happy memories
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
1 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
จากนวนิยาย "กรงกรรม" สู่ละครจอแก้วเรตติ้งสูง




ภาพจาก เพจเบลล่า ราณี แคมแปน






มีใครไม่ได้ดูละครเรื่อง "กรงกรรม" บ้าง ยกมือขึ้นนนนน ถามเล่นให้เย็นใจไปงั้นแหละค่ะ คิดว่าเพื่อน ๆ ส่วนใหญ่คงนั่งติดจอรอดูกันตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง หรือถ้าไม่ใช่คอละคร ลองได้ชมสักตอนนึง รับรองว่าต้องติดหนับแน่นวล ละครจบไปเมื่อวานนี้ (๒ พ.ค.) แต่แฟนขวับยังอินกันไม่เลิก เราก็เป็นหนึ่งในนั้น ดูแล้วประทับใจมาก ๆ เป็นละครที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของช่อง ๓ อยากจะเขียนถึงละครแต่เวลาไม่ค่อยอำนวย ขออนุญาตนำบทความจากคอลัมน์ "ถนนวรรณกรรม" ในนสพ.แทบลอยด์ไทยโพสต์ ที่เขียนถึงละครและบทสัมภาษณ์ คุณจุฬามณี ผู้ประพันธ์ และ คุณบีบี ลูกสาวมาดเท่ของ คุณพงษ์พัฒน์ ผู้กำกับละครเรื่องนี้มาให้อ่านไปพลาง ๆ ก่อนค่ะ





ภาพจาก drama.kapook.com



กระแสละคร “กรงกรรม” ที่ออกอากาศทางช่อง ๓ เป็นที่พูดถึงอย่างมากตั้งแต่ออกอากาศครั้งแรกจนถึงตอนจบ ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่าง “ศึกแม่ผัวกับลูกสะใภ้” รวมทั้งตัวละครอีกหลากหลายคนที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน จนทำให้เรตติ้งพุ่งสูงทุกสัปดาห์





ภาพจาก themomentum.co



ในเบื้องลึกเบื้องหลังก่อนที่จะมาเป็นละครบนจอแก้วนั้น มาจากฝีมือการเขียนนวนิยายชื่อเดียวกันของ “จุฬามณี ผู้มีนามจริงว่า นิพนธ์ เที่ยงธรรม ชายหนุ่มจาก จ.นครสวรรค์ ที่มักจะบอกเล่าเรื่องราวถิ่นฐานบ้านเกิดของตนเองในนวนิยายแนวย้อนยุคที่สยบนักอ่านให้อยู่หมัดมาแล้วกว่า ๒๐ เรื่อง จาก ๓ นามปากกา ไม่ว่าจะเป็น จุฬามณี, เฟื่องนคร และชอนตะวัน ซึ่งก่อนหน้านี้หนังสือของเขาถูกนำไปสร้างเป็นละครโด่งดังมาแล้ว อย่างเรื่อง “ชิงชัง” เมื่อปี ๒๕๕๒ ทางช่อง ๕ และ “สุดแค้นแสนรัก” ช่อง ๓ ที่สร้างปรากฏการณ์คนเกลียดนางแย้มกันทั้งประเทศ





ภาพจาก komchadluek.net



ส่วน “กรงกรรม” เป็นอีกเรื่องหนึ่งภายใต้สำนักพิมพ์แสงดาว ที่นักแขียนผู้เลือกที่จะหยิบเรื่องราววิถีชีวิตของคน “บ้านแบ้” หรือตระกูลแบ้ครอบครัวของนางย้อยที่ใครต่างก็อยากจะเข้ามาเป็นสะใภ้ เนื่องจากเป็นครอบครัวร่ำรวย มีธุรกิจมากมาย และลูกชายหล่อถึง ๔ คน ทำให้บ้านนางย้อยเปรียบเสมือนบ่อลึกที่เอ่อขังความสกปรกโสมมไว้ พอถึงคราวที่กระแสกรรมชักนำเอาคนหลายชีวิตไหลหลั่งเข้ามาด้วยแรงรัก แรงแค้น และแรงอาฆาตมาดร้าย มุ่งหมายความพินาศหายนะ ซึ่งทุกคนอ้างเหตุผลและความชอบธรรมของตนเอง





ภาพจาก se-ed.com



“เรณู” ตัวละครหลักอีกคน แม้ว่าจะมาสู่กรงแห่งนี้ด้วยความรักความเสน่หาต่อ “ปฐม” ลูกชายคนโตบ้านแบ้ แต่การเข้ามาของเธอกลับดำมืดดำด้วยอำนาจมนตราและเสน่ห์ยาแฝด เธอจึงได้รับกระแทกกลับรุนแรงจนแทบเอาตัวไม่รอด มีการต่อต้านกันระหว่างตัวละครหลายคน ว่ากันว่า ต้องแตกหักจนถึงจุดจบชีวิต





