เพิ่มรั้วเขียวพรางตา กับชิ้งช้าพาเสียว
 หลังจากลงต้นไทรบังรั้วด้านหน้าบ้านไปแล้ว ตอนนี้รั้วข้างบ้าน เลยรู้สึกว่าโล่งเกิน จึงจะเป็นจะต้องหาต้นไม้มาปลูกอีก เพื่อพรางตา ให้ดูเป็นส่วนตัวเล็กน้อย 

  เดิมที่คิดว่าจะปลูกต้นไทรเหมือนเดินนี้แหละ แต่ด้วยความยาวของรั้ว กว่าสิบเมตร คำนวณดูแล้ว ราคาต้นไทรน่าจะเอาเรื่องอยู่ จึงลดสเปคลงเหลื่อแค่ต้นโมกแทน ข้อเสียของต้นโมก คือทรงมันโปร่งและไม่เป็นพุ่ม ตัดให้เป็นทรงแบบไทรเกาหลียาก ข้อดีอย่างเดียวที่เห็นคืด กลิ่นของดอกหอม และออก เรื่อยๆ

 ว่าแล้วก็จัดต้นโมกมาครับ ขนาดสูงประมาณเมตรนึง ต้นละ 80 บาท ว่าแล้วก็ลงปลูกครับ  แต่ว่าตอนปลูก แม่เป็นคนลงมือ เลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ครับ ดูตอนเสร็จเลยแล้วกัน


รูปไกลหน่อยนะครับ หาไม่เจอแล้ว มีอยู่ไม่กี่รูป พร้อมคุณแม่ หนึ่งในคนปลูก






อีกซักรูป  จะเห็นสนามหญ้า เหมือนแบบที่ผมบอกไหมครับหญ้าเหลือง เป็นหย่อมๆ ไม่เขียวสวยเหมือนเดิมแล้ว





        หลังจากลง โมกข้างรั้วไปแล้ว คราวนี้ก็มา ทำทางเดินเข้าบ้านกันครับ แรกเลยว่าจะเทปูนเป็นช่องๆ แล้วเว้นให้หญ้าขึ้น แต่ดูแล้วมันจะยากไป  เลยมาจบเอาที่พื้นสำเร็จครับ ง่ายดี สั่งพื้นสำเร็จมาเลย แล้วก็วางลงไปตามใจต้องการเลยครับ เล่นกันง่ายๆ แบบนี้แหละ

ผลก็ออกมาอย่างที่เห็นแหละครับ  พื้นทางเดินจะสูงกว่าระดับดินเดิมตามความหนาของแผ่นทางเดิน เนื่องจากผมไม่ได้ขุดดินลงไปให้แผ่นทางเดินอยู่เสมอดิน  จะลำบากก็ตอนตัดหญ้าหน่อยเท่านั้นครับ นอกนั้นสบาย





      หลังจากมีทางเดินเข้าบ้านแล้ว ลองมองกลับไปดูต้นโมกข้างรั้ว รู้สึกโล่งๆไงพิกล ไม่ได้การแล้ว ต้องจัดมาลงเพิ่ม เพื่อให้มันดูแน่นขึ้น เลยเอามาลงเพิ่มอีกหลายต้นอยู่ พร้อมวางก้อนศิลาแลง กั้นขอบเขตเอาไว้ด้วย

รูปนี้ถ่ายหลังจากปลูกไปแล้ว นานพอสมควรนะครับ ไม่ต้องตกใจว่าทำไมใบมันเยอะแล้ว  ใกล้ๆ เป็นต้นปี๊บ (อีกแล้ว) ต้นนี้ป้าที่รู้จักกันให้มา แกปลูกตั้งแต่ งอกจากเมล็ดที่ตกใต้ต้นบ้านแก ต้นแกให้มาสูงสักฟุตได้ ผมปลูกต่อในกระถางอีกร่วมสองปี บ้านเสร็จถึงได้เอาลงดิน รอดูการเติบโตกันต่อไป






จากนั้นไม่นานคุณแฟนก็อยากได้ชิงช้านั่งในสวน ทำไงล่ะทีนี้  แบบไหนล่ะถึงจะเข้ากับสวนเรา คิดไม่ออกครับ ช่วงนั้น มึนไปหมด เลยจัด " ชิ้งช้าพาเสียว "  มาแก้ขัดไปพลางๆก่อน เล่นไม่อยากครับ

ออกมาก็เป็นแบบที่เห็นนั่นแหละครับ  "เสียวไหมล่ะ"




   เห็นแบบนี้ปัจจุบันยังใช้ประจำการอยู่ ยังมิได้ปลดระวางแต่อย่างใด  รับประกันความแข็งแรง รับน้ำหนักได้กว่า 80 กก. สบายๆ

  กลับมาดูทางเดินหน้าบ้านกันบ้าง ต้นจั้งหลังเต่า ที่เดิมปลูกอยู่ในกระถางตรงเสา โดนแดดเผาจนใบไหม้เกรียม จึงจำเป็นต้องหาต้นไม้อื่นมาทดแทน ก็ได้ต้นไม้เสียบยอด อันเป็นที่นิยมมาลงแทน  หลายๆท่านคงเดาออก ครับ " ช้อนเงินช้อนทอง "  

ต้นเล็กน่ารักกำลังดี





ถัดมาอีกนิดกับ ต้นเทียนทอง บังหน้าระแนงข้างบ้าน เดิมที่ปลูก ต้นฟ้าประทานพร แต่มันขึ้นสูงแล้วมองดูรกเกินไป เลยเปลี่ยนมาเป็นต้นนี้แทน ปลูกแล้วเป็นพุ่ม ตัดแต่งทรงได้ ดูไม่รกดี





กระถางใบใหญ่ใส่ต้น กก  กระถางได้มาจาก ด่านเกวียน โคราชโน้น แต่ถูกมากครับ ใครอยากได้กระกาง ถูกๆ ไปขนจากที่โน้นลงมา คุ้มกว่าครับ หาเวลาว่างถือโอกาศไปเที่ยวด้วย จะให้ดี หารถกระบะไปนะครับ ส่วนใบนี้ยัดใส่เก๋งมาครับ กับผู้โดยสาร 3 คน สัมภาระเต็มรถ ไม่รู้เอามาได้ไง เห็นของถูกไม่ได้

  ส่วนต้นชวนชมที่เห็น ของแม่ล้วนๆ ครับ ยังหาที่วางที่ลงตัวไม่ได้ ก็เอาลงตรงนี้ไปก่อน แดดดีเหลือเกิน 


