14.11 พระสูตรหลักถัดไป คือกกจูปมสูตรและอลคัททูปมสูตร.
การสนทนาธรรมนี้ต่อเนื่องมาจาก
14.10 พระสูตรหลักถัดไป คือกกจูปมสูตรและอลคัททูปมสูตร.

ความคิดเห็นที่ 4-91
ฐานาฐานะ, 27 มีนาคม เวลา 00:42 น.

             ย่อความปาสราสิสูตร รอสักหน่อยก่อนครับ.

ความคิดเห็นที่ 4-92
GravityOfLove, 28 มีนาคม เวลา 21:23 น.

รับทราบค่ะ
เมื่อได้อ่านคำว่า เสื่อมใหญ่ เริ่มงงเรื่องอรูปภพค่ะ
อรูปพรหม คือพรหมไม่มีรูป มีแต่นาม
นาม ที่ว่านั้นคืออะไรคะ

ความคิดเห็นที่ 4-93
ฐานาฐานะ, 28 มีนาคม เวลา 21:49 น.

             นาม คือ นามขันธ์ 4 ครับ.

ความคิดเห็นที่ 4-94
GravityOfLove, 28 มีนาคม เวลา 21:57 น.

คือ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ใช่ไหมคะ
พอไม่มีรูป ก็คือไม่มีอายตนะ (ประสาท) อันทำให้ไม่สามารถเรียนพระธรรมได้ใช่ไหมคะ
เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่เพียงพอที่จะเรียนได้หรือคะ

ความคิดเห็นที่ 4-95
ฐานาฐานะ, 28 มีนาคม เวลา 22:06 น.

             ไม่มีตาจะอ่าน ไม่มีหูที่จะฟังพระธรรมเทศนา
เขาเหล่านั้นตรัสรู้เองก็ไม่ได้ ฟังจากพระพุทธเจ้าหรือสาวกของพระพุทธเจ้า ก็ไม่ได้
จึงเรียกว่า เสื่อมใหญ่
             (หากบรรลุเองได้ ก็เป็นผู้ตรัสรู้เอง หรือพระพุทธเจ้า.)

ความคิดเห็นที่ 4-96
GravityOfLove, 28 มีนาคม เวลา 22:29 น.

เวทนา - รู้สึกสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์
สัญญา - ความจำได้หมายรู้ รู้ว่านี่สีอะไร เป็นต้น
สังขาร - คือการปรุงแต่งของจิต เ่ช่น ปัญญา วิริยะ สติ
วิญญาณ  - คือการรับรู้ทางประสาททั้ง ๖ แต่ว่าไม่มีประสาท ๕ เหลือแต่มโน ก็คือรับรู้ทางมโนได้อยู่ใช่ไหม

อรูปพรหม มีข้างบนครบ แสดงว่าไม่สามารถเรียนของใหม่ได้เพิ่ม จะรู้ได้ไม่มากไปกว่าที่เคยรู้ใช่ไหมคะ
เข้าใจอย่างนี้ถูกไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 4-97
ฐานาฐานะ, 28 มีนาคม เวลา 22:41 น.

             พอจะเรียกว่า เข้าใจถูกครับ.
             ในรายละเอียดบางอย่าง อรูปพรหมไม่มี
             เช่น ทุกขเวทนาทางกาย ไม่มี, ทางใจ ก็อาจจะไม่มี.
สัญญา เมื่อไม่ได้เห็นรูป ความจำได้หมายรู้ รู้ว่านี่สีอะไร ก็ไม่น่าจะมี
หากจะระลึกถึงเมื่ออดีตชาติ ข้อนี้อาจพอทำได้ (สันนิษฐาน).
             ประเด็นสำคัญ คือ ไม่ได้ฟังเพิ่มเติม.

ความคิดเห็นที่ 4-98
GravityOfLove, 28 มีนาคม เวลา 22:49 น.

เข้าใจแล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4-99
GravityOfLove, 28 มีนาคม เวลา 22:54 น.

อีกนิดนึงค่ะ กรุณาอธิบาย
อภัพพบุคคล - เหล่าสัตว์ผู้ประกอบด้วยการห้ามกรรม ห้ามวิบาก ห้ามกิเลส ไม่มีศรัทธา ตัดไม่ขาด ไม่มีปัญญา ไม่ควรก้าวลงสู่ความชอบในกุศลธรรมแน่นอน
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=12&i=312

ความคิดเห็นที่ 4-100
ฐานาฐานะ, 28 มีนาคม เวลา 23:13 น.