ภาพจาก กระทู้พันทิป



นิพนธ์ เที่ยงธรรม ผู้เขียนเล่าว่า หลักจากละครเรื่องสุดแค้นแสนรักที่ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง ๓ ได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด ก็มีเพื่อน ๆ หลายคนติดต่อเฟซบุคของตนเองมาขอเป็นเพื่อนจนเต็ม และหนึ่งในนั้นก็มี พี่น้อย-ปรารถนา ปลื้มสูตร พอได้รู้จักกันถึงได้รู้ว่าพี่น้อยเป็นเพื่อนกับญาติของตน พี่น้อยเป็นคนนครสวรรค์เช่นกัน ชื่นชอบละครสุดแค้นแสนรักเป็นอย่างมาก และบอกกับตนว่าชีวิตของพี่น้อยได้รู้เห็นเรื่องราวของคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาแบบนางแย้มมากมาย หลาย ๆ เรื่องฟังแล้วน่าสนใจ แต่ก็ยืดยาวจนตนจำไม่ได้ จึงต้องบอกให้เขียนบันทึกลงสมุดมา โดยเปลี่ยนของคนต้นเรื่อง แต่พี่น้อยบอกว่าถ้าเปลี่ยนเป็น กขค หรือ ABC จะไม่ได้อรรถรส ก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็เอาที่สะดวกใจ





ภาพจาก twitter Club James



และแล้ว ๓ เดือนถัดมาพี่น้อยก็ส่งสมุดมาให้ ๑ เล่ม เขาใช้ดินสอเขียนด้วยตัวบรรจง ตนอ่านแล้วรู้สึกว่าใจเต้นแรง คำที่ผุดขึ้นมาในความรู้สึกคือ “กรรม กรรมแท้ ๆ เวรของกรรม” และคำว่า “กรรม” นี้ทำให้ตนหวนไปนึกถึงวรรคหนึ่งของคำนำที่ บ.ก.รัชนก นามทอน เขียนให้นวนิยายชิงชังของตนว่า “ผู้ใดก่อกรรม ก่อบุญ ผู้นั้นรับกรรม รับบุญ” จากบันทึกของพี่น้อยเป็นเรื่องภายในครอบครัว ทำให้นึกถึงซีรีส์จีนที่เคยชื่นชอบเรื่อง “บ้านตระกูลเกา” ขึ้นมา ถ้าจะเขียนเรื่องบ้านตระกูลบ้างก็รู้สึกเสียดายคำว่ากรรม สุดท้าย หลังจากประมวลรวม ๆ เรื่องทั้งหมดก็เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวเล็ก ๆ ในชุมชนขนาดย่อมที่ชุมแสง จ.นครสวรรค์ และชื่อ “กรงกรรม” ก็เวียนเข้ามา





ภาพจาก กระทู้พันทิป






นิพนธ์เล่าต่อว่า เรื่องนี้เล่าเรื่องของบ้านซึ่งเปรียบเสมือนกรง หากคนในบ้านประพฤติปฏิบัติดี ทำแต่กรรมดี เรื่องดี ๆ ย่อมเกิดขึ้นกับคนในบ้าน แต่หากคนในบ้านประพฤติชั่วทำบาปอยู่เรื่อย ๆ เรื่องร้าย ๆ ก็ย่อมเข้ามา เหมือนกับสำนวนที่ว่ากงเกวียนกำเกวียน พอสรุปแก่นเรื่องได้แล้วก็หวนมานึกถึงงานสไตล์ของตนเอง คือต้องให้ตัวละครโลดแล่นไปตามอำเภอต่าง ๆ ในนครสวรรค์ ก่อนหน้านั้นเคยให้ชิงชังเดินเรื่องที่ อ.พยุหคีรีที่ อ.ลาดยาว ก็มีนิยาย “สุดแค้นแสนรัก” และ “ทุ่งเสน่หาวาสนารัก” คราวนี้มาถึงคิว อ.ชุมแสงซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำน่าน มีทั้งแม่น้ำน่านไหลผ่าน มีรางเหล็กพาขบวนรถไฟขึ้นล่องมานับร้อยปี ซึ่งถือว่ามีวิถีให้เล่น





