happy memories
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
17 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๑o๓




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto









"แสตมป์ร้อยปี รพ.จุฬาฯ รำลึกผู้พระราชทานกำเนิด”


เมื่อ ๑oo ปีก่อน โรงพยาบาลที่มุ่งให้บริการรักษาพยาบาลทั้งผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยไข้ ทั้งในยามสงครามและยามปกติ ยึดมั่นให้ความช่วยเหลือโดยไม่เลือกชาติ ศาสนา หรือความคิดเห็นทางการเมือง เกิดขึ้นโดยพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า พระราชทานนามว่า "โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์" และได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงพยาบาลเป็นปฐมฤกษ์ สร้างความปลื้มปีติให้กับประชาชนและแพทย์-พยาบาลอย่างใหญ่หลวง


ผู้เจ็บไข้ได้ป่วยมากมายมีชีวิตรอดไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า โดยบรรเทาความเจ็บปวดถูกต้องตามวิทยาศาสตร์ด้วยการพึ่งพาโรงพยาบาลแห่งนี้ จนปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ก็ยังสืบสานพระราชปณิธานผู้พระราชทานกำเนิด


ปีนี้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีอายุครบ ๑oo ปีแห่งการก่อตั้ง ในวันที่ ๓o พฤษภาคมนี้ การหันมาทบทวนความทรงจำเมื่อ ๑oo ปีก่อนจึงเกิดขึ้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด รำลึกวันสถาปนาจัดสร้างตราไปรษณียากร "๑๐๐ ปี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์" ประชาชนทั้งในและต่างประเทศร่วมจดจำถึงโรงพยาบาลและสะสมกันได้ จำนวนพิมพ์ ๕oo,ooo ดวง ชนิดพิเศษมีจำนวน 5,000 ชุด ขณะนี้มีผู้สนใจยอดจองทะลุ ๒,ooo ชุดแล้ว






รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ในช่วงสมัยพระมหาธีรราชเจ้าทรงมีพระราชประสงค์จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อครั้งยังทรงพระชนม์อยู่นั้นมีพระราชดำริจัดตั้งสภากาชาด ขณะนั้นเรียกว่า "สภาอุณาโลมแดง" สำหรับรักษาพยาบาลผู้เจ็บไข้ได้ป่วย แต่การก่อตั้งไม่แล้วเสร็จ พระมหาธีรราชเจ้า พระราชโอรสและพระราชธิดาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบริจาคทรัพย์ร่วมกันสมทบทุนของสภากาชาดจัดสร้างโรงพยาบาลขึ้น พระกรุณาพระราชทานนามตามพระปรมาภิไธยสมเด็จพระบรมชนกนาถว่า "โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์" เสด็จฯ ทรงเปิดโรงพยาบาลวันที่ ๓o พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ ให้บริการรักษาผู้ป่วยไข้จนถึงวันนี้ที่โรงพยาบาลมีความก้าวหน้าอย่างมากด้านการแพทย์ ทั้งยังเป็นสถานที่ฝึกอบรมนิสิตแพทย์ แพทย์ประจำบ้าน นับได้ว่าเป็นศูนย์ความดีเด่นทางวิทยาการ






"วาระครบ ๑oo ปี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ จัดกิจกรรมพิเศษตลอดปี อัญเชิญพระบรมสาทิสลักษณ์พระปิยมหาราช ผู้พระราชทานกำเนิดสภากาชาดไทย และพระมหาธีรราชเจ้า ผู้พระราชทานกำเนิดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดทำเป็นตราไปรษณียากร รวมทั้งเตรียมจัดงาน "ศตวรรษ อัศจรรย์ ๑oo ปี โรงพยาบาลจุฬาฯ ในวันที่ ๒๙-๓๑ พฤษภาคมนี้ ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ พร้อมนิทรรศการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ตลอด ๑oo ปี ก่อนหน้านี้จัดทำเหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรำลึกวันสถาปนาด้วย" ผอ.รพ.จุฬาฯ ชวนสะสมแสตมป์และร่วมงานวันสถาปนาโรงพยาบาล






ด้าน วิบูลย์ เสรีชัยพร ผู้จัดการฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร ไปรษณีย์ไทย จำกัด เผยถึงคุณค่าตราไปรษณียากรว่า เปรียบเสมือนการบันทึกเรื่องราวของชาติไว้บนตราไปรษณียากร เพื่อเล่าขานให้ประชาชนรับรู้ ทุกครั้งของการจัดทำตราไปรษณียากรที่ระลึกของหน่วยงาน สถาบันนั้นต้องสร้างคุณูปการให้กับชาติต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๕o ปี ครั้งนี้ไปรษณีย์ไทยมีส่วนรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขชาวไทย สร้างโรงพยาบาลขึ้น


"ภาพบนตราไปรษณียากร พระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ ๕ เคียงคู่รัชกาลที่ ๖ สถิตเหนือภาพลายเส้นตึกอำนวยการ ที่บรรจงถอดแบบจากอาคารที่ทำการหลังแรกของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประกอบตราสัญลักษณ์ ๑oo ปี พิมพ์แบบลิโธกราฟฟี มีหลายสี ออกแบบโดยธเนศ พลไชยวงศ์ ทุกวันนี้ตึกอำนวยการก็บูรณะซ่อมแซมและอนุรักษ์เอาไว้ มีเรื่องราวน่าสนใจมาก" วิบูลย์เล่าให้ฟัง


และแน่นอน ตราไปรษณียากรจะออกวางจำหน่ายวันแรกในวันที่ ๓o พฤษภาคมนี้ โดยมีเครือข่ายไปรษณีย์ไทยกว่า ๑,๓oo แห่งทั่งประเทศช่วยอำนวยความสะดวกในการจำหน่ายทั่วไทย ส่วนภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสภากาชาดไทย นอกจากสแตมป์แล้ว ที่ผ่านมายังจัดส่งถุงบรรจุโลหิตและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ส่วนประกอบโลหิต อุปกรณ์ตรวจหมู่โลหิต หลอดบรรจุโลหิตให้กับสภากาชาดไทยอีกด้วย.







ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
เฟซบุคประชาสัมพันธ์ แพทย์จุฬาฯ














"คัดเลือกนักแสดงโขนปี ๒๕๕๗ ชุด ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ”


มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา จากวิทยาลัยนาฏศิลปและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ร่วมคัดเลือกเป็นนักแสดงตัวเอกรุ่นใหม่ พระ, นาง, ยักษ์, ลิง ในการแสดงโขนประจำปี ๒๕๕๗ ชุด “ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ” สมัครได้ที่ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หรือส่งเอกสารสมัครทางไปรษณีย์ แผนกความร่วมมือภายนอก ๒ กองงานความร่วมมือภายนอก สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เลขที่ ๑๗๓ ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กทม. ๑o๓oo ถึง ๓o พ.ค.นี้ โทร. o-๒๗๘๗-๖๘๔o-๒ อ่านรายละเอียดการสมัครได้ที่ khonperformance.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
dailynews.co.th
khonperformance.com














"นิทรรศการทุนสร้างสรรค์ศิลป์ พีระศรี ครั้งที่ ๑๓”


นิทรรศการทุนสร้างสรรค์ศิลป์ พีรศรี ครั้งที่ ๑๓ : Silpa Bhirasri Creativity Grants Exhibition


จัดแสดงระหว่างวันที่ ๑๙ พฤษภาคม - ๒o มิถุนายน ๒๕๕๗


และจะมีพิธีเปิดในวันจันทร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.๓o น.


ศิลปินเสวนา เวลา ๑๓.oo-๑๖.oo น. ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ















ภาพและข้อมูลจากเวบ
contestwar.com
ArtCentre ม.ศิลปากร














ตะลอนทัวร์ "พระที่นั่งวิมานเมฆ-พิพิธภัณฑ์ศิริราช”


นับว่าน่าเสียดายไม่น้อย ที่ศิลปวัฒน ธรรมไทยในปัจจุบันถูกมองข้ามความสำคัญจากกลุ่มคนรุ่นหลัง ทั้ง ๆ ที่ศาสตร์และศิลป์ของความเป็นไทยทั้งหลาย ล้วนแล้วแต่เป็นเอกลักษณ์ทรงคุณค่าของประเทศชาติ เมื่อเร็ว ๆ นี้ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัด กิจกรรมสานสุขตะลอนทัวร์ : ศาสตร์และศิลป์ ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ และพิพิธภัณฑ์ศิริราช โดยรับสมัครกลุ่มครอบครัวจำนวน ๔o ครอบครัว ร่วมกิจกรรมที่ให้ทั้งสาระความรู้และความรื่นรมย์ พิพิธภัณฑ์ในกรุงเทพฯ






สถานที่แห่งแรกที่ทางคณะ SOOK ตะลอนทัวร์เดินทางไปเยี่ยมชม คือ พระที่นั่งวิมานเมฆ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ ลักษณะสถาปัตยกรรมขององค์พระที่นั่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียน ตัวอาคารเป็นรูปตัวอักษรตัวแอล (L) ตั้งฉากกั้น ๒ ปีก แต่ละปีกยาว ๖o เมตร บริเวณหน้าจั่ว เชิงชาย และระเบียง ประดับด้วยไม้แกะสลักลวดลายขนมปังขิง พระที่นั่งวิมานเมฆสูงจากพื้นดินถึงหลังคายอดโดมแปดเหลี่ยม ๒๕ เมตร มีห้องใหญ่ทั้งหมดประมาณ ๓๑ ห้อง แบ่งออกเป็น ๕ หมู่สี คือ สีฟ้า เขียว ชมพู งาช้าง และสีลูกพีช






นอกจากพระที่นั่งวิมานเมฆแล้ว ภาย ในเขตพระราชวังดุสิตยังมีพระที่นั่งและหมู่ตำหนักรวมพระที่นั่งวิมานเมฆแล้ว มีทั้งหมด ๑๑ องค์ สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์วิมานเมฆ สามารถเข้าชมได้ทุกวัน (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา ๙.๓o-๑๖.oo น. โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. o-๒๖๒๘-๖๓oo-๙


จากนั้น คณะกิจกรรม SOOK ตะลอนทัวร์ ได้ออกเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน ประกอบด้วยอาคารอนุรักษ์ ๔ หลัง อันได้แก่ อาคารพิพิธภัณฑ์ ๑ ประกอบด้วย ห้องศิริสารประพาส หอศิริราชขัตติยพิมาน ฐานป้อม ห้องโบราณราชศัสตรา ห้องคมนาคมบรรหาร ส่วนอาคารพิพิธภัณฑ์ ๒ คือ โถงธนบุรี พื้นที่ชั้นล่างของอาคาร จัดเตรียมไว้เพื่อจัดนิทรรศการชั่วคราว






ในอาคารพิพิธภัณฑ์ ๓ ประกอบด้วย อาคารนิวาสศิรินาเวศ ซึ่งเป็นอาคารโกดังสินค้าริมคลองบางกอกน้อย เรือโบราณ และเส้นทางท่องเที่ยวละแวกบางกอกน้อย สุด ท้ายคือ อาคารพิพิธภัณฑ์ ๔ คลังพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนานกับคลองบางกอกน้อย พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน เปิดทำการวันจันทร์, พุธ-อาทิตย์ (หยุดวันอังคารและวันนักขัตฤกษ์) เวลา ๑o.oo-๑๗.oo น.






