นกน้อยในสวนสาลี่ที่ชิบะ
 

วันเดินทางไปญี่ปุ่น

และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เราต้องเก็บสัมภาระเพื่อเดินทางไปญี่ปุ่น วีซ่าคู่สมรสญี่ปุ่นก็ได้มาแล้วและต้องเดินทางไปญี่ปุ่นภายใน ๓ เดือน ไม่งั้นวีซ่าและใบไซริวจะหมดอายุ เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการเดินทางก็คือ พาสปอร์ตที่มีวีซ่าประทับตราจากสถานทูตญี่ปุ่น อนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ ใบไซริวฯตัวจริง และจองตั๋วครื่องบินเพื่อเดินทาง แม่และน้องไปส่งที่สุวรรณภูมิ แม่กอด หอมแก้มแล้วก็อวยพรให้ เราเดินทางตอนดึกและจะไปถึงญี่ปุ่นในตอนเช้าด้วยเครื่องการบินไทย

พอเช็คอินที่เคาเตอร์การบินไทยเสร็จก็เดินเข้าด้านในเพื่อตรวจหนังสือเดินทาง จากนั้นก็เดินไปรอที่ gate เพื่อรอขึ้นเครื่อง เดินไกลมาก เพราะฉะนั้นกระเป๋าที่จะถือขึ้นเครื่องถ้าเป็นล้อลากก็จะดี (ทีจีให้โหลดสัมภาระใต้ท้องเครื่องได้ ๓๐ กิโลกรัม)

บนเครื่องบิน ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น เราพยายามจะหลับแต่ทำยังไงก็ไม่หลับ เวลามันช่างยาวนานเหลือเกิน เราดูนาฬิกาที่ข้อมือเราบอกเวลาประมาณ ตีหนึ่งสามสิบห้านาที แต่ท้องฟ้าข้างนอกเครื่องบินสว่างอย่างกับเจ็ดโมงเช้า เวลาประเทศเขาเร็วกว่าเรา ๒ ชั่วโมง นั่นเป็นแสงแดดแรกบนน่านฟ้าญี่ปุ่น เป็นแสงสีทองที่สวยมาก เรายังแอบคิดว่าไปถึงญี่ปุ่นในตอนเช้าแปดโมงกว่า พวกผู้โดยสารเขาจะล้างหน้า แปรงฟันกันไหมนะ ปรากฎว่าแทบจะไม่เห็นมีใครล้างหน้า แปรงฟันเลย นั่งอยู่กับที่กันหมด แต่เราไม่แปรงฟันไม่ได้อ่ะ รู้สึกไม่มั่นใจ ตอนเช้าพนักงานต้อนรับจะแจกผ้าร้อนให้ทุกคนบนเครื่องไว้เช็ดหน้าแล้วก็มีอาหารเช้าให้

พอถึงญี่ปุ่นตอนเดินออกจากเครื่อง เราก็พยายามดูว่าให้ไปรับกระเป๋าได้ที่ไหน ปรากฎว่าไม่เห็นพนักงานถือป้ายโชว์บอก เราก็เลยถามคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นบอกว่า เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน เดินตามพวกเขาไปก็แล้วกันนะ อะจึ๋ย...ไหงตอบแบบนี้ล่ะเนี่ย เราก็เลยเดินตามพวกเขาไป ผ่าน ต.ม. เขาตรวจหนังสือเดินทางแล้วก็เก็บใบไซริวตัวจริงไป พร้อมกับให้สลิปใบเล็กๆมา ๑ ใบบอกให้ไปทำบัตรประจำตัวคนต่างด้าวที่ซิตี้ฮอล จากนั้นก็ไปรับกระเป๋าใส่รถเข็น แล้วก็เข็นไปตามทางออก ที่ออกไปที่จุดนัดพบ เจ้าหนูไฟฟ้ายืนโดดเด่นเป็นสง่าอยู่เป็นคนแรก ตะโกนเรียกเราก่อนเราจะเห็นเขาอีกอ่ะ ค่อยโล่งอกหน่อยเพราะนึกขึ้นได้ว่า เราไม่ได้จดเบอร์โทรศัพท์ของเขาไว้ เพราะเมมไว้ในเครื่องมือถือที่ไทย

เจ้าหนูไฟฟ้าที่รัก ตอนนี้แมวเหมียวมาแล้วนะ อุตส่าห์อิมพอร์ทแมวเหมียวมาจากต่างประเทศ ไม่รู้นายคิดถูกหรือคิดผิดนะเนี่ย อิ อิ อิ........




