happy memories
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2564
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
28 พฤษภาคม 2564
 
All Blogs
 
The Golden Song ปีนี้เชียร์ คุณหมอวิภู กำเหนิดดี ค่ะ








ภวังค์รัก-วิภู กำเหนิดดี



แข่งขันรอบแรก (ภวังค์รัก)




แข่งขันรอบสอง (หัวใจขายขาด)




แข่งขันรอบ Semi Final (สามหัวใจ)



รายการ The Golden Song เข้าปีที่ ๓ แล้ว ยังรักษาคุณภาพของรายการได้เป็นอย่างดี ดูแล้วมีความสุขจริง ๆ ค่ะ เคยอัพบล็อกชมไปรอบนึแล้ว รอบนี้เลยไม่ต้องบรรยายความอะไรมาก อยากรู้ว่าชอบขนาดไหนก็คลิกเลย The Golden Song เวทีเพลงเพราะ...เพลงเพราะจริง ๆ ค่ะ

อาทิตย์ที่ผ่านมาแข่งถึงรอบ Semi final แล้ว ปีนี้เราเชียร์ คุณหมอวิภู กำเหนิดดี อยากให้ได้แชมป์จริง ๆ ค่ะ ประทับใจเสียงและเพลงที่คุณหมอเลือกมาร้องมาก (ความยาวของบล็อกนี้เป็นหลักฐานชั้นดี ) ถึงจะฟังแล้วไม่ใช่แนวลูกกรุงแท้ ๆ แต่ด้วยคุณภาพเสียงร้องและดนตรีที่ทำออกมาได้อย่างอลังการงานสร้าง ทำให้เพลงลูกกรุงเพราะไปอีกแบบ เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่าย อรรถรสของความเป็นลูกกรุงยังอยู่ครบ ถูกใจสาวกเพลงลูกกรุงต้นฉบับอย่างเราเป็นที่สุด ทั้งที่ไม่ค่อยมีเวลาเขียนบล็อก แต่ก็อยากอัพบล็อกส่งกำลังใจและเชียร์คุณหมอ ไม่แค่เอาคลิปรายการมาแปะไว้เฉย ๆ อยากย้อนบรรยากาศตอนที่ดูด้วยตัวหนังสือด้วย เลยนั่งดูคลิปรายการตั้งแต่รอบแรกมาถึงรอบล่าสุด แล้วค่อย ๆ จิ้มดีดออกมา ถ้าขี้เกียจอ่านอะไรยาว ๆ ก็เปิดคลิปดูแทนละกัน แปะคลิปที่คุณหมอร้องไว้ทั้งสามรอบเลยค่ะ









หมอวิภู กำเนิดดี อายุ ๔๑ ปี เป็นอาจารย์แพทย์ที่วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฏเกล้า สอนหนังสือมากว่า ๒๐ ปีแล้ว เรียนจบด้ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู แล้วเป็นอาจารย์สอนหนังสือมาตลอด มาร้องเพลงจริงจังเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยปีที่ ๑ สมัครเข้าวง KU Band เป็นยุคที่มีประกวดสยามกลการ ได้ไปสมัครเข้าแข่งขัน แต่ตกรอบอยู่สองปี พอปีที่สามถึงได้แชมป์เมื่อปี ๒๕๓๖ หลังจากได้แชมป์ก็ยังเป็นอาจารย์แพทย์ สอนหนังสือเป็นหลัก และรับงานร้องเพลงบ้าง การได้เข้าประกวดและการได้ขึ้นเวทีร้องเพลงแล้วทำให้คนอื่นมีความสุขเป็นความทรงจำที่มีความสุขมากในช่วงหนึ่งของชีวิต แต่งานก็ทำให้ต้องห่างจากวงการเพลงไปนาน จนมีรายการ The Golden Song ทำให้กลับมาทำสิ่งที่รักอีก

เพลงภวังค์รัก-วิภู กำเหนิดดี




ooiooi



ภวังค์รัก
คำร้อง-ทำนอง ปัญญา ประดิษฐ์ธรรม


เมื่อลมพัดมาเราสองหนาวสั่น
แต่หัวใจนั้นแนบเคียงคู่กัน
ลมโชยโบกพริ้วหวีดหวิวใจสั่น
ใบไม้ก็พลันร่วงโรย

เมื่อเธอและฉันให้สัญญามั่น
มอบรักต่อกันถึงวันชีพมลาย
ลมโชยโบกพริ้ววาบหวิวใจกาย
เป็นสัญญาฉันรักเธอ

* จวบจนแสงทองลับฟ้าพลบค่ำ
ต่างฝากถ้อยคำพร่ำว่าฉันรักเธอ
ดวงจันทร์ทอแสงแห่งรักเลิศเลอ
ราตรีนี้เธองามซึ้งตรึงใจ
(ซ้ำ*)


ooiooi





เพลง "ภวังค์รัก" ต้นฉบับขับร้องโดย สุชาติ ชวางกูร คำร้อง-ทำนอง ปัญญา ประดิษฐ์ธรรม เรียบเรียงเสียงประสาน วิชัย ปุญญะยันต์ บันทึกเสียงครั้งแรก ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ คนไทยรู้จักชื่อ ต้น สุชาติ ชวางกูร ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ในฐานะนักร้องชายคนแรกและคนเดียวที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดนักร้องสมัครเล่นยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย Thailand Amateur Singing Contest ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓

ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ สุชาติ ชวางกูร ทำให้คนไทยจดจำเขาได้อีก เมื่อเขาออกอัลบั้มชุดแรกชื่อ"สายธาร" กับค่ายอีเอ็มไอ ประเทศไทย มีเพลงไพเราะอย่าง สายธาร ภวังค์รัก ฝากรักมากับเสียงเพลง ดวงฤดี ใจรัก ฯลฯ ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลา แก้วเสียงที่ไพเราะมีเสน่ห์ และบทเพลงที่หวานซึ้งตรึงใจ ผลักดันให้ สุชาติ ชวางกูรกลายเป็นศิลปินนักร้องที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น เพลงในอัลบั้มถูกเปิดอย่างถี่ยิบจากคลื่นวิทยุต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลง "ใจรัก" และ "ภวังค์รัก"

เพลง "ภวังค์รัก" เป็นเพลงรักโรแมนติก บอกเล่าถึงบรรยากาศในห้วงภวังค์รักของคู่รักหนุ่มสาว ลีลาการร้องและเสียงดนตรีที่เรียบเรียงอย่างยอดเยี่ยม เสริมให้บรรยากาศเพลงนี้ชวนซาบซึ้งและโรแมนติกยิ่งขึ้น

ข้อมูลจาก เพจพร่างเพชรในเกล็ดเพลง




คุณหมอวิภูตอบคำถามป้าเม้าท์ หนึ่งในคณะกรรมการว่าทำไมถึงอยากมารายการนี้ด้วยคำตอบง่าย ๆ คือ อยากออกทีวี (ทั้งกรรมการและคนดูฮาลั่นห้องส่งเลย) และข้อที่สอง เพราะลูกศิษย์แอบเม้าท์ว่าคุณหมอที่ครูที่ดุมาก เลยอยากมาเปิดโมเมนท์ที่เป็นตัวตนที่แท้จริงให้เด็ก ๆ ดู

ป้าเม้าท์ถามอีกว่า “เวลาสอนดุหรือคะ?”

คุณหมอตอบว่า “ดุครับ”

“แล้วทำไมถึงดุละคะ?”

คุณหมอตอบสั้นด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม แต่ทำให้ทุกคนฮาอีกรอบว่า “ดุครับ”

“มีอะไรที่อยากบอกลูกศิษย์ ลูกน้อง นักศึกษาแพทย์ไหมคะ?”

“อยากจะบอกว่า ถ้าเปิดทีวีก็เชียร์อาจารย์ด้วยนะครับ”

“แล้วอาจารย์หมอเลือกเพลงอะไรมาคะ?”

