Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2562
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 กรกฏาคม 2562
 
All Blogs
 
เส้นทางชีวิตช่างเทคนิคในเล

เริ่มด้วยการที่ตอนนั้นจริงๆแล้วตัวผมเองทำงานเกี่ยวกับ Service Drilling Tools Oil&Gas อยู่แล้ว กับบริษัทแห่งหนึ่งที่มี Base อยู่ที่ จ.พิษณุโลก อยู่กับบริษัทนั้นมาได้ประมาณ3ปี คือในตอนนั้นงานที่ทำในตอนนั้นก็มีความสุขดี สนุกดี เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ก็สนิทกันดีรักกันดีทุกคน เงินเดือน+โอที ก็อยู่ได้ในระดับหนึ่ง จริงๆก็อยู่ได้แหละ แต่มันมักจะมีความคิดที่เป็นคำถามตัวเองเข้ามาในหัวสมองผมเสมอว่า เห้ยยย จริงเราอาจไปได้มากกว่านี้มั๊ย? ลองที่จะหาประสบการณ์อื่นๆดูบ้างมั๊ย?
จะมีคำถามแบบนี้ในหัวสมองตัวเองอยู่เสมอ ก็จนวันนึงมีพี่ชายคนนึง ที่เคยทำงานอยู่ที่เดียวกันแล้วเขาได้ลาออกไปก่อนเพราะว่าสอบติดนักเรียนทุนช่างเทคนิคปิโตรเลียม SCH#11 ที่ จ.สงขลา พี่เขาไปเรียนอยู่ที่สงขลาได้สักระยะหนึ่ง ก็ได้ส่งข่าวมาหาผมว่าตอนนี้ทางโรงเรียนเปิดสอบนักเรียนทุนช่างเทคนิคปิโตรเลียม WF#11 นะ สนใจลองมาสมัครสอบดูมั๊ย ลองยื่น Resume มาดูมั๊ย ทางโรงเรียนเขาจะพิจารณาคุณสมบัติว่าเหมาะสมที่จะมีสิทธิ์สอบตามเกณฑ์ที่เขาต้องการหรือไม่
แต่ก็ตัดสินใจส่งใบสมัครไป โดยที่ไม่ได้บอกพ่อแม่หรือปรึกษาญาติพี่น้องเลย เพราะรู้ว่าพ่อแม่และยายไม่เห็นด้วยแน่ๆกับการที่ต้องลงมาใช้ชีวิตเสี่ยงๆทำงานในทะเลอ่าวไทย เลยตัดสินใจที่จะไม่บอก ตอนนั้นคิดแค่ว่าลองดูเราอาจจะไปได้ ไม่แน่ใจว่าข่าวตอนนั้นคนสมัครสอบทั่วประเทศประมาณเกือบ3,000คนมั๊ง ไม่แน่ใจ
แต่ด่านแรกเขาจะคัดจากคุณสมบัติตามที่เขาต้องการจสกใบสมัครที่เราส่งไปว่าเหมาะสมที่จะเป็นผู้มีสิทธิ์เข้าสอบหรือไม่ ช่วงนั้นเป็นช่วงปลายปี2013 จะเข้าปี2014 ก็รอลุ้นผลอยู่้เป็นเดือนกว่าจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสอบ จนวันที่ประกาศรายชื่อยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีสิทธิ์เข้าสอบ ก็มีรุ่นพี่ที่แนะนำมานั่นแหละ ส่งมาให้ดูใน facebook ถึงรู้