 

Create Date : 05 ตุลาคม 2553    
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 12:12:24 น.
Counter : 1046 Pageviews.  

ได้วีซ่าแล้วค่ะ (การขอวีซ่าคู่สมรสญี่ปุ่น)

พอดีไปเห็นประกาศในเวปสถานทูตญี่ปุ่นว่าตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2553 ต้องไปยื่นขอวีซ่าที่ศูนย์รับยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (JVAC) ที่ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ยูนิต C แล้วเราจะช้าอยู่ไย เราเลยโทรไปสอบถามที่สถานทูตญี่ปุ่นว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง คำตอบก็เป็นไปตามที่เวปสถานทูตฯเขียนไว้ "หมายเลข ๙ สำหรับผู้ที่ได้รับใบสถานภาพการพำนัก (ใบไซริว)" แต่เจ้าหน้าที่มีแจ้งเพิ่มเติมคือ

- สำเนาพาสปอร์ตของสามี
- ใบทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว
- ประวัติความรัก (ถ้ามี)

วันที่ 29 กรกฎาคม เราเลยรีบไปยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตญี่ปุ่นก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลง เราเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

1. หนังสือเดินทาง (ที่ไม่มีตราประทับอย่างน้อย 2 หน้าขึ้นไป ถ้ามีเล่มเก่าให้นำมาแสดงด้วยค่ะ)
2. ใบคำร้องขอวีซ่า 1 ใบ (กรอกข้อมูลภาษาอังกฤษด้วยตัวพิมพ์ใหญ่)
3. รูปถ่ายติดบนใบคำร้องขอวีซ่า 1 ใบ ขนาด 2 x 2 นิ้ว (ถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน)
4. แบบสอบถามเพื่อการยื่นขอวีซ่า (จะเลือกแบบภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยก็ได้)
5. ใบไซริวชิคาคุนินเทโชเมะโชะ (ตัวจริงและสำเนา 1 ใบ)
6. ทะเบียนบ้านเล่มสีน้ำเงิน (ตัวจริงและสำเนา 1 ใบ)
7. ใบทะเบียนฐานะครอบครัว (ตัวจริงและสำเนา 1 ใบ)
8. ใบเปลี่ยนนามสกุลหลังสมรส (ตัวจริงและสำเนา 1 ใบ)
9. ประวัติความรัก (ใช้ตัวเดียวกับที่ยื่นขอไซริว ประทับตราของสามีพร้อมเซ็นชื่อกำกับ)
10. สำเนาพาสปอร์ตของสามี (ควรประทับตราของสามีพร้อมเซ็นชื่อ)
11. รูปถ่ายงานแต่งงาน (ถ้ายังไม่ได้แต่งงาน ก็เป็นภาพถ่ายคู่กันกับครอบครัวค่ะ)

ความจริงเราถือเอกสารมาครบหมดเลยนอกเหนือจากข้างบน เผื่อถามถึงตัวไหนจะได้ยื่นได้ทันที

สำหรับวีซ่าคู่สมรสญี่ปุ่นรับยื่นวีซ่าตั้งแต่เวลา ๑๓. ๓๐ น. - ๑๖.๐๐ น. กดบัตรคิว C รอเรียกยื่นเอกสารที่ช่อง 8 เจ้าหน้าที่ที่เคาเตอร์ช่อง 8 จะตรวจสอบเอกสารและมีการพูดคุยสอบถามเรื่องเอกสาร จากนั้นนั่งรอเรียกหมายเลขเดิม เราก็คิดว่าเดี๋ยวคงเรียกไปสัมภาษณ์ เราอุตส่าห์ซ้อมตอบคำถามในใจ ปรากฎว่ารอประมาณ 10 นาที พนักงานก็เรียกให้เราไปที่ช่อง 10 เพื่อรับใบนัดฟังผล เราได้ใบนัดให้มาฟังผลวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม เวลา 13:30 น. - 16:00 น. พร้อมให้เตรียมเงินมาชำระตอนที่รับพาสปอร์ตคืนด้วย