“ภวังค์รัก ครับ”

“เพลงนี้ร้องโดย สุชาติ ชวางกูร เราคุ้นเพลงนี้น้อยกว่าเพลง “ใจรัก”




แล้วคุณหมอก็ร้องเพลงนี้ด้วยกำลังเสียงและอารมณ์แบบเต็ม ๆ สะกดคนดูและกรรมการได้อยู่หมัด คุณกบอึ้งกับเสียงร้องและเพลงถึงกับเรียกชื่อคุณหมอดัง ๆ สองรอบ แล้วหันไปเรียกชื่อคุณหนึ่ง มือเรียบเรียงเสียงประสานดนตรีแล้วพูดว่า “ทุกอย่างมันช่างอลังการอะไรขนาดนี้”

ป้าเม้าท์กับพี่กันบอกว่า ไม่ได้จำคำวิจารณ์อะไรเลย ป้าเม้าท์บอกว่า “มันดีมากจนดิฉันเขียนอะไรไม่ถูก เขียนเพียงว่า “เสียงอธิบายเพลงได้ ดิฉันเขียนแค่นี้เอง”

คุณกันเสริมอีกว่า “ผมไม่ได้เขียนอะไรเลยเนี่ย” แล้วหัวเราะ พลอยทำให้ทุกคนหัวเราะตามไปด้วย แล้วพูดต่อว่า “สุดยอดมากครับ พี่ภูเป็นนักร้องที่...ผมไม่ได้จดอะไรเลยครับ ฟังอย่างเดียวแล้วก็อยู่ในภวังค์รักของพี่จริง ๆ ครับ ตั้งแต่ประโยคแรกขึ้นมา แล้วก็ทุกคำ ทุกประโยคมันมีการเล่าเรื่อง บ่งบอกถึงอารมณ์ในส่ิงที่พี่ต้องการจะเล่าด้วยเสียงของพี่ แล้วมันน่าฟังทุกประโยคจริง ๆ เพราะมาก ๆ ผมชอบมากนะครับ เวลาที่ร้อง มันเหมือนมีคนเอากล้วยโยนเข้าไปในปากลิง แล้วมันเคี้ยวได้เข้าปากมาก ร้องเพลงได้เข้าปากมากกกก จริง ๆ”

คุณหมอฟังแล้วยิ้มตาม พอฟังจบก็ถามนิ่ง ๆ ว่า “ชมใช่ไหมครับ” (ทั้งห้องฮาอีกรอบ) คุณกันรีบตอบว่า “ชมครับ” พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ทั้งสองข้าง

คุณคริส พิธีกรร่วมออกปากเลยว่า “ลบภาพความเป็นอาจารย์แพทย์ไปแล้วครับ” คุณเกลือลุ้นให้กรรมการสักท่านกดปุ่ม Golden Voice พูดเสริมอีกว่า “เป็นนักร้องไปเลยจริง ๆ”




คุณกบชมว่า “กบชอบมากเลยค่ะ รู้สึกว่าไม่ต้องทำอะไรเยอะ ความรู้สึก อารมณ์ท่วมท้นออกมา เราถูกดึงเข้าไปจนเราไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่น คือตัวเอาอยู่ พลังงาน ความรู้สึก อารมณ์เอาอยู่หมดเลยค่ะ สุดยอดจริง ๆ ค่ะคุณหมอ”

ป้าเม้าท์หันไปหาพี่โจ้ “พี่โจ้ ว่าไงคะ?”

“พี่จด”

คุณกบถาม “จดว่าอะไรคะ?”

คุณโจ้ตอบนิ่ม ๆ ว่า “มาทำไม มาให้พวกเราลำบากใจทำไม” เลยได้ฮารอบวงอีก คุณโจ้พูดต่ออีก “วิภูเป็นคนที่มีความตลก โอเค ในภาพลักษณ์อาจเป็นครูที่ดุ แต่ดุของวิภูอาจจะในแง่ให้ เพราะงั้นเราไม่เชื่อว่าลูกศิษย์จะไม่รัก เรื่องของเพลง ไม่พูดอะไรมาก มันเกินความคาดหมาย” คุณหมอวิภูยกมือไหว้ขอบคุณพี่โจ้ “ในเรื่องดนตรีนะครับ ตรงที่วิภูร้องว่า “ดวงจันทร์ทอแสงแห่งรัก...เลิศเลอ”...ตรงนี้โอ้โห มันสู้กับดนตรีได้อย่าง พี่พูดตรง ๆ ว่า มันเอากันอยู่ โดยเฉพาะสุดท้าย ตรงที่ร้องว่า...ราตรีนี้เธอ งามซึ้งตรึงใจ...มันปั๊บ ปั๊บ ปั๊บ ปั๊บ มันชนะเลิศเลยอ่ะ” แล้วก็ตัดฉากตอนที่คุณหมอร้องตอนนี้กลับมาให้ดูอีกที

พี่โจ้ต่ออีกว่า “พี่ดีใจ ความคิดแบบวิภูเป็นความคิดที่ดีที่ว่า การพัฒนาของคนมันไม่มีวันสิ้นสุด แล้วคนประเภทนี้จะเจริญสูงสุดในสังคมต่อไปในชีวิต ขอให้โชคดีครับ”




ต่อด้วยคนสุดท้าย ป้าเม้าท์ทำท่าแกล้งเซ็ง “เขาพูดกันไปหมดแล้ว แล้วอิฉันจะเอาอะไรมาเหลือ”

พี่โจ้ถาม “แล้วที่จดไว้ล่ะ”

“พี่ไม่ได้จดอะไรสักอย่าง พี่จดแค่ว่า เสียงอธิบายเพลงได้ แค่นั้นเอง ก็ดีใจที่หมอให้เกียรติรายการ ขอบคุณพี่ภูที่เข้าใจถึงการร้องเพลง และมันจะเป็นบทเรียนให้กับคนรุ่นต่อไปว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็มาร้องเพลงที่นี่ได้ หวังว่าเราจะได้พบกันในรอบต่อไปนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ขอให้คุณหมอโชคดีค่ะ”

คุณโจ้เสริมว่า “รอบลึก ๆ เลยแหละ”

คุณกบขอให้คุณหนึ่งออกความเห็นบ้าง

“ผมว่าคนทางบ้านต้องพูดว่า ทำไมพี่หมอเคยมีดีกรีเคยเป็นถึงแชมป์แล้ว ทำไมถึงต้องมาแข่ง ผมก็อยากเรียนว่า ทุก ๆ วันนี้ผมก็ยังแข่งกับตัวเองเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว เราพร้อมที่จะนำเสนอ พร้อมที่จะเปิดโลกใหม่ ๆ พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุก ๆ คน ของประชาชนทั่วประเทศไทย ผมว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมคุณหมอครับ”

แล้วกรรมการทุกท่านก็พร้อมใจกันให้คุณหมอวิภู กำเหนิดดี ผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยความเต็มใจยิ่ง คุณเกลือยังเสียดายไม่หายที่ไม่มีกรรมการท่านใดกดปุ่ม Golden Voice “นึกว่าจะได้ Golden Voice นะผู้ชายคนนี้ เรียกว่าคุณภาพเต็มเปี่ยมจริง ๆ”

หลังจากคุณหมอไหว้ขอบคุณกรรมการ เดินเข้าหลังฉากไปแล้ว กรรมการทั้งสี่ท่านยังชมไม่ขาดปาก...ร้องดีมากกกก...ดีมาก...เพราะมากกกก...ฟินนน คุณกันพูดแบบใส่อารมณ์ถูกใจสุด ๆ ว่า “ร้องโคตรดีเลย”









เพลงสะใจ




ooiooi


เพลง สะใจ
คำร้อง/ทำนอง : แฉล้ม โกยทา

สะใจสมใจเธอแล้วใช่ไหม
ที่ทำฉันให้คล้ายดั่งคนบ้าคลั่ง
เชิญเธอเย้ยเยาะ หัวเราะให้มันดังดัง
ฉันคนผิดหวัง ก็จะฟังด้วยใจอดทน

เมื่อได้สำนึกตรึกตรองถ่องแท้
ก็คงเหลือแต่ ความแน่นอนย้อนต้น
ความจริงแค่ไหน ไม่มีอยู่ในใจตน
ซึ้งในกมลไม่ดิ้นรนขอไปพบเจอ

อนาถจริงหนอไม่พออิ่มใจสักที
หนึ่งก็ไม่มี สองก็ไม่มีอยู่ในใจเธอ
ภูตผีตนไหนสิงในให้มาพบเจอ
ฉันตกเป็นทาสบำเรอ ต่อเธอผู้มีร้อยใจ

สะใจซึ้งใจเธอแล้วสิหนา
เมื่อฉันไร้ค่าก็เสาะหารักใหม่
กงกรรมกงเกวียน หมุนเวียนเปลี่ยนเป็นกรงใจ
ย้อนรอยเมื่อไร ต้องสะใจของเธอสักวัน

อนาถจริงหนอไม่พออิ่มใจสักที
หนึ่งก็ไม่มี สองก็ไม่มีอยู่ในใจเธอ
ภูตผีตนไหนสิงในให้มาพบเจอ
ฉันตกเป็นทาสบำเรอ ต่อเธอผู้มีร้อยใจ

สะใจซึ้งใจเธอแล้วสิหนา
เมื่อฉันไร้ค่าก็เสาะหารักใหม่
กงกรรมกงเกวียน หมุนเวียนเปลี่ยนเป็นกรงใจ
ย้อนรอยเมื่อไร ต้องสะใจของเธอสักวัน


ooiooi




เพลง “สะใจ" หรือชื่อเดิมบนปกแผ่นเสียงว่า "ทาษบำเรอ" ขับร้องต้นฉบับโดย อิทธิพล บำรุงกุล และ ศรีไศล สุชาติวุฒิ ประพันธ์เพลงโดย แฉล้ม โกยทา ซึ่งอยู่ในอัลบัม"ชีวิตบัดซบ"

.ความจริงที่หลายคนสงสัยว่าชื่อเพลงอะไรกันแน่ ขอ ดร่ามา..สักหน่อยนะครับ
คืนนั้น..ที่โคราช....กลางกระท่อมหน้าบ้านพ่อแฉล้ม.....ผมนั่งคุยกับพ่อแฉล้ม โกยทา หลังเลิกงาน

พ่อแฉล้มถามว่า ทำไม.. คืนวันก่อน หลังไนท์คลับเลิก แขกที่มาเที่ยวบางคนยังไม่กลับผมตะโกนคำว่า แค้น..ดังลั่น แล้วซบหน้ากับโต๊ะ (ไม่รู้ซ่อนน้ำตา หรือเมา 5555)

ผมเล่าเรื่องบางเรื่องให้ท่านฟัง...ฝนตกเบา ๆ ผมเอามือรองน้ำฝนแล้วเอามาล้างหน้า เพื่อ ซ่อนรอยน้ำตา....พ่อแฉล้ม หยิบทรัมเป็ต ขึ้นมาเป่า เบาๆ ทำนองเศร้ามาก ผมเผลอร้องไห้ แล้วบอกท่านว่า ..เขาคงสะใจนะครับที่ทำกับผมแบบนี้....