แต่ตอนนั้นกับทำให้ตัวผมเองรู้สึกกลัว เริ่มไม่แน่ใจ กลัวสอบแล้วตก ไปต่อไม่ได้ คิดแบบว่าไม่ไปสอบดีกว่ามั๊ย จนรุ่นพี่ที่แนะนำด่าว่าคิดดูดีๆนะ หลายคนที่สมัครมาเพราะเขาอยากเข้าไป แต่เขาคุณสมบัติไม่ได้ กับอีกหลายๆคนในหลายๆรุ่นที่มีการเปิดรับนักเรียนทุน บางคนผ่านเข้าไปสอบได้ แต่ก็ตกสอบด่านแรกบ้าง ตกสอบด้านสองบ้าง หรือบางคนตกสอบที่ด่านที่สามบ้าง เขายังพยายามที่จะมาสมัครสอบทุกครั้งที่มีการเปิดรับสมัคร บางคน4-5ครั้งก่อนที่มาแล้วไม่เคยผ่าน เขายังกลับสมัครสอบอีกเลย บางคนกลับมาครั้งที่5ถึงได้ผ่านทุกด่านจนเข้าไปเป็นนักเรียนทุนได้ บอกว่าสมัครสอบตั้งแต่นักเรียนทุน WF#6 ไม่ผ่านสักที จนมาถึง นักเรียนทุน WF#11 แล้วเนี่ย 
แต่สำหรับผมตอนนั้นแค่เริ่มต้นเอง แล้วจะกลัวอะไรกับครั้งแรก ก็ตัดสินใจที่จะไปสอบ จากที่เป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือเลยอ่านได้แปปๆจะวาง แต่มารอบนี้เลยต้องจริงจังกับการอ่าน เกร็งข้อสอบที่เกี่ยวกับช่างต่างๆ เกร็งข้อสอบภาษาอังกฤษต่างๆ ก่อนนอนก็อาจจนดึกดื่น เข้าห้องน้ำก็อ่าน เดินอ่านวนเสาบ้านไปมาก็ทำ... 
จนถึงกำกนดวันสอบที่ กทม.
...การสอบครั้งที่1 คือสอบข้อเขียน ไทย-อังกฤษ ไทย150ข้อ อังกฤษ100ข้อ ในแต่ละวิชาให้เวลาวิชาละ 1.30 ช.ม. หมดเวลาต้องหยุดทันที ไม่เสร็จก็ต้องหยุดไม่งั้นปรับตกและออกจากห้องทันที
หลังจากสอบเสร็จก็เดินทางกลับบ้านแล้วรอการประกาศผลสอบในด่านแรกว่าผ่านหรือไม่ ถ้าผ่านก็ได้กลับไปสอบในด่านที่2ครั้งต่อไป ถ้าสอบตกเราก็หยุดอยู่แค่นั้น ไม่ได้ไปต่อ ก็รอผลสอบอยู่เป็นเดือนจนผลสอบออกมาว่าเราสอบผ่านในด่านแรกและได้ไปต่อ
ด่านที่2ที่รู้มาตอนนั้นจะเป็นการสอบสภาพร่างกาย เราก็ฟิตร่างกาย วิ่งทุกวันช่วงเย็นหลังเลิกงาน เพื่อเตรียมร่างกาย
จนถึงกำหนดสอบครั้งที่2 ก็เดินทางไปสอบที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กทม. 
