วันที่ 17 Vienna
วันที่ 17 Vienna 

วันนี้เที่ยว Schoenbrunn Palace 

ตั๋ว 72 Stunden WIEN สำหรับ 3 วัน ยังใช้วันนี้ได้อยู่  เช้านี้นั่งรถไฟ สายสีเขียว  U4 ลงสถานี Schönbrunn  เพื่อไปเที่ยว Schoenbrunn Palace  ก่อนหน้านี้เราซื้อตั๋วรวมเข้าประเภท Sisi Ticket Familiesไว้แล้ว  ถ้าใครไม่มีตั๋วก็เสีย ค่าเข้าชม 20 ยูโร 


 
ภายในจัดแสดงห้องต่างๆ เข้าชมทั้งหมด 40 ห้อง ด้านในไม่ให้ถ่ายภาพ
 
พอชมเสร็จก็ออกมาเดินเล่นที่สวนด้านหลังพระราชวัง 


สวนด้านหลังใหญ่มาก ใครไม่เมื่อยก็สามารถเดินไปที่อาคารบนเนินเขาได้นะ 


เสร็จแล้วก็ไปต่อกันที่  Kunsthistorisches Museum คือ
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ นั่งรถไฟใต้ดินสายสีเขียว U4 แล้วไปเปลี่ยนสายเป็นสีม่วง U2  ไปลงที่สถานี Museums quartier 
เดินไปตรงลาน  จัตุรัส Maria-Theresien-Platz

อาคารจะอยู่ฝั่งขวามือ ของรูปปั่น Maria-Theresien จะมีทางเข้า Kunsthistorisches Museum เป็นประตูไม้ ต้องดึงแล้วเปิดเข้าไปเอง  ตอนแรกก็งง ว่าจะเข้าทางไหน มีประตูตั้งหลายบาน  พอดีเห็นนักท่องเที่ยวออกมาพอดี ก็เลยรู้  ยื่นเลงอยู่สักพัก 555  



เมื่อวันก่อนเราเลือกซื้อตั๋ว Combined tickets สำหรับรวมเข้าที่นี้แล้ว ก็เลยไม่ต้องเสียอะไรเพิ่ม แต่ถ้าใครไม่มีตั๋ว ก็เสียค่าเข้าชม 16 ยูโรต่อคน  เด็กอายุต่ำกว่า 19 ปี เข้าฟรี 
เว็บเช็คราคาตั๋วเข้าชม https://shop.khm.at/en/tickets/    

ได้เวลาลุยชมงานศิลปะแล้ว 


ภายในจัดแสดงงานศิลปะมากมาย 



มีจุดนั่งพักให้ดูงานกันสบายๆ 


มีการทำโครงเหล็กเพิ่มเต็มในอาคาร ให้ขึ้นไปชมภาพวาด ของศิลปินชื่อดัง Gustav Klimt
ศิลปินชื่อดังแห่งออสเตรีย



ได้ดูกันอย่างใก้ลชิดเลย 


เดินตามจุดชมไปเรื่อยๆ ก็จะมีห้องแสดงงานหลายอย่าง 

มีการจัดโซนแสดง ตามนี้

Egyptian and Near Eastern Collection

Collection of Greek and Roman Antiquities

Picture Gallery

Kunstkammer Wien

Coin Collection

 แนะนำให้มาชมนะคะ เป็นที่เก็บรวบรวมผลงานศิลปะเยอะมาก มีหลากหลาย  พื้นที่ใหญ่ต้องใช้เวลาเข้าชมพอสมควร เรายังเดินไม่ครบทุกห้องเลย  เพราะเริ่มหิวข้าวแล้ว ก็ต้องตัดจัดออกมา 
ไปต่อกันที่ตลาด Brunnenmarkt 

เลือกกินร้านนี้ จริงๆเดินผ่านก็จะมีหลายร้านให้เลือก ใครชอบแบบไหนก็เลือกเอา


ของสามี เมนูผัดทะเลรวม 

ของเรา สปาเก็ตตี้ซีฟู๊ด


และสั่งหอยอบซอส


ของลูกชาย หมุูทอดแบบเวียนนา

ด้วยความหิวสั่งมาเต็มโต๊ะเลย รวมราคา 70.40 ยูโร


 กินอิ่มเรียบร้อย ก็เดินเล่นอีกนิดหน่อย



 บรรยากาศโดยรอบตลาด 







เดินได้ไม่นาน ก็กลับโรงแรม เพื่อไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ แล้วนั่งรถไฟ City airport Train (CAT) ขึ้นที่สถานี Wien Mitte   ราคาคนละ 12 ยูโร  ไปลงที่  Flughafen Wien Bahnhof  ใช้เวลา 16 นาที ถึงสนามบินเลย รีบไปก่อน เพราะต้องทำเรื่อง ขอคืนภาษี  พอเคาน์เตอร์เปิด ก็เช็ออิน และถามเรื่อง tax refund  เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าก็ สิ่งของที่เราจะทำเรื่อง tax refund เก็บไว้ในกระเป๋าใบไหน ให้นำใบนั้น ไปอีกช่องเพื่อทำ Tax refund แล้วค่อยโหลดกระเป๋าใบนั้น 

ขากลับ บิน EMIRATES
 จาก VIENNA  22:45 -  06:20 วันที่ 5 เม.ย.  DUBAI INTL  ใช้เวลา 05:35( BOEING 777-300ER)
จาก DUBAI INTL 5 เม.ย. 08:45 - 18:15 วันที่ 5 เม.ย. BKK   ใช้เวลา 06:30 (AIRBUS A380-800)




Create Date : 25 มีนาคม 2562
Last Update : 30 ตุลาคม 2562 15:19:45 น.
Counter : 87 Pageviews.