แต่เอ๊ะ...ยังไม่ได้สัมภาษณ์เราเลยนะ นี่เสร็จแล้วเหรอ...
มารู้ตัวอีกที อ๋อ...ที่พูดคุยกันตอนยื่นเอกสาร ก็เป็นการสัมภาษณ์ไปในตัว เราคิดว่าเป็นการพูดคุยสอบถามธรรมดาซะอีก เราเลยกลับมานั่งคิดสิ่งที่เจ้าหน้าที่ถามมีดังนี้

1. สามีคุณชื่ออะไรค่ะ
...ตอบชื่อนามสกุลของสามีค่ะ

2. สำเนาพาสปอร์ตของสามีไม่ได้ประทับตราหรือค่ะ
...ไม่ได้ประทับตราค่ะ แต่มีตราประทับพร้อมลายเซ็นอยู่ที่ประวัติความรักค่ะ

เรารู้สึกสงสัย เราก็เลยถามเจ้าหน้าที่อ่ะ น้องค่ะมีอยู่ข้อนึง ถามว่าตั้งใจจะอยู่ญี่ปุ่นนานแค่ไหน แล้วให้เราตอบตัวเลข พี่ตั้งใจจะอยู่กับสามีตลอดไปอ่ะนะค่ะ พี่ควรเขียนว่ากี่ปีค่ะ ? (ตกลงใครสัมภาษณ์ใครกันแน่ฟ่ะ)
เจ้าหน้าที่บอกว่า วีซ่าให้อยู่ได้แค่ปีเดียวค่ะ

(อ้าว...แล้วมีตัวเลขมาให้เราเติมทำไมเนี่ย สงสัยแกล้งให้บอกความในใจเหมือนเจ้าหนูไฟฟ้าอีกแล้ว ถ้าใครเผลอเขียนไปว่าตั้งใจจะอยู่สัก 5 ปี 10 ปี สงสัยเจอสวยแน่...) เรายังกะว่าจะเขียนสัก 20 ปีนะเนี่ย


3. เจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นดูรูปงานแต่งงานของเราแล้วถามว่า ครอบครัวของสามีมาร่วมงานด้วยหรือเปล่าค่ะ
...ไม่ได้มาค่ะ พอดีช่วงนั้นเกิดเหตุการณ์ไม่สงบค่ะ (เสื้อแดง)

เท่าที่จำได้มีแค่นี้เองค่ะ คงเป็นเพราะเรามีใบไซริวซึ่งเปรียบเสมือนไฟเขียวจากต.ม.ที่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว อีกอย่างเราเป็นพลเมืองดีมาตลอดค่ะจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

พอถึงวันที่ 2 สิงหาคม เราก็มาสถานทูตญี่ปุ่นอีกครั้ง กดบัตรคิว B นั่งรอประมาณ 10 นาที เจ้าหน้าที่เรียกหมายเลขบัตรคิว เราก็ยื่นใบนัดฟังผลพร้อมชำระเงินจำนวน 1,080 บาทพร้อมรับพาสปอร์ตและใบไซริวตัวจริงคืน ผลปรากฎว่าเราได้วีซ่า 1 ปี แล้วค่ะ (ติดอยู่ในพาสปอร์ต)

เราดีใจมากเลย รีบโทรไปบอกเจ้าหนูไฟฟ้า เจ้าหนูไฟฟ้าก็กำลังรอโทรศัพท์ของเราเช่นกัน เขาบอกว่าวันนั้นเขาดีใจหน้าบาน จนเพื่อนๆทักกันใหญ่เลยล่ะ ต้องยกความดีความชอบให้เจ้าหนูไฟฟ้า เพราะขั้นตอนการขอใบไซริวเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เอกสารเยอะมาก สำหรับคนที่ต้องทำงานด้วยเตรียมเอกสารไปด้วย ต้องเหนื่อยไม่น้อยเลยค่ะ

เจ้าหนูไฟฟ้าเตรียมต้อนรับแมวเหมียวได้แล้วนะ (อิ อิ.....)