สอบวิ่ง 1500 เมตร ภายใน10นาที  
สอบดันพื้น จำไม่ได้ว่าต้องกี่ครั้ง
สอบซิทอัพ จำไม่ได้ว่าต้องกี่ครั้ง
สอบดึงข้อจะคว่ำมือหรือหงายมือก็ได้ 3 ครั้ง
ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ตามที่กำหนดไว้ ก็คือตก ไม่ได้ไปต่อในการสอบด่านที่3
แต่การสอบด่านที่2 ผลสอบว่าใครผ่านหรือไม่ผ่าน จะแจ้งเลยในช่วงเช้า คนที่ผ่านการสอบร่างกายในด่านที่2 ก็จะได้เข้าสอบด่านที่3ในวันนั้นเลย คือการสอบสัมภาษณ์ ไทย-อังกฤษ 
ผลของผมคือสอบร่างกายผ่าน และได้เข้าไปสอบสัมภาษณ์ในด่านที่3 ด่านสุดท้ายชี้ชะตา และผมก็ดันมีรายชื่อเป็นคนแรกที่ต้องเข้าไปสอบสัมภาษณ์ในวันนั้น ตื่นเต้นมากแต่ต้องเก็บอาการให้อยู่555
เข้าห้องสอบสัมภาษณ์อากาศหน๊าวววหนาววว น้ำในแก้วที่เขาเตรียมไว้ให้ไม่เคยกินสักอึก การสัมภาษณ์ที่ผมเจอคือ 6-1 คือคนสัมภาาษณ์6คน ส่วนผมคนเดียว จำได้ว่ามี HR 1คน อาจารย์3คน Supvที่มาจากทะเล2คน ปนะหม่ามากเพราะเป็นคนแรกที่เข้าสอบ ประมาณชั่วโมงนึงได้ จนเขาบอกว่า Ok ไม่มีอะไรจะถามละ รอประกาศผลสอบแล้วกันว่าเราจะได้เจอกันที่ศูนย์เศรษฐพัฒน์ สงขลาหรือป่าว เขาถามคำสุดท้ายว่าคุณมั่นใจมั๊ยว่าจะผ่าน ผมตอบว่า50/50 อาจารย์บอกว่าคนที่ตอบแบบนี้เจอผมที่ศูนย์ทุกคน ตอนนั้นใจชื้นขึ้น มีความหวัง พอออกจากห้องมาคนอื่นที่รอสอบต่างก็ถามว่าเป็นไงบ้าง ยากมั๊ย เขากดดันเยอะมั๊ย ถามอะไรบ้าง ผมตอบไม่ถูกเลย บอกได้แค่ว่าก็กดดันพอสมควร หลังจากนั้นผมก็เดินทางกลับบ้าน รอฟังประกาศผลอยู่นานเหมือนกันเป็นเดือนแหละ
ลืมบอกไปว่าพอสอบผ่านข้อเขียน ไทย-อังกฤษ แล้ว ก็เพิ่งไปบอกพ่อแม่ บอกยาย ว่าไปสอบอันนี้มานะ ยายบอกว่าขอให้ผมสอบไม่ผ่าน555 ไม่อยากให้ไปทำงานกลางทะเลอะไรแบบนั้น อันตราย แต่พ่อกับแม่คงพูดห้ามอะไรไม่ได้แล้ว555 ผลสุดท้ายหลายๆคนก็เห็นดีด้วย ส่งเสริม ลุ้นไปกับผมด้วย บนบานศาลกล่าวสนับสนุนขอให้ผมสอบติดก็มี ในวันๆนั้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่และอีกหลายๆคนที่รักผม ส่งเสริมผม สนับสนุนผม ผมถือเป็นพระคุณที่ผมไม่เคยลืม
จนถึงวันที่ผลประกาศออกมาว่าผมติด1ใน45คน ที่ได้เข้าไปเป็นนักเรียนทุนช่างเทคนิคปิโตรเลียม WF#11 คือในWFรุ่น11จะมีทั้งหมด45คน กำหนดเข้าเรียนวันแรกคือ วันที่ 28-Apr-2014 เรียนที่ศูนย์เศรษฐพัฒน์ จ.สงขลา ที่อยู่ในรั้วเดียวกับ มทร.ศรีวิชัย สงขลา นั่นหมายความว่าผมต้องลาออกจากงานปัจจุบันที่ทำอยู่ เพื่อเตรียมตัวย้ายตัวเองไปเรียนที่สงขลา ซึ่งตัวผมเองไม่เคยไปภาคใต้มาก่อน แต่ก็ต้องไป ต้องไปเช่าหอพักอยู่ที่สงขลา จำได้ว่าบินไปอยู่สงขลาล่วงหน้าก่อนเริ่มเรียนประมาณอาทิตย์นึง ตอนนั้นได้ติดต่อหาหอพักไว้ล่วงหน้าแล้ว พอไปถึงสงขลาก็เข้าพักได้เลย