0 comment
วันที 16 Dürnstein
วันที 16 เที่ยวเมือง Dürnstein แบบเช้าไปเย็นกลับ 


วันนี้มีแผนจะออกไปเที่ยวนอกเมืองกัน  
จะไป Wachau เป็นเขตที่ปลูกองุ่นทำไวน์ และอยู่ริมแม่น้ำ ดานูบ 
มีเมืองที่อยู่ในเขต คือ Melk, Krems, Spitz และ Dürnstein

แผนวันนี้คือไปเมือง Dürnstein
 เลยซื้อตั๋วแบบ Einfach Raus ใช้เดินทางรวมกันได้ 2 -5 คน  ราคาสำหรับ 3 คน € 38
 จาก  Wien Franz-Josefs-Bahnhof - Krems/Donau  รอบเวลา 09.04 – 10.14ใช้เวลาเดินทาง 1.10  ขบวน REX

เริ่มต้นที่สถานี Wien Franz-Josefs-Bahnhof  




มองหาตู้ซื้อตั๋วอัตโนมัติ  



ค้นหาจนเจอหน้านี้ กดเลือก Einfach Raus จะขึ้นมาแบบ 2 คนก่อน แล้วเพิ่มจำนวนคนเป็น 3 คน จ่ายเพิ่มอีก 4 ยูโร รวมเป็น 38 ยูโร ใช้เดินทางได้ทั้งวัน ใช้กับขบวนรถไฟเหล่านี้  (S-Bahn, regional trains R, RegionalExpress trains REX)

ตั๋วแบบนี้เป็นตั๋วกลุ่ม เริ่มใช้ตั้งแต่ 2-5 คน ( 2 คนแรกเริ่มที่ 34ยูโร คนต่อไปเพิ่มคนละ 4 ยูโร) คุ้มค่ามากประหยัดไปได้เยอะ 
เงื่อนไขของตั๋วคือต้องเดินทางพร้อมกันตลอด 
เริ่มใช้ตั้งแต่  Valid on the selected day: Saturday, Sunday and holidays all day long until 3:00 a.m. of the following day, Monday through Friday 9:00 a.m. until 3:00 a.m. of the following day

รายละเอียดอ่านได้ในเว็บ

https://www.oebb.at/en/tickets-kundenkarten/schueler-gruppen/einfach-raus-ticket.html



ได้ตั๋วแล้วก็มานั่งรอรถไฟกัน  รถไฟสะอาด นั่งสบาย กระจกบานใหญ่ นั่งชมวิวเพลิน


 ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงเมือง Krems  เดินออกมาจากสถานีรถไฟ 
มองทางฝั่งซ้ายมือก็เป็นป้ายรถบัสที่เราต้องต่อรถไปเมือง Dürnstein
   ดูเวลาแล้วยังเหลืออีกเป็นชั่วโมงกว่ารถบัสจะมา ก็เลยไปเดินเล่นในเมือง Krems  กันก่อน 



จากสถานีไฟ เดินเข้าไปเข้าไปนิดเดียว ก็อยู่ใจกลางเมือง Krems แล้ว
ย่านการค้ากลางเมือง










เดินถ่ายรูปเล่นกันไป





ใช้เวลาเดินเล่นอยู่ประมาณ 40 นาที ก็เดินกลับมาที่ป้ายรถบัสเหมือนเดิม คนเริ่มมาอยู่ต่อคิวขึ้นรถบัสแล้ว 
ขึ้นรถบัส สาย WL1 รอบเวลา 12.18  ตรงจุดป้าย B 
นั่งไปลงที่ป้ายDürnstein/Wachau Parkplatz Ost  ( ประมาณ 9 ป้าย) ราคาตั๋วรถบัสเที่ยวละ 2.20 ยูโรต่อคน มีรอบรถวิ่งทุกๆ 1 ชั่วโมง  
ให้ซื้อตั๋วกับคนขับรถได้เลย    
  



ใช้เวลานั่งรถประมาณ 20 นาที ก็ถึง 

พอลงปุ๊บ ก็มองเห็นเมืองอยู่ไม่ไกลแล้ว  ให้เดินลอดอุโมงค์เพื่อข้ามถนนไปฝั่งเมืองกัน 


เดินมุ่งหน้าเข้าเมืองกัน

เมือง Dürnstein  จะบอกว่าเป็นเมืองที่สวย เดินเล่นง่าย มีไร่องุ่นให้ชม (ถ้ามาตรงกับช่วงที่องุ่นออกพอดีนะ) เมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำ  Danube River 
ไม่ค่อยมีคนเอเชียมากันเท่าไร มีแต่ฝรั่งยุโรป วันที่เราไปทั่้งวัน มีเอเชีย หัวดำ แค่ 3 คนคือพวกเราเอง 

ทุุ่งองุ่นริมทาง วิวสวย




ยื่นมองวิวเพลิน ไร่องุ่นปลูกลงไปเกือบถึงแม่น้ำ 


เข้าเมืองก็หาร้านกินข้าวกันเลย เพราะได้เวลาพอดี 
มื่อนี้จ่ายไป 47.20 ยูโร




อิ่มแล้วก็เดินสำรวจเมืองกัน





กำแพงเมืองเก่า



โบสถ์เล็กๆกลางเมือง มีค่าเข้าชม 





สำรวจตรอกเล็กๆ อย่าปล่อยผ่าน อาจจะเจอวิวดีๆ



เริ่มมองเห็นวิวแม่น้ำแล้ว



วิวริมแม่น้ำ Danube River



ได้มุมถ่ายรูปพอดี






เดินเล่นเลาะริมแม่น้ำ




เสร็จแล้วเดินไปขึ้นเขากันดีกว่า



เดินขึ้นเขา ไปชม ซากปราสาท Durnstein Castle  มีทางเดินขึ้นได้ 2 ด้าน  ทางมาจากถนนใหญ่ ก่อนเดินเข้าชุ้มประตูเมือง มองทางขวามือจะมีทางเดินขึ้นเนิน
เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะขึ้นไปถึงตัวปราสาท เส้นทางเดินอันนี้เดินง่ายกว่าอีกทาง 

ส่วนอีกเส้นทาง เดินขึ้นจากกลางเมืองใก้ลๆร้านขายของฝาก WISER  จะมีทางเดินขึ้น เส้นทางนี้จะเป็นแบบขั้นบรรได เดินยากกว่า 

เราเลือกเส้นทาง ก่อนถึงซุ่มประตูทางเข้าเมือง  เดินขึ้นเนินไปเรื่อยๆ  ส่วนใหญ่เห็นคนเดินเส้นทางนี้กันทั้งนั้น