คืนนั้น พ่อแฉล้ม แต่งเพลงให้ผม..ตั้งชื่อว่า ทาสบำเรอ..ร้องครั้งแรกที่ฮอลิเดย์ไนท์คลับ โคราช พี่ ไฝ่ ภักดี พลับศิริ เรียบเรียงดนตรี บรรเลงโดยวงดนตรี 9LASER

พี่สนอง โสตถิลักษณ์..เป็นหัวหน้าวง เมื่อวงย้ายไปเล่นที่ เชอราตันไนท์คลับจันทบุรี ผมขอตามไปอยู่ด้วย ...ร้องบ่อย ๆ บางเอิญมีคนชอบ เลยกู้หนี้ยืมสิน ยืมทองน้องคนหนึงด้วย(ชื่อเกษม.ตอนนี้ไม่เจอเลย อยากเจอมาก) รวบรวมเงินได้จำนวนหนึ่งไม่มากนัก ขอร้องพี่สนอง กับพี่ ๆ นักดนตรีช่วยเล่นดนตรีให้หน่อย.เพราะไม่มีปัญญาจ้างนักดนตรีในกรุงเทพฯ

พี่ ๆ นักดนตรีสงสารเลยรับปาก..พอไนท์คลับเลิกก็เหมารถเข้ากรุงเทพถึงตอนเช้า นอนพักกันไม่ถึง ๒ ชม. ก็ลุยอัดเพลงกันเลย ที่ห้องบันทึกเสียง คิงส์ซาวด์ อัดเสร็จรีบกลับมาเล่นดนตรีต่อที่ไนท์คลับเชอราตัน ทุกคนแทบไม่ได้นอนกันเลย ผมซาบซี้งใจมาก ทุกคนไม่เอาค่าตัว เสียดายบางท่านเสียชีวิตไป ผมยังไม่ทันได้ตอบแทนบุญคุณท่านเลย (พี่หยอยแซกโซโฟน น้าป้อมทรีมเป็ต)

เพลงนี้ ตอนแรก ชื่อเพลงทาสบำเรอครับ แต่พอเริ่มดัง (แบบไม่รู้ตัว) มักมีคนเรียกว่า สะใจ...ผู้ที่ช่วยผลักดันให้ดังและช่วยเหลือผมทุกอย่าง คือพี่สามารถ บริบูรณ์เวช ผู้จากไป ผมตอบแทนท่านได้ ด้วยการบวชให้ท่าน ๗ วัน

พ่อ แม่ของผม สร้างให้ผมเกิดมา...แต่พ่อแฉล้ม โกยทา แต่งเพลงนี้ให้ และส่งให้นักร้องุธร (บ้านนอก) อย่างผมได้เกิดมาบนถนนแห่งวงการเพลง

ผมไปกราบเท้าท่าน..และถือว่าท่านคือ พ่อคนที่สองของผม..
รอก่อนครับพ่อแฉล้ม ..พี่ต้อยสามารถ..สักวันผมจะตามไป...เมื่อถึงวันนั้น


(อิทธิพล บำรุงกุล..๒.๔๙ น. วันจันทร์ที่ ๑๒ มิย. ๒๕๖๐)

ข้อมูลจาก smule.com
เพจบ้านหรรษาชมรมเพลงเก่า ต๋อย ทิพวัลย์





เพลงนี้ชอบเสียงไวโอลินมาก เนื้อเพลงเขียนได้เพราะและสำนวนเพลงเศร้า กินใจลึกซึ้ง คุณหมอยังรักษาคุณภาพการร้องได้อย่างยอดเยี่ยม สิ้นเสียงเพลงของคุณหมอจบลง เสียงปรบมือในสตูฯ ดังมาก พร้อมกับคณะกรรมการที่พร้อมใจกันลุกขึ้นยืนปรบมือให้

คุณเกลือชม “กรรมการถึงกับยืนปรบมือเลย เรียกได้ว่าโชว์พลังเสียงทำเอาทั้งสตูฯ ลุกขึ้นยืนมาดูเลย สุดยอดจริง ๆ ซ้อมนานไหมครับ?”

“ซ้อมทุกวัน ซ้อมตั้งแต่ได้เพลงมา ไม่มีวันหยุดซ้อมเลย”




คุณเกลือเชิญคณะกรรมการให้ความเห็น เริ่มต้นจาก คุณกัน ที่ยืนปรบมือให้คนแรก

“ผมเห็นความสามารถของพี่ภู ผมรู้สึกว่ามันเกินคำว่าผู้เข้าแข่งขันร้องเพลงเพราะครับ มันยิ่งกว่านั้นไปมาก ๆ เลย มันเกินคำว่ามือสมัครเล่นไปแล้ว น้อยคนที่ร้องเพลงแล้วทำให้เรารู้สึกว่าเป็นเหมือนเขา เมื่อกี้ผมรู้สึกอึดอัด ผมแบบ...ข้างในผมแบบ ใจเต้นแบบหนักมาก ๆ ทำให้เราเป็นเขาได้จริง ๆ อารมณ์ที่มันพลุ่งพล่านในเพลง แต่ว่ายังคงความไพเราะของเพลงอยู่ มันสุดยอดมาก ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้มาเป็นกรรมการในรายการนี้ ผมขอบคุณมากที่พี่มาประกวดในรายการนี้จริง ๆ ครับ” พูดจบก็ยกมือไหว้คุณหมอ คุณหมอก็ไหว้ตอบ




คุณกบเป็นอีกคนหนึ่งที่ลุกขึ้นปรบมือให้คุณหมอ

“กบไม่เคยฟังอะไรที่ทำให้กบรู้สึกแบบถูกดูดเข้าไปแล้วรู้สึกได้มากขนาดนี้จริง ๆ กบรู้สึกเหมือนน้องกันที่พี่บีบหัวใจ บีบอารมณ์ เหมือนตัวเราโดนบีบโดนอัด ความรู้สึกมันออกมาจากตัวพี่เรื่อย ๆ ๆ ๆ ออกมา ไม่มีวันหมด แล้วเมื่อมาเจอกันระหว่างสุดยอดดนตรีและสุดยอดของการร้องเพลงมาเจอกัน มันคือโชคดีมาก ๆ ที่มีโอกาสได้ฟังในวันนี้ ขอบคุณพี่ภูมาก ๆ ที่มาในรายการนี้ค่ะ”




คุณเกลือเห็นด้วย “จริงครับ เป็นการรวมกันที่เหมาะมากจริง ๆ ครับ ทีนี้เราจะมาฟังความเห็นของอาจารย์ที่เคยสอนคุณตอนเด็ก ๆ พี่โจ้ครับ”

“รู้ว่าการมาครั้งนี้ มันไม่ได้มาแบบพี่ภูกะจะมากินหมู พี่ภูมาด้วยความสามารถ จิตใจที่อยากจะมา อย่าคิดว่ากรรมการจะอวยนะ คุณเก่ง คุณมีความสามารถจริง ๆ คุณแบ่งแยกความรู้สึกสองความรู้สึก ระหว่างความเจ็บช้ำและความโกรธแค้นอยู่ในเพลงเดียวกัน ในสไตล์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และจับมาผสมกลมกลืนกัน ให้เห็นถึงความรู้สึก ความสะใจของคน ๆ หนึ่งซึ่งโดนกระทำ และเมื่ออยากจะกระทำ อยากจะทำอะไรในบทเพลง สู้กับดนตรีที่ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง ไม่รู้ว่าพูดอะไรนะครับ พี่จะพยายามหาจุดอ่อนของคุณเพื่อทำให้คุณแข็งแรงให้ได้นะครับ ขอบคุณครับ”




ป้าเม้าท์ที่พิธีกรให้สมญานามว่าเป็นอธิการบดีของรายการถามคุณหมอ

“หมอคะ หมอจำวันแรกที่รู้จักป้าได้ไหมคะ”

“นานมากครับ”

“แล้วหมอจำความรู้สึกนั้นได้ไหม?ที่หมอมาถามว่า ทำไมผมไม่ได้ จำได้ไหม” คุณหมอพยักหน้า หันไปพูดกับคุณเกลือว่า

