พฤษภาคม 2562

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
วัยรุ่น กับ วัยวุ่น ๆ
สวัสดีจร้า...
แล้ววันนี้ก็มาถึง 555 นั่งนอนคิดมาหลายยามมม ว่าเมื่อไหร่จะเริ่มลงมือทำ และนี่คือ blog แรกที่คิดว่าหลาย ๆคนที่หลงเข้ามาอาจจะได้รับประโยชน์ไปพร้อม ๆกัน
ใครมีลูกอยู่ในช่วงวัยรุ่นบ้าง บอกเลยยยย ถ้าเด็ก ๆของคุณไม่ก่อกวนชวนประสาท นั่นถือว่าคุณให้เค้าเกิดมาพร้อมกับพรอันประเสริฐไพศาลมาก ๆ เพราะตอนนี้ เรื่องที่จะเข้ามาเล่าให้ฟังล้วนแต่เรื่องชวนหัว (เสีย) ทั้งสิ้น
     ก่อนจะเริ่มเรื่อง ขอเกริ่นว่า ทำไมถึงเข้ามาเขียนเรื่องเขียนราวในนี้นะคะ แล้วทำไมถึงมีเรื่องท่องเที่ยวเข้ามาเกี่ยวข้องจึงได้เริ่มลงมือเขียนบล๊อค
เนื่องจากลูก ๆตอนนี้กำลังจะเข้าสู่รั้วมหาลัยฯ กันทั้งคู่ ขุ่นแม่อย่างเราเลยว่างค่ะ ด้วยความที่เพิ่งจะออกจากงาน เลยอยากทำอะไรใหม่ ๆให้ตัวเองลองดูบ้าง ก็คงไม่เสียหายอะไร และประกอบกับระหว่างที่ยังทำงานประจำอยู่ ครอบครัวเราก็ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกันบ้าง และในทุก ๆครั้งของการท่องเที่ยว ตัวเองเป็นคนชอบถ่ายรูปและเก็บรายละเอียดเล็ก ๆน้อย ๆเกี่ยวกับทริปนั้น ๆไปด้วยเสมอ เพราะทุกครั้งของการท่องเที่ยว เราจะได้รู้จักกับสิ่งใหม่ ๆอยู่ตลอดเลย ได้เปิดโลกทัศน์ สร้างจินตนาการ และที่สำคัญคือ ได้ปลดปล่อยข้อจำกัดในชีวิตบางอย่างออกไป จนบางทีเริ่มรู้สึกว่า เวลาในการท่องเที่ยวของตัวเองทำไมมันน้อยนิดซะเหลือเกิน อยากให้มันมีต่อ ๆไปเรื่อย ๆหรือจนบางทีก็ไม่อยากจะกลับไปทำงาน กันเลยทีเดียว 555

มาต่อกัน ที่การเริ่มต้นสู่ถนนคนทำงาน และความขุ่นแม่กับสาววัยยี่สิบสาม...!!

เรื่องแรก: Big Mama คุณแม่ในวัยสาววว..!!!
Part #1: ด้วยเพราะความที่เป็นแม่ตั้งแต่อายุแค่ 23 เอาคร่าวๆคือ เรียนจบแล้ว ทำงานทันที พอทำงานได้ประมาณปีนึงแต่งงานเลย ไวใช่ป่ะคะ แต่บอกเลย มันมีทั้งดีและเสียค่ะ
สมัยก่อนนี้ ท้าวความไปสัก เกือบ ๆจะ สี่สิบปีนะคะ ด้วยความที่พ่อแม่มีน้อง ๆที่ต้องดูแลอีกสองชีวิต เค้าก็เลยหวังดีส่งเราเข้าไปอยู่ในโรงเรียนก่อนเกณฑ์ซะเกือบสองปี เลยเรียนจบเร็ว เพราะจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุเพียง 20 ย่างเข้า 21 ปี ตกใจใช่มั๊ยคะ นี่คือเรื่องจริงค่ะ แต่เราจะไม่เล่าว่าเราทำอะไรมาบ้างกับชีวิตก่อนเป็นแม่นะคะ เรามาเริ่มกันด้วยปัจจุบันดีกว่า..

