Group Blog
 
 
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
15 กันยายน 2552
 
All Blogs
 

บันทึกโลมาเดินกับช้างที่เขาใหญ่ (หน้าแรก)

บันทึกโลมาเดินกับช้างที่เขาใหญ่ (หน้าแรก)
--------------------------------------------------------------------------------

สืบเนื่องจากตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โลมาได้ร่วมโครงการกับทางกรีนพีซ ในโครงการ " เดินกับช้าง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง " ซึ่งจัดโดยกรีนพีซและชมรมมูลนิธิคชาทาน ซึ่งเป็นทริปเดินทน (เดินมาราธอน) กับช้างจากเขาใหญ่ (ปากช่อง) จนไปสิ้นสุดที่ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรณรงค์ให้เพื่อนมนุษย์ทั้งหลายช่วยเหลือโลกให้พ้นจากวิกฤติภาวะโลกร้อน และช่วยเหลือช้างไม่ให้ต้องมาเร่รอนขอทานในเมือง อันเป็นการเสี่ยงภัยอันจะเกิดกับช้างและคนอีกต่อไป

พวกเราจึงเดินทางจาก กทม ไปพบกันที่ อ. ปากช่อง ในเขตของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ณ พื้นที่ของชมรมมูลนิธิคชาทาน ของ อาจารย์ อลงกต ชูแก้ว และทักทายกับช้างทุกๆเชือกของโครงการ อันได้แก่

1. พลายทองแดง (พระเอกของเรา) ช้างฮีโร่ที่เคยช่วยเหลือคน 12 คนจากเหตุการณ์ Tsunami เมื่อหลายปีก่อน จนเป็นข่าวไปทั่วโลก อันเป็นเหตุให้พลายทองแดงได้เป็นช้างดารา โดยแสดงหนังกับจา พนม หลายๆเรื่อง ได้แก่ ต้มยำกุ้ง องค์บาก 2 ( ในองค์บาก 2 พลายทองแดงคือช้างเชือกที่ จา พนม กระโดดจับงา แล้วเหวี่ยงตัวขึ้นไปขี่พลายทองแดง ) เป็นต้น
ซึ่งบัดนี้พลายทองแดง เป็น 1 ในช้างของมูลนิธิ โดยมีหน้าที่ในการเป็นผู้ช่วยวิทยาการ (คือ อจ อลงกต) ในการให้ความรู้เด็กๆ เกี่ยวกับช้าง ซึ่งลักษณะพิเศษของพลายทองแดงก็คือ เป็นช้างพลายที่แม้จะตกมันก็ไม่ทำร้ายคน เพราะคุ้นเคยกับมนุษย์มากๆ และรักเด็กๆอย่างถึงที่สุด จึงเป็นช้างพลายเชือกเดียวที่ไม่มีโซ่ตรวนใดๆคล้องตามตัวเพื่อตัดกำลังเลย

2. พลายคชาภัทร (น้องชายพลายทองแดง) ชื่อ คชา = ช้าง + ภัทร = ที่รัก จึง = ช้างที่รักของเราทุกคน
ปีนี้คชาภัทรอายุได้ 17 ปีแล้ว ยังหนุ่มอยู่มาก แต่ก็ร่วมขบวนไปกับพี่ชายด้วย และที่สำคัญคชาภัทรทั้งแสนรู้และเป็นมิตรพอๆกับทองแดง (หากยังต้องมีโซ่ผูกตามตัวอยู่) อ้อ คชาภัทรสามารถช่วยให้ทุกๆคนเลียนแบบ จา พนม ได้ด้วยนะครับ (แต่ขออุบไว้ก่อน ไว้ค่อยเล่าในคราวต่อไป อิอิ )