มองย้อนลงไป จะเห็นแม่น้ำเลย






มองเห็นปราสาทเป็นแล้ว



เส้นทางเดินจะเป็นแบบนี้ มีคนเดินขึ้นตลอดเลย เป็นเส้นทางที่นิยม



มีที่นักพักเป็นระยะ เริ่มหอบนิดหน่อย 555 



จุดชมวิวจุดแรก และที่นั่งพัก




จากด้านบนมองเห็นเมืองมุมสูง



ใช้เวลาเดินไม่นาน ก็ถึงจุดด้านบน





ตัวปราสาท ...จากจุดนี้ถ้าใครจะขึ้นไปอีกก็ได้ แต่ไม่ใช้ทางเดินแล้วนะ เป็นทางปืนขึ้นไป เห็นมีฝรั่งปีนขึ้นไปบ้าง  แต่ตรงที่เราอยู่นี้เป็นจุดที่สิ้นสุดทางที่ทำให้เดินขึ้นมาแล้ว 




ด้านบนนี้มีจุดชมวิว และนั่งพักหลายจุด เห็นบ้างคนเอาแซนด์วิซมานั่งกิน ปิกนิค กัน





ขากลับลงเขา เราเลือกลงอีกทางหนึ่ง ที่จะลงไปตรงกลางเมือง ข้างๆร้าน ขายของฝาก WISER 





ทางลงเป็นขันบันได



บางช่วงเป็นทางลงแบบนี้



ลงมาสักพัก มาย้อนขึ้นไป  ทางชันเหมือนกันนะเนี้ย



เริ่มจะถึงพื้นราบแล้ว เดินผ่านหลังบ้านคนอื่นด้วย
เส้นทางลงนี้สั้น ใช้เวลา 15 นาที ก็ถึงพื้นราบแล้ว




พอถึงพื้นราบ เรามีโปรแกรมถัดไป คือ หาร้านนั่งกิน น้ำและขนม วิวสวยๆ เห็นไร่องุ่น 
มีร้านในใจอยู่แล้วคือร้าน  Alter Klosterkeller 





วิวสวย เห็นไร่องุ่น และแม่น้ำ  ถูกใจยิ่งนัก


ลองไวน์ขาว 1 แก้ว เป็นไวน์ของที่นี้   ส่วนสามีสั่ง essenso 




ให้พนักงานแนะนำขนมให้ เลยได้เป็นตัวนี้มา เป็นขนมปังอบนิ่มๆ มีซอสวนิลาราดมา อร่อยใช้ได้



ลูกชายลอง วนิลาปั่น   จ่ายค่าขนมร้านนี้ไป 20.30 ยูโร 



แนะนำร้านนี้เลย คือดีงามมาก ร้านเปิดปิดไม่เท่ากันทุกวันนะคะ 
วัน จ - ศ เปิด 15.00 น.
ส - อา  เปิด 12.00 น. 
www.alter-klosterkeller.at/ 

พวกเรามาวันธรรมดา เลยตั้งใจเดินเล่นให้ได้เวลาเปิด ร้านพอดี  คิดว่าตอนเย็นๆ คนคงเยอะน่าดู  มาก่อนก็เลยได้เลือกมุมนั้งสวยๆ 




หน้าทางเข้าร้าน 


นั่งเล่นอยู่สักพัก ก็ต้องไปแล้วเพราะ จะไปซื้อไวน์ ที่สหกรณ์ไวน์ของที่นี้เขา ชื่อว่า domaene-wachau อยู่ก่อนถึงป้ายรถเมล์ ตอนขามา ให้เดินย้อนลงไปหน่อยจะเจออาคารสีเหลือง เดินประมาณ 250 เมตร

อยากได้ไวน์ของเขตนี้ไปลองชิม

มีโปรแกรม Winery Tours & Wine Tastings แต่เราไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้นก็เลยไม่ได้จองมาก่อน ถ้าใครสนใจสามารถจองทางเว็บของเขาได้เลย
https://www.domaene-wachau.at





ที่นี้มีร้านจำหน่ายไวน์ มีให้เลือกหลากหลาย ซื้อกลับมาหลายแบบเลย ราคาไม่แพง มีตั้งแต่ ราคา 4.70 ยูโร  

จ่ายค่าไวน์ไป 29.40 ยูโร  
เราเป็นคนชอบสะสมขวดไวน์และเหล้า จากการท่องเที่ยว เลยชอบซื้อติดกลับมาทุกครั้งที่ได้ไปในแต่ละเมือง 
บ้างครั้งก็มีกินไปบ้าง อย่างเช่นครั้งนี้ซื้อมาเก็บและกิน เลยเหลือเท่านี้แล้ว (กินไปแล้ว 1 ขวด อิอิ)




ได้เวลาไปรอขึ้นรถบัสกลับแล้ว ยื่นรอฝั่งตรงข้ามกับขามา จ่ายเงินกับคนขับเหมือนเดิม



นั่งรถบัส  สาย WL1  รอบเวลา 17:26 - 17:44  กลับถึงสถานีรถไฟ Krems/Donau แบบฉิวเฉียดมาก เพราะเราต้องต่อรถไฟกลับ vienna ให้ทันรอบ 17:51  มีเวลาแค่ 6 นาที  ก็รีบวิ่งกันเลยคร้า แต่ถ้าไม่ทันก็มีรอบถัดไปอีก 1 ชั่วโมง  โชคดีที่ทันพอดี 
นั่งรถไฟ  Krems/Donau -Wien Franz-Josefs-Bahnhof    17:51 - 19:00  กลับถึงก็ค่ำพอดี แวะซื้ออาหารไปกินที่ห้องเหมือนเคย จ่ายไป 17.27 ยูโร
เพราะหมดแรงจะออกไปกินที่ไหนแล้ว 



Create Date : 24 มีนาคม 2562
Last Update : 17 กันยายน 2562 20:11:10 น.
Counter : 65 Pageviews.

