปจากจุดนั้นเสียแล้ว

ศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งนี่เกินไปจริงๆ!

ซูลั่วทอดถอนใจอย่างเสียไม่ได้

ก็จริง ซูลั่วยอมรับว่าสิ่งที่ศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งกล่าวนั้นถูกต้อง เป้าหมายหลักของการลงเขาครั้งนี้คือ ต้องการให้นางได้รับการฝึกฝนในสนามต่อสู้จริงเพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการต่อสู้

และนี่ก็คือเหตุผลที่ศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งจะหายตัวไปในตอนแรก และปรากฏตัวขึ้นเมื่อถึงเหตุการณ์คับขัน ดังนั้นเขาจึงโจมตีหลี่เหยาเซียงจนมีสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายแล้วทิ้งให้ซูลั่วจัดการ และนี่คือเหตุผลที่เขาหายตัวไปอีกครั้ง

เพียงแต่ นี่มันจะผลักดันกันเกินไปมั้ย? ผู้ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่คือหลี่เหยาเซียงผู้มีความแข็งแกร่งขั้น 8 ทั้งยังเป็นอาวุโสที่สองของตระกูลหลี่อีกด้วย!

ด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส หลี่เหยาเซียงร้องโหยหวนและตะโกนจนเงียบเสียงไป

เขาเงยหน้าขึ้น ใช้ดวงตาที่แดงก่ำคู่นั้นสำรวจหาจื่ออวี้
แต่ตอนนี้ จะเห็นแม้แต่เงาร่างของจื่ออวี้ได้อย่างไรเล่า?

ดังนั้นสายตาราวกับอาบยาพิษจึงจ้องเขม็งมาที่ซูลั่ว เมฆหมอกครึ้มแห่งความเกลียดชังเอิบอาบอยู่ในดวงตาคู่นั้น

หากไม่ใช่เพราะตามไล่ฆ่าหญิงน่ารังเกียจผู้นี้ มีหรือแขนของเขาจะถูกตัดขาด?

นัยน์ตาของหลี่เหยาเซียงเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างล้นเหลือ

“ไปตายซะ!!!”  ร่างของหลี่เหยาเซียงเป็นดังประจุไฟที่ไม่อาจแบกรับสิ่งใดได้อีก เขาพุ่งตรงมาที่ซูลั่ว
แรงจู่โจมนั้นรุนแรงราวกับมีเมฆดำกัมปนาทปกคลุมอยู่เหนือศรีษะ

“ปัง ปัง ปัง!” หลี่เหยาเซียงกระหน่ำฝ่ามือใส่ซูลั่วไม่หยุดหย่อน ราวกับไม่มีสิ่งใดสำคัญยิ่งไปกว่านี้อีกแล้ว
ในตอนนี้หลี่เหยาเซียงมีอาการบาดเจ็บภายในอย่างหนักและยังเสียแขนขวาไปอีก ความแข็งแกร่งของเขาไม่น่ากลัวเช่นแต่ก่อนแล้ว

แต่อูฐที่กำลังจะหิวตายก็ยังตัวใหญ่กว่าม้าอยู่ดี ซูลั่วถูกกดดันจนล่าถอยไปอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ล่าถอย ในใจก็ยังครุ่นคิด

ทำอย่างไรดี?

ในสถานการณ์เช่นนี้ ศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งจะไม่ปรากฏตัวอีกแน่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเอง

ฝ่ามือสายลมของหลี่เหยาเซียงทั้งรุนแรงและหนักหน่วง น่ากลัวและโหดเหี้ยม!

หากปะทะเข้าตรงๆกับฝ่ามือนี้ ก็ต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

เมื่อไม่สามารถสู้กับคู่ต่อสู้ด้วยพละกำลังได้แล้ว เช่นนั้นต้องใช้กลอุบายซะแล้ว

ซูลั่วคิดวางแผนอย่างรวดเร็ว

“ไปตายซะ! ไปตายซะ!” หลี่เหยาเซียงเห็นว่าทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ ก็คลุ้มคลั่งจนแทบเสียสติ

หลังจากหลบหลีกไปมา แววตาของซูลั่วก็แปลกไป
เมื่อได้ดื่มวารีสวรรค์และเม็ดยาฟื้นพลังจิตวิญญาณไปแล้ว ซูลั่วก็สามารถโคจรพลัง อวกาศไร้สรรพสิ่งได้อีกครั้ง

ดังนั้นเมื่อหลี่เหยาเซียงไล่ฆ่านาง ซูลั่วจึงวิ่งหนีซ้ายหนีขวา เพื่อให้เขาวิ่งไล่ตามนางเป็นวงกลม
แขนที่ขาดของหลี่เหยาเซียงมีเลือดสดๆไหลทะลักออกมาตลอด

แต่เขาไม่ใส่ใจ นัยน์ตาแดงก่ำบ้าระห่ำนั้นพุ่งเป้ามายังซูลั่วเท่านั้น

เวลานี้ การฆ่าซูลั่วเป็นเป้าหมายเดียวของเขา!