3. พังหลาวทอง (คุณยายหลาวทอง) เป็นช้างพังที่ชราที่สุดในโครงการ แต่ก็เข้าร่วมกับโครงการด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่า การจะรักโลก รักษ์ช้าง รักษ์ป่า ไม่ขึ้นกะเพศหรือวัยแต่อย่างใด
พังหลาวทอง เป็นช้างพังที่วิเศษเพราะมีความ Virgin เพราะครองตัวเป็นโสดไม่ยอมให้เพศผู้เชือกใดมีสัมพันธ์ด้วยตั้งแต่แตกสาวครั้งแรกมาจนทุกวันนี้

4. พังจุ๋มจิ๋ม ช้างพังสาวเชือกหนึ่งของมูลนิธิ แต่จุ๋มจิ๋มไม่ได้ออกเดินด้วยหรอกนะคะ เพราะจำเป็นต้องมีช้างคอยอยู่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมมูลนิธิค่ะ ^ ^

5. พลายงาเอก ช้างพลายงาเดียวของมูลนิธิ แต่งาเอกไม่ได้ออกเดินไปกับพวกเราด้วย

6. พลายยะลา ช้างพลายเชือกสุดท้ายที่จะออกเดินทางไปรณรงค์เพื่อโลก เพื่อช้างกับพวกเรา ผมไม่ค่อยสนิทกับยะลาเท่าไหร่ แต่เท่าที่สัมผัสดู เขาก็เป็นมิตรกับผู้คนไม่แพ้คชาภัทรและทองแดง

7. พังดอกแก้ว ช้างพังสาวอายุ 30 (หนูอายุ 30 ก็ยังแจ๋วนะคะ) เธอเป็นช้างสาวเชือกเดียวที่จะออกเดินทางไปกับพวกเราในทริปนี้

8. พลายซูซู ช้างวัยเด็กตัวเดียวของมูลนิธิ (แต่ไม่ใช่ลูกช้างนะครับ เพราะตัวโตเกินจะเป็นช้างน้อยแล้ว เป็นช้างวัยรุ่นตอนต้นน่ะครับ) ลักษณะพิเศษของซูซูคือเป็นช้างสีดอ คือเป็นช้างตัวผู้ที่ไม่มีงา และด้วยความเป็นเด็กซูซูจึงขี้เล่น และยังไม่รู้จักประมาณกำลังตัวเองเวลาเล่นกับผู้คน ซูซูกับเลยต้องอยู่เฝ้ามูลนิธิกับพี่จุ๋มจิ๋มและพี่งาเดียวไปโดยปริยาย

หลังจากเยี่ยมช้างแล้ว พวกเราก็เข้าที่พักเพื่ออาบน้ำ พักผ่อนกันด้วยความเหนื่อยอ่อน จึงไม่แปลกที่สมาชิกหลายคนไม่ได้ดูไฟรักอสูรตอนจบ (ผมก็ไม่ได้ดู เพราะแต่งนิยาย ^ ^ ) และเกือบลืมเล่าไปว่า ตั้งแต่หัวค่ำ คนใกล้ตัว คนรู้จักก็พากันโทรหาดอลฟินทำนองว่า " ถึงเขาใหญ่แล้วเหรอ ระวังจระเข้ด้วยนะ " ซึ่งนอกจากผมแล้ว เพื่อนๆคนอื่นๆก็มีคนโทรมาหาในทำนองเดียวกัน ก็เลยตอบไปเป็นเสียงเดียวกันว่า

" ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ที่พักอยู่ห่างจากแหล่งน้ำมาก อีกอย่างมีช้างอยู่ด้วยตั้ง 8 เชือก จระเข้มีแค่ 2 - 3 ตัว มันคงไม่เสี่ยงหรอก "