             อภัพพบุคคล เป็นพวกที่ไม่สามารถบรรลุมรรคผลได้
             1. ถูกกั้นไว้ด้วยกรรม เช่นพระเจ้าอชาตศัตรู ทำปิตุฆาต
สรุปคือทำอนันตริยกรรมไว้
             2. ถูกกั้นไว้ด้วยวิบาก เช่นกำเนิดเป็นเด็กปัญญาอ่อน หูหนวก ตาบอด
หรือกำเนิดติรัจฉาน สรุปกำเนิดไม่สมบูรณ์.
             3. ถูกกั้นไว้ด้วยกิเลส เช่น พวกมิจฉาทิฏฐิดำดิ่ง เรียกนิยตมิจฉาทิฏฐิ.

             อรรถกถาอาสยานุสยญาณนิทเทส
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=31&i=277&p=1#ภัพพาภัพพนิทเทส

ความคิดเห็นที่ 4-101
GravityOfLove, 28 มีนาคม เวลา 23:21 น.

ไม่มีศรัทธา ตัดไม่ขาด ไม่มีปัญญา << ตรงนี้เป็นการขยายความใช่ไหมคะ ไม่ได้นับเป็นข้อที่  4, 5, 6
---------------------------
ในอรรถกถา กล่าวว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละอภัพพบุคคลทั้งหมด ทรงกำหนดถือเอาด้วยพระญาณ เฉพาะภัพพบุคคลเท่านั้น
<< ตอนแรกคิดว่า ไม่ทรงแสดงธรรมแก่อภัพพบุคคล

แต่เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรู เห็นว่าพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมแก่พระองค์อยู่ แต่ไม่บรรลุธรรมในชาตินั้นเท่านั้น
สรุป ทรงแสดงธรรมหมด (ทั้งบัวเหล่าสุดท้าย ทั้งอภัพพบุคคล) ใช่ไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 4-102
ฐานาฐานะ, 28 มีนาคม เวลา 23:44 น.

GravityOfLove, 8 นาทีที่แล้ว
ไม่มีศรัทธา ตัดไม่ขาด ไม่มีปัญญา << ตรงนี้เป็นการขยายความใช่ไหมคะ ไม่ได้นับเป็นข้อที่  4, 5, 6
             ผมเห็นว่า มองได้ทั้ง 2 ทาง คือ เป็นวิบัติข้อ 4-6 ก็ได้
หรือขยายความข้อต้นก็ได้
---------------------------
             ในอรรถกถา กล่าวว่า
             พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงละอภัพพบุคคลทั้งหมด ทรงกำหนดถือเอาด้วยพระญาณ เฉพาะภัพพบุคคลเท่านั้น
<< ตอนแรกคิดว่า ไม่ทรงแสดงธรรมแก่อภัพพบุคคล
             แต่เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรู เห็นว่าพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมแก่พระองค์อยู่ แต่ไม่บรรลุธรรมในชาตินั้นเท่านั้น
สรุป ทรงแสดงธรรมหมด (ทั้งบัวเหล่าสุดท้าย ทั้งอภัพพบุคคล) ใช่ไหมคะ

             ตอบว่า ผมเห็นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมด้วยพระกรุณาคุณ
แก่บุคคลที่จะได้ประโยชน์จากพระธรรมเทศนา แม้บุคคลจะเป็นเช่นพระเจ้าอชาตศัตรู
แสดงเพื่อให้เป็นอุปนิสัยปัจจัยต่อไป.
             แต่ของอัธยาศัยของพระสัพพัญญู รู้ได้ยาก
             คุณ GravityOfLove ลองพิจารณาว่า
             คนที่มีคุณสมบัติพร้อมและคนที่มีแต่โทษวิบัติ จะเลือกแสดงแก่ผู้ใดก่อน
จะขวนขวายในการพร่ำสอนผู้ใด หรือผู้ใดก่อน
             คำของอรรถกถา หากพิจารณาว่า บุคคลนั้นก็ไม่มีอุปนิสัยปัจจัยในอดีตเลย
ปัจจุบันก็ไม่มีศรัทธา ไม่มีฉันทะ ไม่ปัญญา ทั้งทำกรรมที่กางกั้นไว้ด้วย
             คุณ GravityOfLove คิดว่า คนเหล่านี้จะรองรับพระธรรมเทศนาได้หรือไม่?
             สรุปว่า ถ้าแม้ทำอนันตริยกรรม เช่น พระเจ้าอชาตศัตรู แต่ฝักใฝ่จะฟังธรรม
และเขาพอจะได้ประโยชน์จากการฟังธรรม พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงแสดงธรรม.

ความคิดเห็นที่ 4-103
GravityOfLove, 28 มีนาคม เวลา 23:54 น.