ผู้เข้าร่วมกิจกรรม พิรีย์ ไชยชนะ มากับครอบครัวแสนรัก เผยความรู้สึกว่า ชอบการจัดกิจกรรมแบบนี้มากเพราะได้ใช้เวลากับครอบครัวเต็มที่ เพราะปกติไม่ค่อยได้มาทำอะไรแบบนี้ วันนี้ได้ทั้งความรู้ด้านประวัติ ศาสตร์เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังประทับใจกับการบริการของเจ้าหน้าที่ที่จัดกิจกรรมมาก เพราะคอยช่วยพยุงคุณพ่อที่อายุมากแล้วเข้าไปชมความงดงามตามห้องจัดแสดงต่าง ๆ ด้วยกัน






ขณะที่ ทรรศนีย์ สุภาวเวช จูงลูกรักมาร่วมเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ เล่าให้ฟังว่า เป็นครั้งที่ ๒ แล้วที่มาเข้าร่วมกิจกรรมตะลอนทัวร์กับ สสส. โดยก่อนหน้านี้เคยได้ไปร่วมกิจกรรมตะลอนทัวร์ตะลุยทุ่งรังสิตมาแล้ว


"ยังรู้สึกประทับใจเหมือนเดิม โดยเฉพาะพระที่นั่งวิมานเมฆและพิพิธภัณฑ์ศิริราช ซึ่งยังไม่เคยไปมาก่อน นอกจากนี้อยากจะพาลูกทั้งสองคนให้ได้มาชื่นชมประวัติศาสตร์ของไทย เพราะสิ่งเหล่านี้นับวันจะหาดูยาก และยิ่งเป็นคนไทยด้วยแล้วก็น่าจะได้มาดูด้วยตัวเอง เพราะขนาดคนต่างชาติยังต้องเดินทางมาบ้านเราเพื่อมาดูศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้" ผู้ร่วมกิจกรรมสานสุขตะลอนทัวร์ เผยความรู้สึกพิพิธภัณฑ์ในไทยน่าสนใจมากมาย






กิจกรรมที่ได้ประโยชน์เช่นนี้ทางศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.จัดขึ้นทุกสัปดาห์ เพื่อมุ่งสร้างสังคมสุขภาวะครบทุกมิติ ทั้งกาย ใจ ปัญญา และสังคม หากสนใจเข้าร่วมกิจกรรมครั้งต่อไป ติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ thaihealthcenter.org







ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaihealth.or.th1
thaihealth.or.th2














"ประกวดภาพวาดจิตรกรรมฉลองครบรอบ ๗๒ ปี ม.เกษตร”


เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ ๗๒ ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ทั้งทางด้านวิชาการ นวัตกรรมงานวิจัย ที่ก่อเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ รวมถึงทางด้านสังคม ศิลปะและวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการประกวดภาพวาดจิตรกรรม ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในหัวข้อ“ เกษตรศาสตร์สั่งสม ความอุดมแห่งแผ่นดิน ” ภายใต้โครงการเกษตรศิลป์ ๗๒ ปี นับเป็นมิติใหม่ด้านความงดงามของศิลปะที่เติมเต็มให้กับบทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อให้คนทั้งชาติมีความกินดีอยู่ดี ทั้งนี้ เชิญชวนให้ศิลปิน นักเรียน นิสิตนักศึกษา และ ประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าประกวด หมดเขตรับผลงานภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ชิงเงินรางวัลรวม ๖๕o,ooo บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร โดยมีศิลปินแห่งชาติ อาทิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ และ ศาสตรเมธีนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงาน






รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในงานแถลงข่าวการจัดประกวดภาพวาดจิตรกรรม หัวข้อ “ เกษตรศาสตร์สั่งสม ความอุดมแห่งแผ่นดิน ” วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อเกิดมาจากรากฐานทางด้านการเกษตรของประเทศและเป็นสถาบันอุดมศึกษาทางการเกษตรแห่งแรกของประเทศไทย ดังนั้นเพื่อสร้างความตระหนักและให้ได้มาซึ่งผลงานแสดงสัญลักษณ์ประเภทภาพวาดจิตรกรรมอันทรงคุณค่า และสื่อสารให้คนไทยได้สำนึกในบุญคุณของแผ่นดินให้คงคุณค่าถาวร โดยภาคการเกษตรเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติมาโดยตลอด รากฐานแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมประเทศจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ล้วนก่อเกิดมาจากความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ การสืบทอดและสั่งสมภูมิปัญญาของเกษตรกรไทย ตลอดจนนวัตกรรมการวิจัยด้านการเกษตรที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทั้งสิ้น






“ ผมขอเชิญชวน ศิลปิน นักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ที่มีใจรักและสนใจในผลงานศิลปะ ร่วมส่งผลงานประกวดภาพวาดจิตรกรรม เข้ามากันมาก ๆ นะครับ เพื่อให้ภาพวาดดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของการมีส่วนร่วมแห่งความภาคภูมิใจในการดำรงความเป็นชาติไทย และ เติมเต็มในมิติของบทบาทหน้าที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อให้คนทั้งชาติมีความกินดีอยู่ดี ซึ่งภาพที่ได้รับรางวัลจะนำไปใช้เป็นสื่อที่ระลึกในงานเฉลิมฉลองครบรอบ ๗๒ ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสนับสนุนกองทุน ๗๒ ปี ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อไป ”