  ช่วงนี้ต้นเกาหลีไทรหาบ้านเริ่มสูงแล้ว โมกเริ่มแตกใบใหม่เขียวชะอุ่ม แต่อย่ากระนั้นเลย คนเราไม่เคยพอ ได้คืบจะเอาศอก มีทีเหลือ หน้าบ้านอีกนิด ดูโล่งๆนะ ว่าแล้วก็ต่อไปอีกซัก 2 กระถางนะ

  เลยได้ไทรเกาหลี มาเพิ่มอีก 2 กระถาง ปิดหน้าบ้านเกือบหมด พอดี  พร้อมปูศิลาแลง ใต้ต้นลีลาวดี วางเก้าอี้ไม้สักตัว ไว้นั่งเล่นตอนเช้าๆ





เดี๋ยวคราวหน้า จะเอาสถานะปัจจุบันมาให้ดูความคืบหน้าของแต่ล่ะต้นกันครับ ท่านจะได้เลือกถูก ว่าจะปลูกต้นไหน ตรงไหนดี




Create Date : 26 ธันวาคม 2557
Last Update : 13 มกราคม 2558 16:05:31 น.
Counter : 10000 Pageviews.

1 comment
มีต้นแรก ก็ต้องมีต้นที่สอง
แน่นอนครับ หลังจากมีต้นแรก ก็ต้องมีต้นที่สองครับ  แต่คราวนี้จัด หลายต้นเลยครับ

   มาเริ่มที่ต้นนี้ครับ ต้นไม้สมัยนิยม " ลีลาวดี " ต้นนี้จริงๆแล้วก็ชอบเป็นการส่วนตัวนะครับ ชอบพันธุ์ขาวพวง ครับ ด้วยใบสีเขียวเข้มเป็นมันวาว ขนาดใหญ่ ตัดกับดอกสีขาวสะอาด ดอกใหญ่ มีกลิ่มหอมอ่อน เวลาออกดอกเยอะๆ จะสวยมากครับ ดูชดชื่นดี ชอบมากๆ เลยจัดมาหนึ่งต้น

   ต้นนี้ได้มาแบบ งงๆ เช่นกัน ใจจริงไปดู ต้นปี๊บ (อีกแล้ว)แต่เจอต้นนี้แอบ อยู่ในซอก หลังห้องน้ำที่ร้านต้นไม้ ไร้คนสนใจ เพราะมันเป็นต้นไม้ที่ เอามาสำรองไว้เพื่อลงให้กับ ห้างดังแห่งนึงใจจังหวัด ระยอง กันต้นที่ลงตาย แต่เมื่อต้นที่ลงไว้ไม่ตาย ต้นสำรองต้นนี้เลยไรคนสนใจอีกต่อไป
   แฟนผมเดินไปเจอระหว่างที่กำลังเดินดูต้นไม่อื่นๆอยู่ สภาพน่าสงสารมาก ใบที่เห็นตามปกติ เขียวเข้มและใหญ่โต แต่ต้นนี้กลับ ใบเล็ก เขียวซืด ร่วงโรย สภาพน่าสงสารมาก แต่ยังมีทรงของต้นที่ผมและแฟน ชอบ เลยเกิดการถามราคากันขึ้นครับ

ผม            :  ต้นนี้เท่าไหร่ครับพี่
เจ้าของร้าน :  เก้าพันน้อง พร้อมปลูก
ผม            :  ขาวพวงใช่ไหมพี่ (เนื่องจากใบที่เล็ก จึงต้องถามย้ำให้แน่นใจ)
เจ้าของร้าน :  ใช่น้อง มาชุดเดียวกับที่ลงไว้หน้าห้าง........ นั่นแหละ ต้นนี้สำรองมากันตาย เลยเหลือมาต้นนึง
ผม            :  แล้วมันจะตายไหมเนี๊ยะพี่ดูโทรมจัง (พูดให้ดูแย่ เพื่อจะต่อราคา เป็นหลักของการซื้อสินค้า)
เจ้าของร้าน  : ไม่ตายหรอกน้อง มันโทรมเพราะมันทิ้งไว้นาน ไม่ได้ลงดินซะที่ แถมเอาไปวางหลบไว้ ในหลืบอีก เลยไม่ได้มีใคร ดูแล เดี๋ยวพี่ลดให้แล้วกัน
ผม             : ลดได้เท่าไหร่พี่
เจ้าของร้าน  : เจ็ดพันแล้วกัน อยากขาย ทิ้งเอาไว้เฉยๆ สงสารมัน
ผม             : ลดอีีกหน่อยแล้วกันพี่ ห้าพันแล้วกัน
เจ้าของร้าน  : โอ๊ย ไม่ได้หรอกน้อง ต้นนี้ไม่ใช่ของพี่ เป็นของพี่ชายเค้ามาฝากวางไว้
ผม             : ???????  ( มึนไปแป๊ปนึง) เอางี้พี่ ห้าพันเดี๋ยวผมเอาต้นปี๊บไปด้วย (เพราะว่ากะจะมาเอาต้นปี๊บอยู่แล้ว)
เจ้าของร้าน   : งั้นเดี๋ยวพี่โทรถามพี่ชายก่อน ว่าได้ไหม

หลักจากเจ้าของร้าน คุยโทรศัพท์ซักพักก็ยื่นโทรศัพท์ส่งมาให้ผม

ผม     : ฮัลโหลครับ
พี่ชาย : น้องห้าพันไม่ไหวหรอก พี่ปลูกให้ด้วยนะ
ผม     : นะพี่ช่วยๆกัน ช่วงนี้ไม่ค่อยมีตัง เดี๋ยวเอาต้นอื่นไปด้วย
พี่ชาย : งั้น เจอกันครึ่งทางแล้วกัน หกพันถ้วน ไม่แพงแล้ว ปลูกให้ด้วย
ผม     : (หันไปมองหน้าแฟน ทำปาก ขมุม ขมึบ) หกพันถ้วน

เจ้าของร้าน : เดี๋ยวพี่ลดต้นอื่นให้อีกแล้วกัน
ผม     : หกพันก็ หกพันพี่ (แสยะยิ้มมุมปากด้วยความเจ้าเลห์ ใจตรูนะจะซื้อตั้งแต่เจ็ดพันแล้ว)

