สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของเสียงจากบ้านนา ขอบคุณคนน่ารักทุกคนที่เม้นท์ให้นะคะ ก้มลงกราบงามๆพร้อมโปรยยิ้มหวาน^_^

Group Blog
 
All blogs
 
คือ David Beckham ที่เสียงจากบ้านนารู้จัก (ตอนที่ 1)




บทนำ


"David Beckham"


จำได้ว่าครั้งแรกที่รู้จักนักฟุตบอลคนนี้คือตอนอยู่ม.ต้น หรือประถมปลายไม่แน่ใจ



ช่วงนั้นช่อง 11 สมัยก่อนจะชอบเอาเทปบันทึกการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก มารีรันบ่อยๆ



และคุณพ่อจะชอบดูมาก วันหนึ่งโกเก้อดไม่ได้ก็ไปนั่งดูด้วย เทปบันทึกนัดนั้นคือ เกม Man Utd vs Wimbledon



โกเก้ได้พบกับนักฟุตบอลที่น่าประทับใจคนหนึ่งในจอทีวีเป็นครั้งแรก ลูกยิงกึ่งกลางสนามลูกนั้นยังประทับไว้ในหัวใจไม่มีวันลืม



ผู้ชายคนนั้นเลี้ยงบอลมาด้วยท่าทางที่มั่นใจและจัดการตั้งบอลก่อนตวัดเท้าหวดลูกบอลลอยโด่งข้ามหัวผู้รักษาประตูและบอลก็โค้งเข้ากรอบอย่างสวยงาม



ตอนนั้น โกเก้ถามคุณพ่อว่า ปกตินักฟุตบอลเขายิงประตูแบบนี้ได้ด้วยเหรอ คุณพ่อบอก ไม่ลูก มีเค้าคนเดียว และสิ่งที่ลูกเห็นมันคือสิ่งมหัศจรรย์ในเกมฟุตบอล



นับแต่วันนั้นโกเก้จึงเริ่มดูฟุตบอล และทีมแรกที่เชียร์คือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเบอร์ 7 ในใจคือ เดวิด เบ็คแฮม เท่านั้น!


ลูกยิงกึ่งกลางสนามมหัศจรรย์ของเบ็คแฮม



โกเก้เชื่อว่า คนที่ชอบเดวิด เบ็คแฮม และคนที่รู้จักเดวิดเบ็คแฮม คงจะเคยอ่านเรื่องราวของเค้าในหนังสือหรือในอินเตอร์เน็ตมามากแล้ว อาทิเช่น เบ็คแฮมเกิดที่ไหน พ่อแม่ชื่ออะไร มีพี่น้องกี่คน เข้าสู่สโมสรแมนยูเมื่ออายุเท่าไหร่ เป็นแฟนกับใคร ปัจจุบันทำอะไรประมาณนี้ ดังนั้นวันนี้โกเก้จึงจะไม่นำเรื่องเหล่านั้นกลับมามาลงให้อ่านซ้ำซากจำ เจ


ใครอยากรู้รายละเอียดต่างๆของเบ็คแฮม โกเก้แนะนำให้ไปตรงนี้ค่ะ Beckham Bio


โกเก้จะมาเล่าเรื่องในมุมของตัวเอง ประสบการณ์และความรู้สึกที่ได้ติดตามผลงานและชีวิตของเดวิดเบ็คแฮมมานาน มาก...ก (ลากเสียง)
(คนดังที่โกเก้ชอบอย่างยาวนานพอกันข้อมูลค่อนข้างแน่นมี 1 กลุ่มกับ 1 คน คือแบ็คสตรีทบอย และเดวิด เบ็คแฮม)



จากการติดตามผลงานอย่างยาวนานมันทำให้รู้จักผู้ชายคนนี้ ได้เห็นมาตลอดว่าเขาผ่านร้อน ผ่านหนาว และมีหัวใจของนักสู้ที่แท้จริง