 

Create Date : 02 สิงหาคม 2553    
Last Update : 3 สิงหาคม 2553 14:59:55 น.
Counter : 11248 Pageviews.  

การขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงค่ะ

ตั้งแต่วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไป ทางสถานทูตญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงด้านบริการรับยื่นวีซ่า โดยเปิดศูนย์รับยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (JVAC) เพื่อการรับคำร้องและคืนหนังสือเดินทางของบุคคลทั่วไป

ศูนย์ JVAC จะดำเนินการรับยื่นวีซ่าทุกประเภท ยกเว้น การยื่นขอวีซ่าสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต และหนังสือเดินทางราชการ และตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคมนี้ จะมีการเปิดเคาเตอร์บริการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอื่นๆอีก 5 จังหวัด

JVAC : ศูนย์รับยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (กรุงเทพฯ)
สถานที่ : ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น ๑๕ ยูนิต C แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
เบอร์โทรศัพท์ : 02 632-1541-4
e-mail : info.jpth@vfshelpline.com
การรับยื่นคำร้อง : วันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:30 น. (ไม่มีพักกลางวัน)
การคืนหนังสือเดินทาง : วันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:30 - 17:30 น. (ไม่มีพักกลางวัน)
วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 08:30 - 12:30 น.
ระยะเวลาดำเนินการ อย่างน้อย 5 วันทำการ นับจากวันที่รับยื่นคำร้อง (ยกเว้นวันเสาร์)

ศูนย์ JVAC การบริการในต่างจังหวัด : เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2553
การรับยื่นคำร้องและคืนหนังสือเดินทาง : วันจันทร์ - วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:30 - 16:30 น.
ระยะเวลาดำเนินการ : อย่างน้อย 7 วันทำการ นับจากวันที่รับยื่นคำร้อง

อัตราค่าบริการ : 535 บาท
ค่าธรรมเนียมวีซ่า : วีซ่าทั่วไป (single visa) 1,080 บาท วีซ่า multiple 2,160 บาท วีซ่าทรานซิท 260 บาท จะต้องชำระค่าบริการพร้อมกับค่าธรรมเนียมในวันยื่นขอวีซ่า

การเดินทางไป ศูนย์รับยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (JVAC)
กรณีเดินทางโดย BTS : ลงที่สถานีศาลาแดง ประตูทางออกหมายเลข 4
กรณีเดินทางโดย MRT : ลงที่สถานีสีลม ประตูทางออกหมายเลข 2
กรณีเดินทางโดยรถประจำทาง : หมายเลข 15, 76, 77, 115, 162, 163, 164, 172, 177, 504, 514, 544, 547
กรณีรถยนต์ส่วนบุคคล : หากใช้ทางด่วน กรุณาลงทางออกถนนพระราม 4 เลี้ยวขวาที่ถนนสีลมที่แยกศาลาแดง (ค่าบริการจอดรถ ชั่วโมงแรกไม่เสียค่าบริการ ชั่วโมงต่อไป 30/ชั่วโมง)

หมายเหตุ : อาคารสีลมคอมเพล็กซ์แยกเป็นส่วนของศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน กรุณาใช้ลิฟท์อาคารสำนักงาน

อ้อ...ลืมบอกไป จะไม่มีการรับยื่นวีซ่าที่สถานทูตญี่ปุ่นแล้วค่ะ ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมลองเข้าเวปไซต์สถานทูตญี่ปุ่นในไทยดูนะค่ะ






 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2553 18:21:24 น.
Counter : 1277 Pageviews.  