“ประกวดสยามกลการที่ตกรอบ”

“เห็นไหม มันเป็นความรู้สึกที่ดิฉันตอบไม่ได้ ดิฉันเป็นกรรมการให้คุณหมอในการประกวดครั้งนั้น แล้วครั้งที่สองคุณหมอได้รางวัล การเป็นนักร้องไม่ใช่พอเราชนะแล้วเราหยุด ไม่ใช่ คุณศึกษา คุณเพิ่มเติม แล้วคุณก็ไม่ได้หยุดยั้งเลย แล้วดิฉันก็ไม่ได้เขียนอะไรเหมือนเดิม คุณนำแต่ละเพลงมาร้อง มันไม่ใช่เพลงฮิต แต่คุณหมอก็สามารถทำให้เราต้องนั่งได้ ขอบคุณที่คุณหมอไม่ได้หยุดการร้องเพลง”




คุณเกลือถามคุณหมออีก “คุณหมอประกวดมาเมื่อสามสิบปีที่แล้ว เคยได้รางวัลด้วย”

“เคยตกรอบบ่อยครับ” คุณหมอพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

“หมอยังไม่หยุดที่จะร้องเพลง”

“เราต้องเชื่อความรู้สึกข้างในของเรา ว่ามันอยู่ตรงนี้ ถ้าเราหยุด มันก็อยู่ตรงนี้ อย่างมารายการนี้ผมก็คิดเหมือนกัน แต่ที่สุดก็ต้องปัดความคิดทั้งหมดออกไป ทีแรกก็กลัวเหมือนกันว่ามาแล้ว คนจะว่าไหม คุณเคยเป็นแชมป์มา คุณจะทำให้ตัวเองเสียหรือเปล่า หรือว่าหลาย ๆ อย่าง แต่ตอนหลังผมก็ตัดไป คิดว่าคุณอยากมาไหม ถ้าอยากมา คุณมา จบ”

“สุดท้ายเขาก็ฝ่าฟันและทำในสิ่งที่รัก สิบปีเลยนะ” คุณเกลือทึ่งในตัวคุณหมอ

“ไม่มีใครรู้เลยว่าคุณหมอเคยตกรอบ” แม่เม้าท์เสริม

“ผมเชื่อว่า ถ้าเด็กรุ่นใหม่มีโอกาสได้ดู เขาจะได้นำข้อคิดดี ๆ จากคุณหมอวิภูไปใช้กับตัวเองแน่นอน













หัวใจขายขาด




หัวใจขายขาด-สุเทพคอรัส




ooiooi


หัวใจขายขาด
คำร้อง : สุรพล โทณะวณิก
ทำนอง : One Broken Heart For Sale - Elvis Presley


ใครจะซื้อ หัวใจเปล่าเปลี่ยว
ดีทีเดียว แต่ว่าอกหัก
ดวงใจช้ำรัก ขายถูก

ใครจะซื้อ หัวใจเปล่าเปลี่ยว
ดีทีเดียว แต่ว่าอกหัก
ดวงใจช้ำรัก ขายขาด

ใจเคยระบม ตรอมตรมเดียวดาย
ใจเจียนมลาย เพราะรักปรวนแปร
ใจเคยดีดี มีคนรังแก
จำใจแพ้ ขายถูก

ใครจะซื้อ หัวใจเปล่าเปลี่ยว
ดีทีเดียว แต่ว่าอกหัก
ดวงใจช้ำรัก ขายขาด

ใครมีสตางค์ แดงเดียวเอาไป
เร็วเชิญไวไว เพราะมีใจเดียว
ราคามันลง จงเอาไปเชียว
ใจยังเสียว ขายขาด

ขายผ่อน ก็ยอมนะจ๊ะ
ดวงใจฉันน่ะ เหลือเดน
เร็วเชิญมาจอง ปองคนมีเวร
เที่ยวเคี่ยวเข็ญ ขายขาด

ใครจะซื้อ หัวใจเปล่าเปลี่ยว
ดีทีเดียว แต่ว่าอกหัก
ดวงใจช้ำรัก ขายถูก

ใครจะซื้อ หัวใจเปล่าเปลี่ยว
ดีทีเดียว แต่ว่าอกหัก
ดวงใจช้ำรัก ขายขาด

ใครจะซื้อ
หัวใจเปล่าเปลี่ยว
ดีทีเดียว แต่ว่าอกหัก
ดวงใจช้ำรัก ขายถูก

ใครมีสตางค์ แดงเดียวเอาไป
เร็วเชิญไวไว เพราะมีใจเดียว
ราคามันลง จงเอาไปเชียว
ใจยังเสียว ขายขาด

ขายผ่อน ก็ยอมนะจ๊ะ
ดวงใจฉันน่ะ เหลือเดน
เร็วเชิญมาจอง ปองคนมีเวร
เที่ยวเคี่ยวเข็ญ ขายขาด

ใครจะซื้อ หัวใจเปล่าเปลี่ยว
ดีทีเดียว แต่ว่าอกหัก
ดวงใจช้ำรัก ขายถูก

ใครจะซื้อ หัวใจเปล่าเปลี่ยว
ดีทีเดียว แต่ว่าอกหัก
ดวงใจช้ำรัก ขายขาด

ใครจะซื้อ หัวใจเปล่าเปลี่ยว
ดีทีเดียว แต่ว่าอกหัก
ดวงใจช้ำรัก ขายถูก


ooiooi





เพลง "หัวใจขายขาด" ขับร้องโดย สุเทพคอรัส แต่งคำร้องโดย สุรพล โทณะวณิก ทำนองมาจากเพลงสากล One Broken Heart for Sale ของ Elvis Presley เพลงนี้ คุณทนงศักดิ์ ภักดีเทวา ร้องนำทีมคอรัส โดยมีคุณอดุลย์ กรีน เป็นผู้ทำเสียง"โอ๊ยแย่" ประกอบในเพลงเป็นระยะ ๆ เป็นเพลงจังหวะสนุก ๆ ทั้งที่เนื้อหาในเพลงน่าจะเป็นเรื่องเศร้า ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งต้องออกมาประกาศเร่ขายหัวใจที่ชอกช้ำเพราะอกหักของตน ยอมแม้กระทั่งขายด้วยเงินผ่อน (ข้อมูลจาก เพจพร่างเพชรในเกล็ดเพลง)




รอบล่าสุด หมอวิภูได้โจทย์เพลงครื้นเครง คุณหมอเลือกเพลง “หัวใจขายขาด” สองรอบแรกทุกคนอื้งกับพลังเสียงของคุณหมอตอนร้องเพลงช้า รอบนี้เลยไม่มีใครนึกภาพคุณหมอตอนร้องเพลงเร็วออก คุณเกลือบอกว่า “ตอนนี้ผมตื่นเต้นมาก อยากรู้ว่าแกจะครื้นเครงได้ขนาดไหน ผมคิดไม่ออกเลยว่าพี่ภูจะดีไซน์โชว์ออกมาเป็นอย่างไรบ้าง คุณหมอจะเต้นได้หรือเปล่า” พูดประโยคสุดท้ายกลั้วเสียงหัวเราะ พลอยให้ทุกคนนึกภาพและหัวเราะตามไปด้วย




ต้นฉบับเพลง "หัวใจขายขาด" ร้องโดยวงสุเทพคอรัส ป้าเม้าท์บอกเกร็ดเพลงนี้ว่า “ผู้แต่งเพลงนี้คือ ครูสุรพล โทณะวณิก ทำนองมาจากเพลงชื่อ One Broken Heart for Sale ของ Elvis Presley” ป้าเม้าท์พูดเย้า คุณโจ้ ลูกชายคุณทนงศักดิ์ ที่นั่งข้างกันว่า “และข้อสำคัญคือ เพลงนี้หัวหน้านำทีมคอรัสเพลงนี้คือ คุณทนงศักดิ์ ภักดีเทวา พี่ปื๊ดเป็นคนที่ร้องเพลงไทยเพราะมากนะคะ มีคุณอดุลย์ กรีน เป็นผู้ที่ร้องคำว่า “โอ๊ยแย่" ประกอบในเพลง หมอจะเป็นคนสร้างเซอร์ไพรส์ได้มาก ๆ สำหรับพวกเรา ขอให้เชื่อนะคะ ดิฉันเชื่อในศักยภาพของหมอ”