ผศ.ดร.ธันวา จิตต์สงวน รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ และ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการเกษตรศิลป์ ๗๒ ปี “ เกษตรศาสตร์สั่งสม ความอุดมแห่งแผ่นดิน ” กล่าวย้ำถึงแนวคิดสำคัญของการประกวดภาพวาดจิตรกรรมว่า เปิดกว้างสำหรับการถ่ายทอดจินตนาการสู่การสื่อสารความเป็นประเทศเกษตรกรรม ความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน และความเจริญรุ่งเรืองที่สืบทอดกันมาจากภูมิปัญญาและการพัฒนาองค์ความรู้ศาสตร์แห่งการเกษตร โดยเป็นการประกวดภาพวาดประเภทจิตรกรรม ภาพสีน้ำมัน หรือ ภาพสีอะคริลิค หรือ เทคนิคผสม บนผ้าใบ ขนาด ไม่ต่ำกว่า ๗๒ ซม. X ๑๒o ซม. และไม่เกิน ๑๕o ซม. X ๒oo ซม. สามารถส่งผลงานประกวดได้คนละไม่เกิน ๓ ภาพ โดยผลงานดังกล่าวจะต้องไม่เคยได้รับรางวัลจากที่ไหนมาก่อน กำหนดเปิดรับผลงานจากศิลปิน นักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดเพศ อายุ และการศึกษา ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ที่ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี ชั้น ๖ อาคารสารนิเทศ ๕o ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน และตัดสินการประกวดภาพวาดจิตรกรรม ในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๗






สำหรับรางวัลการประกวดภาพวาดจิตรกรรม หัวข้อ “ เกษตรศาสตร์สั่งสม ความอุดมแห่งแผ่นดิน ” มีรางวัลทั้งหมด ๑๖ รางวัล เงินรางวัลรวม ๖๕o,ooo บาท แบ่งเป็น รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล ได้รับเงินรางวัล ๒oo,ooo บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ จำนวน ๒ รางวัล ๆ ละ ๑oo,ooo บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ จำนวน ๓ รางวัล ๆ ละ ๕o,ooo บาท พร้อมถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร รางวัลชมเชย จำนวน ๑o รางวัล ๆ ละ ๑o,ooo บาท พร้อมประกาศนียบัตร


ศาสตราจารย์เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ ประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวด กล่าวว่า “การสร้างงานศิลปะ จะต้องวาดฝันและตอบโจทย์ให้ได้ก่อน พร้อมกับมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ลงไปในภาพวาด ฝี มือ องค์ประกอบ และ ส่วนที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ จะต้องมีความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกัน ประการสำคัญก็คือ จะต้องใช้สื่อหรือเทคนิคผสมที่ไม่ยุ่งยากในการจัดเก็บและมีความคงทนถาวรเป็นเวลายาวนาน”







ภาพและข้อมูลจากเวบ
ku.ac.th
thairath.co.th














"อ.สุกิจที่นิดจะศิลป์”


“นิดจะศิลป์” แกลเลอรี่ ชอบชื่อนี้จัง 143/185 Boat Plaza รัชฎา อ.เมือง ภูเก็ต ชื่อภูเก็ตนี้ คนภูเก็ตชอบเขียนว่า ภูเก็จ


“นิด” ณัฏฐนิษฐ์ นิธิวิรุฬห์ กับ “วุฒิ” เกริกศิษฎ์ พละมาตร์ สองแรงกาย แรงใจ แรงคิด แรงฝัน มีพลังสดชื่น เย็นใสดั่งสายฝน


ที่ผมพูดมานี่ ใช่ว่าจะเคยไปเยือน แต่ไม่แน่ วันเปิดงานแสดงงานสีน้ำ “The Diary” เดอะไดอารี่ ของ “สุกิจ ศุกระกาญจน์” ผมอาจบินไป ด้วยแรงฉุดใจสองประการ หนึ่ง ผมชอบงานสีน้ำของ สุกิจ ศุกระกาญจน์ สอง ผมชอบชื่อ “นิดจะศิลป์” และชื่นชม “พลัง” ที่น่าถะถั่งดั่งสายพิรุณของ “นิดจะศิลป์”






อาจารย์สุกิจ ศุกระกาญจน์ ได้ชื่อว่าอาจารย์ ก็เพราะเคยรับราชการครู สังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ สอนศิลปศึกษาระดับมัธยมศึกษามากว่า ๓o ปี


ปัจจุบันผันตัวเองมาเดินตามความฝัน ออกจากราชการมาเป็นจิตรกรเต็มตัว เขียนภาพ โดยเฉพาะสีน้ำเป็นบ้าเป็นหลัง เป็นชีวิตจิตใจ มีผลงานมากมาย หลากหลาย ต่อเนื่องในช่วง ๓-๔ ปีหลังมานี้ ดังได้จัดแสดงไปแล้วหลายครั้ง ทั้งแสดงเดี่ยวและกลุ่ม ฝีไม้ลายมือไม่ต้องพูดถึง เข้าขั้นช่ำชอง เชี่ยวชาญ เป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนสีน้ำ ประเภทที่ชอบความรุนแรง สะใจ ฝีแปรงเด็ดขาด ฉับไว ฉับพลัน ไม่บันยะบันยัง สีเข้ม ๆ หนัก ๆ โหด ๆ แสง-เงาจัดจ้านแบบที่เจ้าตัวเองก็คงต้านทานพลังภายในตนเองไว้ไม่ได้ ตอนที่อยู่ต่อหน้าเฟรมกระดาษเขียนรูป จึงต้องปล่อยให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างระเบิดปะทุออกมา






