|

เห็นข่าวชาลเก้ 04 ตัดสินใจต่อสัญญากับ เอดิน เชโก้ ออกไปอีก 1 ปีแล้ว ผมว่าดีลนี้มีทั้งมุมที่เข้าใจได้และมุมที่น่ากังวลเหมือนกัน เพราะต่อให้ชื่อชั้นและประสบการณ์ของเชโก้ไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้ว แต่การต้องกลับไปเล่นในบุนเดสลีกาตลอดทั้งฤดูกาลตอนอายุ 40 ปี มันก็ไม่ใช่งานเบาแน่นอน ส่วนตัวผมไม่ได้แปลกใจที่ชาลเก้เลือกเก็บเขาไว้ หลังจากย้ายมาร่วมทีมช่วงเดือนมกราคมแล้วทำได้ 6 ประตูจาก 11 นัด พร้อมมีส่วนช่วยพาทีมเลื่อนชั้น ผลงานระดับนี้ถือว่าตอบแทนความไว้วางใจได้ค่อนข้างชัดเจน แต่คำถามคือสิ่งที่เคยทำได้ในลีกา 2 จะนำมาใช้กับลีกสูงสุดได้มากแค่ไหน ใครยังไม่ได้อ่าน ลองดูรายละเอียดข่าวเต็มจาก GOALKOL มุมแรกที่ผมคิดว่าสโมสรให้ความสำคัญคงไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนประตู เชโก้ผ่านเกมระดับสูงมาเยอะมาก เคยเล่นในบุนเดสลีกากับโวล์ฟสบวร์ก รวมถึงผ่านพรีเมียร์ลีกและลีกใหญ่ในยุโรปมาแล้ว นักเตะแบบนี้น่าจะช่วยเรื่องการประคองทีมในช่วงที่สถานการณ์กดดันได้ดี โดยเฉพาะทีมเพิ่งเลื่อนชั้นที่อาจต้องเจอกับช่วงแพ้ต่อเนื่องหรือผลงานไม่เป็นไปตามเป้า ชาลเก้เองก็คงรู้ว่าการกลับมาบุนเดสลีกาครั้งนี้ เป้าหมายแรกอาจไม่ใช่การไปลุ้นพื้นที่ด้านบนทันที แต่คือการทำอย่างไรให้ทีมอยู่รอด การมีผู้เล่นที่เข้าใจเกม รู้ว่าควรเก็บบอลตอนไหน ดึงจังหวะอย่างไร หรือยืนตำแหน่งแบบไหนในกรอบเขตโทษ อาจมีประโยชน์มากกว่าการฝากความหวังทั้งหมดไว้กับกองหน้าดาวรุ่งที่ยังไม่เคยผ่านแรงกดดันระดับนี้ อีกอย่างคือการต่อสัญญาเพียง 1 ปี ผมมองว่าเป็นทางเลือกที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล สโมสรไม่ได้ผูกมัดตัวเองในระยะยาว ถ้าเชโก้ยังช่วยทีมได้ก็ถือว่าคุ้ม แต่ถ้าสภาพร่างกายเริ่มไม่ไหวจริง ๆ สัญญาก็ไม่ได้ยาวจนกลายเป็นภาระหลายฤดูกาล มันเหมือนเป็นการให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเองในบุนเดสลีกาอีกครั้ง โดยที่ชาลเก้ยังพอควบคุมความเสี่ยงได้ อย่างไรก็ตาม จุดที่ผมสงสัยคือชาลเก้จะวางบทบาทของเชโก้ไว้แบบไหน ถ้าคาดหวังให้ลงเป็นตัวจริงทุกสัปดาห์ วิ่งไล่กดดันกองหลัง และแบกเกมรุกตลอดฤดูกาล ผมว่ามีโอกาสหนักเกินไปสำหรับนักเตะวัย 40 ปี ต่อให้เจ้าตัวยังมีความกระหายและดูแลร่างกายดีแค่ไหน การฟื้นตัวหลังเกมก็คงไม่เหมือนตอนหนุ่ม ๆ แล้ว แต่ถ้าใช้เขาเป็นกองหน้าที่เลือกลงตามสถานการณ์ บางนัดออกสตาร์ต บางนัดลงมาช่วงท้าย หรือใช้เป็นตัวพักบอลเวลาเจอคู่แข่งที่แข็งกว่า ผมว่าภาพจะดูสมเหตุสมผลขึ้นมาก เชโก้อาจไม่จำเป็นต้องเล่นครบทุกนาทีเพื่อสร้างประโยชน์ให้ทีม ขอแค่ยังมีความเฉียบคมในกรอบเขตโทษและช่วยดึงตัวประกบให้เพื่อนก็มีค่าแล้ว เรื่องระบบการเล่นก็สำคัญเหมือนกัน ถ้าชาลเก้มีตัวริมเส้นที่เปิดบอลแม่น หรือมีกองกลางที่สามารถส่งบอลเข้าเขตโทษได้ต่อเนื่อง เชโก้น่าจะยังอันตราย เพราะจุดเด่นของเขาไม่ใช่การใช้ความเร็วหนีกองหลังอยู่แล้ว แต่เป็นการอ่านทางบอล การหาพื้นที่ และการจบสกอร์ ถ้าทีมส่งบอลไปไม่ถึงตัวเขา ต่อให้มีประสบการณ์มากแค่ไหนก็คงช่วยอะไรได้ไม่มาก อีกมุมหนึ่ง ผมว่าการเก็บเชโก้อาจมีผลต่อบรรยากาศในห้องแต่งตัวด้วย ทีมเพิ่งเลื่อนชั้นย่อมต้องการคนที่ช่วยรักษามาตรฐานและเตือนนักเตะคนอื่นว่าเกมระดับบุนเดสลีกาผิดพลาดง่ายไม่ได้ นักเตะรุ่นน้องอาจได้เรียนรู้จากวิธีเตรียมตัวและความเป็นมืออาชีพของเขา ซึ่งเรื่องแบบนี้อาจวัดออกมาเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่มีผลกับทีมตลอดฤดูกาล ถึงอย่างนั้น ชาลเก้ก็คงไม่ค
| Create Date : 05 สิงหาคม 2569 |
| Last Update : 5 สิงหาคม 2569 15:47:31 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 101 Pageviews. |
 |
|