และแล้วหลังจากเดินเลือกต้นไม้อีกพักใหญ่ เราก็จ่าย ตังส์มัดจำแล้วก็ออกจากร้านต้นไม้มา แล้วก็ขับรถมุมหน้าไปซื้อกระถาง ต่อไป  หลังจากซื้อกระถางเสร็จ ก็ขับรถกลับบ้าน


   ไม่นานนัก รถต้นไม้ก็มาถึงเป็นคันแรก 






ต้นนี้ขอปลูกไว้หน้าบ้าน ด้วยความชอบ และ ด้วยที่หน้าบ้านโดดแดด เกือบทั้งวัน เมื่อหาที่ลงได้แล้วก็เริ่มลงมือขุดกันครับ





คนเดียวไม่ไหว อันนี้ต้องขุดหลุมใหญ่หน่อย สามคนช่วยกัน






แป๊ปเดียวเสร็จแล้ว สามัคคีคือพลัง






เอายกต้นไม้มาลง ตอนยกนี่หลายคนหน่อย เพราะหนักมาก






แล้วก็วางลงหลุมไป






หมุนปรับ มุมหน่อย อยากได้มุมไหน






ไหนลองออกไปดูนอกบ้านซิ





มุมนี้แหละครับ สิ้นเสียง ผม คนงานก็เริ่ม ตีเสาไม้ค้ำ  ร้านนี้โหดร้ายหน่อยตีเสาค้ำลงต้นไม้ตรงๆเลย






จากนั้นก็เกลี่ยดินลงไปจนเต็มหลุม






   จากนั้นคนงาน ส่วนหนึ่งก็ เดินไปขุดหลุมต่อไป ซึ่งเป็นที่อยู่ของต้น " ปี๊บ "  ต้นที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวครับ (อีกแล้ว) ด้วยใบที่เล็กละเอียด ดูพลิ้วไหวเวลาลมพัด กับ ดอกสีขาวห้อยเป็นพวง ในหน้าหนาว ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ

หลังจากบอกว่าจะลงตรงไหน เดินกลับมาดูต้น ลีลาวดี เผลอแป๊ปเดียว พวกก็แบกต้นปี๊บ เดินดุ่มๆ เข้าไปในสวน เร็วมากครับ ใช้เวลาขุดดิน ไม่ถึงสองนาที  ส่วนต้นซ้ายมือที่เห็น เป็นไทรเกาหลีครับ กะจะเอามาลงใส่กระถางปูน วางปิดตรงประตูหน้าบ้าน จะได้ดูเป็นส่วนตัวขึ้นนึดนึง





กลับมาที่ต้นปี๊บ วางลงหลุมเสร็จก็เล็งล่ะครับ คราวนี้คุณนายมายืนเล็งด้วย เนื่องจาก คราวที่แล้วต้นพยูง ลงไม่ตรงนัก 





จากนั้นก็ ตีไม้ค้ำ ตามระเบียบครับ 
สองต้นคู่กัน ปี๊บ กับ พยูง ต้นเล็กกระจิ๋วทั้งคู่  เมื่อไหร่จะโตน้าาาา






อีกซักมุม





มุมนี้ดูโล่งๆ จัง





ต้นกระจิ๋วเดียว เมื่อไหร่จะโตก็ไม่รู้  ด้วยความใจร้อนครับ ผ่านมาสักเดือนเจอต้นปี๊บ ใหญ่เบิ้ม ราคาเพิ่มอีกเท่าเดียว แต่ไม่ทันแล้วครับ ลงต้นนี้ไปแล้ว เจ็บใจมาก เสียดายสุดๆ  ส่วนต้นพยูงหาต้นใหญ่ๆ ไม่ค่อยมี


กลับมาดูต้นลีลาวดีกันครับ ลงเสร็จแล้ว ดูโดดเด่น เป็นสง่ามาก





   หลังจาก ลงต้นไม่เสร็จ คนลงต้นไม้ก็กลับไปหมด จากนั้นไม่นาน กระถางปูนที่สั่งไว้ก็มาส่ง งานงอกล่ะซิครับ คนปลูกกลับไปหมดแล้ว แล้วใครจะช่วยผมปลูกล่ะที่นี้ เพราะที่คุยไว้ร้านต้นไม้จะปลูกให้ด้วย นั่นคือ "ต้นไทรเกาหลี" ครับ กะว่าจะปลูกบังหน้าบ้านซักหน่อย เพราะดูโล่งเกิน



 นี่ครับ ตั้งรอไว้แล้ว แต่กระถางมาไม่ทัน





 ดินพร้อม  แต่ในถุงแทบไม่มีดินจริงๆ เลย มีแต่เศษไม้ ใบก้ามปู แกลบ เนื้อดินจริงๆ น้อยมาก แล้วแบบนี้เรียกดินได้ยังไง งง แต่ก็นะ ไม่รู้จะไปหาที่ไหน






   เมื่อไม่มีคนปลูกก็ต้องลงมือเองล่ะครับ ไม่ยากซักเท่าไหร่ แต่เล่นเอาหอบเลย ผลก็ออกมาอย่างที่เห็นล่ะครับ  บังรั้วตรงไหน แทบไม่ได้บังเลย โปร่งซะขนาดนั้น เซ็งครับ ซื้อต้นเล็กไปนิด ไหนๆก็ ไหนๆ แล้ว ขุ่นซะหน่อยคงจะโตขึ้น






อีกซักมุม






     อยากจะบอกว่า สนามหญ้าเขียวๆ สดๆ สวยๆ  ณตอนนั้น ถึงตอนนี้ ไม่เขียวแบบนั้นแล้วครับ เหลืองตายเป็นย่อมๆ ครับ เนื่องจากอะไรไม่รู้ แล้วหญ้าก็ไม่แน่น เหมือนเดิม แต่ที่เดาน่าจะมาจากเพราะตอนปลูกหญ้า ร้านที่ปลูกให้ แทบจะไม่ได้ลงดินดำให้เลย ลงให้น้อยมากๆ แล้วก็ไม่มีการลงทรายให้ด้วย คงทำให้ดินมันแข็งมากและไม่มีสารอาหาร รึเปล่า ทั้งๆ ที่ผมก็ใส่ปุ๋ยอยู่นะ หรือว่ารดน้ำน้อยไป ปกติรดแค่วันล่ะครั้ง ตอนเย็น

  ใครพอจะรู้บ้างว่าทำไงจะทำให้เขียว สวย ได้เหมือนเดิม บอกผมที่




Create Date : 17 ธันวาคม 2557
Last Update : 13 มกราคม 2558 16:05:04 น.
Counter : 609 Pageviews.