เป็นอะไรที่ท้าทายพอสมควรกับการที่ไปอยู่ที่นั่น ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้รู้ภาษาใต้บ้าง ได้กินอาหารใต้หลายๆอย่าง ได้เพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นคนใต้ ได้เจอทะเลทุกวัน เพราะโรงเรียนอยู่ติดหาดชลาทัศน์ 45คนในรุ่น11 ต่างคนต่างมาต่างที่แทบไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แรกๆยังไม่ค่อยสนิทกันก็มีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่พอนานๆไปทุกคนต่างก็ถูกละลายพฤติกรรม ถูกฝึกร่วมกัน ถูกจับให้ทำกิจกรรมหรืออยู่ในกลุ่มเดียวกัน มันก็ทำให้ต่างคนต่างเข้าหากันมากขึ้น ด้วยคำพูดที่เราต้องรู้ในใจเสมอว่า...พวกเราทุกคนในรุ่นต้องจบและลงทะเลไปทำงานให้ครบทุกคน ช่วยเหลือกัน อันเราเก่งเราช่วยเพื่อน อันไหนเพื่อนเก่ง เพื่อนก็ช่วยเรา พวกเราใช้เวลาเรียนและฝึกด้วยกันทั้งหมดแค่6เดือน แต่มันเป็นอะไรที่ต้องหนักแน่นและอดทนจริงๆ อ่านหนังสือทุกวันดึกๆดื่นๆ อาทิตย์นึงบางวิชาสอบ4ครั้งก็มี ไหนจะต้องออกกำลังกายทุกวันเช้าและเย็น ยกเว้นวันเสาร์ เพราะมีสอบร่างกายทุกเดือนตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดมาในแต่ละเดือน
เรียนอาทิตย์ละ6วัน จันทร์-เสาร์ 
วิธีเดินทางไปโรงเรียนก็แล้วแต่ละคน ส่วนใหญ่ก็จะปั่นจักรยานกันไปโรงเรียน
ต้องถึงโรงเรียนก่อน 05.45น. เพราะ 05.45น. ต้องเริ่มวอร์มร่างกาย พอ 06.00น. ก็ออกวิ่งรอบ มทร.ศรีวิชัย วิ่งเสร็จก็มาคลายกล้ามเนื้อ ประมาณ 07.00น. ก็แยกย้ายไปกินข้าว อาบน้ำ แล้วแต่ว่าใครจะทำอะไรก่อน ต้องบอกก่อนว่าตอนเช้าเราจะใส่ชุดกีฬากันไปเลย พอออกกำลังกายเสร็จ อาบน้ำอะไรเสร็จก็เปลี่ยนใส่ชุดนักเรียนที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ พอ 08.00น. เข้าแถวเคารพธงชาติ ฟังอาจารย์แต่ละคนมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง มีตรวจการแต่งกาย รองเท้าเงามั๊ย ใส่เข็มขลัดมั๊ย เล็บยาวมั๊ย ใครผิดระเบียบเชิญดันพื้นหน้าเสาธงครับ555 หลังจากนั้นก็เข้าห้องเรียนทฤษฎี วิชาเครื่องกล วิชาอิเล็คฯไฟฟ้า วิชาเครื่องวัดคุม วิชากระบวนการผลิตปิโตรเลียม พอถึง 17.00น. ก็เปลี่ยนใส่ชุดกีฬาอีกครั้ง ออกวิ่งเหมือนเดิม 18.00น. ถึงจะกลับหอได้
แต่วันเสาร์เราไม่ต้องออกกำลังกาย และก็ให้มาถึงโรงเรียนก่อน 08.00น. วันเสาร์จะเรียนภาษาอังกฤษทั้งวันกับครูต่างชาติ ส่วนวันอาทิตย์ก็หยุดพักผ่อน