เข้าใจแล้วค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4-104
ฐานาฐานะ, 7 เมษายน เวลา 23:03 น.

GravityOfLove, 35 นาทีที่แล้ว
             พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
             ๓. โอปัมมวรรค
             ๖. ปาสราสิสูตร อุปมากองบ่วงดักสัตว์
//84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=12&A=5384&Z=5762&bgc=Floralwhite&pagebreak=0
12:03 AM 3/27/2013

             ย่อความได้ดี เก็บประเด็นได้ครบถ้วน แต่มีคำสะกดผิดบ้าง
             ใจความที่ย่อมานั้น อาจยังมีข้อผิดพลาดอยู่.

(ทรงเสด็จไปๆ มาๆ ระหว่างพระเชตวัน (ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี) และบุพพาราม (ของนางวิสาชา)
แก้ไขเป็น
(ทรงเสด็จไปๆ มาๆ ระหว่างพระเชตวัน (ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี) และบุพพาราม (ของนางวิสาขา)

ทรงปรารถนาจะประพฤติหมจรรย์ในธรรมวินัยนี้
แก้ไขเป็น
ทรงปรารถนาจะประพฤติพรหมจรรย์ในธรรมวินัยนี้

             จึงมาเข้าเฝ้ากราบทูลพระผู้มีพระภาค ทูลขอพระองค์ให้ทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ผู้มีกิเลส
ดุจธุลีที่ดวงตาน้อยมีอยู่ (ราคะ โทสะ โมหะในปัญญาจักษุ) ผู้ที่รู้ธรรมมีอยู่ ถ้าไม่ได้สดับธรรม จะ
ถึงความเสื่อม
             ผู้ที่รู้ธรรมมีอยู่
แก้ไขเป็น
             ผู้ที่รู้ธรรมจะมีอยู่

             คำว่า (อุปกะอาชีวกเข้าใจว่า พระองค์คือ อนันตะชินะ ผู้ที่เขารู้จัก)
             สรุปย่อความนี้จากเนื้อความส่วนใด?
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

             พวกภิกษุปัญจวัคคีย์จึงยอมเข้าใจตาม พระองค์ทรงให้โอวาทอนุศาสน์ว่า
             ตนเองเป็นผู้มีชาติ ฯลฯ สังกิเลส เป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งมีชาติ ฯลฯ สังกิเลส เป็นธรรมดา
แสวงหาจนได้บรรลุพระนิพพาน ที่ไม่เกิด ฯลฯ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ

             คำว่า ตนเองเป็นผู้มีชาติ ... น่าจะเป็นพระธรรมเทศนาในปัจจุบัน โดยกล่าวถึง/ตรัสแสดง
สภาพของพวกภิกษุปัญจวัคคีย์ว่า เป็นผู้มีชาติ ฯลฯ สังกิเลส เป็นธรรมดา ...
             ส่วนพระธรรมเทศนาที่แสดงแก่พวกภิกษุปัญจวัคคีย์ อาจจะไม่ได้ทรงแสดงเนื้อความนี้

             เรื่องพระปัญจวัคคีย์
//84000.org/tipitaka/read/v.php?B=4&A=308&Z=575

ความคิดเห็นที่ 4-105
GravityOfLove, 9 เมษายน เวลา 00:20 น

ขอบพระคุณค่ะ
----------------------------
             คำว่า (อุปกะอาชีวกเข้าใจว่า พระองค์คือ อนันตะชินะ ผู้ที่เขารู้จัก)
             สรุปย่อความนี้จากเนื้อความส่วนใด?

             จาก กระทู้ที่ ๗ ค่ะ
             ...
             เขาจึงเดินทางมาพบพระผู้มีพระภาค โดยความสำคัญว่า
             พระผู้มีพระภาค เป็นสหายของเขาคนหนึ่ง ชื่ออนันตชินะ
//topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2012/05/Y12106258/Y12106258.html#109