Part #2: ความเปลี่ยนแปลง..
นึกภาพออกมั๊ยคะว่าเด็กสาวเต็มวัยคนนึงเพิ่งจะเรียนจบและเข้าทำงานทันทีหลังสอบเสร็จ ย้ำนะคะ ว่าเริ่มทำงานจริงจังจริง ๆเนี่ยะหลังสอบไฟนอลเสร็จแค่อาทิตย์เดียวจริง ๆ (ผู้เป็นบิดาเป็นคนไปจองงานไว้ให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ได้ถาม) พอมานั่งนึกถึงตอนนี้เสียดายเวลาชีวิตวัยสาวมากกกกกถึงมากที่สุดจริง ๆค่ะ มันมาระลึกอาลัยได้ว่า ช่วงชีวิตสุดเฟี๊ยวที่น่าจะเป็นได้ของเรามันหายไป
ไม่อยากเล่าแบบโลกสวยนะคะ ไม่ได้เสียใจที่ตัวเองมีลูกและเลือกที่จะแต่งงานเร็วหรอกค่ะ เพราะทุกวันนี้แค่มองดูคนรอบตัว เราก็คิดว่าตัวมีชัยไปกว่าค่อนชีวิตแล้ว เพราะอะไรเหรอคะ เพราะด้วยวัย สี่สิบ กับอายุของลูก ๆซึ่งกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยทั้งสองคน เรายังมีพลังและเวลาอีกพักใหญ่ ๆที่จะจัดการทำอะไรกับชีวิตต่อจากนี้ไปค่ะ...
*เดี๋ยวค่อยมาเล่าต่อตอนต่อไปนะคะ...

Part #3: ทำยังไงล่ะขุ่นแม่ เมื่อลูกชายไม่ยอมไปโรงเรียนและไม่เรียนตอนม. 5

เชื่อเถอะค่ะว่า ใจน่ะไม่สุขเลย ลูกชายวัย 17 อยู่ชั้นม. 5 ไม่เรียนค่ะ เค้าไม่เรียนจริง ๆ พยายามตะล่อมแล้วตะล่อมอีก และแอบหวังลึก ๆในใจว่าเค้าจะต้องกลับไปโรงเรียนและเป็นเด็กปกติเหมือนเด็กทั่วไปที่เค้าเป็นกัน สุดท้ายยังไงคะ ไม่เรียนค่ะ ถาม แล้วทำไง หลังจากกระวนกระวายแบบดีบ้าง ร้ายบ้างกับเค้าไปพักใหญ่ สุดท้ายไปอ่านหนังสือเจอว่า เราต้อง "ทำใจ" และ "ยอมรับ" ค่ะ เพราะตราบใดที่เรายังทำไม่ได้ เราก็จะอยู่ไม่สุขในแบบขุ่นแม่หรือมนุษย์แม่นั่นแหล่ะค่ะ อะไรทำให้เราทำใจได้ บอกเลย ไม่มีค่ะ เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พอสติเริ่มมา เราก็เฮร้ออออ รั้งไว้ ยื้อไว้ ก็มีแต่จะเหนื่อยทั้งบ้าน เลยถามเค้าว่าจะเอายังไงกับชีวิตตัวเองนะลูกชาย จะมานั่งให้แม่เลี้ยงดูโดยที่คุณไม่คิดจะทำอะไรเลย มันเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ อ๊อออ ลืมบอกไปค่ะ ว่าช่วงที่ยังไม่คุยกันเป็นเดือน ๆเพราะเค้าไม่ไปยอมไปโรงเรียนเนี่ยะ เค้าหมกตัวอยู่แต่ในห้องนอนเค้าเลยนะ เรียกว่า เข้างานคนละกะกับพ่อแม่พี่สาวเลย กลางวันอยู่แต่ในห้องนอน ไม่กิน จะออกจากห้องนอนก็ตอนที่ทุกคนในบ้านเข้าห้องนอนกันหมดแล้ว อ่ะ..มาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะมีคำถาม แล้วพ่อแม่ไม่คิดจะทำอะไรเลยเหรอ ทำไมถึงปล่อยให้เป็นแบบนั้น ใช่มั๊ยคะ มาค่ะ มีคำตอบ การที่เราจะไปนั่งโวยวายซ้ำซากกับเด็กวัยรุ่นเนี่ยะ บอกเลยค่ะ มันไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์เลยค่ะ เราอารมณ์เสีย เค้าก็ไม่ฟัง ยังไงก็ไม่ได้ข้อสรุป ดังนั้น ก็ตามที่อ่านหนังสือเจอ คือ ทำใจ แล้วก็ยอมรับ จนเวลาผ่านไปประมาณ สองเดือนกว่าขุ่นแม่เลยตัดสินใจจัดทริปสมานฉันท์ คือไปเที่ยวกันเพราะหวังด้วยใจยิ่งว่า เจ้าลูกชายตัวแสบจะกลับมาคุยด้วยและรับฟังอะไรจากเราให้มากขึ้น เพราะตลอดเวลาที่ล่วงเลยมา เค้าไม่คิดจะพูดอะไรกับเราเลย แม้กระทั่งตอนที่เราขอร้องให้เค้าบอกว่าเค้าต้องการอะไร จะเรียนอะไร และหลังจากนี้จะทำอะไร เค้ายังเขียนให้เราเป็น มายด์แมบเลยค่ะ ตรรกะสุดย๊อดดดดด แต่ขุ่นแม่ปวดใจมากค่ะตอนนั้น และเราก็ตัดสินใจไปลาออกจากโรงเรียนให้เค้าแล้วด้วยค่ะ เท่ากับว่า เค้าเรียนจบแค่ ม. 4 ค่ะ แต่ทริปกระชับมิตร มันเวิร์คค่ะ เค้าเริ่มฟังเรา เอาไปคิด และเริ่มกลัวว่าตัวเองจะไม่มีอนาคต จนเค้าเอาการเรียนแบบสอบเทียบม. 6 มาบอกเราว่าเค้าจะเรียนแบบนี้ เราเลยต้องยอมรับ และเปิดโอกาสให้เค้าค่ะ เพราะถือว่ามันคือสิ่งที่คุณเลือก อย่างน้อยคุณก็ต้องให้เกียรตตัวเองในเรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังเรียนอยู่นะคะ และต้องสอบให้ผ่านหลังจากเรียนจบภายในเวลา สามเดือน ซึ่งหลักสูตรตัวนี้ เป็นการจบเกรด 12 จากสถาบันของทางอเมริกานะคะ เพราะฉะนั้น จะมีข้อจำกัดอย่างมากในการหาที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัยต่อไปถ้าจะเรียนต่อที่บ้านเรา มันเลยเป็นจังหวะค่ะ สร้างความกดดันเล็กน้อยให้กับเค้าเพราะนี่คือสิ่งที่เค้าเลือก และยอมรับเข้ามาด้วยตัวเอง เราเลยสร้างโจทย์เพิ่มเข้าไปว่า ถ้าคุณทำได้ไม่ดี คุณรู้นะว่าคุณมีขีดจำกัดในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยของคุณเพราะฉะนั้นอะไรที่มันจะทำให้คุณทำให้ผลมันออกมาดี และผ่านตรงนั้นไปได้ก็ต้องคิดนะและทำมันให้ออกมาให้ดีด้วย