เราจะมีครูฝึกที่มาวิ่งออกกำลังกายกับเราเช้าและเย็น จะเป็นครูฝึกทหารเรือจากฐานทัพเรือสงขลาหมุนเวียนกันมา แต่ครูฝึกร่างกายประจำของโรงเรียนที่คอยฝึกร่างกายและฝึกการเอาชีวิตรอดในทุกๆเรื่อง จะเป็นอดีตทหารเรือ หน่วยจู่โจมทำลายใต้น้ำ (หน่วยซีล)​ ที่ลาออกจากราชการมาก่อนกำหนดแล้วมาทำงานให้กับทางโรงเรียน หลักๆที่จำได้ที่รุ่นผมเจอ ก็จะมี ครูบรรลุ โหดมากใครทำผิดถอดเสื้อออกดันพื้นกี่ยกก็แล้วแต่แก แต่ต้องให้เห็นว่ามีเศษหญ้าติดหน้าอกเรามาด้วย ถึงเชื่อว่าเราดันสุดจริง 
ต่อมาก็ครูจักรเพชร คนนี้ก็นำวิ่งโหดมาก กูไม่หยุดมึงก็อย่าหยุดวิ่งตามมา นักเรียนวิ่งตามมา
ตามด้วยครูมิ่ง ว่ายน้ำแข่งกัน กระโดดจากที่สูงลงสระน้ำ เพื่อนคนใดคนนึงไม่กล้าโดด เพื่อนที่โดดแล้วก็ห้ามกลับหอ ต้องทำให้เพื่อนมึงโดดให้ได้555
มันเป็นการเรียนที่หนักที่สุดสำหรับผมละ เพราะเราใช้เวลาเรียนแค่6เดือน แล้วทุกอย่างเคร้งคลัดมากๆ ไหนจะเรื่องสมรรถภาพร่างกาย เรื่องทฤษฎีในวิชาต่างๆ เรื่องการฝึกต่างๆ ฝึกช่วยชีวิต ฝึกเอาชีวิตรอดเวลาเฮลิคอปเตอร์ตกในทะเล ฝึกเอาชีวิตรอดเวลาเกิดเหตุสถานการณ์ฉักเฉินต่างๆ ฝึกดับเพลิงพจญเพลิง ฝึกว่ายน้ำ 
ฝึกทำตัวลอยบนผิวน้ำโดยไม่ต้องว่าย ฝึกกระโดดจากที่สูงลงน้ำหากเกิดเหตุุที่ทำให้ต้องโดด
ทฤษฎีแค่บะวิชาก็มีสอบทุกอาทิตย์ บางวิชาสอบอาทิตย์ละ3-4ครั้ง ไหนจะสอบปฏิบัติอีก บางครั้งมีท้อถามตัวเองว่าเอากูมาทำอะไร เอากูฝึกร่างกายขนาดนี้ทำไม มันหนักหนาแค่ไหน อันตรายขนาดไหน มันเสี่ยงขนาดไหนกันเชียว ถึงขั้นต้องฝึกต้องเรียนต้องปฏิบัติกันเข้มข้นขนาดนี้ เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังในตอนที่ลงทะเลมาทำงานแล้ว
ขนาดตอนวิ่งออกกำลังกายก็ต้องร้องเพลงไปด้วย
เนื้อเพลง *โอ้ผู้สาว!! มีแฟนหรือยัง? ถ้ายังไม่มี ขอแนะนำตัวพี่ พี่นักเรียนทุน หุ่นยียวน กวนตีนไม่เบา หน้าตาก็หล่อเหลา สาวๆแอบมอง ตั้งใจเรียน เพียรการศึกษา ฝึกหนักฝึกหนา วิชา.... จำได้ประมาณนี้ และยังมีอีกหลายเพลง บลาๆๆๆๆ
ชีวิตตอนเรียน มีสุข มีทุกข์ มีสนุก มีสังสรรค์ มีเศร้า มีทะเลาะ มีครบทุกรสชาติครับ ปัญหาส่วนรวมบ้าง ปัญหาส่วนตัวของแต่ละคนบ้าง บางคนก็มีการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตเดิมๆไปเลย บางคนก็มีเสียบางสิ่งบ้างก็มี บางคนเลือกทิ้งบางสิ่งบ้างก็มี แต่มันก็คือรสชาติชีวิต