หมอวิภูบอกความรู้สึกก่อนร้องว่า “การที่ได้กลับมาเวทีประกวดอีกครั้งนึง เป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายเพราะผมอายุเยอะแล้ว ผมรู้สึกภูมิใจมาก ผมดีใจมากที่ได้ร้องเพลงกับวงจักรวาลแบนด์ ด้วยดนตรีซึ่งสร้างสรรค์โดย อาจารย์หนึ่ง จักรวาล เป็นความสุขของคนที่ร้องเพลง ที่รักการร้องเพลงทุกคน รอบนี้ผมได้รับโจทย์เพลงครื้นเครงครับ ดีใจ เอาจริง ๆ ตัวตนของผมสนุกสนาน ขี้เล่น พอได้โจทย์เพลงสนุกสนาน เพลงครื้นเครง ก็เหมือนเรามีโอกาสได้ถ่ายทอดตัวตนของเราให้คนเห็น ในโจทย์เพลงยามครื้นเครง ผมเลือกเพลง “หัวใจขายขาด” เป็นเพลงของวงสุเทพคอรัส เป็นเพลงที่ผมเคยฟังในคอนเสิร์ตนึง รู้สึกชอบทันที ท้ายนี้ ผมของฝากเพลง “หัวใจขายขาด” ไว้ด้วยนะครับ หัวใจดวงนี้ขายขาด ไม่รับคืนนะคร้าบบบ” คุณหมอจบคำพูดพร้อมรอยยิ้มกว้างแถมทำมือเป็นรูปมินิฮาร์ทประกอบด้วย




คุณหมอร้องเพลงออกมาได้เยี่ยมยอดไม้แพ้เพลงช้าเลย เพลงจบลงพร้อมเสียงปรบมือดังลั่นสตูฯ กรี๊ดกันทั้งกรรมการ คนดูและพิธีกรทั้งสองคน น้องคริสบอกว่า “บอกตรง ๆ ครับ พอคุณหมอเต้น รู้สึกว่าคุณหมอวัยเดียวกับผมเลย จริง ๆ นะ ตั้งแต่เร่ิมต้นคำว่า...สวัสดีคร้าบ มันดูน่ารักมากเลย

คุณเกลือพูดต่อ “หลังจากชมโชว์ชุดนี้ผมรู้เลยว่า สมัยหนุ่ม ๆ คุณหมอซิ่งมากแน่นอน ออกเที่ยวทุกคืนแน่นอน”

คุณหมอไม่ปฏิเสธ แถมบอกว่า “ศุกร์-เสาร์ครับ”

“เคยร้องเพลงเร็วมาบ้างไหมครับ คุณหมอ?”

“เคยครับ”

“สไตล์อย่างนี้เลยนะครับ?”

“ก็หนักกว่านี้ครับ”




คุณเกลือหันไปหากรรมการ เริ่มด้วยคุณโจ้ก่อน

“รู้สึกว่าวิภูรีแลกซ์ รีแลกซ์ในการร้องทุกอย่าง พี่พูดตรง ๆ ว่าตอนแรกเป็นห่วง กลัวว่าจะออกแบบหมดแมกซ์ แต่วิภูฉลาดมาก...พี่ชอบท่านี้มากเลย” แล้วพี่โจ้ก็ทำท่าวาดมือไปข้างหน้า ขวาทีซ้ายทีเหมือนหมอวิภูจนทุกคนฮากลิ้ง “แบบว่า กล้ามาก ช่างกล้ามาก เป็นท่าที่น่ารักมาก แล้วเขาทำมันน่ารัก แล้วไม่ได้รู้สึกว่าพี่ภูไม่ได้แบบน่าสงสาร ไม่ มันเบลน ท่ามันไปกับจังหวะ และวิภูฉลาดในการเลือกจังหวะที่จะเต้นในสมัยนั้น วิภูฉลาดที่จะเซฟกำลัง เพราะว่าพี่ห่วงจริง ๆ ที่พี่ภูเลือกเพลงนี้ และด้วยวัย เกิดเต็มแม็กซ์ มันไปไม่จบ คือวิภูเลือกที่จะมีการผ่อน มีการใช้สไตล์ช้าบ้าง เร็วบ้างแล้วตบ พี่คิดว่าเป็นโชว์โจทย์ครื้นเครงที่สมบูรณ์แบบมาก ๆ ครับ”




ต่อมาก็เป็นป้าเม้าท์ “ดิฉันเคยทึ่งมาสองครั้ง คุณสามารถนำเพลงที่ไม่ได้ฮิตเลยมาร้อง แล้วคุณร้องได้เพราะมาก แล้วก็ทึ่งมาก ๆ แต่ “หัวใจขายขาด” นี่ อิฉันก็ยังนึกไม่ถึงว่าคุณหมอจะทำยังไงนะคะ แต่ ขอโทษ ตรงร็อกแอนด์โรล...ขายขาด...นั่นคือซาวน์ดของเพลงร็อกแอนด์โรล แล้วท่าของหมอ ท่าที่ยืน มันคือฟีลข้างในของหมอเอง ไม่ได้มีการปรุงแต่ ถ้าปรุงแต่ง เพลงร็อกแอนด์โรลทำลำบาก ความสามารถล้วน ๆ เลยค่ะ ขอให้หมอภูมิใจเวลาฝังเข็มแล้วเต้นร็อกแอนด์โรลไปด้วย (ฮา) ดิฉันดีใจที่หมอกลับมาร้องแล้วทำให้เห็นศักยภาพของคนที่เคยร้องเพลงมานาน มันไม่ได้มีการตก นี่คือสิ่งที่เราอยากให้นักร้องเป็น ขอชื่นชมหมอที่ทำงานวันนี้อย่างดีมาก”




ต่อมาก็เป็นคุณกันบ้าง “ผมชอบหมดเลย ผมโยกตาม พี่ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากโยกตาม อยากร็อกตามทั้งที่ไม่เคยได้ยินเพลงนี้เลย” แล้วกันต์ก็ร้องเพลงออกมาท่อนนึง “ดวงใจช้ำรัก ขายขาด...” นี่ไง ร้องได้เลย ฟังแล้วอยากร้องตาม อยากโยกตาม ทั้งหมดมันคือเอาคนอยู่ มันทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากมีส่วนร่วม เรื่องของการร้องก็ยังคงมาตรฐานอยู่ ทุกคำร้องคือผมไม่ต้องอ่านเลย เป็นเพลงเร็วที่ผมฟังได้ทุกคำ ผ่านการแสดงออกของพี่ ผ่านการร้องของพี่ที่ยังคงความไพเราะ ผมอยากจะบอกว่า “หัวใจขายขาด” ใครอยากซื้อ พี่ถามว่าใครอยากซื้อ ผมว่ามีคนซื้อเยอะแน่นอน หัวใจเดียวไม่พอ ต้องหลาย ๆ ใจแล้วครับผม” เสียงหัวเราะดังพร้อมกันทั้งสตูฯ คุณเกลือแซวอีก

“เนี่ย พอคนอื่นไม่เล่นก็เล่นซะเอง”

“เขาน่ารักไง ผมว่าเขามีใจเดียวคงไม่พอ ถามว่ามีใครอยากซื้อ ทุกคนอยากซื้อเยอะแน่นอน ก็มีหลายใจแบ่งขายไง”

“มันต้องหลายใจ (ฮ่า ฮ่า)” คุณเกลือแซวไม่เลิก กันต์ถูกเบรกหัวทิ่ม ทุกคนหัวเราะเฮฮาจนกันต์อยากให้ปล่อยผ่าน

“ไม่ต้องหลายใจ เปรียบเปรย เออ ไปเหอะ 555”




มาถึงคิว คุณกบ “คุณหมอขา วันนี้กบชอบมาก ๆ เลยค่ะ กบชอบทุกอย่างที่คุณหมอทำออกมาเลย กบรู้สึกสนุกตาม อยากเต้นตาม อยากทำท่าตาม สิ่งที่กบรู้สึกได้คือ คุณหมอสามารถที่จะเอาตัวเองสร้างอารมณ์ กบก็ไม่รู้ว่าคุณหมอสร้างจากไหน แต่คุณหมอมีอารมณ์สนุกก่อน พอมีอารมณ์สนุก ไม่ว่าจะทำอะไร มันดูสนุกไปหมดเลยค่ะ แล้วท่าของพี่วิภู กบรู้สึกว่าไม่ต้องทำท่าแบบสมัยนี้ แบบพี่วิภูมันเท่ มันเป็นยูนีค มันเป็นเอกลักษณ์ คือวันนี้นอกจากความสนุกที่คุณหมอมาสร้างให้แล้ว กบเชื่อว่าในยูทูบคนต้องไปเปิดฟัง เปิดฟังเฉย ๆ แล้วก็เต้นไปด้วย มันต้องมีคนทำแบบนี้แน่ ๆ เลย เป็นคุณหมอแล้วมายืนบนนี้ แล้วทำให้คนรู้สึกได้อย่างนี้ มันไม่ง่ายนะคะคุณหมอ กบก็ไม่รู้คุณหมอทำได้ยังไง แต่กบชอบมาก กบประทับใจมาก ๆ ค่ะ” พูดจบคุณกบก็ยกมือไหว้ขอบคุณคุณหมอ