หลายคนคงจำได้ถึงเมื่อครั้งที่เบ็คแฮมมีชื่อเสียงใหม่ๆ ตอนแรกก็ดังอยู่แค่ในวงการฟุตบอล หลังๆมาชื่อเสียงเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะพรีเซ็นเตอร์สินค้า
ไม่มีใครที่จะไม่รู้จักเดวิด เบ็คแฮม



ชื่อเสียงมาพร้อมกับความกดดันที่โถมเข้ามาหาตัวเขา คนทั่วโลกกำลังจับตามองคนๆนี้



ในฐานะของนักฟุตบอล ที่ถูกจับตามองว่าเขาเป็นพวกหน้าหล่อแล้วฝีเท้าจะเยี่ยมเท่าหน้าตาอย่างที่สื่อชื่นชมจริงรึเปล่า



ตอนฟุตบอลโลกปี 1998 เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น เรียกได้ว่านี่สมรภูมิรบครั้งใหญ่ สงครามครั้งแรกของเดวิดเบ็คแฮมเลยก็ว่าได้
ช่วงนั้นไม่มีวันไหนที่โกเก้จะไม่ได้เห็นข่าวเดวิด เบ็คแฮม



- สกุ๊ปพิเศษเดวิด เบ็คแฮม



- สัมภาษณ์สดเดวิด เบ็คแฮม



ม้วนวีดีโอม้วนแล้วม้วนเล่าหมดไปกับการบันทึกรายการต่างๆที่เบ็คแฮมมาออกในช่วงนี้





ใบแดงใบนั้นกับฝันร้าย


ทุกอย่างกำลังไปได้สวย เส้นทางเหมือนปูลาดด้วยกลีบกุหลาบตลอดทาง


ถ้าวันนั้นซิโมอาเน่ ไม่เล่นละครตบตากรรมการแกล้งล้มลงสำออยหลังจากถูกเดวิด เบ็คแฮมสะกิดขา


กรรมการไม่รอช้าและไม่เสียเวลาไตร่ตรองแม้แต่นิดเดียว ชูใบแดงไล่เบ็คแฮมออกจากสนามทันที


ท่ามกลางความตกตะลึงไปทั้งสนาม ทั้งประเทศอังกฤษ และต่อหน้าต่อตาคนทั้งโลกที่กำลังชมเกมนี้อยู่


ทุกอย่างอาจไม่เลวร้ายจนถึงที่สุด ถ้าเกมนี้อังกฤษไม่แพ้อาเจนติน่า






แต่ก็เหมือนโชคชะตาที่กำหนดไว้ว่า เบ็คแฮมต้องเผชิญกับเส้นทางขวากหนามด่านแรกของชีวิตเขา



เช้าวันต่อมาสื่อทุกแขนง ลงข่าวใบแดงของเดวิด เบ็คแฮม บ้างก็ว่าค่าโง่ บ้างก็ด่าสาดเสียเทเสีย มีภาพประกอบการ์ตูนล้อ



ทุกคนด่าเบ็คแฮมว่าทำอะไรโง่ๆ



แต่ในฐานะคนที่นั่งดูบอลในคืนนั้น โกเก้เห็นนะว่าตอนจังหวะที่ซิโมอาเน่ เสียบเบ็คแฮมล้มกระแทกพื้นอย่างแรงมันทำให้เขาเจ็บแน่ๆ


และหมอนั่นไอ้ตัวการมันก็ยืนเฉย เตรียมจะแก้ตัวกับกรรมการ วินาทีนั้นเท้าของพี่เบ็คยกขึ้นมาในลักษณะที่กำลังจะเตรียมลุกขึ้น แต่ปลายเท้าไปโดนขาของซิโมอาเน่เข้า



ด้วยสัญชาตญานของคนเลวมันก็รู้ว่าถ้ามันทำสิ่งนี้ (คือการล้มลงไปสำออย ทำเหมือนว่าเบ็คเตะมันคืน) จะทำให้รอดพ้นจากใบเหลือง และใบแดงโดยบันดาล
และมันก็ใช้ได้ เหมือนกรรมการก็รออยู่แล้ว คงคิดว่าถ้าแจกใบแดงเบ็คแฮมได้ตัวเองคงได้เกิดสินะ