ภาพจาก ch3thailand.com



หลังจากปักหมุดเรื่อง “กรงกรรม” ไว้ที่ชุมแสงแล้ว ก็กลับไปอ่านทวนสมุดบันทึกของพี่น้อยอีกรอบ ก็รู้สึกว่าถ้ายกเอาเรื่องมาทั้งหมดทุกเหตุการณ์ที่เขาเล่า เห็นทีได้มีฟ้องร้องกันแน่ ๆ ก็เลยต้องหลบเลี่ยงและปิดเส้นเรื่อง เปลี่ยนชาติตระกูลของตัวละคร ทีแรกก็คิดไม่ออกว่าจะสร้างตัวละครที่ร้ายพอ ๆ กับนางแย้มได้อย่างไร ให้คนอ่านไม่รู้สึกว่าแบบนี้อีกแล้วเหรอ เมื่อคิดไม่ตกก็เลยไปย้อนดูละคร “สุดแค้นแสนรัก” อีกรอบ พอถึงตอนที่นางย้อยพี่สาวนางแย้มโผล่หน้ามาปฏิเสธกับอัมพร ว่านางแย้มไม่ได้พายงยุทธมาซ่อนไว้ที่บ้านของเขา เลยคิดว่าตัวละครที่ร้ายพอ ๆ กับนางแย้มที่กำลังนึกถึงก็แล่นเข้ามา





ภาพจาก ost.becteroradio.com




“กรงกรรม” ไม่ใช่ภาคต่อของ “สุดแค้นแสนรัก” แต่เป็นเรื่องที่มาอุดช่องโหว่บางช่วงบางตอนของ “สุดแค้นแสนรัก” เท่านั้น นางย้อยเป็นพี่สาวนางแย้ม โดย “สุดแค้นแสนรัก” เริ่มเรื่องเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕ แต่ “กรงกรรม” เปิดเรื่องเมื่อปี ๒๕๑๐ และย้อนไปหาอดีตเมื่อครั้งนางย้อยและนางแย้มเป็นสาว ผู้หญิงสองคนจากรากเหง้าเดียวกัน ถ้ามีอุปนิสัยใจคอคล้าย ๆ กันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ในความคล้ายนั้นก็ต้องให้มีความแตกต่าง แม้จะทำให้นางย้อยต่างจากนางแย้ม แต่ก็เกิดจากความกังวลใจว่าอุปนิสัยตัวละครจะเหมือนกัน” ผู้เขียนเล่า





ภาพจาก praew.com



ด้าน เอกนรี วชิรบรรจง มินิโปรดิวเซอร์ละคร “กรงกรรม” จากบริษัทแอค อาร์ต เจเนอเรชั่น กล่าวว่า หลังจากที่พ่อของตน พงษ์พัฒน์ วัชรบรรจง ได้อ่านนวนิยายเรื่องนี้แล้ว ท่านก็คิดว่าเป็นเรื่องที่สามารถนำอะไรมาเล่าได้ค่อนข้างมาก อีกทั้งตัวละครในเรื่องค่อนข้างมีหลายคน แต่ผู้เขียนได้สร้างตัวละครแต่ละครให้มีบุคลิกและบทบาทชัดเจนมาก มีสีสันแบบธรรมชาติของตนเอง โดยส่วนตัว ตนชอบตัวละครชื่อ อาซา ซึ่งในเรื่องนี้จะรายล้อมไปด้วยคนแรง ๆ เนื้อหาเต็มไปด้วยความเครียด แต่อาซาเป็นคนที่สงบ มองโลกในแง่ดี และสร้างความสุขให้คนอื่น





ภาพจาก news-lifestyle.com



เมื่อเราได้เพชรมาก้อนหนึ่งแล้วก็นำมาเจียรไนตามแบบฉบับของบทโทรทัศน์ พร้อมกับเลือกบทบาทตัวละครที่จะมาแสดง ส่วนฉาก ด้วยความที่เป็นจังหวัดนครสวรรค์ บางครั้งก็ไม่สามารถที่จะไปปักหลักตรงนั้นได้ จึงจัดฉากขึ้นมา จัดให้มีตลาดชุมแสง มีแม่น้ำ บ้านเรือนต่าง ๆ โดยที่ผู้เขียนได้ให้รายละเอียดฉากไว้อย่างชัดแจน ก็มีการศึกษาและนำภาพจำลองมาใช้ ซึ่งพอหลังจากที่ละครออนแอร์ทุกอาทิตย์ ก็ทราบว่ากระแสตอบรับดี เป็นที่พูดถึงในโซเชียล ผู้คนต่างวิเคราะห์เรื่องราวตัวละครกันไปต่าง ๆ นานา นั่นคือเป้าหมายหนึ่งที่เราอยากให้ความสนุกสนานแก่ผู้ชม ดูให้สนุก แต่ภายใต้ความสนุกนั้นมีข้อคิดดี ๆ แฝงอยู่ ทางผู้จัดไม่ได้บอกตรง ๆ แต่ให้ผู้ชมคิดเองว่าดูแล้วได้อะไรจากละครเรื่องนี้