ท้ายสุด เป็นโปรดิวเซอร์ดนตรีมือทอง คุณหนึ่ง จักรวาล “สิ่งที่คุณกบพูดเป็นสิ่งที่ผมอยากทำ และผมคิดว่าต้องมีหลายคนที่จะกลับไปฟังเพลงต้นฉบับว่าเป็นอย่างไร คุณหมอวิภูทำให้เพลงนี้มันสมบูรณ์จริง ๆ ผมเชื่อว่า ถ้าคุณพ่อพี่โจ้ได้ฟังเพลงนี้ท่านต้องดีใจมาก ๆ” กล้องจับที่หน้าคุณโจ้ที่ดูเหมือนมีน้ำตาคลอแล้วพยักหน้าไปด้วย “ผมว่าเพลงนี้ต้องติดหูวัยรุ่นยุคนี้แน่นอน โชคดีครับ”




ถึงช่วงพิเศษที่ให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกขอดูคะแนนของกรรมการ ๑ ท่านได้ แต่ละท่านมีสิทธิ์ให้ ๑๐๐ คะแนน คุณหมอตั้งใจมาจากบ้านเลยว่าจะเลือกคุณกบ แล้วเธอก็ทำให้ทุกคนในสตูฯ คนดูทางบ้าน รวมไปถึงตัวคุณหมอเองถึงกับอึ้งแล้วก็เฮลั่นเมื่อเห็นตัวเลขเต็มร้อยขึ้นมา นับเป็นครั้งแรกในรายการที่ผู้แข่งขันได้คะแนนเต็มแบบนี้ คุณหมอยกมือปิดหน้าด้วยความตื่นเต้น พูดเสียงสั่น “ขนลุกซู่ทั้งตัวเลย เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ขอบพระคุณที่เห็นศักยภาพนะครับ ผมซ้อมเพลงนี้มาหนักมาก มาก ๆ จริง ๆ คือคนจะคิดว่าเพลงสนุก ๆ ร้องง่าย ไม่ง่ายหรอกครับ ผมซ้อมทุกวัน ผมเลิกงานสองสามทุ่ม ผมก็บังคับตัวเองให้ซ้อม ซ้อมทุกวัน ซ้อมหนักมาก ผมเต้นหนักมาก” และผลจากการซ้อมหนัก นอกจากจะทำให้หมอวิภูได้คะแนนเต็มร้อยจากคุณกบแล้ว คะแนนรวมจากกรรมการทั้ง ๔ คนก็สูงถึง ๓๙๙ คะแนน ถึงกติกาจะห้ามไว้ แต่คุณเกลือก็ยังออกปากแทนคนดูที่อยากรู้ว่ากรรมการที่หักไป ๑ คะแนนเป็นใคร










สามหัวใจ






สามหัวใจ
เนื้อร้อง-ทำนอง ครูไพบูลย์ บุตรขัน


สาปแล้วไม่ขอ รักใครใฝ่ปอง คิดครองเป็นคู่
ทุกวันนี้อยู่ กล้ำกลืนน้ำตา ตกใน
เกิดมามีมาร เฝ้าแต่ประหาร ดวงใจ
ช้ำจิตคิดไป หมองไหม้ ทุกตรม

กรวดน้ำคว่ำขัน รักกันชาติเดียว ล้างเกลียวสวาท
หัวใจแทบขาด พลาดความหวังเคย ชื่นชม
เจ็บจำไปนาน เพราะเชื่อคำหวาน ภิรมย์
รักจึงระทม ทุกข์ตรม ทรวงใน

คนเดียวมีสาม หัวใจครอบครอง รักปองไม่จริง
รักเผื่อ เลือกทิ้ง นี่คนอะไร
ผ่านความ โสมม สังคมยุคใหม่
เหลียวหาหัวใจ แน่นอนไม่มี

อย่าพบอย่าพาน พวกมารผจญ ต้องทนวิบาก
รักกันแล้วจาก พรากกันเหมือนตาย หน่ายหนี
เกลียดกลัวจนตาย ขอสาปมารร้าย ชีวี
พ้น ไปเสียที ไม่มีกรรมเวร

อย่าพบอย่าพาน พวกมารผจญ ต้องทนวิบาก
รักกันแล้วจาก พรากกันเหมือนตาย หน่ายหนี
เกลียดกลัวจนตาย ขอสาปมารร้าย ชีวี
พ้น ไปเสียที ไม่มีกรรมเวร




เพลง "สามหัวใจ" ขับร้องโดย ชาญ เย็นแข คำร้อง-ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง"สามหัวใจ" สร้างจากบทประพันธ์ของ"รพีพร" กำกับการแสดงโดย เนรมิตร นำแสดงโดย สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์, ส.อาสนจินดา, วิไลวรรณ วัฒนพานิช เริ่มฉายปี พ.ศ. ๒๔๙๗ วัฒน์ วรรลยางกูร เคยเขียนถึ งชาญ เย็นแข ไว้ในหนังสือ "หอมดินเคล้ากลิ่นไอฝน" ว่า เสียงของ ชาญ เย็นแข ฟังดูมีพลัง แกร่งและนุ่มอยู่ในตัว ทั้งฟังดูซื่อและสุภาพโดยไม่ต้องดัดให้นุ่มแต่อย่างใด ขนาดร้องเพลงตัดพ้อแรง ๆอย่างเพลง "สามหัวใจ" ที่ว่า "คนเดียวมีสามหัวใจครอบครอง รักปองไม่จริง รักเผื่อเลือกทิ้งนี่คนอะไร" ก็ยังสุภ้าพ สุภาพ ชาญ เย็นแข ร้องบันทึกเสียงเพลง"ค่าน้ำนม" ผลงานของครูไพบูลย์ บุตรขันเป็นเพลงแรก และ ชาญ เย็นแข เคยระบุอย่างแน่ใจว่าตัวเองร้องเพลงผลงานของ ครูไพบูลย์ บุตรขัน ทั้งสิ้น ๖๖ เพลง เพลง"สามหัวใจ" เป็น ๑ ใน ๖๖ เพลงนั้น


(ข้อมูลจาก เพจพร่างเพชรในเกล็ดเพลง)




วันอาทิตย์ที่ผ่านมาแข่งขันรอบ Semi-Final มีผู้เข้ารอบ ๑๒ คน แบ่งเป็นสามกลุ่ม ๆ ละ ๔ คน วันนี้ (๒๓ พ.ค.) เป็นการแข่งขันรอบแรก มีผู้ชายสอง ผู้หญิงสอง คุณหมอวิภู, คุณมอส ตรีมินทร์, คุณแพรว รัตนาพร, และคุณแตงกว่า ดลหทัยกร คัดผู้เข้าแข่งขันเหลือ ๒ คนเพื่อเข้ารอบสุดท้าย รอบนี้ต้องร้องเพลงคู่กับศิลปินคนละเพลง ศิลปินที่ได้รับเชิญมาคือ คุณรุ่งฤดี แพ่งผ่องใส, คุณสุชาติ ชวางกูร, คุณตุ๊ก วิยะดา, คุณกบ ทรงสิทธิ์, คุณอ๊อฟ ปองศักดิ์

คุณหมอให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีว่า

“รอบนี้ผมร้องเพลง “สามหัวใจ” ร้องคู่กับศิลปิน ต้องมีการตีความกันอีกรูปแบบหนึ่ง มีความขัดแย้งกันของคนรักทั้งสองคนมีปัญหา แล้วเขากำลังจะไปต่อไม่ได้ ในความขัดแย้งซึ่งอยู่ภายใต้ความรัก ผมสนุกมาก ผมชอบมาก ๆ การที่ต้องไปร้องคู่กับศิลปินท่านนี้ อันแรกผมดีใจมากเพราะท่านเป็นไอดอลของผม แล้ววันที่ไปเลือกเพลง ผมไปเจอแล้วผมกระโดดเลย ผมดีใจมากเลย การที่ต้องร้องเพลงกับเขา เขาเป็นคนที่มีความสามารถสูงมาก เขามี range เสียงซึ่งกว้างมาก เวลาที่เราเลือกคีย์เขาบอกว่า เอาที่พี่ร้องได้ดีที่สุดเพราะเราเป็นผู้แข่งขัน เอาที่พี่คิดว่าดีที่สุด เขาร้องได้ทุกคีย์จริง ๆ เขาไม่มีปัญหากับเสียงสูงเลย ก็รู้สึกดีใจ ปลาบปลื้ม แล้วเขาก็ให้กำลังใจเราด้วย เขาบอกว่า หนูดูคลิปพี่นะ ดีใจมาก มีความสุขมาก ๆ ขอกำลังใจจากทุกท่าน คนไข้ ญาติคนไข้ พี่ ๆ พยาบาล พี่ ๆ มอเตอร์ไซด์ พี่ ๆ ขายโจ๊กที่ให้กำลังใจผม ผมจะทำให้ดีที่สุด ผมจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ขอบคุณมากครับ




หลังพิธีกรทั้งสองอธิบายกติกาแล้ว คณะกรรมการก็เดินออกมาจากหลังฉาก ผิดจากทุกครั้งที่จะนั่งประจำที่อยู่แล้ว คุยเฮฮากันนิดนึงแล้ว คุณคริส ถาม คุณโจ้ ถึงกติกาในรอบนี้

