สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของเสียงจากบ้านนา ขอบคุณคนน่ารักทุกคนที่เม้นท์ให้นะคะ ก้มลงกราบงามๆพร้อมโปรยยิ้มหวาน^_^

Group Blog
 
All blogs
 
อย่าดูถูกเสียงของฉันเพราะมันคือประชาธิปไตย

นี่เป็นครั้งแรกนับแต่การสร้างเว็บบล็อกมา บ้านนายังไม่เคยคิดจะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองมาก่อน มีแต่ไปแสดงในบอร์ดซึ่งก็ได้Giveมาจำนวนหนึ่ง บ้านนาอยากบอกทุกคนว่าขอบคุณมากนะคะ อย่างหนึ่งคือเราต้องพิมพ์ทุกอย่างที่กลั่นออกมาจากสมองตัวเอง เรียบเรียงคำพูดในหัวและพิมพ์มันออกมา ทุกอย่างไม่มีใครมาชี้นำเราได้หากเราเชื่อในความคิดของตัวเอง ประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง

บ้านนาโตขึ้นมากับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข วิชาสังคมตอนป.3 บ้านนาจำได้ว่าคุณครูให้พวกเราจำลองสถานการณ์ให้ห้องเรียนคือที่เลือกตั้ง พอดีเลยกับที่ตอนนั้นโรงเรียนกำลังจัดการเลือกตั้งประธานนักเรียนด้วย นั่นเป็นครั้งแรกที่รู้ว่าประชาธิปไตยคือการที่เราร่วมลงคะแนนแสดงหนึ่งเสียงของเราเพื่อเลือกผู้นำเข้ามาเป็นตัวแทนในแต่ละชั้นปี

วันเวลาผ่านไปก็จำได้ว่ามันสำคัญแค่ไหนเมื่อเราอายุมากขึ้นเราต้องไปเลือกตั้ง เพื่อแสดงเสียงของเราเลือกคนเข้าไปบริหารประเทศ บ้านนารักประชาธิปไตย

บ้านนาจำได้ว่าตัวเองออกไปเลือกตั้งครั้งแรกกับพ่อแม่ โหยมันน่าตื่นเต้นนะ ตอนแรกทำอะไรไม่ถูกเลย แต่รู้ว่าจะเลือกใครเท่านั้น ที่บ้านคุยกันแล้วว่าลองเลือกพรรคใหม่ๆดูดีไหม ทรท. ชื่อ มันเห่ยนะในความคิดบ้านนาตอนนั้น (ขอโทษค่ะ) แต่ก็ลองเลือกดูเพราะเราอยากเห็นพรรคใหม่ไม่ใช่คนหน้าเดิมมาบริหารประเทศ ตอนนั้นบ้านนายังเจ็บปวดกับที่ค่าเงินบาทลอยตัวและเศรษฐกิจสุดแย่จนต้องกู้ไอเอ็มเอฟ บ้านนาโตพอที่จะรู้ว่าบ้านเราก็เกือบแย่จากเศรษฐกิจในปีนั้น ก็เลยบอกกับตัวเองว่าเมื่อถึงเวลาได้เลือกตั้งเราจะไม่มีวันเลือกคนกลุ่มเดิมๆที่แล้วมาอีกต่อไป…

ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่รู้จักทักษิณ บ้านนาไม่รู้หรอกหมอนี่เป็นใคร หน้าตาเหลี่ยมๆ แต่พูดจาดูฉลาด ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะยังมองโลกในแง่ร้ายว่า พรรคไหนมาบริหารประเทศ มันก็คงไม่ต่างไปจากเมื่อก่อนหรอก ประเทศไทยไม่มีวันจะมีเศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนบ้านเราก็คงยังจนเหมือนเดิม แต่ที่ไหนได้...
คนหน้าเหลี่ยมๆคนนี้เริ่มคิดโครงการต่างๆออกมาช่วยชาวบ้าน! แต่เดี๋ยวยังก่อน เรายังไม่ไว้ใจหรอก พวกโครงการต่างๆ โปรเจ็คเริ่ดหรูมันเป็นเรื่องที่ทุกพรรคมันชอบพูดให้ฟังดูดีอยู่แล้ว ไม่มีวันจะทำจริง (ยังมองโลกในแง่ร้าย)

จนวันหนึ่งบ้านนาก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของประเทศ บ้านนาเริ่มเห็นชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้ ในขณะที่เราเป็นคนชั้นกลางแม้เราไม่ได้ประโยชน์อะไรนัก แต่เราก็ดีใจที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของคนจนจากไอ้โครงการที่บ้านนาคิดตอนแรกว่าคงโม้

บ้านนากลับไปเยี่ยมญาติที่อีสานเมื่อก่อนนั้น เห็นลุงที่เป็นผู้นำหมู่บ้าน กำลังปรับปรุงพื้นที่บริเวณบ้าน ตรงนั้นมีเครื่องทอผ้า และจักรเย็บผ้าตั้งอยู่ประมาณ 10 กว่าตัว เลยถามลุงว่ามันคืออะไร ลุงบอกมันคือotop ลุงไปประชุมผู้นำหมู่บ้านมา เขาบอกว่าหมู่บ้านเรามีของดีเราควรทำให้มันเป็นเงิน เลยชวนลูกบ้านเริ่มทำ เราจะเริ่มกันด้วยผ้าไหมและทอเสื่อเป็นสินค้าของหมู่บ้านเรา