0 comment
วันที่ 14 - 15 Prague - Vienna

วันที่ 14 - 15  Prague - Vienna 


วันที่ 14 Prague - Vienna 

วันนี้ก็ตื่นมาทำอาหารเช้าง่ายๆ  และเก็บกระเป๋าเพื่อเดินทางไปต่อ  ก่อนออกจากที่พักคุณเจ้าของก็บอกให้ทิ้งกุญแจไว้ในห้องเลย แล้วออกไปได้เลย  สะดวกดีจริงๆ 

พวกเราก็นั่งรถรางเบอร์ 17 ไปลงที่ป้าย Národní divadlo (ประมาณ 10 ป้าย)  พอลงแล้วเดินย้อนกลับมาที่สะพาน จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายมือเขาสู่ถนน Národní  แล้วไปยื่นรอรถที่ป้ายรถรางฝั่งขวามือ ป้าย Národní divadlo เปลี่ยนเป็นรถรางเบอร์ 9 ไปลงที่ป้าย Hlavní nádraží (Prague main railway station) (ประมาณ 6 ป้าย)  แล้วเดินเข้าไปในสวนสาธารณะ จะเจอสถานีรถไฟ ปราก  Praha hl.n. Station


ป้ายที่ยื่นรอเปลี่ยนสายเป็นรถรางเบอร์ 9 
 


ลงจากที่ป้าย Hlavní nádraží (Prague main railway station
เดินตามฝูงชนไปได้เลย 



หน้าสถานีรถไฟ

เดินทางโดยรถไฟ ไป เวียนนา  ขึ้นที่สถานีรถไฟ  Praha hl.n. Station  ( Praha Hlavní nádraží ) -  vienna  (Time 12.52 - 16.49  train RJ 79 Duration 3:58 ) ราคาคนละ 21 ยูโร
เราซื้อตั๋วรถไฟล่วงหน้าจากอินเตอร์เน็ตมาแล้ว แค่ปริ๊น ไฟล์ PDF ใส่ A มาใช้ได้เลย
  โชคดีที่ซื้อตั๋วมาล่วงหน้า เพราะถ้ามาซื้อวันนี้ราคาพุ่งไปที่คนละ 66 ยูโรเลย  ประหยัดไปได้เยอะ

เรามาถึงก่อนเเวลาพอสมควร  พอมาถึงแล้วเห็นคนเยอะ  ก็เลยตัดสินใจไปจองที่นั่งในรถไฟเพิ่มเติม ในเคาน์เตอร์ขายตั๋วที่มีเจ้าหน้าที่อยู่  จ่่ายเพิ่มอีกคนละ 3 ยูโร เอาชัวร์ๆ สบายใจได้นั่งดีกว่า เพราะนั่งนานด้วย 

หน้าตาตั๋วที่จองที่นั่งเพิ่ม
ตอนเจ้าหน้าที่มาตรวจก็ยื่นพร้อมกับ ใบกระดาษA4 ที่เป็นตั๋วรถไฟด้วยเลย



บรรยากาศชานชลา คุ้นๆ เหมือนหัวลำโพงบ้านเราเลย


  ระหว่างที่ยืนรอรถไฟใก้ลเวลาจะมาแล้ว ตอนแรกๆ คนก็ยืนรอพร้อมกันเยอะเลย สักพัก หายไปไหนกันเกือบหมด  ชักใจไม่ดี มองไปฝั่งตรงข้าม เห็นรถไฟขบวนของ OBB มาจอดเทียบ และเห็นคนกลุ่มที่เคยอยู่กับเราย้ายไปฝัั่งโน้นกัน.... มีกลุ่มเล็กอีก 2 - 3 กลุ่มที่ยืนอยู่กับเรา มองหน้ากันไปมา  จะยังไงละจ๊ะ ...วิ่งสิจ๊ะ.. พอวิ่งมาถึง ก็ถามเขาว่าใช้ขวบนที่เราจะขึ้นไหม เจ้าหน้าที่บอกใช้   อ้าวเปลี่ยนชานชลาก็ไม่ขึ้นบรอด์แจ้ง  แต่คิดว่าคงแจ้งเสียงตามสาย พวกเราก็ไม่ได้ฟังมัวแต่คุยเล่นกัน  เกือบตกรถไฟแล้ว 

ใช้เวลานั่งรถไฟเกือบ 4 ชั่วโมง ก็ถึง สถานี Wien Hbf  ก็จัดการซื้อตั๋วเดินทางท่องเที่ยวในเมือง ซื้อตั๋วเดินทางแบบ 72 Stunden WIEN สำหรับ 3 วัน ราคาต่อคน 17.10ยูโร เพื่อใช้ขึ้นขนส่งมวลชนใน Vienna วิธีใช้คือ เริ่มใช้เมื่อไร นับเวลาไปชั่วโมงที่ 72 เลย เช่น เริมวันที่ 1 เวลา 13.00 น. ใช้ได้ถึง วันที่ 4 เวลา 13.00 น. นั้นเอง อย่าลืม Valid ตั๋วก่อนใช้นะ


รายละเอียดขนส่งมวลชนใน vienna  ราคาตั๋วทุกประเภท
Map of underground, tram and bus lines
operating in Vienna's city center.
https://www.wienerlinien.at
app ที่แนะนำ ให้โหลดติดมือถือไว้
Vienna Subway & bus 
wienMobil
sbg Verkehr

หน้าตาตั๋ว 72 Stunden WIEN สำหรับ 3 วัน




ได้ตั๋วแล้วก็นั่งรถไฟ ไปที่พักกันเลย นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี  Taborstraße 
เราพักที่  Hotel Resonanz  ราคาคืนละ 3,843 บาท พัก 3 คน ต่อห้อง ร่วมอาหารเช้า  เราพักที่นั้กััน 3 คืนเลย 




ภายในห้องกว้างพอสมควร 



ห้องน้ำ





เก็บของเข้าที่พักก็ออกไปกินข้าวเย็นกันที่ ร้าน Wok & More เป็นบุฟเฟต์อาหารจีนและแบบสั่งเป็น a la carte
อยู่ใก้ลสถานีรถไฟใต้ดิน Karlsplatz  เดินขึ้นมาจากสถานีจะเจอเลย
ราคาหัวละ 15.50 ยูโร ไม่รวมเครื่องดื่ม
น้ำดื่ม โค้ก แก้วละ 3 ยูโร  กินกัน 3 คน รวมเป็น 55.50 ยูโร




