Group Blog
 
All blogs
 

น้ำสต๊อก

ก่อนทำสิ่งอื่นใด ก็ต้องทำน้ำสต๊อกรอไว้ก่อนเลยค่ะ เพราะเป็นหัวใจสำคัญอย่างนึงในการทำอาหาร อร่อยได้ไม่ต้องพึ่งซุปก้อน ไม่ว่าจะต้ม ผัด หรือเอามาทำซอสต่างๆ ส่วนผสมและวิธีการทำดังนี้ค่ะ

1.ส่วนผสมหลักอันแรกเลยก็คือกระดูกซุปหมูค่ะ ก็ไปซื้อมาจากแมคโครที่เค้าแพคถุงไว้อยู่แล้ว จำไม่ได้ว่าน้ำหนักเท่าไหร่อ่ะค่ะ แต่ใช้กับหม้อขนาด 6 ลิตรค่ะ จากนั้นก็นำมาล้างให้สะอาดแล้วก็เอาเข้าเตาอบประมาณ 15-20 นาทีพอมีให้มีสีน้ำตาลอ่ะค่ะ



2.ส่วนผสมอื่นๆที่ให้รสชาติของซุปหอมหวานก็คือพวกผักต่างๆค่ะ ผักที่ใช้ก็ได้แก่หัวหอมใหญ่ 1 หัว แครอท 1 หัว แซเลอรี่หรือคึ่นช่ายฝรั่ง 2 ก้านใหญ่กระเทียม 5 กลีบ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนชา ใบกระวาน 5 ใบ พลาสเลย์สด 2 ก้าน ใบไทม์ 4 ก้าน (ช่อนึงค่ะ)แต่วันนี้ไม่มีทั้งพลาสเลย์สดและใบไทม์เลยใช้พลาสเลย์อบแห้งแทน



3. เอากระเทียมมาบุบพอแตก เตรียมใบกระวาน และพลาสเล่ย์อบแห้งห่อผ้าขาวบางแทน




4. เตรียมส่วนผสมต่างๆพร้อมแล้วก็เริ่มอย่างแรกเลยค่ะ เอาหม้อซุปตั้งไฟปานกลางแล้วก็ใส่น้ำมันมะกอกตามด้วยหอมใหญ่ แครอทและเซเลอรี่ที่หั่นไว้ ผัดให้เข้ากันโรยเกลือนิดหน่อยค่ะ สักหยิบมือเล็กๆนะคะพอให้รสของผักออกมา ก็ผัดไปเรื่อยๆ จนเป็นสีน้ำตาลอ่อนค่ะ



5. พอผัดได้ที่แล้วก็ใส่กระดูกที่อบไว้ ใส่น้ำให้ปริ่มเลยนะคะตามด้วยกระเทียมบุบ ใบกระวานและพลาสเล่ย์ที่ห่อไว้



6. พอน้ำเริ่มเดือด ฟองก็เริ่มมาแล้วค่ะ ฟูฟ่องเลย 55+ สยองเล็กๆ แต่อย่าเพิ่งตกใจนะคะ ค่อยๆ ตักฟองออกค่ะ เดี๋ยวน้ำก็จะใสเอง ใจเย็นๆค่ะ



7. ก็ค่อยๆ ตักฟองออก น้ำก็จะเริ่มใสขึ้นค่ะ ช่วงนี้หลังจากน้ำเดือด (อย่าให้เดือดพล่านนะคะ เพราะเดี๋ยวจะขุ่น) ก็ให้เริ่มเบาไฟลงค่ะ เพราะเดี๋ยวจะเริ่มเคี่ยวแล้ว



8. ตอนนี้ตักฟองออกหมดแล้ว น้ำใสปิ๊งแล้วค่ะ คราวนี้ให้ใช้ไฟเบาเท่าที่จะเบาได้นะคะ เคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณ 7-8 ชั่วโมงค่ะ



9. หลังจาก 7-8 ชั่วโมงเคี่ยวแล้ว ลองชิมน้ำดูจะรู้สึกเริ่มมีรสชาติหอม หวานติดลิ้นแล้วก็พักไว้สักครู่ กรองกากออกทั้งหมดให้เหลือแค่น้ำใสๆ ค่ะ อันนี้จากหม้อขนาด 6 ลิตร ได้น้ำสต๊อกปริมาณ 2 ชามใหญ่ ลืมวัดอีกแล้ว ก็ใส่ถุง 5x7 ได้ 7 ถุงค่ะ เอาเก็บเข้าช่องแช่แข็งเลยค่ะ เก็บได้เป็นเดือนเลย ใช้ได้นาน หยิบใช้ก็สะดวกเพราะแบ่งเป็นถุงๆ ไว้



เสร็จขั้นตอนของการทำน้ำสต๊อกนะคะ หวังว่าคงไม่ยากเกินไป เราก็ไม่ชอบทำอะไรยากๆ ให้มันวุ่นวายอยู่แล้ว

คราวนี้มาดูกันว่ากากที่เหลือๆ พวกกระดูกทั้งหลายจะเอาไปไหน ตอนนี้กระดูกทุกส่วนก็เปื่อยได้ที่ พร้อมแทะแล้วใช่มั้ยค่ะ ยังก่อนค่ะ ยังมีอีกเมนูแถมท้ายให้ด้วย นั่นคือซุปหมูต้มถั่ว ก็เอาถั่วลิสงดิบเนี่ยแหละค่ะ แช่น้ำ 1 คืนรอไว้เลย เช้ามาก็จะนิ่ม จากนั้นก็เอามาต้มกับกระดูกทั้งหลายก็จะเป็นดับเบิ้ลสต๊อกแล้ว อร่อยเหาะไปเลยล่ะค่ะ ฮิๆๆๆ ปรุงรสนิดหน่อยพอไม่ให้ถั่วเลี่ยน แค่นี้ก็ได้อีกหนึ่งเมนูแล้วค่ะ



เสร็จกระบวนการขั้นตอนการเตรียมน้ำสต๊อกแล้วนะคะ ขั้นตอนต่อไปเราก็จะใช้น้ำสต๊อกพวกนี้ในการปรุงอาหารค่ะ ไว้คราวหน้าจะมาสาธิตการทำซอสต่างๆ นะคะ วันนี้เหนื่อยทั้งวันแล้วขอลาไปอาบน้ำนอนก่อนนะคะ นอนหลับฝันดีค่ะ...