วันหยุดเราก็เที่ยวกัน พักผ่อนกัน ไปกินอะไรริมเล ไปหัวพญานาคสวนสองทะเล ไปนั่งเรือไปเกาะหนู เกาะแมว ไปกินติ่มซำ ไปเที่ยวหาดใหญ่บ้าง ประดังเบซา ด่านสะเดา มาเลเซีย หรือไม่ก็เลือกที่จะซื้ออะไรมารวมกินกันที่หอ แล้วก็พักผ่อน
มีเกเรกันบ้าง แหกกฏกันบ้าง ก็โดนทำโทษกันไป เข้าห้องเย็นไป555 แต่พวกเราทุกคนก็ช่วยประคองกันจนจบครบทั้ง 45 คน และได้ลงทำงานในทะเลทุกคน ได้เลือกแท่นผลิตที่ตัวเราเองจะลงไปทำงานทุกคน ถ้าผมจำไม่ผิดรุ่นของผมจบประมาณวันที่ 12-Nov-2014
ส่วนตัวผมเองนั้นเลือกที่จะลงมาทำงานกับฐานผลิตก๊าซธรรมชาติไพลินเหนือ North Pailin Gas Field, ในตำแหน่ง Mechanic Technician ในแผนก O&M Operation and Maintenance (Mechanical)​ ฐานผลิตไพลินเหนือเป็นฐานผลิตที่เล็กที่สุด 
หลังจากเรียนจบได้พักประมาณสิบกว่าวัน ผมก็จะได้ลงมะเลไปทำงานเป็นครั้งแรก เพราะกำหนดลงของผมคือวันที่ 27-Nov-2014 First time offshore.
ที่นี้การที่เราจะลงทะเล ก่อนวันลงทะเลเราจะต้องเดินทางไปสแตนบายที่นครศรีธรรมราชก่อน1วัน ทางบริษัทจะจองห้องพักของทางโรงแรมไว้ให้ เพื่อรอลงทะเลในวันถัดไป เพราะว่าสนามบินเฮลิคอปเตอร์ของบริษัทอยู่ที่นครศรีธรรมราช เราจะเดินทางขึ้นและลงทะเลที่นั่น 
ครั้งแรกที่จะได้ลงมันตื่นเต้นมาก เป็นการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ครั้งแรก ลงไปฐานผลิตในทะเลครั้งแรก แต่ทุกวันนี้ก็ชินกับมันซะละ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ปุ๊บ ก็หลับยันถึงฐานผลิตเลยครับ555 
ผมจะทำงาน 21/21 คือทำงานในทะเล21วัน และกลับขึ้นมาพักบนฝั่ง21วัน หรือบางครั้งก็อาจอยู่ทำงาน28วัน กลับมาพักแค่14วัน แล้วแต่กรณีในเรื่องงาน 
สำหรับที่ผมบอกไว้ว่าผมเลือกลงทำงานกับฐานผลิตก๊าซธรรมชาติไพลินเหนือ แต่ตอนที่ลงทะเลครั้งแรกผมต้องลงไปทำงานกับฐานผลิตก๊าซธรรมชาติไพลินใต้ (South Pailin Gas Field)​ เป็นเด็กฝากชั่วคราว เนื่องจากตอนนั้นไพลินเหนือติดงาน TPSD ทำให้ที่พักไม่พอ แต่ผมก็อยู่กับไพลินใต้ในแค่ประมาณสองรอบของการลงมาทำงาน ก็ย้ายมาอยู่กับไพลินเหนือแบบถาวรตอนช่วง Jan-2015 
ไพลินเหนือเป็นแท่นที่เล็ก คนน้อย ประมานแค่90-100คน ในตอนนั้น ก็อยู่มาได้ปนะมาณ1ปี7เดือน ก็คล้ายกับว่าช่วงนั้นเกิดวิกฤติ ราคาน้ำมันตกต่ำ บริษัทขาดผลกำไร อันนี้ทางผมก็ไม่รู้ลึกซึ้ง มันเลยเกิด Spring Project ขึ้นมา คือจะมีการคัดพนักงานออกบางส่วนทั้งบนฝั่งและในทะเลอ่าวไทย ที่ทราบคือประมาณ800คน