เหตุการณ์และสาเหตุก่อนหน้าที่เจ้าลูกชายตัวแสบจะไม่ยอมไปโรงเรียน
1. จะบอกว่าไม่มีเวลา ก็ดูจะเป็นข้ออ้างทั่วไปที่พ่อแม่ปกติทั่วไปเค้าพูดกันนะคะ เอารวม ๆคือ เด็กสมัยนี้โดนเลี้ยงด้วยเทคโนโลยีค่ะ เพราะฉะนั้นคนเป็นพ่อแม่ต้องถามตัวเองด้วยค่ะ ว่าเราให้เวลาดูแลเอาใจใส่เค้าพอหรือยัง
2. ติดเกมส์ออนไลน์ เพราะเทคโนโลยีนั่นแหล่ะค่ะมันเลยมีบทบาทกับลูกเรามากกว่าตัวตนพ่อแม่อย่างเราไปเลย บอกอะไรเค้าจะมีข้อโต้แย้งที่เราเถียงไม่ออกเสมอ และเราก็รับรู้ได้ด้วยว่าสิ่งที่เค้าเอามาแย้งกับเรานั้นมันมาจากไหน...ไม่อยากโทษว่าใครผิด เพราะบางครอบครัวก็มีเหตุผลและข้อแม้แตกต่างกันออกไป
3. วิธีการดูแลที่แตกต่างกันระหว่างพ่อแม่ นี่คือปัญหาที่ไม่ล้มหายตายจากค่ะ คิดง่าย ๆแค่ว่า พ่อกับแม่ยังถูกเลี้ยงดูมาต่างกัน นับประสาอะไรจะมาสอนลูกด้วยวิธีเดียวกันได้ ซึ่งมันยากที่จะจัดการในบางเรื่องนะคะ

ตอนนี้ก็ได้แต่หวังใจว่าอีกประมาณสองเดือนครึ่งข้างหน้า จะได้เห็นว่าเจ้าตัวแสบจะสามารถทำสิ่งที่ตัวเองเลือกทำในวันนี้ให้สำเร็จได้ และในวันพรุ่งนี้ จะมาขอเล่าต่อค่ะว่าทำไมตัวเองถึงเริ่มอยากที่จะท่องเที่ยวและเป็นบล๊อคเกอร์... (ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านเรื่องราวนะคะ)
 



Create Date : 21 พฤษภาคม 2562
Last Update : 21 พฤษภาคม 2562 21:03:14 น.
Counter : 168 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



สมาชิกหมายเลข 5314588
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีคร้า...ครั้งแรกของการทำบล๊อคนะคร้า ผิดพลาดประการใด หรือมีคำแนะนำ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ค่ะ
New Comments