“รอบนี้ต้องเข้มข้นขึ้น และอยากให้ผู้เข้าแข่งขันร้องด้วยความไม่รู้สึกกดดัน ให้ร้องกับศิลปินด้วยความรู้สึกกลมกลืนและสอดคล้องกัน อย่าไปกลัวเขา คือเรากับเขามาร้องเพลงร่วมกันให้บทเพลงมันไพเราะขึ้น เป็นสิ่งที่กรรมการจะตัดสินได้ง่ายครับ”

“คิดซะว่ามามอบความสุขให้กับผู้ฟัง” คุณคริสเสริม




“แม่เม้าท์ละครับ” คุณเกลือถาม

“โปรดิวเซอร์ของรายการได้พยายามปรับเปลี่ยนหลายอย่าง ให้ผู้ดูผู้ฟังดูแล้วเข้าใจทันที เมื่อคุณดูปั๊บ คุณจะรู้ทันที อาจจะคิดตรงกับที่เราทำ”

“กบเองก็เน้นเรื่องการควบคุมความตื่นเต้นของตัวเอง หรือการทำโชว์ที่กลมกลืนกันไปด้วยกัน กบว่ามันสำคัญมากที่จะไม่ทำให้ตัวเองอยู่ข้างหลังอยู่ข้างหน้ามากเกินไป ทำให้โชว์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และทำให้คุณผู้ชมมีความสุขได้มากที่สุด”




“พี่กันละครับ”

“ผมรู้สึกว่าเรื่องเสียงเป็นหลักอยู่แล้ว ยิ่งการร้องคู่ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสำคัญมาก ๆ บางคนอาจได้คีย์ไม่ถนัดกับตัวเอง เพราะเป็นชาย-หญิงจะมีคีย์จะไม่เท่ากัน ก็ต้องดูว่าเขาจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ดีแค่ไหน”

“ต้องมาถามอีกหนึ่งท่าน เรียกว่าได้ฟังเพลงก่อนใคร เพราะต้องไปดูการซ้อมและเจอกับศิลปินตัวจริงมาแล้วด้วย เป็นไงฮะ วันนี้เดือดไหมฮะ” คุณเกลือถาม คุณหนึ่ง จักรวาล

“ผมว่าเดือดทุกเพลง ขนาดศิลปินที่มาร้องในวันนี้ยังพูดเลยว่า “ฉันทำใจแล้วล่ะว่าฉันต้องมาร้องกับเธอ ทุกท่านจะลืมเนื้อเพลงตัวเอง” ทุกคนหัวเราะโดยพร้อมเพรียงกัน “เพราะเวลาเราทำเพลงต้องที่เราเปลี่ยนสิ่งที่เคยฟังหรือทางบ้านเคยฟังให้กลายมาเป็นอีกแบบนึง เพื่อให้เข้ากับผู้แข่งขันทุกท่าน เพื่อให้ไปด้วยกันได้ เพื่อดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาให้ได้มากที่สุด”

“อาจารย์หนึ่งรับรองแล้วว่าวันนี้เดือดแน่นอน จากรายชื่อรับรองได้ว่าเป็นชื่อที่ฟาดฟันประชันกันสุดฤทธิ์แน่นอน ความหนักใจต้องอยู่ที่กรรมการของเราเช่นเคย เราประเดิมโชว์แรกจากสาย A ก่อน รอบนี้ นอกจากผู้แข่งขันทั้งสี่ท่านจะได้ร้องเพลงร่วมกับศิลปินแล้ว ยังต้องร้องเพลงสุดไพเราะคู่กันให้เราฟังอีกด้วย และต้องบอกว่าโชว์นี้จะไม่มีผลต่อการตัดสินในรอบนี้ เป็นแค่การจัดโชว์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ คู่แรกเป็นสองหนุ่ม คุณหมอวิภู และ คุณมอส ตรีมินทร์ ร้องเพลง “เพราะเธอหรือเปล่า”




ทั้งคุณหมอ และ คุณมอส ร่วมกันขับร้องได้อย่างนุ่มนวลไพเราะ ยิ่งได้คนทำดนตรีอย่าง คุณหนึ่ง จักรวาล ด้วย เพลงเลยยิ่งเพราะได้ใจ จบเพลง คุณเกลือเห็นท่าทางคุณหมอเครียด ๆ เลยถาม

“ทำไมพี่หมอเครียดครับ”

“ดีใจที่มันรอดครับ ก็คิวมันเยอะ สลับไปสลับมา งงครับ”

“นั่งฟังอยู่ข้างล่างผมรู้สึกเลยว่า เหลืออีกสองคนมาเติมนี่กลายเป็นวงบอยแบนด์ได้เลยนะ” คุณเกลือพูดด้วยอารมณเฮฮา แล้วก็ทำเนียนจะรวมตัวเองกับคุณคริสตั้งวงซะเลย แล้วก็เอ่ยชม

“สองท่านถ่ายทอดออกมาได้ดีจริง ๆ เป็นเพลงซาบซึ้งประทับใจ”

“เรื่องราวแย่งผู้หญิงกันหรือครับ” คุณคริสถาม

“คือผู้หญิงชุดแดง (ที่เป็นแดนเซอร์) ทำให้เราสองคนอกหัก จากคนอกหักจากผู้หญิงคนเดียวกันแล้วมาเจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย”

“ที่เขาวิ่งออกจากฉากไป เขามาหาผมครับ” คุณเกลือทำให้ฮารอบวงอีก จากนั้นก็ให้คุณโจ้ให้ความเห็น

“ดีที่ไม่ต้องให้คะแนน ถ้าให้คะแนนจะยากมาก เพราะทั้งคู่ร้องไลน์ประสานซึ่งยากทั้งคู่เลย”

“แต่กติกาใหม่ในรอบนี้เปลี่ยมแล้ว ต้องให้คะแนนด้วย” คุณเกลือทำให้กรรมการอีกสามท่านโวยไปหัวเราะไป คุณโจ้ชมต่อ

“เขาร้องดีทั้งคู่เลย ฟังแล้วมีความสุข”

“เป็นโชว์ที่ดีมาก ๆ แล้วอย่างที่บอกว่าถ้ามีสี่คนก็เป็นบอยด์แบนด์ได้เลย เป็น Westlife ประสานแบบเท่ ๆ เลย” แล้ว คุณกัน ก็ให้ทั้งสี่คนลองร้องแบบประสานเสียงดู พอได้ฟังแล้วก็ชอบใจ แต่ยังจิกกัดคุณเกลือไม่เลิก

“เฮ้ย ได้เลยพี่ ได้แค่สามคน อีกคนมาทำไม” พูดจนคุณเกลือทำหน้าจ๋อยปนเซ็ง

“กะแล้ว ๆ ส่งมาเพื่อการนี้ 555”




หลังจากสองสาวร้องเพลง “ขอมือเธอหน่อย” คู่กันจบแล้วก็เริ่มการแข่งขัน คู่แรก คุณรุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ร้องเพลง “หลานย่าโม” คู่กับ คุณแพรว รัตนาพร คู่ที่สอง คุณตุ๊ก วิยะดา ร้องเพลง “ปล่อยใจฝัน” คู่กับ คุณแตงกว่า ดลหทัยกร คู่ที่สาม คุณแก้ม วิชญาณี ร้องเพลง “สามหัวใจ” คู่กับ คุณหมอวิภู คุณคริสพูดถึงคุณหมอว่า

“อาจารย์หมอที่หลงใหลในการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ แต่ด้วยหน้าที่การงานของหมอทำให้เขาต้องหยุดร้องเพลงไปก่อน ซึ่งเขาตัดสินใจทำในสิ่งที่เขารักอีกครั้งหนึ่ง คือการร้องเพลงบนเวทีแห่งนี้”

ป้าเม้าท์เล่าเกร็ดเพลงว่า “เพลงนี้แต่งเมื่อปี ๒๔๙๗ อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “สามหัวใจ” ของคุณรพีพร คนที่ร้องดิฉันเรียกเขาว่าลุงชาญ คุณชาญ เย็นแข สำหรับเพลงนี้ผู้แต่งคือ ครูไพบูลย์ บุตรขัน ดีใจมาก ๆ ที่เพลงเหล่านี้พูดเหมือนอย่างที่พี่หนึ่งพูดว่า เพลงนี้ต้องอยู่คู่เมืองไทยไปอีกนานเท่านาน




คุณหมอ และ คุณแก้ม ร้องเพลงนี้เป็นแนวละครเวที สาดอารมณ์และพลังเสียงใส่กันไม่ยั้ง ฟังแล้วเพราะไปคนละแบบกับต้นฉบับ คุณเกลือออกปากเลยว่า “เดือด เดือดมาก สายพลังมาเจอกัน บรรยากาศดุเดือดมาก”

“เดือดมากพี่” แก้มพูดออกมาคำแรก

“ผมนึกถึงบรรยากาศบ้านผมเลย เวลาแก้มมองพี่ภูเหมือนเมียมองผมยังไงยังงั้นเลย” คุณเกลือเปรียบเปรยแบบฮา ๆ

“ฟีลลิ่งของเพลงมาแบบนั้น”