ใช่พวกเขาในวันนั้นได้เกิดหมด เป็นที่รู้จัก ในฐานะที่ทำลายชีวิตเบ็คแฮมได้



จาก เหตุการณ์วันนั้นโกเก้แค้นนะ แค้นมาก เพราะก็เห็นอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร และยังยึดมั่นไม่ไหลไปตามกระแสเสียงด่าที่ประโคมใส่เบ็คแฮมทุกวัน
ที่ทำได้คือส่งกำลังใจ และอธิฐานให้ทุกอย่างมันผ่านไป ให้ขวัญใจกลับมายืนหยัดมั่นคงเหมือนเดิมให้ได้



วันเวลาผ่านไป เห็นภาพข่าวและสื่ออังกฤษรวมถึงสื่อทั่วโลกทำร้ายกาจกับเบ็คแฮมมาตลอด ใจก็ยังนึกว่าเบ็คแฮมจะทำยังไง แต่โกเก้ยังเชื่อมั่นว่าเบ็คแฮมจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้งแน่ๆ เพราะเขาเป็นนักฟุตบอลที่ดี



การกลับมา
วันหนึ่ง เป็นวันที่พรีเมียร์ ลีกเปิดฤดูกาล เบ็คแฮมปรากฏกายในเกมแรกกับแมนยูฯอีกครั้ง เสียงโห่ร้องสาปแช่งเขายังดังอยู่รอบสนาม



โกเก้ไม่อาจจะแยกแยะได้ว่า เสียงด่านั่นมาจากฝ่ายไหนในสนามกันแน่เพราะมันอื้ออึงไปหมด



กล้องโค้ดไปที่สีหน้าของเบ็คแฮมที่นิ่งสงบ และแพลนไปที่เฟอร์กี้ที่ยืนเคี้ยวหมากฝรั่งมองดูเกมอยู่ข้างสนาม



วินาทีนั้นโกเก้เกิดความเชื่ออย่างประหลาดว่า ทุกอย่างกำลังจะกลับมาเหมือนเดิมแล้ว และเบ็คแฮมกำลังจะกลับมาอีกครั้ง



แล้วมันก็ใช่จริงๆด้วย



โกเก้จำไม่ได้หรอกว่าเกมแรกในฤดูกาลรึเปล่าที่เดวิด เบ็คแฮมกลับมาอย่างมั่นใจ และได้รับเสียงโฮ่ร้องด้วยความชื่นชมอีกครั้ง



แต่ ทุกๆวันที่เบ็คแฮมก้าวลงไปในสนาม ทุกอย่างมันดีขึ้น สื่อเริ่มหันกลับมามองเขาจากที่เคยสบประมาทว่าโง่ พาดหัวข่าวเริ่มเปลี่ยนไปเป็นคำชื่นชมในเกมที่เขาเล่นได้อย่างสวยงาม




1999 แมนยูฯทริ้ปเปิลแชมป์ ช่วงเวลาแห่งความยิ่งใหญ่



เกมกับบาร์เยิร์น มิวนิคเป็นเกมที่น่าจดจำในชีวิตของเบ็คแฮมแน่ๆ


เพราะมันคือเกมส์มหัศจรรย์ที่สุดเกมหนึ่งของแมนยูฯและที่สำคัญโก้เก้กล้าพูดเลยว่ามันคือเกมที่เยี่ยมสุดๆตั้งแต่เคยดูบอลมาเลย