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หลายๆคนกดดันมาก เครียดกันมาก เพราะมันก็คือเรื่องใหญ่มากสำหรับพนักงาน เพราะบางคนก็กลัว บางคนมีภาระ มีบ้าน มีรถ ที่ยังต้องผ่อนส่งหลายๆอย่าง แต่ระบบของบริษัทเขาวางมาว่าต้องแบบนี้ ในตอนนั้นก็ต้องทำใจรอ พร้อมกับมองหางานบริษัทอื่นไว้บ้าง เยอะพอสมควร555
และแล้วก็ถึงวันที่เราลุ้นระทึกมานานกับเรื่องนี้ก็ถึงเวลาประกาศอย่างเป็นทางการว่าใครจะอยู่ใครจะไป...แล้วผมก็จะเป็นชุดแรกที่ได้รับการแจ้งจากทางบริษัทว่าเราได้ไปต่อหรือไม่ ผมได้รับการแจ้งจากบริษัททางโทรศัพท์และเมลล์วันที่ 22-Jun-2016 ถ้าจำวันและเดือนไม่ผิดนะครับ ว่า...ทางบริษัทขอแสดงความยินดีด้วยคุณได้ทำงานอยู่กับเราต่อไปนะครับแต่ว่าคุณต้องย้ายจากฐานผลิตก๊าซธรรมชาติไพลินเหนืิอ ไปอยู่ที่ฐานผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติปลาทอง ในตำแหน่งเดิม ซึ่งผมก็โอเครและก็รู้สึกโล่งใจที่ผ่านตรงจุดนั้นไปได้หลังจากที่ลุ้นกันมานาน
ผมได้ลงไปทำงานที่ฐานผลิตปลาทองประมาณวันที่ 18-Aug-2016 ฐานผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติปลาทอง (Platong Oil and Gas Field)​ เป็นฐานผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ พนักงานที่นั่นประมาณเกือบ500คน ผมก็ปรับตัวได้ไว และเข้ากับทีมได้ดี และงานไม่แตกต่างกันอยู่แล้วทุกฐานผลิต แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน ผมอยู่กับฐานผลิตปลาทองได้เพียงแค่11เดือนกว่าๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ Man Power ในแผนกอีกครั้ง คือการเกลี่ยคนตามเลเวลในแผนกของทุกฐานผลิตให้เหมาะสม ก็ไม่ต้องแปลกใจที่หวยจะออกที่ผม555 เพราะเราย้ายมาจากที่อื่นเรามาต่อแถวคนเดิมอยู่แล้ว หรือเขาอาจจะมองเราว่าเราเหมาะสมที่จะไปอยู่อีกฐานผลิตดีกว่า อันนี้เราไม่เคยได้ถามกลับไป เราก็ทำตามคำสั่งของเบื้องบนก็พอ...ก็คือมี2คนในแผนกต้องย้ายไปที่อื่น 1ในนั้นคือผมที่ได้รับแจ้งว่าต้องย้ายไปทำงานที่ฐานผลิตก๊าซธรรมชาติเอราวัณ ส่วนเพื่อนอีกคนย้ายไปที่ฐานผลิตก๊าซธรรมชาติฟูนาน ในตำแหน่งเดิมทั้งคู่
ผมได้ย้ายมาทำงานอยู่ที่ฐานผลิตก๊าซธรรมชาติเอราวัณ (Erawan Gas Field)​ ประมาณวันที่ 27-Jul-2017 จนถึงปัจจุบันนี้ก็จะได้2ปีละ ฐานผลิตก๊าซธรรมชาติเอราวัณ เป็นฐานผลิตแห่งแรกในทะเลอ่าวไทย และเก่าแก่ยาวนานที่สุด ปัจจุบันก็36ปีแล้ว แต่ผมก็ Happy กับที่นี่มากๆ ทั้งเพื่อนร่วมงานและหลายๆอย่าง ที่นี่มีทั้งยุคเก่าแก่ ยุคกลาง ยุคปัจจุบัน 555 อุปกรณ์กลไกต่างๆก็เช่นกัน ผมก็ไม่รู้จะบอกยังไงดีกับการทำงานทะเลอ่าวไทยประมาณ4ปี7เดือน กับการได้ไปสัมผัสถึง4ฐานผลิต555