จำนวน ๔o ภาพ จากการเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ภาพเรือประมง ชีวิตทางทะเล บางมุมของสถาปัตยกรรมแห่งเมืองงาม มีภาพจากเรื่องราวทางเหนือบ้าง ถ่ายทอดผ่านสีที่ร้อนแรง ฝีแปรงอันโลดโผน ปาดป้าย แบบแห้ง ๆ แล้วปลอบประโลมด้วยความฉ่ำชุ่ม


ภาพสีน้ำของสุกิจ หลายภาพเดินทางไกลไปหลายเมือง หลายประเทศ ไปพร้อมกับผู้คนจากแดนไกลที่มาเยือนภูเก็ตและมาหลงใหลเสน่ห์สีน้ำของเขา






สุกิจ จบสาขา “ภาพพิมพ์” จากเพาะช่าง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒o มีชื่อด้านสีน้ำและวาดเส้นมาตั้งแต่ยังเรียน จัดแสดงภาพเขียนรวมกลุ่มในสถานศึกษาบ่อยครั้ง โปรดปรานสีตระกูล Blue หลงใหลแสงจัด-เงาเข้ม จัดเต็มไม่ยั้งอารมณ์


เขียนมาถึงตอนนี้ เป็นอันว่าผมตัดสินใจเดินทางไปร่วมงานเปิดนิทรรศการ...ด้วยสาเหตุสองประการดังกล่าว


หนึ่ง ผมหลงใหลงานสีน้ำของเขา


สอง หลงรัก อยากพบและรู้จัก “นิดจะศิลป์”


แล้วเจอกันครับ


(จากคอลัมน์ "ศิลป์แห่งแผ่นดิน" โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net














"นิทรรศการภาพถ่าย บอกเล่าเรื่องราวเมืองรถม้า”


ชมรมถ่ายภาพนครลำปาง ร่วมกับ หอศิลป์ลำปาง จัดกิจกรรมการแสดงนิทรรศการภาพถ่าย นำเสนอผลงานภาพแหล่งท่องเที่ยว บอกเล่าเรื่องราวของจังหวัดลำปาง "นครแห่งความสุข" ที่ อาคารหอศิลป์ลำปาง ศูนย์การเรียนรู้ปัทมะเสวี (กาดกองต้า) ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีนายสุริยา พลละคร ประธานชมรมถ่ายภาพนครลำปาง เป็นตัวแทน นำภาพถ่ายของสมาชิกชมรม และจากผู้ที่รักการถ่ายภาพ ซึ่งล้วนเป็นภาพถ่าย จากสถานที่แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในพื้นที่ทั้ง ๑๓ อำเภอ ของจังหวัดลำปาง ทั้งแหล่งเที่ยวตามธรรมชาติ แหล่งโบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรม วัดวาอาราม วิถีชีวิตของชาวเมืองรถม้า รวมถึงภาพถ่ายจากงานกิจกรรมประเพณีต่างๆ ที่มีความสวยงาม และน่าสนใจ รวมมากกว่า ๑oo ภาพ มาจัดแสดงให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม






การจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมและเผยแพร่สถานที่แหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม ของจังหวัดลำปาง ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ประชาชน และนักท่องเที่ยว อีกทั้งเพื่อเป็นการร่วมสะท้อนในวิถีชีวิตธรรมชาติของคน ที่ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีคุณธรรม ประกอบสัมมาอาชีพ เพื่อประโยชน์สุขแก่ตนเองและส่วนรวม ตลอดจนเพื่อร่วมสะท้อนภาพของสัตว์ ที่มีชีวิตอยู่ตามแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม ได้ออกสู่สายตาแก่สาธารณชน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ได้รับรู้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญของธรรมชาติ และพร้อมที่จะหันมาช่วยกันอนุรักษ์ รักษาสิ่งดี ๆ อันทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่กับนครลำปางสืบไป






สำหรับการจัดงานครั้งนี้ นายสุริยา พลละคร ประธานชมรมถ่ายภาพนครลำปาง ได้เผยว่า กิจกรรมแสดงภาพถ่ายดังกล่าว จะมีไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ นี้ ในทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๑๗.oo น. ถึง ๒๒.oo น. ซึ่งในแต่ละอาทิตย์ การแสดงนิทรรศการภาพถ่าย ภาพจะเปลี่ยนไปตามคอนเซ็ป ที่ทางชมรมฯ ได้กำหนดไว้ เพื่อไม่ให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมรู้สึกเบื่อหน่าย นอกจากนี้ในแต่ละอาทิตย์ ทางชมรมฯ ยังจะได้จัดกิจกรรมพิเศษ เป็นกิจกรรมการมีส่วนร่วม ระหว่างชมรมถ่ายภาพนครลำปาง กับประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวชมภาพ โดยทางชมรมฯ จะนำผู้ที่เข้าร่วมชมนิทรรศการ ไปถ่ายภาพวิถีชีวิต ของชุมชนถนนคนเดิน กาดกองต้า เพื่อถ่ายทอดทักษะการถ่ายภาพ รวมทั้งจะได้ให้คำแนะนำการใช้งานกล้องถ่ายภาพ และการปรับแต่งกล้อง ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานในลักษณะต่าง ๆ พร้อมกับการฝึกปฏิบัติจริง โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น.