ของสดมีเยอะเลย  



อยากกินอะไรก็เลือก แล้วนำไปให้เชฟปรุงสุขให้



ผักสดเลือกตามชอบ



ซูชิก็มีนะจ๊ะ



อาหารทอด อุ่นร้อนๆก็มีด้วย



เนื้อหมู เนื้อวัว ไก่ สะเต๊ะแบบเสียบไม้ก็มีจร้า 



พอตักของสดเสร็จแล้ว ก็นำไปวางให้เชฟปรุ่งให้ มีซอสให้เลือกผัด 10 ชนิด อยากได้แบบไหนก็ติกเป็นหมายเลขไป 


ของเราสั่งเป็น Teriyaki  Sauce รสชาติก็ใช้ได้ กินกับข้าวสวยร้อนๆ พร้อมซุปมิโซะ



ของสามี ลองเป็น Thaicurry Sauce  อยากรู้ว่ารสชาติ จะเป็นไง สรุปรสชาติอาจจะแปลกไปหน่อยสำหรับลิ้นคนไทย มันเหมือนผัดน้ำพริกเผาผสมกับผัดเผ็ด คือ ไม่ผัดพริกเผาไปเลย หรือ จะผัดเผ็ดก็ได้   ดันเอามารวมกัน รสชาติก็เลยแปลกๆ  แต่ก็เข้าใจว่าเชฟเป็นจีน 



พวกซูชิก็ถือว่าใช้ได้  ลูกชายจัดไปหลายจาน



ร้านนี้ถือว่าดีเลยสำหรับใครที่ต้องการกินอาหารประเภท ผัดๆ และมีข้าวด้วย บรรยากาศร้านน่านั่ง สะอาด แนะนำสำหรับใครที่คิดถึงอาหารจำพวกข้าว ถือว่าเป็นตัวเลือกที่โอเค ราคาไม่แพง

กินอิ่มก็ยังไม่เที่ยวไหน เพราะเหนื่อยแล้ว ก็ตกลงว่าเข้าโรงแรมไปพักผ่อนกัน พรุ่งนี้ลุยกันใหม่


........................................................................

วันที่ 15 เที่ยว vienna ทั้งวัน 

เช้ามาก็สดชืื่น ได้นอนเต็มอิ่ม 
มากินอาหารเช้ากัน ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารเช้า เนื่องจากเหมือนๆกันทุกโรงแรม 
ออกไปเที่ยวที่แรกก็คือ 
โบสถ์ St. Stephen's Cathedra 



มาแต่เช้า คนยังน้อยพอได้ถ่ายรูปบ้าง พอสายๆ คนตรืม แทบหาที่ว่างถ่ายรูปไม่ได้เลย 

เดินเข้าไปชมโบสถ์ได้ใน กำลังมีประกอบพิธีอยู่ ก็เลยไม่อยากรบกวนเขา ถ่ายรูปนิดหน่อยออกเลย


เดินไปแหล่งท่องเที่ยวในเมืิองต่อ 


อีกโบสถ์ ระหว่างทางเดินผ่าน


เป้าหมายของเราวันนี้คือ Hofburg Palace


ซื้อบัตรเข้าประเภท Sisi Ticket Families (2 adults, up to 3 children): ราคา 62.90 ยูโร ใช้แบบนี้เหมาะกับครอบครัวเราที่สุด ประหยัดกว่าซื้อเป็นรายบุคคล  เข้าชมได้ทั้ง Hofburg Palace , Schönbrunn Palace
ตั๋ว Sisi Ticket Families ไม่จำเป็นต้องใช้ในวันเดียวกันก็ได้ มีกำหนดให้ใช้ภายใน 1 ปี นับจากที่เริ่มใช้ครั้งแรก สะดวกดี วันนี้เที่ยว Hofburg Palace วันมะรีนค่อยเที่ยว Schönbrunn Palace


จัดแสดงเครื่องเงิน จานชาม



ทำให้ได้รู้ว่า ราชวงค์ Hofburg ฟุ่งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย แค่ไหน ให้ความสำคัญกับการอุปกรณ์ในการกินมาก มีคอลเลคชั่น เป็นหีบๆเลย
พอชมเสร็จก็จะออกมาข้างๆ วังพอดี  จุดต่อไปคือไปชม IMPERIAL TREASURY  VIENNA
  เราเลือกซื้อแบบ Combined tickets คือเข้าชม 2 แห่ง  KUNSTHISTORISCHES MUSEUM VIENNA & IMPERIAL TREASURY  VIENNA (ตั๋วเข้าชมไม่จำเป็นต้องใช้ภายในวันเดียวกันก็ได้)
ค่าเข้าชม คนละ 20 ยูโร เด็กอายุต่ำกว่า 19 ปีเข้าฟรี 
ครอบครัวเราเลือกจะเข้าทั้ง 2 แห่งก็เลยซื้อตั๋วแบบรวมไปเลย ราคาถูกลงและคุ้มกว่ามาก
 

แต่ถ้าจะเข้าชมแค่ IMPERIAL TREASURY  VIENNA เสียค่าเข้าชมคนละ 12 ยูโร
ส่วนตั๋วเข้าชม  KUNSTHISTORISCHES MUSEUM VIENNA
 ราคา 16 ยูโรต่อคน 

เว็บเช็คราคาตั๋วเข้าชม
https://www.kaiserliche-schatzkammer.at/en/visit/besucherinformation/entrance-fees/



ทางเข้าก็จะอยู่ใก้ลทางที่เราเพิ่งออกมาเมื่อกี่นี้ 

ภายในจัดแสดงเครื่องเพชร มงกฎ ดาบ เครื่องแต่งกายหรูหรา  สวยงามดีคะ แนะนำให้เข้ามาชม ภายในห้ามถ่ายรูป พอเดินเสร็จแล้วก็ไปต่อกันที่ร้านขนมชืื่อดัง Cafe Central