ไซริวชิคาคุนินเทโชเมโชะ (ใบรับรองสถานภาพการพำนักสำหรับคู่สมรสญี่ปุ่น)

หนูไฟฟ้าโทรมาบอกว่า ได้ใบไซริวชิคาคุนินเทโชเมโชะ (ใบรับรองสถานภาพการพำนัก) แล้วค่ะ เราดีใจมากเลย ใช้เวลาตั้งแต่ยื่นเอกสารที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่นที่ญี่ปุ่น จนถึงวันที่บุรุษไปรษณีย์นำใบไซริวมาส่งให้ที่บ้านเจ้าหนูไฟฟ้า ใช้เวลา ๑ เดือนกับอีก ๑๒ วัน ช่างเป็นช่วงเวลาอันยาวนานสำหรับเรา ๒ คน แต่เรา ๒ คนก็รู้สึกภูมิใจ

เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอใบไซริวชิคาคุนินเทโชเมโชะ (ใบสถานภาพการพำนัก) ขอให้คุณสามีโทรไปถามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองท้องถิ่นที่สามีของคุณพำนักอยู่ เพราะแต่ละท้องที่อาจจะใช้เอกสารแตกต่างกันบ้าง

สำหรับของเรา เราส่งเอกสารในส่วนของเราไปรวมกับส่วนของสามี แล้วให้เขาจัดการยื่นเอกสารที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ชิบะค่ะ เอกสารที่ใช้มีดังนี้ค่ะ

๑. ใบคำร้องขอใบรับรองสถานภาพการพำนัก
๒. รูปถ่าย ขนาด ๓ x ๔ ซ.ม. จำนวน ๑ ใบ
๓. ใบผู้ค้ำประกัน (ให้สามีเป็นผู้ค้ำประกันค่ะ)
๔. ใบประวัติความรัก
๕. รูปถ่ายคู่กับสามี
๖. โคเซกิโทฮง (ทะเบียนบ้านของสามี)
๗. ใบเสียภาษีของสามี
๘. หนังสือรับรองการทำงานของสามี
๙. ใบบันทึกฐานะครอบครัว
๑๐. สำเนาบัตรประชาชนใบใหม่ ที่เปลี่ยนนามสกุลตามสามีแล้ว
๑๑. คัดสำเนาทะเบียนบ้าน ที่เปลี่ยนนามสกุลตามสามีแล้ว
๑๒. สำเนาพาสปอร์ตที่เปลี่ยนนามสกุลตามสามีแล้ว
๑๓. ตราประทับชื่อของสามี
๑๔. จดหมายหรืออีเมล์ที่ติดต่อกัน
๑๕. บิลค่าโทรศัพท์ที่โทรหากัน

สำหรับข้อ ๙, ๑๑ เอกสารภาษาไทย และคำแปลภาษาอังกฤษ ต้องนำไปประทับตรารับรองเอกสารที่สถานกงสุล แจ้งวัฒนะ หน้าละ ๒๐๐ บาท ส่วนคำแปลภาษาญี่ปุ่น เซ็นชื่อรับรองการแปลเอกสารถูกต้อง แล้วนำไปใช้ได้เลยไม่ต้องนำไปประทับตรา

แต่เราเกิดสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมเอกสารภาษาอังกฤษจะต้องนำไปประทับตรา (ให้สิ้นเปลือง) ด้วย ในเมื่อเอกสารที่สำคัญคือเอกสารภาษาไทย ไม่ใช่คำแปลภาษาอังกฤษ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นก็มีฉบับแปลภาษาญี่ปุ่นให้อ่านอยู่แล้ว แปลภาษาอังกฤษน่ะแปลได้ แต่ทำไมต้องเอาไปประทับตราด้วยฟ่ะ มันไม่ค่อยจะเมกเซ้นส์อ่ะนะ

เราก็เลยบอกเจ้าหนูไฟฟ้าว่า นายช่วยไปถามสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของนายหน่อยได้ไหมอ่ะ ว่าจำเป็นด้วยหรือที่ต้องเอาคำแปลภาษาอังกฤษไปประทับตราที่สถานกงสุล เจ้าหนูไฟฟ้าก็เลยโทรไปถามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ญี่ปุ่นให้ ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่จำเป็นต้องนำคำแปลภาษาอังกฤษไปประทับตราหรอก เพราะเจ้าหน้าที่ที่นี่เขาดูคำแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก เอ้า...........แล้วสาวๆที่ไทยเขาจะรู้กันไหมเนี่ย ไม่รู้เงินเข้ากระเป๋าสถานกงสุลไปเท่าไรแล้ว เปลืองทั้งเงิน เปลืองทั้งเวลา