ภาพและข้อมูลจากเวบ
region3.prd.go.th '>region3.prd.go.th
สนข.กรมประชาสัมพันธ์
เฟซบุคชมรมถ่ายภาพนครลำปาง














"รวมพลคนออกแบบ ณ บางกอก”


ในฐานะศูนย์กลางแห่งงานสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียล้ำเทรนด์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ จับมือโครงการเทศกาลออกแบบบางกอก ร่วมด้วยองค์กรด้านการออกแบบสร้างสรรค์ระดับสากล ทั้งภาครัฐ และเอกชน จัดสุดยอดมหกรรมแห่งศิลปะและการออกแบบครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ในงาน “สยามเซ็นเตอร์ พรีเซ็นต์ บางกอก ดีไซน์ เฟสติวัล ๒o๑๔” รวบรวมผลงานสร้างสรรค์ของนักออกแบบ กูรูผู้คร่ำหวอดและนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรงในแวดวงดีไซน์ระดับโลก ที่ต่างโชว์สปิริตรวมผลงานออกแบบในทุกแขนงจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการภายในบริเวณต่างๆ อย่างเต็มพื้นที่ เนรมิตปรากฏการณ์งานศิลป์ยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะผลักดันกรุงเทพฯ สู่มหานครแลนด์มาร์คผู้นำแห่งวงการศิลปะอย่างเต็มภาคภูมิ


ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารสยามเซ็นเตอร์ เผยว่า งานเทศกาลออกแบบบางกอกจัดมาอย่างต่อเนื่องสู่ปีที่ ๗ โดยในครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นภายใต้กรอบความคิด "ทูมอร์โรว อีส...." นำเสนอความคิดเหนือจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในวันพรุ่งนี้... ผ่านผลงานด้านการออกแบบและดีไซน์อันสร้างสรรค์รวบรวมจากหลากหลายองค์กรนานาประเทศ นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีกิจกรรมด้านการออกแบบที่ครีเอทขึ้นมาเป็นครั้งแรก ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน โดยในงาน เหล่าคนรักงานศิลป์ต่างตื่นตาตื่นใจไปกับผลงานการออกแบบระดับอาเซียน แปลกใหม่ และแตกต่างผ่าน นิทรรศการ "อินโดนีเซีย ดิลิเกทส์ ทู แบงกอก ดีไซน์ เฟสติวัล นำเสนอผลงานของนักออกแบบชั้นนำจากกลุ่มสมาคมนักออกแบบแห่งอินโดนีเซีย ภายใต้แนวความคิด “คัลเจอรัล แอนด์ ซูสเตียนอบิลิตี้” ผลงานที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ผสมผสานกลิ่นอายศิลปะความร่วมสมัย รังสรรค์จากวัสดุธรรมชาติอันสะท้อนวิถีดั้งเดิมของชาวอินโดนีเซีย สู่ผลงานศิลปะแนวผสมผสานอันหลากหลาย


"นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้นักออกแบบคนไทยรุ่นใหม่ เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจกับ การร่วมคิดค้นและสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมกับศิลปินระดับโลก โจ นากาซากา สถาปนิกและนักออกแบบชาวญี่ปุ่นผู้สร้างชื่อเสียงในแวดวงดีไซน์อันดับต้นๆ ของโลก ในการสรรค์และติดตั้งผลงานในรูปแบบ ป๊อป-อัพ สเปซ จากวัสดุ / แนวคิด / ของใช้ / วิถีไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ "อนาเธอร์ ไทย" การคิดค้นและสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้เทคนิคแบบไทยๆ หรือสิ่งที่ดัดแปลงมาจากวิถีความเป็นไทย เพื่อประยุกต์ให้เกิดสิ่งใหม่ในแง่ของงานสถาปัตยกรรม ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ ได้แก่ นิทรรศการ ดีกรี โชว์ส' ๑๔ งานแสดงผลงานวิทยานิพนธ์ยอดเยี่ยมแห่งปี ของเหล่านักศึกษาด้านการออกแบบ ระดับปริญญาตรี ๗ สาขา ได้แก่ งานออกแบบสถาปัตยกรรม งานออกแบบตกแต่งภายใน งานออกแบบผลิตภัณฑ์ งานออกแบบเรขาศิลป์ งานออกแบบแอนิเมชั่น-โมชั่นกราฟิก งานออกแบบแฟชั่น และงานออกแบบอัญมณี-เครื่องประดับ โดยจัดแสดงทั้งสิ้นจำนวน ๓๕ ผลงาน อัดแน่นด้วยไอเดียสดใหม่และคุณภาพอวดศักยภาพนักออกแบบรุ่นใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง" ชนิสา ให้รายละเอียด


ขณะเดียวกัน ผู้บริหารสยามเซ็นเตอร์ เสริมว่ายังมีงานเสวนาดีไซเนอร์ทอล์ก นำโดยสองศิลปินผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงงานออกแบบและสถาปัตยกรรมของโลก โจ นากาซาก้า สถาปนิกและนักออกแบบชาวญี่ปุ่น เจ้าของและผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Schemata ที่โดดเด่นด้วยการใช้แนวความคิดประยุกต์ผ่านงานออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม และ ทิม โกเบ สถาปนิกและนักออกแบบผู้ก่อตั้งบริษัทออกแบบ Eight Inc. หนึ่งในบุคคลสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังการวางกลยุทธ์และการออกแบบร้านค้าปลีกของผลิตภัณฑ์ Apple ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ร่วมเสวนาในหัวข้อ “วิสัยทัศน์ของงานออกแบบในอนาคต” และแนวโน้มของงานออกแบบรีเทลในอนาคตอีกด้วย



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














"ลีฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล ครั้งที่ ๒”