0 comment
ถึงเวลา ต้นไม้ต้นแรก
้็  สวัสดีครับ หลังจากบ้านเสร็จผมก็หายหัวไปนานเลย จริงๆก็อยากจะเขียน blog ต่อเรื่อยนะครับ แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรดี หลังบ้านเสร็จก็ไม่ค่อยมีอะไรมากครับ ซื้อเฟอร์แต่งโน่นนิดนี่หน่อย ไปเรื่อยๆ บ้านก็เริ่มร้าว สีเริ่มร่อนตามคอนเซป บ้านโครงการ เดี๋ยวผมจะมารีวิว พวกอุปกรณ์ สุขภัณฑ์ ต่างๆแล้วกันนะครับ

  วันนี้ขอมานำเสนอ เรื่องต้นไม้ก่อนแล้วกันนะครับ ย้อยเวลากลับไปเมื่อกันยายน ปีที่แล้ว หลังจากบ้านเสร็จโครงการปลูกหญ้าให้เรียบร้อย ไม่นานนักผมก้เริ่มมองหาต้นไม้มาลงครับ เนื่องจากมันดูโล่งๆ ร้อนๆ ยังไงชอบกล ต้นที่เล็งๆไว้ ก็ตามสมัยนิยมครับ ลีลาวดี  ปีบ ต้นปีบนี้ชอบเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว จากนั้นก็เริ่มออกตระเวนหาครับ ไล่ดูร้านไปเรื่อยๆ ถามราคาไปเรื่อยเปรียบเทียบกัน ถามราคาต้นปีบ แต่สุดท้ายได้ต้นนี้มาครับ

ต้นไม้ต้นแรกของบ้าน  "  พยูง " ได้มาแบบมึนๆ งงๆ

ที่เลือกต้นนี้มาก็เพราะเห็นว่าเป็นหนึ่งในไม้มงคลครับ อีกอย่าง ช่วงนั้น ไม้พยูงกำลังฮิตมากครับ โดนจับกันบ่อยเหลือเกิน ก็เลย เอามาปลูกไว้ที่บ้านซะเลยครับ แพงดีนัก
ก็ตามปกติของการลงต้นไม้นะครับ ขุดหลุม ลงต้นไม้ กลบดิน แล้วก็ตีไม้ค้ำ



เริ่มจากขุดหลุมครับ  สองคนช่วยกัน

  เสื้อม่วง1  : เองขุดดีๆ ดิวะ
  เสื้อม่วง2  : เองก็มาทำให้ดูดิว่ะ เหนื่อยนะเว้ย!






เสื้อม่วง 2   : นี่ๆ ทำแบบนี้ ทำแบบนี้
เสื้อม่วง 1   : ไหนๆ ทำแบบไหน เออ จริงด้วยว่ะ ทำต่อไปดิ







ไม่นานนักหลุมก็ถูกขุดเสร็จ (จะนานได้ไงหลุมเล็กนิดเดียว)
ส่วนต้นอ้อย กับต้นกล้วยที่เห็นนั้น ตั่งแต่ลงเสาเอกครับ ยังจำกันได้ไหม ผ่านไปปีกว่าได้แค่เนี๊ยะ





หลังจากนั้นก็ไปแบกต้นไม่มาครับ ต้นเล็กนิดเดียว คนเดียวแบกสบายมาก






วางลงไปในหลุม เล็งเหลี่ยมให้ดี จะเอามุมไหน





กลบดิน





แล้วก็ตีไม้ค้ำครับ ร้านนี้ดีหน่อยครับ ตีไม้ล้อมต้นไม้เลย ไม่ตีตะปูเข้าไปที่ต้นไม้ตรงๆ แล้วก็รดน้ำ






เสร็จแล้วครับ ต้นไม้มงคลต้นแรกของบ้าน ที่ปลูกหลังบ้านเสร็จ




 แต่เดี๋ยวก่อน

ผม         : เฮี้ยน้อง มันดูเอียงๆปะ
เสื่อม่วง2 : แบบนี้แหละพี่ ต้นมันยังไม่ค่อยแข็งแรง
ผม         : เหรอ แล้วนานไป มันจะตรงไหม
เสื่อม่วง2 : เดี๋ยวพอมันพื้นตัว ซักพักมันก็ตรงเองพี่
ผม         : โอเค..











............. จนถึงวันนี้ ปีกว่าแล้วซินะ ต้นมันก็ยังไม่ตั้งตรงซักที่ เมื่อไหร่มันจะแข็งแรงซักทีน้าาาาาาา






Create Date : 12 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 13 มกราคม 2558 16:04:35 น.
Counter : 493 Pageviews.

0 comment
บ้านโครงการสไตล์ Loft "ข้อคิดของคนอยากซื้อบ้านกับโครงการ"
  สวัสดีครับ หายหน้าไปนาน ช่วงนี้ยุ่งมากกับการทำงาน ไม่มีเวลาอู้เลย กลับบ้านไปก็ยังไม่ได้ติดเน็ตเลย เลยไม่ได้มาเขียนต่อซะที่  ถึงวันนี้ผมเข้าอยู่บ้านมาได้ เดือนกว่าแล้ว แต่ยังแต่งบ้านกันไม่เสร็จเลย เหล็กดัดก็ยังไม่มาติดซะที่ ใจจริงไม่อยากติดเลยครับ ดูขัดตายังไงไม่รู้ แต่ก็จำเป็น เพราะขโมยชุมเหลือเกิน ขนาดบ้านอยู่ในดครงการแท้ๆ มีรั้วรอบโครงการ มียามดูแล 24 ชม. ยังโดนกันไปแล้ว ตั้ง 6 หลัง ตอนกลางคืนล้วนๆ เลยไม่ค่อยอุ่นใจครับ ไม่สวยก็ไม่สวย ติดเพื่อความอุ่นใจ เพื่อขลอเวลา หรืออาจทำให้โจรมันเปลี่ยนใจ ขี้เกียจงัดเหล็กดัด แต่ถ้ามันตั้งใจมาเอากันจริงๆ คงต้องยอมมันล่ะครับ 