แต่ทุกที่ล้วนไม่แตกต่างกันมาก งานก็คืองานระบบเดียวกันอยู่แล้ว ถ้าจะให้เล่าละเอียดกว่านี้คงยาวมากๆ ก็เอามาพอสังเขปไม่เจาะลึกไปถึงเรื่องในการปฏิบัติงาน 
ชีวิตการเป็นอยู่ไม่ต่างกันทุกฐานผลิต จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เรา แต่อาจจะไม่เทียบเท่าบนฝั่งได้ อย่างน้อยก็มีฟิตเนส มีสนามฟุตบอล มีอินเตอร์เน็ตwifi มีโต๊ะสนุ๊กเกอร์ โต๊ะปิงปอง มีทีวี ให้เราได้ใช้ได้ผ่อนคลาย
มีคนทำอาหารให้ทานทุกมื้อ มีน้ำผลไม้ น้ำอัดลม มีผลไม้ บลาๆๆๆ อีกหลายอย่าง ที่เราหยิบกินได้ตลอดเวลาไม่เสียค่าใช้จ่าย มีคนซักผ้าให้ เก็บที่นอนทำความสะอาดห้องนอน ห้องน้ำให้ แบบนี้เหมือนกันทุกฐานผลิต
เรื่องความปลอดภัยที่ว่าทำไมพวกผมถึงต้องฝึกกันเยอะแยะไปหมด...ที่นี่ไม่มี รปภ. ตำรวจ ทหาร ตำรวจดับเพลิง แต่เรามีหมอประจำ แต่หากรุนแรงมากไปก็ไม่ไหวเหมือนกันด้วยเครื่องมือและยาที่มีเบื้องต้นเท่านั้น ถ้ารุนแรงก็ต้องตัวฉุกเฉินไปโรงพยาบาลบนฝั่งที่นครศรีธรรมราชทันที 
้เหตุนี้เราเลยจำเป็นต้องฝึกหลายๆอย่างเพื่อความปลอดภัย เพื่อความอยู่รอดของพวกเราเองและเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมฐานผลิต หากเกิดเหตุสถานการณ์ฉุกเฉิน
และในอีก3ปีข้างหน้านี้บริษัทจะหมดสัมปทานและจะมีอีกบริษัทที่เข้ามาบริหารต่อ นั่นหมายความว่าประมาณปี 2022 จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งว่า บริษัทใหม่ที่ชนะประมูลและเข้ามาบริหารต่อจะคงสภาพพนักงานเดิมไว้ทั้งหมดหรือไม่ หรืออาจเกิดการคัดเลือก ซึ่งหมายความว่าอาจจะต้องมีพนักงานบางส่วนไม่ได้ไปต่อกับบริษัท อันนี้เป็นเรื่องของอนาคตที่ยังไม่แน่ชัด แต่สิ่งที่แน่ชัดแน่นอนแล้วคือในปี 2022 บริษัทที่เราทำงานให้ในปัจจุบันหมดสัญญาสัมปทานแน่นอน 
 
ท้ายที่สุดนี้ผมแค่อยากจะบอกเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนที่อยู่ร่วมงานด้วยกัน อยู่ร่วมฐานผลิตเดียวกัน รวมถึงทุกฐานผลิตในบริษัทเดียวกันโชคดีครับเมื่อถึงปี 2022 
ทำหน้าที่วันนี้ให้ดีที่สุดครับ... 
 
Teerapong Y. 
Mechanic Technician Erawan Gas Field
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 



Create Date : 07 กรกฎาคม 2562
Last Update : 7 กรกฎาคม 2562 12:49:10 น. 0 comments
Counter : 156 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
สมาชิกหมายเลข 1307551
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 1307551's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.