ณ ย่านราชประสงค์ เดอะ ฮาร์ท ออฟ แบงค็อก ศูนย์กลางแห่งย่านเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์ของกรุงเทพมหานคร ในปีนี้ได้นำรูปแบบของงานสตรีทอาร์ตที่เต็มไปด้วยความสนุก ตื่นเต้น ของทุกงานศิลปะและงานแสดงโชว์ต่างๆ เพื่อให้เกิดความแปลกใหม่แก่ผู้ชม โดยศิลปินที่ร่วมงานครั้งนี้ล้วนเป็นผู้มีชื่อเสียง และมีผลงานแพร่หลายในระดับโลก อาทิ ศิลปินสตรีทอาร์ตชื่อดังอย่าง เทรซี่ ลี สตัม (Tracy Lee Stum) – สหรัฐอเมริกา, จูลี เคิร์ก เพอร์เซลล์ (Julie Kirk Purcel) – สหรัฐอเมริกา, ฟิลิป มราเวลจ์ (Filip Mrvelj) – โครเอเชีย, มาริอง รูธาร์ด (Marion Ruthardt) – เยอรมนี, เกรเกอร์ วอซิก (Gregor Wosik) – เยอรมนี และ เช ชวาลา – ประเทศไทย และร่วมแฮพเพนนิ่งไปกับงานศิลป์เทรนด์ใหม่สุดเท่ที่กำลังได้รับความนิยมจากทั่วโลกอย่าง “เทปอาร์ต” พร้อมต้อนรับการเดินทางมาไทยครั้งแรกของสุดยอดศิลปิน แมกซ์ ซอร์น (Max Zorn) – เนเธอร์แลนด์ , เอริก้า ดูธี่ และ สตรวน แอชบี้ (Erica Duthie and Struan Ashby) – นิวซีแลนด์ และ ดาเนียล คอนเนลล์ (Daniel Connell) – ออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังเพิ่มการแสดงโชว์รูปแบบต่างๆ จากทีมศิลปินมืออาชีพ อาทิ การแสดงโชว์ที่สุดแห่งปฏิมากรรมมีชีวิต (Living statues) ที่ได้รับรางวัลระดับโลกมากมายมาการันตี อาทิ มนุษย์หิน (Stone hearted) โดยกลุ่มเทอร์รา เอกซเทนเดต (Terra Extended) และ แควกเกอร์ (Quacker) จากเนเธอร์แลนด์ , บลังโก (Blanco) จากเยอรมนี และ เดอะบัตเลอร์และมิสเตอร์ดอลล์ (The butler & Mr. Doll) จากออสเตรเลีย เป็นต้น”


“สำหรับ แคมเปญลีฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล ครั้งที่ ๒ แอท ราชประสงค์ - Living Arts Festival 2014 @Ratchaprasong นับเป็นแคมเปญประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของย่านราชประสงค์ ซึ่งเป็นการเติมเต็มอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ด้านศิลปะวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยว เพื่อให้ย่านราชประสงค์เป็นย่านหัวใจหลักเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์ หรือเดอะ ฮาร์ท ออฟแบงค็อก ที่ตอบโจทย์ลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดใจกลางกรุงเทพมหานคร และนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของย่านราชประสงค์แล้ว ยังเป็นการโปรโมทกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวในระดับโลกอีกด้วย”


เตรียมพบความสนุกครั้งใหม่กับแคมเปญ “ลีฟวิ่ง อาร์ต เฟสติวัล 2014 แอท ราชประสงค์” ที่พร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นตาตื่นใจกับงานศิลปะรูปแบบใหม่ให้กับผู้ชมพร้อมกัน ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลงานในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จนชิ้นงานเสร็จสมบูรณ์ ในวันที่ ๘ พฤษภาคม – ๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ โดยสามารถติดตามการร่างและการสร้างสรรค์ผลงานของทั้ง ๓๑ ศิลปินผ่านทาง thelivingartsfest.com







ภาพและข้อมูลจากเวบ
suvarnabhumiairport.com














"ประกวดวาดภาพหมีแพนด้า”


โรงเรียนสอนภาษามู่หลาน สาขาถนนสามัคคี ขอเชิญนักเรียน นิสิต นักศึกษา แลประชาชนทั้วไป ส่งผลงานเข้าร่วมโครงการประกวดภาพวาดหมีแพนด้า ชิงทุนการศึกษาเรียนภาษาจีนฟรี รวมมูลค่า ๕o,ooo บาท


ผู้มีสิทธิ์ส่งผลงานเข้าประกวด

นักเรียนระดับมัธยมศึกษา
นักศึกษาระดับอุดมศึกษา
บุคคลทั่วไป
ไม่จำกัดสัญชาติและอายุ


หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประกวด
๑. ผลงานที่ส่งเข้าประกวด ไม่จำกัดเทคนิคการวาดภาพ และต้องไม่ลอกเลียนแบบผลงานของผู้อื่น

๒. กำหนดให้ภาพหมีแพนด้า ประกอบด้วยอิริยาบถ 3 ลักษณะ ได้แก่
หมีแพนด้ายิ้มหรือหัวเราะ
หมีแพนด้าร้องไห้
หมีแพนด้าตกใจ

๓. ส่งภาพวาดหรือไฟล์ภาพ โดยไม่จำกัดจำนวนชิ้นงาน พร้อมระบุชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อกลับได้สะดวก


ส่งด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์มาที่
โรงเรียนสอนภาษามู่หลาน
สาขาถนนสามัคคี ๕๔๑/๖ ถนนสามัคคี ตำบลท่าทราย
อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑๑ooo
ส่งผลงานทางอีเมล์ mulan.samakki@gmail.com
กำหนดการรับสมัคร
ผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗


รางวัลการประกวด
คณะกรรมการตัดสินการประกวด จะดำเนินการคัดเลือกผลงานที่มีความโดดเด่น ๕ ผลงาน เพื่อรับทุนเรียนภาษาจีน ๒ คอร์ส (๔o ชั่วโมง) จำนวนทุนละ ๑o,ooo บาท รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น ๕o,ooo บาท ผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อกลับจากโรงเรียนสอนภาษามู่หลาน สาขาถนนสามัคคี ภายในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๗


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โรงเรียนสอนภาษามู่หลาน สาขาถนนสามัคคี (ตรงข้ามซอยสามัคคี ๓o) ๕๔๑/๖ ถนนสามัคคี ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ๑๑ooo
โทร.o-๒๙๕๒-๑๒๓๖, o๘-๓๑๑๗-๔๒๒๙
เฟซบุ๊ค Mulan Samakki
ข่าวประชาสัมพันธ์ : Mulan Samakki
website : pandainthailand.net







ภาพและข้อมูลจากเวบ
contestwar.com
pandainthailand.net














"นิทรรศการ ศิลป์จากทฤษฎีศิลป์”


นิทรรศการ ศิลป์จากทฤษฎีศิลป์ : ART from ART THEORY ผลงานโดยนักศึกษาจากภาควิชาทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ระดับปริญญาตรีและโท จำนวนกว่า ๒o คน จัดแสดงระหว่างวันที่ ๖ - ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และจะมีพิธีเปิดในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม (ส่วนหนึ่งของพิธีรำลึกวันคล้ายวันเสียชีวิตของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ช่วงเช้า) ณ PSG Art Gallery คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ วังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร



ภาพและข้อมูลจากเวบ
contestwar.com
เฟซบุค Psg Art Gallery














"PLATFORM-Design Meets Arts”


สาวกงานดีไซน์เตรียมพบกับ PLATFORM – Design Meets Arts, Bangkok Exhibition นิทรรศการผลงานของตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ระดับโลกบนห้องพักโรงแรมครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่าง ๓o – ๓๑ พฤษภาคม นี้ จัดโดย แพลทฟอร์ม สิงคโปร์ (PLATFORM Singapore) ร้านเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยดีไซน์หรูจากสิงคโปร์ โดยความสนับสนุนจากโรงแรมมาดูซิ กรุงเทพฯ (Maduzi Hotel Bangkok) ที่จะนำคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของ PLATFORM ดีไซน์โดยศิลปินชื่อก้องโลก มาแปลงโฉมห้องพัก ๑o ห้อง ครอบคลุมพื้นที่โรงแรม ๒ ชั้น ให้เป็นนิทรรศการผลงานออกแบบที่โดดเด่นสวยงามกว่าครั้งไหน ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย






ไฮไลท์สำคัญของนิทรรศการคือ การนำผลงานลิมิเต็ดอิดิชั่นของดีไซเนอร์ผู้ทรงพลังแห่งวงการดีไซน์โลกมาจัดแสดง อาทิ เก้าอี้โกสต์แชร์ประดับแผ่นทองคำ (Ghost Chair in gold leaf finish) ผลงานอันลือลั่นของ Cini Boeri จากอิตาลีและ Tomu Katayanagi ศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่มีเพียง ๑๕ ตัวในโลก, งานประติมากรรมกระจกทอง (Gold Mirror Sculpture) โดยสถาปนิกชื่อดังจากเดนมาร์ก Verner Pantonมีเพียง ๓o ชิ้นในโลก และชุดที่นั่งซูเปอร์บาเบล (Super Babel) ที่ผสมผสานงานไม้เข้ากับงานพลาสติกในดีไซน์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายงามสง่า ที่มีเพียง ๑๕ ชุดในโลก ผลงานโดย Marcel Wanders ดีไซเนอร์ชาวเนเธอแลนด์ ร่วมด้วยผลงานคุณภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมาย มาให้แฟน ๆ ในเมืองไทยได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด






ร่วมสัมผัสสีสันในงานเฟอร์นิเจอร์อาร์ตระดับโลกท่ามกลางบรรยากาศงานปาร์ตี้เบาๆ ตลอด 2 วัน
ตั้งแต่เวลา ๑o.oo-๑๘.oo น. ณ โรงแรมมาดูซิ กรุงเทพฯ
ติดตามผลงานของ PLATFORM ทางเฟสบุ๊ค PlatformSingapore
หรือเว็บไซต์ maduzihotel.com
โทร. o๒-๖๑๕-๖๔oo



ภาพและข้อมูลจากเวบ
walkwaywhy.com














การแสดงดนตรี "Evening with Concertos"


วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต จัดคอนเสิร์ต ภายใต้ชื่อ "Evening with Concertos" บรรเลงบทเพลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต อำนวยเพลงโดย อาจารย์วานิช โปตะวนิช ในวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๙.๓o น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


สำหรับการแสดงในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ที่มีต่อวงการศึกษาด้านดนตรีคลาสสิกของไทยอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้นักศึกษาและคณาจารย์ที่อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ทางด้านดนตรีคลาสสิกมีโอกาสแสดงความกตัญญูและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยสามารถสำรองที่นั่งได้ที่ //goo.gl/DiVoG2


ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต โทร. o๒-๙๙๗-๒๒oo-๓o ต่อ ๑๗๑o หรือคุณสุชาดา เจริญชีพ o๘-๗๙o๖-๕๙๘๗



ภาพและข้อมูลจากเวบ
kapook.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดศิลปะค่ะ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 17 พฤษภาคม 2557
Last Update : 25 พฤษภาคม 2557 11:17:59 น. 0 comments
Counter : 2548 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.