             จาปาเถรีคาถา
             นายอุปกะนั้นสุดจะอดใจจึงพูดว่า
             จาปา เจ้าอย่าดูหมิ่นข้าว่าอนาถานะ ข้ามีสหายคนหนึ่ง ชื่ออนันตชินะ ข้าจักไปหาเขาก็ได้.
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=469&p=1
------------------------------
             ตรงข้อติงข้อสุดท้าย ไม่เข้าใจค่ะ ให้แก้ไขอย่างไรหรือคะ
             Gravity ย่อมาจากตรงนี้ค่ะ
             ครั้งนั้น พวกภิกษุปัญจวัคคีย์อันเราโอวาทอนุศาสน์อยู่อย่างนี้ โดยตนเองเป็นผู้มี
ชาติเป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งมีชาติเป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุนิพพาน ที่ไม่เกิด
หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ
             เป็นผู้มีชราเป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งที่มีชราเป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุ
นิพพาน ที่ไม่แก่ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ
             เป็นผู้มีพยาธิเป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งมีพยาธิเป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุ
นิพพาน ที่หาพยาธิมิได้ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ
             เป็นผู้มีมรณะเป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งมีมรณะเป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุ
นิพพานที่ไม่ตาย หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ
            เป็นผู้มีโศกเป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งมีโศกเป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุนิพพาน
ที่หาโศกมิได้ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ
             เป็นผู้มีสังกิเลสเป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งมีสังกิเลสเป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุ
นิพพาน ที่ไม่เศร้าหมอง หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ
             และพวกภิกษุปัญจวัคคีย์เหล่านั้น ได้เกิดญาณทัสสนะขึ้นมาว่า วิมุติของพวกเราไม่กำเริบ
ชาตินี้มีในที่สุด ไม่มีภพใหม่ต่อไป.

             เรื่องพระปัญจวัคคีย์ที่ให้ดู ไม่ทราบว่า มีนัยอย่างไรคะ
//84000.org/tipitaka/read/v.php?B=4&A=308&Z=575

             เรื่องพระปัญจวัคคีย์ พระธรรมที่ทรงแสดงละเีอียดกว่าในปาสราสิสูตรใช่ไหมคะ
(ต่างกันอย่างไรคะ)

ความคิดเห็นที่ 4-106
ฐานาฐานะ, 9 เมษายน เวลา 00:54 น.

GravityOfLove, 31 นาทีที่แล้ว
12:20 AM 4/9/2013
             คำว่า (อุปกะอาชีวกเข้าใจว่า พระองค์คือ อนันตะชินะ ผู้ที่เขารู้จัก)
             สรุปย่อความนี้จากเนื้อความส่วนใด?
             จาก กระทู้ที่ ๗ ค่ะ
             ...
             เขาจึงเดินทางมาพบพระผู้มีพระภาค โดยความสำคัญว่า
             พระผู้มีพระภาค เป็นสหายของเขาคนหนึ่ง ชื่ออนันตชินะ
//topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2012/05/Y12106258/Y12106258.html#109

             จาปาเถรีคาถา
             นายอุปกะนั้นสุดจะอดใจจึงพูดว่า
             จาปา เจ้าอย่าดูหมิ่นข้าว่าอนาถานะ ข้ามีสหายคนหนึ่ง ชื่ออนันตชินะ ข้าจักไปหาเขาก็ได้.
//84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=26&i=469&p=1
------------------------------

             จากที่คุณ GravityOfLove ยกมานั้น เป็นเหตุการณ์หลังจากนี้
คือหลังจากนี้นานเป็นปี กล่าวง่ายๆ คือ ได้ทำความรู้จักกันแล้ว.
             แต่คำว่า
              อุปกะอาชีวกทูลถามว่า เพราะเหตุใดท่านจึงปฏิญาณว่า เป็นอรหันต์อนันตะชินะ?
              (อุปกะอาชีวกเข้าใจว่า พระองค์คือ อนันตะชินะ ผู้ที่เขารู้จัก)
             เหมือนจะให้นัยว่า ก่อนหน้านี้ อุปกะอาชีวกเคยรู้จักผู้มีนามว่า อนันตะชินะ มาแล้ว
ซึ่งไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
             ตรงข้อติงข้อสุดท้าย ไม่เข้าใจค่ะ ให้แก้ไขอย่างไรหรือคะ
             Gravity ย่อมาจากตรงนี้ค่ะ
             ครั้งนั้น พวกภิกษุปัญจวัคคีย์อันเราโอวาทอนุศาสน์อยู่อย่างนี้ โดยตนเองเป็นผู้มี
ชาติเป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งมีชาติเป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุนิพพาน ที่ไม่เกิด
หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ
- - - - - - - - - - - - - -
             พวกภิกษุปัญจวัคคีย์ทูลตอบว่า ไม่เคย
             พวกภิกษุปัญจวัคคีย์จึงยอมเข้าใจตาม พระองค์ทรงให้โอวาทอนุศาสน์ว่า
             ตนเองเป็นผู้มีชาติ ฯลฯ สังกิเลส เป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งมีชาติ ฯลฯ สังกิเลส
เป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุพระนิพพาน ที่ไม่เกิด ฯลฯ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ

             จะเห็นว่า พระผู้มีพระภาคทรงโอวาทแก่พวกภิกษุปัญจวัคคีย์ แต่โอวาทนั้น
ไม่ใช่เนื้อความว่า ตนเองเป็นผู้มีชาติ ฯลฯ สังกิเลส เป็นธรรมดา
             แต่โอวาทเป็นเหตุให้พวกภิกษุปัญจวัคคีย์ เห็นชัดว่า ตนเองเป็นผู้มีชาติเป็นธรรมดา
... เกษมจากโยคะ
             ดังนั้นคำว่า ตนเองเป็นผู้มีชาติ ฯลฯ สังกิเลส เป็นธรรมดา ... เป็นคำสรุปว่า
โอวาทนั้นบรรลุผลของผู้ฟังบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะฯ
             หากจะย่อความ ควรย่อว่า
             พวกภิกษุปัญจวัคคีย์จึงยอมเข้าใจตาม พระองค์ทรงให้โอวาทอนุศาสน์ เป็นเหตุให้
พวกภิกษุปัญจวัคคีย์ เห็นชัดตามเป็นจริงว่า ตนเองเป็นผู้มีชาติเป็นธรรมดา ทราบชัดโทษใน
สิ่งมีชาติเป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุนิพพาน ที่ไม่เกิด หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ
... ฯลฯ สังกิเลส เป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุพระนิพพาน ที่ไม่เกิด ฯลฯ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้
เกษมจากโยคะ

             เรื่องพระปัญจวัคคีย์ที่ให้ดู ไม่ทราบว่า มีนัยอย่างไรคะ
//84000.org/tipitaka/read/v.php?B=4&A=308&Z=575
             เรื่องพระปัญจวัคคีย์ พระธรรมที่ทรงแสดงละเอียดกว่าในปาสราสิสูตรใช่ไหมคะ
(ต่างกันอย่างไรคะ)

             ตอบว่า แสดงพระธรรมเทศนาที่ทรงแสดง.
             แต่คำว่า โดยตนเองเป็นผู้มีชาติเป็นธรรมดา ในพระสูตรนี้ เป็นคำสรุป.

ความคิดเห็นที่ 4-107
GravityOfLove, 9 เมษายน เวลา 01:16 น.

             จากที่คุณ GravityOfLove ยกมานั้น เป็นเหตุการณ์หลังจากนี้
คือหลังจากนี้นานเป็นปี กล่าวง่ายๆ คือ ได้ทำความรู้จักกันแล้ว.
             แต่คำว่า
             อุปกะอาชีวกทูลถามว่า เพราะเหตุใดท่านจึงปฏิญาณว่า เป็นอรหันต์อนันตะชินะ? << งงแล้วค่ะ ประโยคนี้แปลว่าอะไรคะ

แก้ไขโดยตัดวงเล็บออกใช่ไหมคะ
             กรุณาเล่าลำดับเหตูการณ์ย่อๆ ให้ฟังได้ไหมคะ
             พระอรหันต์อนันตะชินะมีตัวตนหรือเปล่าคะ หรือท่านอุปกะเข้าใจไปเองว่าเป็นชื่อบุคคล
-------------------------------
             เข้าใจแล้วค่ะ
             แก้ไขจาก
             พวกภิกษุปัญจวัคคีย์จึงยอมเข้าใจตาม พระองค์ทรงให้โอวาทอนุศาสน์ว่า
             ตนเองเป็นผู้มีชาติ ฯลฯ สังกิเลส เป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งมีชาติ ฯลฯ สังกิเลส เป็นธรรมดา
แสวงหาจนได้บรรลุพระนิพพาน ที่ไม่เกิด ฯลฯ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ
แก้ไขเป็น
             พวกภิกษุปัญจวัคคีย์จึงยอมเข้าใจตาม พระองค์ทรงให้โอวาทอนุศาสน์ เป็นเหตุให้
พวกภิกษุปัญจวัคคีย์ เห็นชัดตามเป็นจริงว่า
             ตนเองเป็นผู้มีชาติเป็นธรรมดา ทราบชัดโทษในสิ่งมีชาติเป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุนิพพาน
ที่ไม่เกิด หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ เกษมจากโยคะ
             ... ฯลฯ สังกิเลส เป็นธรรมดา แสวงหาจนได้บรรลุพระนิพพาน ที่ไม่เกิด ฯลฯ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้
เกษมจากโยคะ


ย้ายไปที่
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=gravity-of-love&month=04-04-2013&group=1&gblog=28




Create Date : 04 เมษายน 2556
Last Update : 23 มกราคม 2557 19:12:33 น.
Counter : 385 Pageviews.

0 comments

GravityOfLove
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



เมษายน 2556

 
1
2
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
27
28
29
30
 
 
All Blog