แล้วคุณเข้ทั้งหลายที่ออกข่าว ก็ไม่มารบกวนพวกเราหรือมาโชว์ตัวให้เห็นเลย จนถึงเช้าวันต่อมา (วันเสาร์)
เราตื่นกันแต่เช้า และเริ่มพิธีเปิดโครงการกัน โดยประธานฝ่ายกรีนพีซ คือ คุณ วอน เฮอร์นันเดส ได้กล่าวเปิดโครงการและอธิบายจุดประสงค์ต่างๆของโครงการให้นักข่าวและประชาชนฟัง (นักข่าวจาก TNN เดินทางมาขอสัมภาษณ์คุณวอน ด้วย)
จากนั้นพวกครูหมอช้างก็ทำพิธีให้กับช้างและคณะเพื่อความสิริมงคลในการเดินทาง
แล้วประธานร่วมอื่นๆได้แก่ มูลนิธิ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัน ก็ได้กล่าวแถลงความเป็นมาของโครงการ และภัยจากภาวะโลกร้อนเป็นการสมทบด้วย

หลังจากเปิดโครงการ ก็เริ่มงานในวันแรกกันเลย ทางกรีนพีซได้จัดนิทรรศการย่อยๆขึ้นให้เด็กๆได้รับรู้ถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และได้มีการเล่นเกมและมีการทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก ซึ่งโลมาอย่างผมก็ได้รับรู้ถึงภัยจากโลกร้อนว่า ได้คร่าชีวิตปลาพิรันย่าไปเป็นหมื่นๆตัว ด้วยเหตุที่อุณหภูมิของแม่น้ำอะเมซอนขึ้นสูงกว่าปกติ จึงอดรู้สึกเป็นห่วงเหล่าโลมาน้ำจืดในอะเมซอนไม่ได้
นิทรรศการดำเนินต่อไป โดยกรีนพีซได้ให้เด็กๆแถวๆเขาใหญ่มาให้ความเห็นเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ซึ่งเด็กสาวคนหนึ่งก็บอกว่า
" ตอนหนูเด็กๆ มีป่าเขามากมายกว่านี้มาก แต่พวกคนเมืองก็มาตัดๆต้นไม้ไป จนทุกวันนี้ป่าแล้งเตียนลงไปจากเดิมมาก แล้วเวลาอากาศร้อนก็ร้อนมากกว่าที่เคยเป็น เวลาฝนตกก็ตกรุนแรงน่ากลัวกว่าที่เคยเห็นตอนเด็กๆค่ะ "
จากนั้นทางกรีนพีซก็เล่นเกมกับเด็กๆ โดยใครชนะก็จะได้ขี่หลังช้าง (ทองแดง)