  ส่วนสวนตอนนี้ก็ระดมลงต้นไม่อยู่ครับ เดี๋ยวว่างๆ จะมาอัพให้ดูกันแล้วกัน วันนี้ขอพูดถึง ประสพการณ์จากการซื้อบ้านโครงการ จากการได้เข้าไปอยู่ และจากการไปประชุมเพื่อจัดตั้งนิติบุคคล ให้ฟังแล้วกันนะครับ เพื่อว่าเพื่อนๆท่านใดจะซื้อบ้านโครงการจะได้เอาไปเป็นประโยชน์ได้ครับ 

ก่อนจะซื้อบ้านโครงการ
   1. สัญญา  เิริ่มกันตั้งแต่ จอง  ทำสัญญา วางมัดจำ ดาว์น ดูสัญญาและเงื่อนไขให้ดีครับ จองแล้ว ทำสัญญาภายในกี่วัน ถ้าไม่เอา หรือกู้แบงค์ไม่ผ่าน คืนเงินไหม คืนเท่าไหร่ เต็มจำนวนไหม ดูให้ละเอียดครับ

   2. วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง และ สเปคบ้าน  อันนี้ลองเอามาศึกษาดูครับ ว่าวัสดุที่ใช้ดีหรือห่วยแค่ไหน สมราคาบ้านไหม นั่งดูและคิดเล่นๆ ก่อนตัดสิ้นใจซื้อครับ

   3. ราคาเทริน์ของ  ต่อเนื่องจากหัวข้อข้างบนครับ วัสดุ หรือ อุปกรณ์บางอย่างที่เราไม่เอา หรือเห็นว่าไม่ดีไม่อยากได้ เอาราคาเทริน์มาล่วงหน้าเลยครับ อย่ารอตอนสร้างเสร็จ ราคามันจะเหลือนิดเดียวครับ เช่นห้องน้ำผม ทั้งห้อง ราคา 20,000 แล้วคิดดูว่ามันจะห่วยแค่ไหน  โดยหลักที่เห็นเปลี่ยนกันบ่อยก็จะมี ประตู หน้าต่าง สุขภัณฑ์ พื้น ซิ้งค์ล้างจาน หลักๆที่เห็นก็มีเท่านี้ครับ คุยราคากันก่อนเลย จะได้ไม่ต้องมาทะเลากันที่หลัง 

   4.  กำหนดเสร็จ อันนี้สำคัญมาก กำหนดเสร็จต้องมีในสัญญา ใครจะหาว่าเรื่องมากก็ช่างครับ สัญญาปากเปล่าไม่ช่วยอะไร  ระบุให้ชัดเจนครับ เสร็จเมื่อไหร่ เสร็จแล้วตรวจงานแล้วไม่ผ่าน แก้ไขให้ผ่านภายในกี่วัน โอนได้หลังจากตรวจรับแล้วภายในก็วัน แล้วถ้าไม่เสร็จตามกำหนด จะชดเชยอะไรให้บ้าง อย่าคิดว่าเยอะครับ ไม่เยอะเลย กับการเสียเวลา และเสียสุขภาพจิตเมื่อบ้านไม่เสร็จ ดั่งเช่นผม กว่า 7 เดือนที่เสียเวลา ต้องเข้าไปดูบ้านเกือบทุกวัน เสียค่าเช่าห้อง ต่างๆนาๆ น่าเบื่อครับ เพราะฉะนั้น เขียนเป็นสัญญามาเลยครับ สบายใจทั้งสองฝ่าย

   5. สาถารณูปโภคต่างๆ ไฟฟ้า รปภ ระบบประตูเข้าออกแบบไหน สโมสร สระว่ายน้ำ สปอร์ตคลับ  หลายๆอย่าง จะเสร็จเมื่อบ้านเสร็จ แต่บางอย่างควรเสร็จ และได้เห็นก่อนตัดสินใจซื้อ เช่นโครงการผม ก่อนซื้อบอกว่ามีสระว่ายน้ำเล็กๆ กับฟิตเนส 2 ชั้น ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ ณ.ตอนนี้ บ้านทุกหลังโอนหมดแล้ว เหลือแค่ลมปาก มีแค่สระว่ายน้ำเล็กๆ เล็กจริงๆครับ เด็ก 5 ขวบลงไปยืนน้ำสูงแค่เอว ตื้นกว่าบ่อปลาคราฟ ของบางบ้านอีก ส่วนฟิตเนส ไม่มีอีกต่อไป บ้านที่นี้ ไม่มีหลังไหนราต่ำกว่า 2.5 ล้านเลยครับ โดยมาก 3 ล้านขึ้นทั้งนั้น 2.5 ล้าน เฉพาะตอนเปิดตัวโครงการแค่นั้นครับ  บางโครงการท่านจะเห็น สระว่ายน้ำ สโมสร เสร็จก่อนที่จะขายบ้านอีกครับ แบบนั้น แน่นอนกว่าครับ เห็นของแล้วค่อยซื้อ 

   6.  ความปลอดภัย ต่อเนื่องจากข้างบนครับ  รปภ. ที่นี่ห่วยมากครับ 2 คนต่อกะ 2 กะต่อวัน ประตูเข้าออก2 ทาง หน้า-หลัง ตอนนี้ปิดประตูหลังซะแล้ว กลับมา 5 ทุ่ม รปภ. นังหลับซะแล้ว ซื้อบ้านโครงการ แน่นอนคุณต้องการเรื่องความปลอดภัย แต่เท่าที่อยู่มาไม่รู้สึกปลอดภัยเลยครับ ค่าส่วนกลาง ตร.วา ล่ะ 10 บาท ผมโดนไปเดือนละ 1200 กว่าๆ นอนผวาตืนกลางดึกทุกคืน เพราะกลัวโจร ไม่มีความสุขเลยครับ แถมรั้วข้างบ้าน เตี้ยมาก สุ่มเสี่ยงต่อการปีนเข้าเป็นอย่างมาก เพราะด้านข้าง กับด้านหลัง ติดพื้นที่ของโครงการ แต่ไม่ได้จัดสรรเข้ามาในโครงการหมู่บ้าน ตอนนี้ใช้ตั้งเป็นสำนักงานอยู่ กลางคืนมืดมาก เหมาะเป็นทางโจรอย่ายิ่ง และคิดว่าเป็นทางโจรมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง แก้ไขไม่ได้ครับ 