 

Create Date : 14 มีนาคม 2553    
Last Update : 20 มีนาคม 2553 14:16:25 น.
Counter : 10067 Pageviews.  

ทำไมต้อง Food Junkie

วันนี้เป็นวันสถาปนาบล๊อคของตัวเองเป็นครั้งแรกค่ะ ด้วยความที่เป็นคนชอบอาหารก็เลยให้ชื่อว่า Food Junkie ก็ขอฝากบล๊อคนี้ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับอาหารการกินก็มาแลกเปลี่ยนกันค่ะ ยินดีค่ะ ^_^

จุดเริ่มต้นเลยมาจากชอบทานอาหารอร่อยๆ ตามร้านต่างๆ ค่ะแต่แอบแพงไปนิดนึง เลยคิดว่าถ้าทำเองคงจะทานได้สะใจกว่า เอาให้เบื่อกันไปข้างนึงเลยล่ะ ไม่เบื่อไม่เลิก ก็เลยจำชื่อเมนูที่ร้านแล้วก็หาสูตรตามอินเตอร์เนตบ้าง ซื้อหนังสือมาอ่านเองทำเองบ้าง ก็สนุกดีค่ะ แรกๆ ก็เริ่มต้นด้วยอาหารฝรั่ง พวกสปาเกตตี้ ลาซานญ่า ชีส นม เนย สเต๊ก ซอสต่างๆ ที่ใช้ทานกับสเต๊ก ทำได้อยู่พักใหญ่ๆ เริ่มเบื่อแล้วล่ะ แต่ก็ไม่เชิงว่าจะหยุดกินนะ ฮิๆ ก็มีบ้างล่ะ เวลาแขกไปใครมาบ้านเค้าอยากทานอะไรก็สั่งได้ตามเมนูที่แปะไว้หน้าตู้เย็นเลย ก็มีแต่เมนูอาหารฝรั่งอ่ะค่ะ มีเป็นสิบๆ เมนูเลย (ก็ยี่สิบเมนูอ่ะสิ) อยากทานอะไรก็บอกมาแล้วก็ไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตมาทำกัน มีความสุขดีนะคะเวลาออกไปซื้อของ แต่ทุกข์ตอนจ่ายตังค์นี่เซ่.. ตอนเข้าครัวก็สนุกค่ะ เวลาเครียดจากงานก็เข้าครัวสถานเดียวเลย เข้าไปเปิดเตาแก๊สเล่น 55+ ล้อเล่นค่ะ ก็ดูเมนูหน้าตู้เย็นนั่นแหละ อยากทำไรก็ทำ แต่จะกินรึเปล่าอีกเรื่องนึงนะ ช่องฟรีซมี กลัวอะไร ทำแล้วไม่กินก็โยนไปเก็บในนั้นแหละ วันไหนหิวๆ ก็เอาออกมาอุ่นกินได้ ประหยัดเวลาไปอีกแบบ

มาตอนนี้ก็สนใจอาหารไทยกับอาหารจีนแล้วล่ะ ก็เริ่มทำพวกแกงต่างๆ อันนี้ต้องให้คุณแม่มาสอนเลยล่ะ ทำไม่เป็นสักอย่าง อ้อแล้วก็มีพวกขนมที่ชอบทาน เช่น ครองแครง ปั้นสิบ กรอบเค็ม อันนี้ก็ต้องให้อาจารย์คุณแม่เป็นผู้สอนอีกเช่นเคย ฮ่าๆๆ ทำไม่เป็น ส่วนเมนูไทยจีนอื่นๆ ก็พอทำได้นะคะ ที่บ้านชมว่าผัดผักบุ้งอร่อย ฮิๆๆ ก็ทำไปทานไปแต่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เลยอ่ะค่ะ เพราะคิดได้อีกทีก็หมดซะแล้ว เอ้ออ กล้องถ่ายรูปตอนนี้ก็ไม่มีซะด้วยสิ ต้องไปตลาดซื้อกล้องถ่ายรูปก่อนนะคะ

วันต่อๆ ไป (ถ้ามีกล้องถ่ายรูปแล้ว) ก็จะเริ่มลงรูป วิธีการทำ ส่วนผสมต่างๆ ทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทย นะคะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนดึกมากแล้วต้องขอตัวไปดูนิยายน้ำเน่าก่อนนะคะ ไม่งั้นนอนไม่หลับ 55+

9/03/10 Update .. ไปถอยกล้องถ่ายรูปมาแล้วล่ะ เสาร์อาทิตย์นี้คงได้เริ่มลงมือสักที




 

Create Date : 05 มีนาคม 2553    
Last Update : 20 มีนาคม 2553 14:16:38 น.
Counter : 229 Pageviews.  


bevery
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ที่รักการทำอาหารและรักการทานอาหารทุกคนค่ะ
Friends' blogs
[Add bevery's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.