แมนยูเล่นได้ดี รูปเกมก็ไม่ได้เป็นรองบาร์เยิร์นนัก



แต่บาร์เยิร์นได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกฟรีคิก



และมันก็เป็น 1 - 0 แบบนี้จนจะหมดเวลาครึ่งหลัง



กล้องเริ่มแพลนไปทั่วทั้งสนาม สีหน้าของกองเชียร์แมนยูแสดงความผิดหวังออกมาเห็นได้ชัด บางคนเริ่มลุกออกไปจากสนาม ด้านกองเชียร์ของบาร์เยิร์นเริ่มโห่ร้องแสดงความดีใจ
“ มันเป็นธรรมดาของเกมฟุตบอลยัยโกเก้ “ ประโยคนี้ดังอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าโกเก้นั่งคิดปลอบใจตัวเองเพราะมองเวลา มันจะหมดครึ่งหลังแล้ว แมนยูฯกำลังพลาดแชมป์ยูฟ่าจริงๆเหรอเนี้ย โอ้ไม่นะๆ ตอนนั้นน้ำตาเริ่มคลอ แบบว่าทำใจไม่ได้ถ้าเขาแพ้ แต่... ยังเชื่อมั่นว่าแมนยูยังมีหวัง ไม่ได้ลุกไปจากหน้าจอ ตายังจ้องและยังระทึกทุกครั้งที่บอลมาอยู่ที่เท้านักเตะทีมแมนยู

มองไปริมสนามกรรมการยกป้ายทดเวลาเจ็บ 3 นาทีขึ้นมา โกเก้เกิดความเชื่อมั่นเกิดขึ้นมาแบบประหลาดอีกครั้ง ตอนนั้นมันก็แปลกรู้สึกเชื่อว่านักเตะทีมแมนยูฯทุกคนจะพยายามยิงประตูให้ได้แน่ๆ

กรรมการเป่าฟาล์ว แมนยูได้ลูกเตะมุม เดวิด เบ็คแฮมวิ่งที่มุมและตั้งบอลกับพื้นอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นสำหรับโกเก้รู้สึกว่าทุกอย่างมันเงียบหมดเลย ตาจ้องไปที่เบ็คแฮม เข้าส่งบอลออกจากเท้าทันที บอลลอยไปหน้าประตู ไม่ตรงเท้าใครเลย ทั้งกองหลัง กองหน้าต่างช่วยกันส่งบอล จนมาถึงใครคนหนึ่งซึ่งเรารู้สึกว่าคนนี้คือฮีโร่ยืนอยู่ตรงริมเส้นกรอบเขตโทษจำไม่ได้ใครก็ไม่รู้ เขาไหลบอลให้เท็ดดี้ เชอริ่งแฮมส่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

GOAL….L! เสียงเฮดังออกมาจากทีวี ขนโกเก้ลุกซู่

ตอนนั้นน้ำตาก็ไหลออกมา แมนยูฯทำได้แล้ว เย้!!! แหกปากอยู่คนเดียวหน้าทีวี

ไม่ทันได้หายใจหายคอ แมนยูก็ได้ลูกเตะมุมอีกลูก ในจังหวะที่ซโรชาเลี้ยงบอลหลบและส่งให้เพื่อนหน้าประตู
คราวนี้เบ็คแฮมรีบวิ่งไปตั้งบอลด้วยท่าทางที่มั่นใจมากขึ้น และส่งบอลอย่างแม่นยำไปเข้าหัวเท็ดดี้ เชอริ่งแฮมลูกกระดอนไปลงที่เท้าซโรชาส่งเข้าประตูไปอีกครั้ง

วินาทีสุดท้ายสุดมหัศจรรย์ จู่ๆแมนยูฯก็ขึ้นนำบาร์เยิร์น 2-1



ขนลุกสุดๆเลย โกเก้จำทุกๆวินาทีได้ไม่มีวันลืม รวมถึงสีหน้านักเตะผู้พ่ายแพ้ของบาร์เยิร์นวันนั้น ความเศร้าของแฟนบอลบาร์เยิร์น

ความดีใจสุดๆของนักเตะแมนยูฯ แฟนบอลแมนยูฯ เฟอร์กี้กระโดดดีใจ ปีเตอร์ ชไมเคอร์ตีลังกาตอนแมนยูฯได้ลูกตีเสมอ

สุดๆแล้วแมนยูฯ สุดๆแล้วเบ็คแฮม...