เป็นร้านที่ต้องยืนต่อคิวกันเลยที่เดียว ปกติไม่ใช้นิสัยของครอบครัวเราเลยที่ต้องมาต่อคิวเพื่อกิน
แต่ไหนๆ มาแล้ว ก็เลยยืนรอเสียหน่อย  ใช้เวลาไม่นาน ก็ได้ที่นั่งแล้ว



ขนมน่ากินทั้งนั้นเลย


เยอะจนเลือกไม่ถูก






บรรยากาศในร้าน ตกแต่งสวยงาม



สั่งขนมไป 2 ชิ้น คือ  wiener Apfelstrudel   กับเค้กช้อคกาแลตที่เป็น Signature ของร้าน  :  ความอร่อย wiener Apfelstrudel อร่อย หอมหวานกำลังดี  ส่วน ขนมเค้กช้อคกาแลต ไม่อร่อย เนื้อแห้งไป ไม่แนะนำให้สั่งเลย  


เครื่องดื่ม โกโก้ร้อน  essensoร้อน  น้ำส้ม  โค้ก 

อาหารกินเล่น 1 อย่าง เป็นไก่ทอดเสริฟกับ สลัดผัก ชอบอันนี้มากอร่อยเลยอ่ะ  มื้อนี้จ่ายไป 42.50 ยูโร 


อิ่มแล้วก็เดินเลาะเล่นไปเรื่อยๆ 
โบสถ์ Minoritenkirche (Wien)




 Burgtheater  โรงละครแห่งชาติ


University of Vienna (Vienna)


โบสถ์ Votivkirche

เดินเล่นถ่ายรูป จาก พระราชวัง Hofburg Palace ไปถึงสถานีรถไฟ ใต้ดิน 
Schottentor  จากนั้นก็นั่งรถไฟใต้ดินไปเที่ยวต่อ

 ตึกสวยๆออกแบบแปลก   KUNST HAUS WIEN Museum Hundertwasser  ออกแบบโดย Friedensreich Hundertwasser ศิลปินชาวออสเตรีย  
สาเหตุที่มาที่นี้เพราะก่อนหน้านี้ได้รับหนังสือศิลปะเล่ม 1 จากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ  ท่านซื้อมาเป็นของฝากตอนมาเที่ยว wienna  หน้าปกหนังสือเป็นรูปอาคารนี้เลย ทำให้อยากมาเห็นของจริง เพราะในหนังสือเห็นแล้วว่าสวยแปลกตา ของจริงก็สวย เป็นอาคารที่ตัวศิลปินออกแบบสร้างไม่เหมือนใครเลยจริงๆ 
เพื่อใครจะมา วิธีการไม่ยาก
นั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่ Wien Mitte-Landstraße  แล้วต่อรถราง เบอร์ 0 ไปลงที่ป้าย Radetzkystraße/Hintere Zollamtsstraße  แล้วเปลี่ยนเป็นรถรางเบอร์ 1  ไปลงที่ป้าย Hetzgasse เมือลงมาแล้วให้ เดินมุ่งหน้าไปตามรถรางก็จะถึงเลย 






ด้านข้างๆ ก็จะมี ร้านค้าให้ เลือกซื้อของฝาก เดินดูเล่นเพลินๆได้






หลังจากนั้นก็นั่งรถกลับที่พัก ไปส่งคุณสามีกลับไปนอน และกินยาแก้หวัดต่อ อาการยังไม่หายดี เลยให้นอนพักผ่อนในห้องไป 
ส่วน เรา 2 แม่ลูก  ก็เกิดอยากเดินเล่นต่อ จึงนั่งรถราง ป้ายแถวๆ ที่พัก เบอร์ 2  นั่งไปลงกลางเมืองแล้วค่อยเดินเล่น 
นั่งชมเมืองเพลินๆ 


อยากจะลงตรงไหนก็ลง แล้วเดินเอา เพราะเมือง vienna เดินง่ายๆ ไม่หลง แลนด์มาร์กสำคัญๆ อยู่ใก้ลกันหมด 

แวะไปเยี่ยม 
Mozart





สุดท้ายก็เดินมาที่ถนน Kärntnerstraße แหล่งช้อบปิ้งกลางเมือง ที่มาเดินกันเมื่อเช้าแล้ว ถ้าเดินไปสุด ก็จะเป็น โบสถ์ St. Stephen's Cathedra 

มื้อเย็นตัดสินใจซื้ออะไรกลับไปกินห้อง กันดีกว่า ก็เลยเลือก ้hot dog ราคา 3.5 ยูโร เป็นอาหารเย็นแบบง่ายๆ
แถวๆที่พัก แวะ Billa ร้านชุบเปอร์มาเก็ตซื้อน้ำกับขนม  และร้านอาหารจีนตามสั่ง  เป็นผัดหมี่ใส่เนื้อเป็ด ราคา 5.8 ยูโร ไปฝากคุณสามี  ฺวันนี้เหนื่อยกินกันในห้องดีที่สุด

 



Create Date : 16 มีนาคม 2562
Last Update : 17 กันยายน 2562 17:04:54 น.
Counter : 34 Pageviews.

0 comment
วันที่ 13 Prague


วันที่ 13 จะเที่ยว Prague ทั้งวัน
 เริ่มทำอาหารเช้า อุปกรณ์ครัวที่นี้ครบมาก มีทุกอย่างจริงๆ
 
 
มื่อเช้าง่ายๆ สบายท้อง 
 
 
จากที่พักนั่งรถราง สาย 17 ไปลงที่ Národní divadlo  (ประมาณ 10 ป้าย) แล้วเปลี่ยนสาย ขึ้นสาย 22 ลงที่ป้าย Pohořelec  (8 ป้าย) เพื่อไปเที่ยว Prague castle 
 
 
เมื่อลงจากรถแล้ว ก็เดินตามฝูงชนไปได้เลย 
 
แวะถ่ายรูปเป็นระยะ 
 
จุดชมวิว หน้าลาน Prague castle  คนเยอะมากๆ พวกเราเลยตัดสินใจไม่เข้าชมกัน เพราะเห็นคนแล้วไม่ไหว 
 