เบื้องหน้าคือทางแยก เงาร่างของซูลั่วหายลับเข้าไปในป่าสูงเสียดเมฆนั้น

หลี่เหยาเซียงยังคงไล่ล่าตามไป แต่กลับไม่พบเงาร่างของซูลั่ว

“หญิงน่ารังเกียจ บิดาผู้นี้สั่งให้เจ้าออกมา ออกมาซะเดี๋ยวนี้!” หลี่เหยาเซียงร้องโวยวายขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด

ตอนที่เขาตะคอกอย่างฉุนเฉียวนั้น ซูลั่วที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ก็ค่อยๆย่องเข้ามาที่ด้านหลัง
ด้วยสัญชาตญาณจากการเป็นนักลอบสังหารในชาติก่อน ฝีเท้าของนางจึงเบาและนุ่มนวลราวผีเสื้อ ลมหายใจถูกควบคุมจนอีกฝ่ายไม่อาจจับสัมผัสได้
ดังนั้น ซูลั่วจึงเข้าประชิดตัวหลี่เหยาเซียงได้

กริชที่อยู่ในแขนเสื้อถูกชักออกมา

แม้หลี่เหยาเซียงจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็คือผู้เยี่ยมยุทธระดับ 8 สัญชาตญาณการระวังภัยนั้น ซูลั่วไม่อาจเทียบได้เลย

จริงๆแล้ว เมื่อซูลั่วเข้ามาใกล้ถึงสามก้าว เขาก็รู้สึกได้แล้ว

แต่เขายังคงยืนหันหลังให้นาง มุมปากยกยิ้มอย่างเย้ยหยันและชั่วร้าย

หญิงน่ารังเกียจเจ้ากำลังส่งมอบตัวเองมาให้ข้า!



ตอนที่ 801 ตลอดทางลงเขา 8

ครั้งนี้ อย่าหาว่าผู้เฒ่าคนนี้ไม่มีมารยาทล่ะ!

จากสามก้าว เป็นสองก้าว ครึ่งก้าว

ในที่สุด ร่างของซูลั่วก็เกือบจะเข้าไปชนกับหลังของหลี่เหยาเซียง

ซูลั่วยกกริชในมือขึ้น ฟันเข้าไปที่คอของหลี่เหยาเซียง
ในช่วงวิกฤตินั้น

เหมือนหลี่เหยาเซียงมีตาหลัง เขาไม่ได้หันกลับมาด้วยซ้ำ แต่มือที่ทรงพลังตรงเข้ากุมมือของซูลั่ว

หลี่เหยาเซียงหันหลับมา แววตาที่เย็นเยียบจ้องเขม็งมาที่ซูลั่ว ยกยิ้มที่มุมปากด้วยรอยยิ้มที่ดำมืดและชั่วร้าย “เจ้าหญิงน่ารังเกียจ! ไปตายซะ!”

มือที่แข็งราวคีมเหล็กคว้าคอระหงของซูลั่วไว้ ดูราวกับว่าซูลั่วไม่มีแรงจะต่อต้านได้

จื่ออวี้ที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดไม้หน้าผากย่นเล็กน้อย เขาส่ายศรีษะด้วยความผิดหวังในตัวซูลั่ว 
ศิษย์ที่ท่านอาจารย์เลือกครั้งนี้โง่เง่าเหลือเกิน

แต่ยังไม่ทันให้จื่ออวี้ได้ทอดถอนใจ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไป และทุกอย่างกระจ่างขึ้น

เดิมทีเดียว หลี่เหยาเซียงคว้าคอซูลั่วไว้ด้วยอาการเคียดแค้นชิงชังยิ่งนัก

เขาอยากจะบีบคอนางให้แน่นเข้าๆ อยากจะบีบจนร่างหลุดออกเป็นสองส่วน

แต่มือของเขากลับถูกควบคุมด้วยพลังประหลาดบางอย่าง ไม่ต้องพูดถึงความเร็วหรือความแข็งแกร่งเลย ทุกอย่างพลันไร้เรี่ยวแรงไปหมด

ในช่วงคับขันนั้นเอง กริชที่อยู่ในแขนเสื้อซูลั่วพุ่งตรงเข้าหาแผ่นอกของหลี่เหยาเซียง!

หลี่เหยาเซียงต้องการผลักซูลั่วออกไป เขาต้องการหลบกริชนั้น แต่ก็ต้องสิ้นหวัง.....

ไม่มีทางหลบมันได้!