แมนยูฯ-บาร์เยิร์น ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก นัดชิงถ้วยสุดระทึก




ตอนนั้นจำได้ด้วยว่านักเตะแมนยูฯ ชุดทริปเปิ้ลแชมป์ร่วมกันร้องเพลง Lift It High ตอนนั้นคุณพ่อ คุณแม่ฉลองแชมป์เปี้ยนแมนยูกับโกเก้ด้วยการซื้อแผ่นซีดีเพลงฉลองแชมป์ของแมนยูฯ 1999 มาให้

อัลบัมนี้มีเพลง 2 เพลง คือเพลง Lift It High เวอร์ชั่นนักเตะร่วมกันร้องเพลง และเวอร์ชั่นเพลงบรรเลงให้ร้องเอง มีดนตรีเพลงร็อคมันส์ๆอยู่ 1 เพลงค่ะ


Manchester Utd song "Lift It High"






-----------------------------------------------------------




จำใจลาจากแมนยูฯ ก้าวเดินต่อไปในยูนิฟอร์มชุดขาว เรอัล มาดริด



โปรดติดตามตอนต่อไป เร็วๆนี้




Create Date : 19 มิถุนายน 2551
Last Update : 26 กันยายน 2551 16:07:39 น. 5 comments
Counter : 3286 Pageviews.

 
เหมือนเราได้เปิด ไดอารี่ ของตัวเองอ่านเลยจ้ะโก้เก้

ขอทายว่า จขบ อายุน่าจะอยู่ประมาณ ยี่สิบเอ็ดถึงยี่สิบสาม โก้เก้ เริ่มชอบเบ็คช่วงเดียวกันกับเราเลย

ได้ผ่านช่วงที่พีคที่สุด จนถึงฝันร้ายในบอลโลกปี 1998 ได้รับรู้ถึงพัฒนาการของเบ็คมาเรื่อยๆ

ขอบคุณที่นำเรื่องราวมาแชร์กันค่ะ

ปล. ปีที่แมนยูได้ทริปเบิ้ลแชมป์ นัดที่เตะกับบาร์เยิร์น นั่นไม่ว่ากี่ปีก็ไม่ลืมค่ะ เป็นแม็ตมหัศจรรย์มากๆ อีกอย่างต้องขอบคุณกรรมการที่ตามเกมทัน เพราะนัดนั้น มีการพุ่งตัวล้มซะด้วย ....


โดย: coco-melon วันที่: 19 มิถุนายน 2551 เวลา:21:27:29 น.  

 
ปล.2 เราอ่านแล้วน้ำตาซึม นึกถึงวันเก่าๆแล้วมันเหมือนมีส่วนร่วมไปด้วยอ้ะเนาะ ขนลุกนะเนี่ย ไปแระ


โดย: coco-melon วันที่: 19 มิถุนายน 2551 เวลา:21:30:15 น.  

 
ทำให้คิดถึง คืนวัน เก่า ๆ ได้เลยครับ ...





โดย: d_yong IP: 125.25.37.59 วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:11:10:55 น.  

 
ยังจำนัดนั้นได้ไม่ลืมครับ
ตายยากจริง ๆ แมนยูเนี่ย

แต่ผมแฟนสเปอร์นะครับ


โดย: AW Milan วันที่: 1 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:14:36 น.  

 
โห... เขียนได้สนุกและน่าติดตามมั่กมาก ปกติก้ชื่นชมพ่อหนุ่มคนนี้อยู่พอควรนะ อ่านจบแร้วแบบว่าคุณโกเก้ (เสียงจากบ้านนา)นี่ รู้ลึกรู้จริง
ขอบคุณมากที่เอามาให้อ่านและนึกถึงวันเก่าๆ


โดย: สุขจัง IP: 61.90.6.54 วันที่: 12 กันยายน 2551 เวลา:1:39:30 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เสียงจากบ้านนา
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





Free Cursors

Friends' blogs
[Add เสียงจากบ้านนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.