ทำได้แค่ถ่ายรูปกับหน้าทางเข้า Prague castle
 
 
 
 
เดินถ่ายรูปเล่นดีกว่า 
 
มุ่งหน้าเดินลงไปที่ สะพาน  Charles Bridge 
 
 
ถึงสะพาน  Charles Bridge  หามุมถ่ายรูปไม่ได้ คนเยอะ มหาศาล 
 
ไม่ว่าจะมาเวลาไหนคนก็เยอะตลอด  
วันนี้สภาพอากาศไม่ดีด้วย มีฝนตกตลอด ท้องฟ้าก็ครึม เลยตัดสินใจว่าจะไปนั่งเรือชมวิวริมแม่น้ำกัน  นั่งรถราง สาย 17 ไปลงที่ Právnická fakulta แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางริมน้ำ ท่าเรือจะอยู่ตรงนั้น
www.prague-boats.cz 
ใช้เวลา 1 ชม ราคาคนละ 12 €  ไปรอขึ้นที่ท่าเรือ  Čech Bridge, pier No. 5.
 
ระหว่างรอเรือ ก็มี รถขายเบียร์ ที่คนกินต้องช่วยกัน ขยัยขา ปั่นไปด้วย เพื่อให้รถเคลื่อนที่ไป ดูน่าสนุกดี กินเบียร์ไป ถีบรถไปด้วย 
 
ขึ้นเรือมาแล้วก็ จับจองที่นั่งกันตามสะดวก ตอนแรกตั้งใจว่าจะนั่งชั้น 2 แบบมีลมโกรก แต่ไม่ไหว หนาวสะท้านเลย เลยต้องกลับมานั่งชั้น 1  ที่เป็นห้องกระจกแทน อุ่นกว่าเยอะ 
 
นั่งสักพัก ก็จะมีพนักงาน เอาเมนูมาวางให้ จะสั่งหรือ ไม่สั่งก็ได้  พวกเราสั่งมากินเล่น  เล็กน้อย  ทั้งหมดราคา 275 czk 
 
นั่งชมวิวเพลินๆ 
 
 
 
เมื่อกลับมาถึงฝั่งก็ได้เวลาอาหาร เที่ยงพอดี 
ไปกินกันที่ร้าน U Sadlu  
 
https://www.usadlu.cz/en/
 
มีขนมปังเสริฟ มาให้ กินกับ อะไรสักอย่างในกระปุก คล้ายๆ มันหมู  สงสัยแต่ไม่ได้ถาม ก็ป้ายๆ กินกับขนมปังไป 
 
เครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้
 
 
 

พริกไทยเยอะมาก Pork loin in pepper crust
 
 
 
เมนู Excalibur (beefsteak with duck liver and quail eggs
 
 
 
Potato pancakes by culinary master with grilled vegetables and fried egg
 
 
มื่อนี้จ่ายไป 1,092 CZK 
 
หลังจากนั้นตั้งใจไปเดินตลาด Prazska trznice (Prague market)เป็นตลาดกลางแจ้งและในร่ม ที่ใหญ่ที่สุดในปราก
พอไปถึง ตลาดวายแล้วค่ะ เก็บกันเกือบหมดแล้ว
 
 
ตั้งใจมาหาวัถตุดิบทำกับข้าวที่นี้เลย เรามาช้าไป 
 
ก็เลยนั่งรถกลับไปเที่ยวแถวๆ  Wenceslas Square ช่วงนั้นมี การออกบูธอาหารพอดี ก็เลยได้ซื้อไส้กรอก กับไปกินที่พัก
 
 
ระหว่างทางจะเดินกลับไปขึ้นรถรางเพื่อกลับโรงแรม เหลือบไปเห็น
 ซุบเปอร์มาเก็ตคุ้นๆตา นั้นคือ โลตัสนั้นเอง 

ชื่อว่า Tesco MY เย้ๆ ได้วัถตุดิบทำกับข้าวแล้ว  จะอยู่ในห้าง MY, Národní
บนถนน Národní


หน้าตากับข้าวมื่อเย็น  




 




Create Date : 25 กันยายน 2561
Last Update : 8 มิถุนายน 2562 16:44:31 น.
Counter : 38 Pageviews.

0 comment
วันที่ 12 Cesky Krumlov - Prague


ตื่นเช้า เก็บกระเป๋า และรีบเดินมากินอาหารเช้า รวมอยู่ในราคาห้องพักแล้ว  
ก็เดินมาที่ร้าน MastalRestaurant ห้องอาหารเปิด 08.00  พอเปิดพวกเราก็เข้าไปกินเป็นกลุ่มแรกเลย 
 
 
 
 
 
 
กินเสร็จก็ รีบเดินออกจากย่านตัวเมือง  ไปลานจอดรถบัส 
 
เราจองรถบัส จาก Cesky Krumlov Prague
ของบริษัท studentagencybus ราคา 7.7 ยูโร/คน รอบ 09.00 11.55 ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.  (มีรถออกทุกๆ 1ชม. )  
 
https://www.studentagency.cz/  
 
ซื้อล่วงหน้ามาแล้ว จะได้เมล์ มาก็ให้ปริ้นใบนั้นไปขึ้นรถได้เลย 
หน้าตาแบบนี้  จะระบุที่นั่งมาเลย 
 
จุดขึ้นรถบัส ที่เมื่องCesky Krumlov ชื่อว่า  Český Krumlov, AN  เดินออกมาจากเมืองไม่ไกล ประมาณ 300 เมตร
 
เมื่อมาถึงก็ งง  ว่าจะยื่นคอยตรงจุดไหน  ก็เดินไปถามคนแถวนั้น บอกให้รอป้าย  หมายเลข 4 และ 5 จะมีรถมาจอดเอง  
 
บริเวณนี้เป็นท่ารถบัส  ของเมืองเลย 
 
พอได้เวลาที่แจ้งไว้  รถก็มาจอดเทียบท่า จะมีพนักงานมายื่นค่อยเช็คตั๋วและจำนวนคนขึ้นรถ
 