“ได้ตกลงกันแบบนั้น วันนี้มาแบบทรงพลังกันจริง ๆ นะฮะ มีอะไรจะพูดกับพี่วิภูไหมครับ”




“พี่หมอเก่งมากค่ะ แก้มต้องบอกว่าแก้มได้ติดตามคุณหมอ ไม่ว่าจะเป็นการ้องหรืออารมณ์เพลง เขาส่งมาให้เราแบบเต็มที่มาก ๆ เพราะฉะนั้น เวลาร้องแล้วรู้สึกว่าเราวางใจได้ และก็สนุกมาก ๆ ดีใจมาก ๆ เป็นเกียรติแก่แก้มมาก ๆ ค่ะ”

“จริง ๆ เขาเป็นไอดอลในการร้องเพลงสำหรับผมครับ เขาเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยเวลาที่เขาไปโชว์ในต่างประเทศ เราจะภูมิใจในแก้ม ไม่คิดว่านอกจากจะร้องเก่ง ตัวจริงยังเป็นคนไนซ์มาก แล้วเวลาร้องเพลงส่งอารมณ์กัน เขามืออาชีพจริง ๆ สายตาเขา มีแอบกลัวนิดนึง” คุณหมอพูดประโยคสุดท้ายพร้อมเสียงหัวเราะ

“เวลามองนี่กลัวใช่ไหมครับ นั่นแหละครับ เป็นความรู้สึกเวลาที่เมียมองผมเลย” คุณเกลือยังฮาไม่เลิก “มีอะไรอยากจะช่วยออดอ้อนคะแนนให้พี่วิภู โดยเฉพาะกรรมการของเรา คุณกัน ณภัทร ต้องให้เกียรติท่านนะ ท่านเป็นคณะกรรมการในรายการ”

พี่กันคะ ฝากด้วยนะคะ วันนี้ตื่นเต้นมากค่ะ แล้วก็ดีใจมาก ๆ เลย เพราะเราก็ติดตามรายการนี้ค่ะ พอได้มาร้องต่อหน้าคณะกรรมการ รู้สึกเหมือนมาประกวดใหม่เลย จริง ๆ แล้วก็ฝากพี่หมอด้วยนะคะ พี่หมอเต็มที่มาก ๆ ค่ะ” พูดจบก็ยกมือไหว้แล้วเดินเข้าไปข้างใน




คุณเกลือขอความเห็นจากคุณกันเป็นคนแรก

“นี่เป็นหนึ่งโชว์ที่มีพลังมาก ๆ มันเห็นถึงความมีกันของสามีภรรยาจริง ๆ เมื่อกี้ โอ้โห มันเกิดเรื่องกัน มันทะเลาะกันในเพลง เสียงร้องวันนี้ของพี่ภูนี่ ผมไม่เคยฟังการใช้เสียงแบบนี้มาตั้งแต่รอบแรก มันเป็นการร้องแบบใหม่ที่ใส่อารมณ์ไปในเนื้อเสียงมากกว่าปกติ มันมีการกระเส่าของเสียง มีการใส่อารมณ์รุนแรงเข้าไปในเสียงตั้งแต่ท่อนแรก ซึ่งถ้าถามว่าฟังแล้วรู้สึกยังไง รู้สึกมันมีความอึดอัดนิดนึง สำหรับตัวผมนะ ซึ่งมันก็ตรงตามโจทย์นั่นแหละ แต่ผมก็ยังชอบความสบาย ๆ ของพี่ภูที่ร้องแบบพลังก็จริง มันยังเป็นแบบพี่ภูอยู่ ขอให้พี่ภูโชคดีครับ”

“ไหน ๆ พูดถึงอารมณ์เพลงแล้ว มาต่ออารมณ์เพลงกันดีกว่า พี่กบครับ”

“ถ้าพูดถึงอารมณ์เพลง กบรู้สึกว่าเหมือนกำลังนั่งดูละครเวทีเลยค่ะ เพราะอารมณ์ที่เขาสาดกันบนเวทีมันรุนแรงมาก และเป็นมวลที่ยิ่งใหญ่ส่งมาถึงเราได้ค่อนข้างง่ายมาก มีอารมณ์ร่วมตามได้แบบง่ายมากเลยค่ะ เราอินไปกับเขา วันนี้ได้เห็นอีกมุมนึงเหมือนกันนะ กับการที่ปกติจะร้องเพลงคนเดียวแล้วส่งอารมณ์ มุมที่รับส่งกับคนอื่น กับศิลปินที่มาร่วมด้วย ที่มีความสามารถมาก ๆ แบบนี้ กบว่า พี่หมอไม่แพ้ใครเลยค่ะ พี่หมอเอาอยู่ค่ะ




ต่อด้วยป้าเม้าท์ “เป็นคู่ที่จัดเสียงมาเหมาะกันมากเลยค่ะ ดิฉันดีใจที่สองคนนี้ระดับเสียงเหมือนกัน ดิฉันดูตั้งแต่คำที่หมอร้องว่า “ประหารดวงใจ” หนูแก้มร้อง “คำหวานภิรมย์” เขาร้องคีย์เดียวกันเลยนะ ไปจัดมาได้ยังไง...“ความโสมม” หมอเน้นให้รู้ว่ามันโสมม อ้นนี้มันเป็นเรื่องยากที่ร้องแล้วใส่ตรงนี้ วันนี้ยังไงก็แล้วแต่ ดิฉันชอบตรงที่ หมอไม่ดร็อป คุณแก้มมาอย่างไร หมอไปอย่างนั้น มันเป็นการร้องที่สู้กันในลักษณะของเพลง ขอให้หมอโชคดีค่ะ”




ตามด้วยคุณโจ้ที่ออกความเห็นว่า “เป็นการร้องที่ถูกคู่ถูกฝา พูดอย่างนี้นะ ขอชมการเรียบเรียง การจัดการร้องถือว่ายอดเยี่ยมมากที่พี่หนึ่งสามารถทำให้เพลงลูกกรุงยกระดับเป็นเพลงสากลได้ ฝรั่งฟังแล้วอึ่ง ทึ่ง เสียว เลยอ่ะ อันนี้คนอาจจะงงว่า ลูกกรุงแล้วคุณมาสาด ปา ๆ ๆ ใส่กันทำไม ตอนแอดลิต มันสู้กัน ฟังจริง ๆ มันเป็นการยอมในบางอย่าง ที่อันนี้แรงมา อันนี้หย่อนนิดนึง ในการทะเลาะต้องมีคนนึงซึ่งแรงกว่า อีกคนจะดรอปกว่า มันไม่เคยมีร้อยกับร้อยชนกัน มันต้องมีตรงนี้ ตรงนี้วิภูทำได้ ทำให้พี่กลัวเพลงนี้ไปเลยนะ โอ้โห เขาร้องได้ยังไงวะ ทำไมเรากลัวขนาดนี้ คือถ้าจะพูดว่าการตีโจทย์ครั้งนี้แตกไหม หรือแตกในแง่ของการแข่งขัน หรือให้ลูกกรุงไปเป็นเพลงสากล และในแง่ของการแสดง เป็นการแสดงที่ดีมาก ๆ ครับพี่ภู”




หลังจากผู้แข่งขันคนสุดท้าย คุณมอส ตรีมินทร์ ร้องเพลง “หยาดเพชร” คู่กับ คุณกบ ทรงสิทธิ์ แล้วก็ถึงเวลาประกาศ ๒ รายชื่อแรกที่เข้ารอบสุดท้าย ชื่อแรกที่ถูกประกาศคือ คุณหมอวิภู ได้คะแนน ๓๘๘ คะแนน และ คุณแพรว ได้คะแนนเท่ากัน ส่วน คุณมอส และ คุณแตงกวา ไม่ได้ไปต่อ ได้คะแนน ๓๘๑ เท่ากัน

ท้ายสุดนี้ ขอส่งกำลังใจให้ คุณหมอวิภู กำเหนิดดี ผ่านบล็อกนี้ ถึงจะมีคู่แข่งที่เก่ง ๆ หลายท่าน แต่ก็ลุ้นและเอาใจช่วยสุดชีวิตให้คุณหมอได้เป็นแชมป์ The Golden Song ในปีนี้ค่ะ


ภาพและข้อมูลจาก
เพจ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ









บีจีจากเวบ wallcoo กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii ไลน์จากคุณญามี่

Free TextEditor




Create Date : 28 พฤษภาคม 2564
Last Update : 28 พฤษภาคม 2564 20:21:23 น. 0 comments
Counter : 2145 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtoor36, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณThe Kop Civil, คุณสองแผ่นดิน, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณชีริว, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณข้าน้อยคาราวะ, คุณทนายอ้วน, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณnewyorknurse, คุณSweet_pills, คุณkatoy, คุณเริงฤดีนะ, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณTui Laksi, คุณกะว่าก๋า, คุณปรศุราม, คุณเนินน้ำ, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณmariabamboo, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณInsignia_Museum, คุณkae+aoe, คุณPooh Station TH, คุณmcayenne94, คุณโอน่าจอมซ่าส์


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 158 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.