ปิดท้ายรายการกันที่คอนเสิร์ตของพี่หมู พงศ์เทพ กระโดนชำนาญ ซึ่งก่อนจะเริ่มคอนเสิร์ตพี่หมูก็ฝากเขาใหญ่และป่าทั่วประเทศไว้กับทุกๆคน โดยเล่าย้อนไปว่า พี่หมูเกิดทัน " มหิงสา " หรือกระบือป่า ซึ่งปัจจุบันไม่มีเหลืออยู่แล้ว พี่หมูบอกว่าเป็นกระบือที่เขาสวยมากๆ และพี่หมูก็ฝากไว้อีกว่า จระเข้ที่พบที่เขาใหญ่ ไม่ใช่จระเข้เขาใหญ่ ไม่ใช่สัตว์ของเขาใหญ่ การที่ผู้มีอำนาจบางคนนำจระเข้มาปล่อยที่เขาใหญ่ เพื่อจะดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยไม่คิด จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศได้ เพราะจระเข้เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่อยู่บนชั้นมงกุฏของห่วงโซ่อาหาร หาศัตรูธรรมชาติ (ที่ไม่ใช่มนุษย์) มาควบคุมประชากรได้ยาก หากปล่อยให้จระเข้เหล่านั้นมาแพร่พันธุ์ที่เขาใหญ่ ระบบนิเวศที่เขาใหญ่อาจเสียสมดุล และส่งผลเสียกว่าที่เป็นอยู่ได้ จึงขอฝากเรื่องนี้กับทางกรีนพีซ และทุกๆคนที่มาฟังคอนเสิร์ตด้วย แล้วพี่หมูก็เปิดคอนเสิร์ตให้พวกเราชมกันฟรีๆ พอจบคอนเสิร์ตก็ยังใจดีเปิดโอกาสให้แฟนๆ ทั้งจากทางกรีนพีซ จากมูลนิธิ และที่เป็นผู้ชมทั่วไปได้ไปขอลายเซ็นต์และขอถ่ายรูปได้ด้วย ก็มีหนุ่มๆหลายคนถึงกับถอดเสื้อให้พี่หมูเซ็นชื่อให้เลยด้วย
หลังจากคอนเสิร์ตจบ พวกเราก็เก็บข้าวของเข้าที่พัก อาบน้ำ ทานข้าว และเข้านอนตามปกติ ไม่มีวี่แววของจระเข้มารบกวนพวกเราดังที่คนที่บ้านห่วงเลยแม้แต่น้อย ชะรอยว่าจระเข้ที่พี่หมูบอกว่าเป็นจระเข้ปล่อย จะยังกลัวคนประการหนึ่ง และยังปรับตัวให้เข้ากับเขาใหญ่ไม่ได้อีกประการหนึ่ง พวกมันจึงไม่ออกมาแสดงตัวรบกวนพวกเราเลย
จนแม้กระทั่งคืนวันสุดท้ายที่ผมและผู้ร่วมโครงการอีกหลายๆคนจะอยู่ร่วมกับช้างและกรีนพีซได้ (เนื่องจากจำเป็นต้องกลับมาทำงาน) ซึ่งก็คือคืนวันอาทิตย์ จระเข้ก็ไม่ปรากฏตัวออกมาเลย หากในเช้าวันจันทร์ซึ่งเราจะเดินกับช้างไปอีกจนถึงถนนมิตรภาพ และแยกกันที่นั่น (พวกที่จะกลับไปทำงานต่อที่ กทม หรือ จ บ้านเกิดของตน ก็กลับบ้าน ส่วนช้างและเพื่อนๆที่เดินต่อก็เดินต่อไปจนลุถึงจุดหมายคือ จ. สมุทรปราการ อันเป็น จ. แรกของไทยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนรุนแรงที่สุด เนื่องจากถูกน้ำทะเลยึดแผ่นดินที่อาศัยของผู้คน) ในตอนเช้าตรู่ พวกเราได้รับข่าวสุดเสียวสันหลัง เมื่อเหล่าควานช้างพบรอยเท้าเสือโคร่งตัวหนึ่งปรากฏอยู่รอบๆที่พัก
นั่นหมายความว่าในคืนที่ 3 ที่พวกเราหลับนอนกันอยู่นั้น พี่เสือได้แอบย่องมาสำรวจค่ายพักของพวกเรา ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ก่อนจะล่าถอยกลับไปด้วยเหตุผลบางประการ จึงเป็นประสบการณ์ชีวิตให้ได้รับรู้ว่า เสือนั้นกล้าหาญกว่าจระเข้มากๆ (ขนาดมีช้างอยู่ด้วยตั้ง 5 เชือก พี่เสือมีแค่ตัวเดียว ยังกล้าย่องเข้ามา) แถมมาเงียบด้วย เพราะไม่มีใครได้ยินเสียงเลย ><

ดังนั้นขอบอกเพื่อนๆที่จะไปเขาใหญ่ว่าไม่ต้องกลัวจระเข้นะครับ กลัวเสือดีกว่า


พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อนะครับ


ดอลฟิน




 

Create Date : 15 กันยายน 2552
1 comments
Last Update : 15 กันยายน 2552 9:06:10 น.
Counter : 1257 Pageviews.

 

เข้ามาอ่านคะ กลัวเสือดีกว่าจริงๆ

 

โดย: tempopo 15 กันยายน 2552 14:12:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Tantava
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Tantava's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.