เราก็เลยเอาเอกสารภาษาไทยไปประทับตรารับรองเอกสาร ทางเจ้าหน้าที่สถานกงสุลก็ถามหาฉบับแปลภาษาอังกฤษ เราบอกว่าเราขอรับรองฉบับภาษาไทยอย่างเดียว เขาบอกว่าต้องรับรองฉบับภาษาอังกฤษด้วย เราบอกว่าเราไม่ต้องการตราประทับฉบับภาษาอังกฤษ เขาบอกว่าจะเอาไปยื่นที่สถานทูตหรือที่เขตก็ต้องใช้ เราบอกว่าเราไม่ได้ไปยื่นที่สถานทูตหรือที่เขต เราจะไปยื่นที่ ต.ม. (กวนเขาอีกแน่ะ) (เราคิดว่าถ้าต้องใช้ขึ้นมาก็แค่เอาฉบับภาษาอังกฤษมาให้รับรองเอกสาร ก็แค่นั้น ไม่เห็นจะยาก แล้วเรื่องอะไรเราจะต้องมาเสียเงินโดยไม่จำเป็น)

อยากรู้จริงๆว่า การที่แม่บ้านญี่ปุ่นทั้งหลายต้องเสียเงินค่าประทับตราเอกสาร โดยที่ทาง ต.ม. ญี่ปุ่นไม่ได้ต้องการ ทำให้ผู้หญิงไทยต้องเสียเงินเป็นจำนวนเท่าไรกันน๊า.....

นี่คือกรณีของเรานะ แต่สำหรับที่อื่น กรุณาตรวจสอบที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในท้องถิ่นของสามีคุณอีกครั้งค่ะ

*** สำหรับใบไซริวชิคาคุนินเทโชเมะโชะ เป็นกระดาษสีเหลี่ยม ขนาด ๑๕ x ๒๑ ซ.ม. ออกเหลืองอ่อน มีลายน้ำออกม่วงอ่อนๆ มีภาพสาวงามอยู่บนนั้นด้วย ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็ภรรยาของคนที่ไปเชิญท่านมานั่นแหละ มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น เขียนไว้ว่า CERTIFICATE OF ELIGIBILITY ***





 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 2 สิงหาคม 2553 22:38:18 น.
Counter : 4602 Pageviews.  

หนังสือคู่มือในการดำรงชีวิตที่ญี่ปุ่น

วันนี้ขอแนะนำเวปไซต์ ๑ เวปไซต์ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับชาวต่างชาติที่จะไปพำนักที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ เป็นเวปของสมาคมนานาชาติจังหวัดอิบารากิ ซึ่งมีถึง ๙ ภาษาให้เลือกอ่านตามสะดวก เนื้อหาข้างในประกอบด้วย

- ข้อมูลข่าวสารในการดำรงชีวิต (กรณีฉุกเฉิน, ที่พักอาศัยและการย้ายบ้าน, การใช้ชีวิตความเป็นอยู่, การดำเนินเรื่องขอพักอาศัยในประเทศ, การจดทะเบียนคนต่างด้าว, การแพทย์และสุขภาพ, สวัสดิการ, การทำงาน, ภาษี, ระบบการศึกษา, ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง)
- ข้อมูลข่าวสารทางการแพทย์
- ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภัยพิบัติ
- การให้คำปรึกษาสำหรับชาวต่างชาติ
- ห้องเรียนภาษาญี่ปุ่นโดยอาสาสมัคร
- มุมข้อมูลข่าวสารและการท่องเที่ยว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศูนย์ให้คำปรึกษาสำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ทางศูนย์ไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
เราเข้าไปดูแล้วเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับสาวไทยและแม่บ้านญี่ปุ่นทั้งหลาย ลองเข้าไปอ่านดูนะค่ะ

//iia.sakura.ne.jp/kokusai/thai/life/guide/index.html




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2553    
Last Update : 10 มิถุนายน 2553 12:07:35 น.
Counter : 1263 Pageviews.  

1  2  
 
 

โดรามีน้อย
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




คนธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่ปรารถนาเห็นมนุษยชาติอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ยินดีเป็นเพื่อนกับทุกคนค่ะ
New Comments
[Add โดรามีน้อย's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com