ความจริงบ้านนาพอรู้จักโอท็อปมาบ้างแต่นั่นเป็นครั้งแรกที่เห็นมันเป็นรูปธรรม นับแต่วันนั้นไม่ว่าบ้านนาจะเดินทางไปเที่ยวไหนก็จะเห็นสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านที่แปลกๆ น่าทึ่ง ทั้งขนม อาหาร ของตกแต่ง เสื้อผ้า ฯลฯ เขาติดป้ายว่าotop เอ่อมันขายดีด้วยนะ

จากนั้นบ้านนาก็ได้ยินเรื่องปลดหนี้ไอเอ็มเอฟ ตอนนั้นรู้สึกดี แม้จะไม่เข้าใจอะไรนักเพราะยังเด็ก แต่พอเข้าใจว่าเมื่อปลดไปแล้วเศรษฐกิจบ้านเราน่าจะดีขึ้น มันอาจมีโอกาสพัฒนา

ต่อมา…ก็เริ่มเห็นโปรเจ็คต่างๆออกมาเรื่อยๆ บ้านนาจำไม่หมดหรอกเพราะไม่ได้ติดตามอะไรมาก ส่วนใหญ่ก็ไปพบเห็นเป็นรูปธรรมและมาคุยให้ฟัง ....

อ่านต่อในหน้า 2 ค่ะ


กรุณาแสดงความเห็นอย่างสุภาพ กรุณาอย่าเข้ามาป่วนหากท่านไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของบทความ ขอบคุณค่ะ


Create Date : 12 เมษายน 2552
Last Update : 13 เมษายน 2552 17:53:45 น. 3 comments
Counter : 296 Pageviews.

 
อ่านต่อหน้า 2 ตรงไหนอ่ะคะ (อ้าว..)

ขอชมเชยน้องบ้านนาที่เขียนแสดงทัศนคติโดยไม่เสียดสีคนอื่นๆ และแถมยังเขียนดีด้วย เล่าเรื่องตามลำดับ (มีแสดงเหตุ และผล)

คนดีๆ จะไม่ดูถูกความคิดเห็นของผู้อื่น

คนใจกว้าง จะฟังคนอื่น ถ้าไม่ตรงกับความเห็นของตนเอง ก็ให้ผ่านไป จริงมั๊ยคะ

ขอให้น้องบ้านนา เจอะเจอ แต่คนดีๆ ใน bloggang นะคะ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสันติค่ะ


โดย: Mermaid AI (Mermaid AI ) วันที่: 12 เมษายน 2552 เวลา:21:14:51 น.  

 
อ่านเพลินเลยค่ะ...เป็นคำพูดง่ายๆ..แต่อ่านแล้วเข้าใจแจ่มแจ้งมาก.....นอกจากแจ่มแจ้งแล้วยังเห็นด้วยเพราะเป็นเช่นคุณบ้านนาเขียนมาจริงๆ เพราะตัวเองก็เห็นเช่นที่คุณบ้านนาเห็นเหมือนกัน...ซึ่งมีคนมาเขียนมาบอกเสมอ เรื่องให้แยกแยะความดีความชั่ว...นั่นสิคะทำไมเค้าถึงแยกความดีความชั่วกันไม่เป็นไม่รู้สิคะ ว่าคนๆ หนึ่งเค้าทำความดีเท่าไร กับสิ่งที่คิดว่าเค้าไม่ดี แต่ในความรู้สึกตัวเองว่าเหมือนเค้าโดนกลั่นแกล้งใส่ความ ก็ทำกะเค้าเหมือนเค้าไม่ใช่คน(ไทย) ทำกะเค้าคนเดียวไม่พอไปทำกะลูกเมียเค้าด้วย จนครอบครัวเค้าต้องแตกแยกกัน (เพราะอะไรลึกๆ ไม่รู้ แต่ดูเท่าที่เห็น) มันเป็นบาปกรรมและเวรกรรม เลยคิดว่าใครสร้างกรรมไว้กรรมนั้นสักวันตอบสนองคนที่ทำเช่นนี้ค่ะ อะไรที่ไม่เกิดกับตัวเองคนๆ นั้น(คนที่ทำ) ไม่มีวันรู้ค่ะ จะรู้ก็ต่อเมื่อเวรกรรมมันตามทันตัวเองแล้ว...รีบมาเขียนต่อนะคะบทที่สองจะเป้นอย่างไรก็อยากอ่านค่ะไม่ว่ากันด้วยค่ะเพราะเขียนดีค่ะ


โดย: deeplove วันที่: 12 เมษายน 2552 เวลา:21:25:18 น.  

 


โดย: baareeraa วันที่: 12 เมษายน 2552 เวลา:22:04:52 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เสียงจากบ้านนา
Location :
ลำปาง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





Free Cursors

Friends' blogs
[Add เสียงจากบ้านนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.