   7. โฉนดที่ดินรวมทั้งโครงการ สืบเนื่องจากข้อ 6 เนื่องจากตอนซื้อดูแค่แปลนของโครงการที่ทำขายอย่างเดียว ไม่ได้ดูโฉนดตัวจริง ด้านข้างและด้านหลังบ้านส่วนนึงจิงติดกับที่กันออกของโครงการ แต่ในแปลนที่เอามาขาย จะมี่เฉพาะด้านหลังเท่านั้นที่ติดกับที่ที่กันออก เพราะรั้วด้านหลังจะยาวไปสุดถึงป้อมยามหน้าหมู่บ้าน ส่วนด้านข้างก้จะติดกับถนนยาวไปถึงทางเข้าหน้าหมู่บ้าน แต่ตอนนี้ไม่ใช้ เพราะพอดูโฉนดแล้ว มันไม่ตรงกับแปลยที่ทำมาขาย พูดไม่ออกเลยครับ เพราะถ้าเห็นโฉนดรวมก่อน รั้วด้านนี้ต้องทำเป็นรั้วทึบ และสูง 2.5 เมตรเท่ากับหลังบ้าน แต่นี่ทำเป็นรั้วโปร่ง สูงแค่ 1.5 เมตรเอง เศร้าจริงๆ 

   8. นิติบุคคล  สุดท้ายแล้ว หมู่บ้านจะต้องจัดตั้ง นิติบุคคลขึ้นเพื่อดูแลจัดการ บริหารกันเองภายในหมู่บ้าน โครงการจะโยนทุกอย่างให้กับนิติบุคคลดูแลทั้งหมด แต่การจัดจั้งนิติบุคคลนั้น ยากมากครับ ประชุมลูกบ้าน ไม่เคยจะมาครบ คนที่ให้ความร่วมมือมาทุกครั้ง พอนานเข้าก็เริ่มเบื่อหน่าย มาถึงก็ทะเลาะกัน คนนู้นจะเอาอย่างนู้น คนนี้จะเอาอย่างนี้ ปวดหัวมากครับ จองผมเพิ่งประชุมครั้งแรกไป ยังมาไม่ถึงครึ่งเลย รอดูประชุมครั้งที่สองจะมาเยอะซักแค่ไหน 


  เท่าที่เจอมาหลักๆ ก็จะมีแค่นี้ครับ ส่วนตัวบ้าน ตอนนี้ก็เริ่มร้าวตามอัธยาสัย สีเริ่มร่อนบ้างพอสวยงาม พื้นไม้ด้านบนเริ่มไม่สามัคคีแยกออกจากกันบ้าง ตามสมควร รอซักพักก็คงจะต้องเรียกโครงการมาดูล่ะครับ ว่าจะแก้ยังไงต่อไป 



Create Date : 15 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2556 11:08:27 น.
Counter : 2148 Pageviews.

1 comment
บ้านโครงการสไตล์ Loft "ข้อคิดของคนอยากมีบ้าน"
       หายหน้าไปนาน ไม่ได้เข้ามานานเลยครับ ช่วงนี้งานเยอะมาก บวกกับเริ่มย้ายของเข้าบ้านแล้ว เลยไม่มีวลาเข้ามาเลยครับ วันนี้แอบอู้งาน แวะมาซักแป๊ปนึง มาแนะนำข้อคิดเล็กๆน้อย สำหรับคนที่คิด หรือกำลังจะตัดสินใจซื้อบ้าน  โดยสิ่งที่จะเขียนตอไปนี้มาจากความเห็นสวนตัวล้วนๆ พร้อมกับประสบการณ์ตรงที่เจอมานะครับ อ่านเอาไว้เป็นข้อคิดพอ อย่าได้ยึดถือเป็นจริง 100% เพราะบางอย่างก็ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไปกับคนทุกคน และบ้านทุกๆหลัง

      สำหรับการสร้างบ้านเองโดยที่ท่าน ติดต่อ ผู้รับเหมามาสร้างเอง หรือติดต่อบริษัทรับสร้างบ้านก็ตามแต่ อันนี้ไม่ขอกล่าวถึง เพราะไม่ได้สร้างแบบนั้น ไม่มีประสบการณ์ตรง ผมจะขอกล่าวถึงเฉพาะบ้านผมที่ซื้อผ่านโครงการเท่านั้น โครงการของผม อาจจะดีกว่า หรือแย่กว่าโครงการของท่านไม่ขอเปรียบเทียบแล้วกันนะครับ 


    สำหรับการจะซื้อบ้านโครงการซักหลัง ก่อนที่จะตัดสินใจ มีข้อคิดต่างๆดังนี้ครับ

1. ท่านอาจจะไม่ต้องเสียเวลามาดูบ้านในระหว่างสร้างบ่อยนัก ถ้าท่านไม่ได้เรื่องเยอะเหมือนผม จ่ายเงินดาว์นไปเรื่อยๆ แล้วรอบ้านเสร็จ แต่ผู้รับเหมาหมกเม็ดอะไรไว้บ้างก็ไม่รู้ สเปคโครงการที่ให้ท่านดูตอนซื้ออย่าง แต่ผู้รับเหมาใส่อีกอย่างให้เรา อย่าลืมว่าโครงการก็จ้างผู้รับเหมาทำเหมือนกัน 

2. อย่าคาดหวังว่าบ้านของท่านซื้อจากโครงการที่ดูดี มีชื่อเสียงแล้วมันจะดี จำไว้ว่า เจ้าของโครงการ ไม่เคยมาดูบ้านที่สร้างหลอก มีแต่แค่ช่าง กับผู้รับเหมาทั้งนั้น ที่มาดู ผู้รับเหมาหมกเม็ดอะไรไว้ ท่านไม่รู้หลอก อย่าได้หวังพึ่งวิศวกรเลย เกือบทั้งหมด จบใหม่แทบทั้งนั้น ความรู้ที่มีมา ก็หาเอาจาก อากู๋เหมือนท่านนี่แหละ เผลอๆ รู้น้อยกว่าท่านด้วยซ้ำไป แถมวันไหนอากาศร้อนหน่อย ก็นั่งเลยเฟส อยู่ในออฟฟิสดีกว่า ไม่ร้อนดี ฮิๆ 
3. ไม่ต้องวุ่นวายกับการเดินเรื่องต่างๆ  เพราะมีคนดำเนินการให้เสร็จ  เตรียมแค่เอกสารอย่างเดียว แล้วยื่นให้โครงการไป เค้าจัดการให้หมด สบาย 