ภาพจาก ch3thailand.com



เจ้าของนามปากกาจุฬามณียังกล่าวเสริมอีกว่า ในส่วนของตัวละคร ตนไม่เคยคิดว่าจะต้องเขียนให้ใคร หรือเอาดารามาเทียบก่อนเขียน ตนอยากเขียนให้ตัวละครโดดเด่นใสสไตล์ของตัวเอง ถ้าได้ชมละครจะเห็นว่าทีมผู้จัดไม่ได้ทำให้เรื่องนี้มีบทพระเอก นางเอก ทุกคนต่างม่ีบทบาทเด่นเป็นของตนเอง อย่างตัวละครหลักอย่างเรณูที่ดูเหมือนจะเป็นนางเอก สะใภ้ของนางย้อย อดีตคือหญิงทำงานบาร์จากฐานบินตาคลี จู่ ๆ เข้ามาชุบมือเปิบครองสมบัติพัสถานแห่งบ้านแบ้ แค่เริ่มต้นเรื่องเปิดฉากตัวละครนี้มาตั้งแต่ในนวนิยายก็ดูน่ารังเกียจแล้ว ซึ่งความสนุกของเรื่องอยู่ตรงนี้ ที่แม่สามีอย่างนางย้อยเกลียดก็เพราะว่าเธอและแต่งตัวจัด แต่เรณูไม่เคยสลดเลย กลับทำประชดหนักขึ้นทุกวัน





ภาพจาก เพจเบลล่า ราณี แคมแปน



“ไม่ใช่แค่นี้นะ เนื่องจากในเรื่องมีเรื่องของการทำไสยศาสตร์ด้วย ผู้ชมละครและผู้อ่านมักจะเข้ามาทักผมเสมอว่า สมัยนี้ยังมีเรื่องแบบนี้อยู่เหรอ คือเราจะเคยได้ยินแต่ผู้หญิงทำไสยศาสตร์ให้ผู้ชายรัก หรือผู้ชายทำใส่ให้ผู้หญิงหลง แต่นี่ลูกสะใภ้ทำใส่แม่ผัว แล้วคนก็สงสัยที่อยู่ดี ๆ แม่ผัวที่ด่าลูกสะใภ้เช้าเย็น แล้วจู่ ๆ รักกัน ซึ่งเขาก็งงว่าแบบนี้ก็เป็นไปได้หรือ แต่นี่คือเรื่องจริง ซึ่งก็สะท้อนความเชื่อที่ว่า มีคนที่มีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์มาตั้งแต่ไหน ไม่ว่าจะหมอดู คนทรง คนเราเมื่อมีความทุกข์ร้อนใจ ป่วยไม่สบาย แทนที่จะไปหาหมอก็พึ่งไสยศาสตร์” จุฬามณีกล่าว





ภาพจาก readthecloud.co



อย่างไรก็ตาม จุฬามณียังได้กล่าวอีกว่า “เรื่องนี้อยากสอนให้คนอยู่กับหลักความดี อย่างนางย้อย ตนรู้สึกว่าใช้ชีวิตมาทั้งชีวิตแสนยากลำบากอยู่แล้ว ในบั้นปลายก็ควรจะมีชีวิตง่าย ๆ ดีกว่า อย่าไปททำให้ชีวิตบั้นปลายยุ่งยากอีกเลย ควรปล่อยวาง ทำทุกวันให้สบายก็จะมีความสุข”

นวนิยายเรื่อง “กรงกรรม” หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ราคาเล่มละ ๖๓๐ บาท อีกทั้งยังมีการจำหน่ายโฟโต้บุคเบื้องหลังการถ่ายทำละคร ขนาด A5 ราคา ๓๐๐ บาท

















จาก กระทู้พันทิป





จาก กระทู้พันทิป





จาก กระทู้พันทิป





จาก กระทู้พันทิป



ข้อมูลจาก นสพแทบลอยด์ไทยโพสต์ ๑๔-๒๐ เมษายน ๒๕๖๒











บีจีจากคุณญามี่

Free TextEditor





Create Date : 01 พฤษภาคม 2562
Last Update : 18 พฤษภาคม 2562 16:09:40 น. 0 comments
Counter : 633 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณลุงแมว, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณเกศสุริยง, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณJinnyTent, คุณInsignia_Museum, คุณ**mp5**, คุณวลีลักษณา, คุณmcayenne94, คุณชีริว, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณสถาปน๊อต, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณเรียวรุ้ง, คุณอุ้มสี


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 151 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.