ความจริงแล้วด้วยความแข็งแกร่งระดับ 8 เมื่อกริชของหญิงน่ารังเกียจคนนี้แทงเข้ามา มันควรมีความเร็วไม่ต่างจากมดน้อยตัวหนึ่ง

ทว่า! เขากลับพบว่าความเร็วของเขาลดลงไปอย่างมาก

ดังนั้นเขาจึงไม่อาจเคลื่อนตัวหลบได้

ทำได้เพียงมองดูกริชนั้นค่อยๆ แทงเข้ามาบนอกของตนอย่างหมดหนทาง

กริชจ้วงแทงราวกับดินเหนียว เพียงวูบเดียว มันตัดสิ่งของได้ราวกับตัดปอยผม มันช่างคมกริบหาใดเปรียบ

ในตอนนี้กริชนี้จ้วงแทงเข้าไปในอกของหลี่เหยาเซียงจนมิดด้าม!

นัยน์ตาของหลี่เหยาเซียงเบิ่งโตราวไข่ห่าน จ้องตรงมาที่ซูลั่ว ยังไม่ล้มตัวลง เขาจ้องมาที่นาง....

“เพราะ.....เหตุ.....ใด.....”

เสียงของเขาสั่นเครือ เจ็บปวดมาก ทั้งร่างเกร็งชา
นัยน์ตายังจับจ้องไปที่ซูลั่ว ขณะที่ร่างร่วงลงสู่พื้นดิน

ซูลั่วดึงกริชออกมา เลือดพุ่งทะลักออกจากอกของหลี่เหยาเซียง

ซูลั่วไม่รู้ร้อนรู้หนาว หยิบเอาผ้าเช็ดหน้าที่ทำจากไหมสีขาวออกมาเช็ดทำความสะอาดกริชอันมีค่าของนาง
หลังจากก้มหน้าก้มตาเช็ดทำความสะอาดกริชเสร็จแล้วนางจึงเงยหน้าขึ้นมองหลี่เหยาเซียง มุมปากยกยิ้มอย่างชั่วร้าย “เจ้ารู้มั้ยว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน?”

“ที่.....ไหน?” ลิ่มเลือดกระอักออกจากปากของหลี่เหยาเซียง

ซูลั่วชี้ไปที่พื้นที่สี่เหลี่ยมนั้นอย่างเย็นชา “อวกาศไร้สรรพสิ่ง”

ณ ที่ อวกาศไร้สรรพสิ่ง นางคือเจ้าแห่งราชัน
จริงๆแล้ว อวกาศไร้สรรพสิ่งใช่ว่าจะไร้ขีดจำกัด
เดิมที ตอนที่หลี่เหยาเซียงอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นแปด เขาสามารถทำลายอวกาศไร้สรรพสิ่งของนางได้
แต่หลังจากที่แขนหลี่เหยาเซียงถูกศิษย์พี่ก้อนน้ำแข็งตัดขาดไป และร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนพลังลดลงไปมาก

ซูลั่วจึงสามารถใช้อวกาศไร้สรรพสิ่งได้

อวกาศไร้สรรพสิ่งนั้น เมื่อผู้ใดเข้ามาแล้ว ซูลั่วจะสามารถควบคุมแรงโน้มถ่วงและความเร็วของคนๆนั้นได้

ดังนั้นซูลั่วจึงเลือกใช้วิธีนี้

นางค่อยๆย่างเข้ามาทางด้านหลังของหลี่เหยาเซียงอย่างระมัดระวัง ทำราวกับต้องการจะลอบฆ่า แต่แท้จริงแล้วมีเป้าหมายแอบแฝง จุดมุ่งหมายหลัก ไม่ใช่การปาดคอ หากแต่เป็นการหุ้มห่อเขาไว้ด้วย อวกาศไร้สรรพสิ่ง!

เนื่องจากอวกาศไร้สรรพสิ่งมีขนาดเล็กเท่าคนเพียงสองคนเท่านั้น

แน่นอนว่าหลี่เหยาเซียงค่อนข้างโง่ ซูลั่วจึงสบโอกาส

ซูลั่วแย้มยิ้มขณะที่บอกเรื่องนี้แก่หลี่เหยาเซียง

“เจ้า....เจ้าคือ....นักเวทย์มิติธาตุ.....” นัยน์ตาหลี่เหยาเซียงเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ ขณะจ้องเขม็งมาที่ซูลั่ว

..............จบ ตอนตลอดทางลงเขา............


ปล. ถ้าช่วงไหนมีน้ำหนักเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอแปลจากกิโลกรัมเป็นชั่งนะคะ  เช่นหนึ่งหมื่นห้าพันกิโลกรัม จะเปลี่ยนเป็น หนึ่งหมื่นห้าพันชั่ง  ไม่ได้เทียบมาตราใดๆเอาความง่ายเข้าว่า แต่ถ้าเพื่อนท่านใดเทียบได้ บอกได้นะคะ เรายินดีแก้ไข เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านของทุกท่าน




 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2559
0 comments
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2559 22:55:19 น.
Counter : 33 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สมาชิกหมายเลข 2609469
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 2609469's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.