4. ไม่ต้องวุ่นวายกับแบบบ้าน สเปคๆ ต่าง ให้ปวดหัว เพราะบ้านโครงการ มีอย่างมากไม่เกิน 4 แบบ แบบก็คล้ายๆกัน ต่างกันแค่ขนาด และพื้นที่เท่านั้น นอกจากบางโครงการที่ไม่เจาะจงเรื่องแบบบ้าน ท่านจะเอาบ้านแบบไหนมาสร้างก็ได้ ตามแต่ใจต้องการ นั่นก็อีกเรื่องนึง 

5. ไม่ต้องวุ่นวายกับช่าง มันจะหนีรึเปล่า เราไม่เดือดร้อน โครงการต่างหากที่เดือดร้อน เราอาจแค่เสียเวลาบ้างถ้าช่างมันหนี แล้วก็อาจโชคดี ได้ช่างชุดใหม่ที่ฝีมือดีกว่าเดิม หรือโชคร้ายได้ช่างฝีมือห่วยแตกมา 

6. บางโครงการอาจจะมีสโมสร สระว่ายน้ำ ซึ่งสมาชิกใช้ฟรี หรือเสียค่าบำรุงเพียงน้อยนิด ก็ตามแต่ตกลง แต่ก่อนซื้อบ้านท่านควรจะเห็นสโมสรที่เสร็จแล้วก่อน อย่าได้หลงเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้น หลังจากที่บ้านสร้างเสร็จหมดแล้ว ไม่มีทางครับ เห็นมาหลายโครงการแล้ว หรืออย่างดีก็เล็กกระจึ่งนึง เฉกเช่นสระว่ายน้ำโครงการผม นึกว่าบ่อเลี้ยงปลาทอง เล็กและตื้นซะ เด็กลงไปยืน ลึกแค่เข่าเอง น่าเศร้าใจ 

7. บ้านจัดสรร ยังไงก็คือบ้านจัดสรร ซื้อบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน ใช้ครับ บ้านเดี่ยวจริง มีทีดินรอบบ้าน แต่ขอโทษเถอะ ที่ดินรอบบ้านที่เหลือ กว้างเท่าหมาดิ้นตาย ห่างจากตัวบ้านโดยรอบ แค่ ไม่ถึง 2 เมตร ตามกฎหมายกำหนด ซื้อที่ดินเพิ่ม ตารางวาล่ะ 15000 ขึ้นทั้งนั้น แพงเว่อร์ แต่ก็ต้องจำยอม เพราะถ้าไม่ซื้อ บ้านเดี่ยวก็ไม่ได้ต่างอะไรนักกับบ้านทาว์เฮาส์ ต่างก็แค่ ผนังไม่ติดกัน มีกำแพงกั้นก็แค่นั้น นั่งอยู่ในบ้านคุยกันดังหน่อย เสียงก็ลอยไปบ้านข้างๆอยู่ดี จะหาความเป็นส่วนตัวดังที่โครงการโฆษณามีซะที่ไหน  


8. ค่าส่วนกลาง เก็บล่วงหน้า 3 - 4 ปี แน่นอน แต่จะมีนิติบุคลมาดูแลเมื่อไหร่ไม่รู้ อยู่ที่สมาชิกในหมู่บ้านตกลงกัน บางหมู่บ้าน นานจนเงินส่วนกลางที่เก็บไปใช้หมดแล้ว ยังไม่มีนิติบุคคลเลยก็มี

9. บ้านในโครงการมีรั้วรอบด้าน แต่ใช่ว่าจะปลอดภัย 100% เห็นทุกบ้านติดเหล็กดัดเหมือนกันหมด และระหว่างสร้าง ใครเข้าใครออกก็ไม่รู้ สร้างเสร็จแล้ว ต่อให้มีรั้วกัน มีคียการ์ดเข้าออก ยามมันก็เปิดให้คนนอกเข้าได้อยู่ดี ถึงมันไม่เปิด โจรมันก็ปีนกำแพงข้ามมาได้อยู่ดี เพราะยามมันมองไม่เห็น แถมบางที่หลับซะอีก รถจะเข้าหมู่บ้านต้องเปิดกระจก เรียกเบาๆ เดียวยาม จะตกใจ เกรงใจเค้าคนกำลังพักผ่อน หมู่บ้านผม โดนไปสามหลังแล้ว กลางคืนล้วนๆ แถมเจ้าของบ้านก็นอนอยู่ในบ้านด้วย    

10. ถึงจะเป็นหมู่บ้านที่มีราคาบ้านแต่ละหลัง สูงพอสมควร  แต่สมาชิกในหมู่บ้าน ร้อยพ่อ พันแม่ ต่างคน ต่างจิตใจ ต่างนิสัย ต่างที่มา บางบ้านเห็นแก่ตัว บางบ้านเลี้ยงหมาอย่ากะโรงเพาะพันธุ์ บางบ้านปล่อยหมาออกไปขี้บ้านคนอื่น บางบ้านกินเหล้าเสียงดังมันทุกวัน สาระพันปัญหาครับ ได้เพื่อนบ้านดีก็ดีไป ได้เพื่อนบ้านห่วยก็ซวยกันไป 

11. สมาชิกร้อยหลัง มีถึงสิบหลังไหมที่จะรู้จักกัน ผมว่าไม่ถึงแน่นนอน ซอย1 ซอย2 ข้ามซอยไปก็ตัวใครตัวมันแล้ว อย่าคิดว่าเพื่อนบ้านจะพึ่งได้เสมอไป พึ่งระลึกไว้เสมอว่าการพึ่งตัวเองดีที่สุด บ้านเยื้องกันแท้ๆ ยังไม่คุยไม่ทักกันเลย 

12. บ้านเดียวทุกหลัง มีที่จอดรถในรั้วบ้านหมด แทบทุกหลังจอดได้ 2 คันหมด แต่จะแคบ จะกว้างก็แล้วแต่แบบบ้านที่ท่านเลือก  โดยปกติก็มีรถบ้านล่ะ 2 คันกัน บางบ้านเห็นมีมากกว่า 2 แล้วคันที่สามล่ะ จะไปจอดไหน ก็หนีไม่พ้น หน้าบ้านนะซินะ บางบ้านโรงจอดรถ จอดได้ 2 คัน แต่จอดในบ้านแค่คันเดียว อีกคันจอดข้างนอก หน้าบ้านตูใครจะทำไม  เห็นแก่ตัวไหมล่ะ แถมซอยก็แคบเหลือเกิน เลี้ยวรถออกจากบ้าน แถบจะไม่พ้น ต่างไหมล่ะ กับการอยู่ทาวเฮาส์