สิ่งอำนวยความสะดวกบนรถ มีจอทีวี  ที่ชาร์จโทรศัพท์ สาย USB และมีชุดหูฟังให้คนละชุด
 
ภายในรถ
 
บนรถมีบริการ กาแฟ และโกโก้ร้อน น้ำเปล่า ฟรี พนักงานจะเดินมาสอบถาม ว่ารับเครื่องดื่มอะไรไหม  
 
เราเลือกสั่งคาปูชิโนร้อน
 
 
นั่งเพลินไปเรื่อยๆ ก็มาถึง  Prague 
รถบัสจะมาจุดที่ท่ารถบัส ชื่อว่า Prague, Na Knížecí
 
เป็นจุดจอดรถบัสของบริษัทอื่นๆ ด้วย 
 
 
เมื่อลงจากรถบัส พวกเรา ก็หาซื้อตั๋วรถเมล์ เพื่อใช้ใน  Prague   เดินหาด้านบนอยู่นาน ก็หา ไม่เจอ สุดท้ายต้องเดินลงใต้ดิน จะมีร้านขายของชำ
ให้ซื้อตั๋วรถแบบ 1 วัน ได้เลย  
 Adult 110 CZK ,Children 55 CZK 
 
 
 
เมื่อได้ตั๋วแล้ว ก็เดินข้ามฝั่ง มายื่นรอรถราง เบอร์ 7  ป้ายจะอยู่เกาะกลางแถวๆที่ลงรถบัสเมื่อกี่
 
 

นั่งไปลงที่ป้าย Výtoň ประมาณ4 ป้ายเมื่อรถข้ามแม่น้ำมาก็เตรียมลงได้เลย

 จากนั้น เปลี่ยนเป็นขึ้นรถรางสาย 17ไปลงที่ป้าย Černý kůň (ประมาณ 7ป้าย) ใช้เวลาเดินทางด้วยรถราง 23 นาที

ที่พักของเราชื่อ  HodkovickyGreen จองผ่าน Booking.com เป็นห้องคอนโด ที่เจ้าของปล่อยให้เช่า  ราคาคืนละ 3,419 บาท พวกเราพัก 2 คืน

 

ช่วงที่เราไปเที่ยวนั้น ที่พัก ในปราก หาอยากมาก เพราะเป็นวันหยุดอีสเตอร์

จากป้ายรถราง เดินไปที่พัก พอสมควร ประมาณ 350 เมตรได้ 

 พอมาถึงที่พัก ก็ยื่นรอเจ้าของอยู่ด้านล่าง เพราะก่อนหน้านี้เราคุยผ่านเว็บกันมาตลอด นัดหมายกันไว้เที่ยง ให้มาเจอที่คอนโดเลย  ยื่นรออยู่ เกือบ 20 นาที ยังไม่มีใครมา ก็ชักใจไม่ดี จะโทรติดต่อยังไง
เพราะเบอร์เราโทรออกไม่ได้   จังหวะนั้น มีรถเข้ามาจอด เป็นคู่สามีภรรยา ก็เลยไปขอความช่วยเหลือ 
ให้เขาช่วยโทรหาเจ้า่ของห้องให้หน่อย  เขาก็ช่วยโทรบอกเจ้าของให้  พวกเราก็ขอบคุณ 2 สามีภรรยาที่ช่วยติดต่อให้  

สักพัก เจ้าของก็เดินลงมาหา  

เจ้าของห้องเป็นผู้หญิง ชื่อ คุณ Martina  เธอพาพวกเราไปที่ห้องพักชั้นน 2

ห้องอยู่มุมตึก เป็นห้อง แบบ 2 ห้องนอน  ห้องน้ำแยกเป็นห้องอาบน้ำ และห้องส้วม  มีห้องนั่งเล่น ครัว ระเบียงนั่งเล่น 

 มาดูห้องกัน  ห้องใหญ่ สวย และใหม่มาก

 

 

อุปกรณ์เครื่องครัวครบมาก สงสัยจะชอบทำอาหาร

ห้องนอน 1

ห้องนอน 2

ระเบียบนั่งเล่นด้านนอก

เธอแนะนำวิธีใช้อุปกรณ์ในห้อง  และยังชงกาแฟเลี้ยงพวกเราด้วย   พูดคุยกันอยู่สักพัก เธอก็ถามว่าจะออกไปเลยไหม จะไปที่ไหนต่อ 
เราบอกเธอว่าได้จองร้านอาหารไว้ อยู่ใจกลางเมืิิอง  
Old Town Square เธอเลยอาสาไปส่งให้ 

เธอน่ารัก และอัธยาศัยดีมากๆ 

เราได้จองร้านอาหารบาซิลไว้ ชื่อว่า BrasileiroU Radnice restaurant เป็นบุฟเฟต์ หัวละ 825 CZK  ราคาไม่รวมน้ำดื่มนะคะ

จะมีไลน์อาหารให้ตัก และแบบเป็นไม้ย่าง มาเสริฟและหั่นที่โต๊ะ

มีเนื้อหลากหลายชนิดให้ได้ลองกันเลย

 

กินกันได้ไม่เยอะ เพราะสามี ไม่ค่อยสบาย  ก็ออกจากร้านเพื่อเดินหาร้านขายยา  วันนั้นร้านขายยาปิดหลายแหล่ง  ต้องเดินไปถาม tourist information ในเมือง ว่ามีร้านไหนเปิดบ้าง 

เดินผ่าน HavelskáTrziste Market

มีการออกร้านค้าบริเวณรอบๆ กันเยอะเลย หลายจุด คนเยอะมากๆ ถ่ายรูปลำบาก

พอซื้อยาเสร็จ ก็เลยกลับที่พัก วันนี้ไม่ค่อยได้เที่ยวเพราะ สามีป่วย ต้องกลับไปนอนพักผ่อน

ค่ำก็ออกมาถ่ายรูปเล่นกันอีกรอบ 

คนเยอะมาก

 

เดินเล่นกันสักพัก ก็กลับห้องไปทำอาหารกินกัน 

 

 




Create Date : 22 กันยายน 2561
Last Update : 8 มิถุนายน 2562 15:46:57 น.
Counter : 29 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

friend&ko
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]