        ที่กล่างมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้หมายความว่าบ้านโครงการไม่ดี แต่อยากให้ลองคิดดูดีๆครับ สำหรับกรณีผม ผมเสียเวลาแทบไม่ต่างจากการที่สร้างบ้านเองเลย เนื่องจากต้องคอยมาดูความคืบหน้า และอะไร ต่ออะไรที่มันไม่ถูกต้อง ในระหว่างสร้าง แถมผู้รับเหมาของโครงการ ก็เป็นผู้รับเหมาทั่วๆไป ที่มีอยู่ตามท้องตลาด แรงงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นต่างชาติซะส่วนใหญ่  ถามว่าทำได้ไหม ทำได้ครับ ก่ออิฐ ฉาบปูนนะทำได้ แต่ทำได้ไม่ดีเท่าช่างไทยหรอก แถมไม่รู้เทคนิคต่างๆ เหมือนช่างไทยอีก ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากการที่ท่านต้องไปนั่งหาผู้รับเหมาเอง แค่ไม่เสียงกับการโดนผู้รับเหมาทิ้งงานก็แค่นั้น

      แถมราคาที่ดินและบ้าน กับวัสดุที่ใช้นั้น คนล่ะเรื่องเลยครับ ราคาบ้านแพงมาก แต่วัสดุจีนทั้งนั้น เอาถูกเข้าว่าคุณภาพช่างมัน ห้องน้ำทั้งห้อง สุขภัณฑ์ บวกกระเบื้อง ราคาแค่ 20,000 ไปหาซื้อเอามาจากที่ไหนไม่ทราบ พวกใช้ซักโครกตัวละ สามพัน บ้านราคา สามล้าน ต่างได้ใจ ยังมีแกรนิตโต ตารางเมตรล่ะ 180 บาทอีก เมดอินไซน่าล้วนๆ ซึ่งต่างกับบ้านสร้างเองเลย  ราคาขึ้นอยู่กับ คุณภาพของวัสดุที่ท่านเลือกใช้ เพราะท่านเลือกได้เลยที่จะ เหมาแค่ค่าแรงช่าง หรือ เหมาค่าของรวมไปด้วย แล้วแต่ตกลง 


   ข้อดีจริงๆของบ้านโครงการ ที่ดีจริง ก็คงจะเป็น

1.  มีรั้วรอบหมู่บ้านนี่แหละครับ เพราะอย่างน้อย ท่านก็แน่ใจว่า รอบๆบ้านท่าน ภายในรั้วโครงการ เป็นบ้านอยู่อาศัยเท่านั้น ไม่มีโรงงาน หรือตึกมาตั้งอยู่ อาจจะมีบางบ้านที่เปิดร้านขายของชำ อันนั้นก็ไม่ว่ากัน ถือเป็นความสะดวกเล็กๆ น้อยๆ ในหมู่บ้าน  

2. และการที่มีรั้วรอบเช่นนี้  ท่านก็สามารถที่จะปล่อยให้ เด็ก ปั่นจักรยานได้โดยไม่ต้องกังวลกับรถที่ วิ่งนัก อย่างน้อยก็มีแค่รถเข้าออกในหมู่บ้าน คันไหนขับเร็วเกินไปก็เตือนกันเอง ก็คงจะพอทำเนาได้บ้าง ไม่เหมือนอยู่ในซอย หรือติดถนนใหญ่ แบบนั้นหมดสิทธิ์

3. เด็กๆ มีอีกหนึ่งสังคม นอกจากเพื่อนที่โรงเรียน คือเพื่อนในหมู่บ้าน เพื่อนที่โรงเรียน พ่อ แม่ไม่สามารถดูแลได้ตลอด แต่เพื่อนในหมู่บ้าน อย่างน้อยเราก็รู้จักบ้านเพื่อน หรือมากกว่านั้นก็รู้จัก พ่อ แม่ของเพื่อนๆลูก ไปไหนมาไหนก็ยังอยู่ในสายตาอยู่บ้าง 

4. ความสงบเงียบ และความเป็นส่วนตัวของสภาพแวดล้อมรอบบ้าน เนื่องจาก นอกรั้วบ้านท่านไป ยังมีรั้วโครงการอีกนึ่งชั้น แน่นอนว่า ภายในรั้วโครงการนี้มีแค่คนในหมู่บ้านเท่านั้น ถ้าหมู่บ้านท่านไม่ใช่ซอยที่สามรถทะลุออกไปซอยอื่น หรือเป็นทางลัด ที่เป็นเป็นสาธารณะให้คนทั่วไปได้สัญจร หมู่บ้านท่านก็จะแลดูสงบ ไม่ผลุกผล่าน กลางคืนเงียบเชียบ อย่าบอกใครเชียว 


พอจะมองเห็นข้อดี ข้อเสียงกันบ้างแล้วนะครับ ยังไงซะ ลองเปรียบเทียบ ข้อดี ข้อเสีย รวมถึงความจำเป็นของแต่ล่ะบุคคลดู ครับ ว่าแบบบ้าน แบบไหนเหมาะกับเรา แบบไหนที่เราต้องการ ที่ตอบโจทย์เราได้มากที่สุด ก็เลือกเอาแบบนั้นครับ บางคนมีครบทุกสิ่งอย่าง อยากมีบ้านแทบตาย แต่ด้วยความจำเป็น ด้วยวิธีชีวิตที่ตนดำเนินอยู่ ไม่สามารถที่จะมีบ้านเหมือนคนอื่นๆ อย่างที่ตัวเองฝันได้ก็มีถมไปครับ 

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการเลือกซื้อบ้าน ได้บ้านที่ถูกใจทุกท่านครับ 

ปล. ถ้าวันนึงผมมีเงินเยอะๆ ผมจะสร้างหมู่บ้านขาย สร้างบ้านตามใจฝันของคนทุกคน แล้วอย่าลืมมาซื้อบ้านจากโครงการผมนะครับ 












"เฮ้ย...............................................................ย     



 ตื่นได้แล้ว ไปทำงาน  มานั่งหลับอยู่นี่เอง หาตั้งนาน "




Create Date : 11 กันยายน 2556
Last Update : 9 ตุลาคม 2556 11:19:04 น.
Counter : 1520 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

GolfALPINA
Location :
ระยอง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]



มือใหม่หัดขับ
All Blog